
Hear Me (2009) สื่อรัก.. ภาษากาย เด็กส่งของตกหลุมรักเด็กสาวที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เปรียบเทียบตัวเองกับ นกน้ำ และต้นไม้ พวกเขาร่วมกันทำลายกำแพงและไล่ตามความฝันและยกระดับความสัมพันธ์ไปอีกขั้

เด็กชายพนักงานส่งของหลงรักสาวน้อยผู้พิการทางการได้ยิน ทั้งคู่เปรียบตัวเองเหมือน 'นกน้ำ' และต้นไม้ เพื่อร่วมกันทำลายกำแพง ขับเคลื่อนความฝัน และยกระดับความสัมพันธ์ให้ก้าวไกลไปอีกขั้น
เด็กชายพนักงานส่งของหลงรักสาวน้อยผู้พิการทางการได้ยิน ทั้งคู่เปรียบตัวเองเหมือนนกน้ำและต้นไม้ เพื่อร่วมกันทำลายกำแพง ไล่ตามความฝัน และยกระดับความสัมพันธ์ไปอีกขั้น
Hear Me หรือ 聽説 (TING SHUO) หนังไต้หวันที่มาพร้อมคลื่นลูกใหม่ของวงการหนังที่กำลังสร้างชื่อนอกเหนือจากค่ายใหญ่ในเอเชีย ยินดีต้อนรับไต้หวัน! ยิ่งมีหนังดีๆ ยิ่งดี! (มีสปอยล์!) หนังเรื่องนี้ "ใช้เทคนิคพิเศษ" ไหม?... ใช่เลย! เทคนิคนี้คือหัวใจของเรื่องจนขาดมันไม่ได้! ถ้าเอาเทคนิคนี้ออก หนังคงเหลืออะไร? เพราะไม่มีเรื่องให้เล่าหากปราศจากจุดเด่นนี้! เนื้อเรื่อง: ละครโรแมนติกเกี่ยวกับสองพี่น้องผู้หูหนวกที่สื่อสารผ่านภาษามือ (นี่คือเทคนิคหลัก) ทั้งคู่ต่อสู้ดิ้นรนในโลกที่เต็มไปด้วยอุปสรรคเพื่อตามหาความฝัน น้องสาวคนเล็กเป็นนักว่ายน้ำที่มีเป้าหมาย ส่วนพี่สาวคอยสนับสนุนและหารายได้ให้ทั้งคู่ ชีวิตไม่ง่าย และปัญหาเพิ่มพูนไม่รู้จบ... แล้วหนุ่มนักส่งอาหารจากร้านของครอบครัวก็ปรากฏตัว! เขาบังเอิญพบน้องสาวคนเล็กที่สระว่ายน้ำสำหรับผู้หูหนวก แม้เขาไม่ได้หูหนวก แต่รู้ภาษามือและตกหลุมรักเธอในทันที เขาจึงตาม court หัวใจ เธออาจระวังตัวและเขินอาย แต่เขายืนยันไม่ถอย ว่าที่คู่จิ้นน่ารักเกินห้ามใจ! นักแสดงสองพี่น้องแสดงได้สมบทบาท แม้ไม่รู้ภาษามือไต้หวัน แต่ดูสมจริงจนมีหลายฉากที่ซาบซึ้ง! ตัวพระเอกก็ทำได้ดี ส่วนพ่อแม่ของเขาก็เด่นไม่แพ้กัน! จุด高潮สุดท้ายทำเอาผมเซอร์ไพรส์มาก! แทบไม่เคยมีหนังหรือซีรีส์ไหนทำให้ผมคิดว่า "เฮ้ย! ไม่คิดว่าจะจบแบบนี้!" หนังเรื่องนี้มีดีหลายอย่าง: เนื้อเรื่องเข้มแข็ง ตัวละครน่าชื่นชอบ ภาพสวย และที่ประทับใจที่สุดคือดนตรีประกอบและเสียงเอฟเฟกต์! เสียงเพลงและพื้นหลังตอนสื่อสารด้วยภาษามือนั้นสุดยอด! สรุป: หนังโรแมนติกน่ารักๆ (ที่มีเทคนิคเฉพาะตัว) เหมาะสำหรับดูคู่กัน! ข้อเสีย?... หนังยาวเกินไปนิดหน่อย ถ้าตัดบางส่วนได้จะดีมาก! แต่โดยรวมทำได้ดี และผมชอบมันมาก! ให้ 8/10 ดาว! แนะนำเลย!
คุณจะแสดงความรักให้คนสำคัญรู้สึกยังไดี? หนังเรื่องนี้สอนให้เราก้าวข้ามทุกขีดจำกัดและสื่อสารจากหัวใจ ฉันดูหนังเรื่องนี้แบบไม่มี期望 แต่กลับถูกดึงดูดจนหลงใหล เฟิน-เฟิน เฉิง ผู้กำกับสาว มาพร้อมผลงานแรกที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของหนังรักคอมเมดี้ไต้หวัน เรื่องราวของเทียนคั่ว (เอ็ดดี้ Peng) เด็กส่งของที่ตกหลุมรักหยางหยาง (ไอวี่ Chen) สาวผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน ทั้งคู่สื่อสารกันผ่านภาษามือได้อย่างสบายใจ แคสต์นอกจากหน้าตาดีแล้ว ยังแสดงได้โดนใจทุกฉาก รวมถึงเรื่องราวของเสี่ยวเผิง (มิเชลล์ Chen) น้องสาวของหยางหยางที่ตามฝันเป็นนักว่ายน้ำพาราลิมปิก หลายครั้งที่หนังใช้ความเงียบและภาษากายแทนบทพูด ทุกครั้งที่เห็นคู่รักคู่นี้คุยกันด้วยภาษามือ ฉันรู้สึกทึ่งที่การเคลื่อนไหวมือและสีหน้าสื่อสารได้ลึกซึ้งกว่าคำพูด ส่วนมุขฮาของเทียนคั่วกับพ่อแม่ก็เป็นจุดเด่นที่ขาดไม่ได้ นี่ไม่ใช่แค่ละครรักฉาบฉวย แต่เป็นเรื่องราวของความฝันและความพยายามที่ตราตรึง มีทั้งช่วงเศร้าสะเทือนใจ อย่างตอนที่สอง姐妹เตือนกันเรื่องความหวังท่ามกลางความยากลำบาก หนังสอนให้เรารู้คุณค่าของการทำงานหนักทุกๆ ชิ้น ที่ทุกหยาดเหงื่อมีราคา เรื่องราวสวยงามที่ส่งเสียงดังกว่าคำพูดใดๆ 'เสียงของรัก' ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ ฉันได้ยินคุณชัดเจนเลยนะ ^_^ ติดตามรีวิวเพิ่มเติมที่ JONNY'S MOVEE : http://jonnyfendi.blogspot.com
จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ที่ทำให้แตกต่างจากเรื่องรักหวานซึ้งแบบวัยรุ่นทั่วไปที่มีแต่ตัวละครหน้าตาดีๆ คือการใช้ภาษามือในการเล่าเรื่อง ผมไม่เคยเห็นหนังสมัยใหม่ที่ตัวละครหลักสื่อสารด้วยภาษามือเกือบทั้งเรื่อง ทำให้เราต้องพึ่งคำบรรยาย (ทั้งภาษาอังกฤษและจีนที่มีความต่างเล็กน้อย) ตลอดการดูหนัง แต่นี่กลับเป็นจุดแปลกใหม่ที่ทำงานได้ดี และอาจช่วยกระตุ้นให้คนหันมาสนใจภาษามือมากขึ้น ไม่ใช่แค่ภาษาสำหรับผู้พิการ แต่เป็นภาษาที่สวยงามด้วยท่วงท่าไหลลื่น และยังมีความคิดสร้างสรรค์ในการปรับใช้ (ขอแค่สื่อสารกันรู้เรื่องก็พอแล้วใช่ไหม?) สำหรับ ‘เทียนคั่ว’ (เอ็ดดี้ พาง) เด็กส่งอาหารร้านพ่อแม่ การวิ่งส่งข้าวกล่องอร่อยๆ ให้ลูกค้าคือชีวิตประจำวัน จนวันหนึ่งเขาตกหลุมรัก ‘หยางหยาง’ (ไอวี่ เฉิน) น้องสาวของลูกค้าคือ ‘เสี่ยวเผิง’ (มิเชลล์ เฉิน) นักว่ายน้ำพาราลิมปิก เรื่องราวจึงเริ่มต้นด้วยความพยายามของหนุ่มน้อยที่จะเข้าหาหญิงสาว พร้อมความซับซ้อนของการจีบในยุคสมัยที่การสื่อสารผ่านข้อความ อีเมล หรือ SMS กลายเป็นสิ่งจำเป็น แม้แต่สำหรับคนที่พูดได้ปกติ! เนื้อเรื่องต่อจากนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่ก็สนุกได้เพราะการเล่าเรื่องสบายๆ และทีมนักแสดงหน้าตาดีที่ฝึกภาษามือจนน่าเชื่อถือ แม้บางช่วงอาจดูดราม่าเกินไป แต่คนขี้เหงาอย่างผมกลับชอบมิติความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องที่พึ่งพากันจนทำให้เราซาบซึ้งกับความรักในครอบครัว โดยเฉพาะบทบาทพ่อแม่ของเทียนคั่วที่ทั้งอบอุ่นและขี้บ่นได้น่ารัก แถมยังมาแย่งซีนด้วยความตลกทุกครั้งที่ปรากฏตัว บวกมุขฮาจากผู้กำกับเฉิง เฟินเฟิน ที่แทรกมาเป็นระยะ หนังยาวเกือบสองชั่วโมงอาจรู้สึกยืดในบางจุด หรือต้องยอมรับเหตุการณ์บางอย่างแบบไม่คิดมาก เช่น การที่พ่อนักบวชตัดสินใจไปแอฟริกาทิ้งให้ลูกสองคนดูแลตัวเองเอง ส่วนตอนจบที่ยืดเยื้อและคาดเดาได้ตั้งแต่แรกอาจทำให้บางคนเหนื่อย แต่สำหรับสายตาคมๆ อาจเตรียมใจรับความเซอร์ไพรส์ตั้งแต่ต้นแล้ว ซึ่งไม่影響ความเพลิดเพลินในการติดตามพัฒนาการความรัก โดยเฉพาะเดทแรกที่พังไม่เป็นท่าเพราะอุปสรรคสุดคลาสสิก พร้อมแง่คิดการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองแทนการเดินตามความฝันของคนอื่น ผมขอชื่นชมอีกจุดที่หนังใช้ภาษาฮกเกี้ยนและกวางตุ้งแบบไม่ดัดเสียง แม้จะไม่มากแต่ก็เป็นก้าวเล็กๆ ที่น่าชื่นชม แทนที่จะพากย์เสียงมาตรงไปหมด และเมื่อพูดถึงภาษา หลังดูหนังจบคุณอาจหันมาสนใจภาษามือมากขึ้น เพราะนี่คือการแสดงอารมณ์ผ่านท่วงท่าที่ทั้งอ่อนโยนและหนักแน่นได้อย่างน่าทึ่ง ‘Hear Me’ เตือนเราว่าไม่ว่าเราจะสื่อสารรักด้วยวิธีใด ขอแค่ส่งมาจากใจจริง ความรู้สึกนั้นก็จะถูกส่งถึงอย่างชัดเจน 推薦มากๆ เป็นหนังที่เหมาะดูคู่กับคนสำคัญ!
ภาพยนตร์เรื่องแรกของเฝินเฝิน เฉิง ผู้กำกับมือใหม่ 'Hear Me (2009)' เล่าถึงเทียนคั่ว เด็กส่งกล่องอาหารที่หลงรักหยางหยาง สาวผู้บกพร่องทางการได้ยิน ทั้งสองสื่อสารกันได้อย่างราบรื่นผ่านภาษามือ เรื่องราวยังสานต่อกับเซียวเผิง พี่สาวของหยางหยางที่ก็หูหนวกเช่นกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คุณทั้งหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมกัน แม้แต่บทบาทพ่อแม่ของเทียนคั่วก็เพิ่มสีสันและความสนุกไม่น้อย ความรักจะเบ่งบานในทุกช่วงขณะที่คุณดู ถึงจะไม่มีบทพูดตรงๆ แต่การแสดงผ่านสายตาและภาษากายของนักแสดงนั้นทรงพลังมากจนเราซึมซับได้ถึงความรู้สึกของตัวละคร เคมีระหว่างตัวละครทุกคนลงตัวมาก ทั้งฉากเศร้าสร้อยและตลกขบขันผสมผสานได้อย่างแนบเนียน ภาพยนตร์สอนให้เรารู้ว่าไม่ควรดูถูกผู้พิการ แต่ควรยอมรับในตัวตนของพวกเขา ความบกพร่องไม่ใช่กำแพงขวางกั้นความรัก นอกจากนี้ยังสอนให้เห็นคุณค่าของการทุ่มเทเพื่อผู้อื่น รับรองว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไป และคุณจะได้ยินเสียงหัวใจของความรักอย่างแน่นอน!
หนังเรื่องนี้เล่าถึงความรักระหว่างพนักงานส่งของกับหญิงพิการทางการได้ยิน ตัวหนังมีเคมีดีระหว่างทั้งคู่ แม้ฉันจะไม่เข้าใจภาษา แต่ก็ดูไม่ยากเพราะบทพูดน้อยและใช้ภาษามือเป็นหลัก คนดูทุกวัยเข้าถึงได้ เป็นหนังรักน่ารักๆ ไม่มีอะไรหนักหนา ส่วนตัวคิดว่าปัญหาอย่างเดียวคือหนังจบเร็วเกินไปนิดนึง
นี่คือหนังรักวัยทีนจากไต้หวันที่เบาสบายและสนุกสนาน รู้สึกเหมือนหนังไต้หวันยุคใหม่หลายเรื่องที่บทพูดอาจดูงุ่มง่ามในบางจังหวะ แม้ส่วนใหญ่ของหนังจะสื่อสารผ่านภาษามือ นักแสดงนำหญิงตัวเล็กแต่ดูน่ารักมากรับบทได้ดีในฐานะตัวละครขี้อาย ส่วนพระเอกนั้นแสดงอารมณ์ออกมาได้ชัดเจนกว่า แต่บางครั้งก็อาจดูน่ารำคาญเกินไป ด้านภาษาสะท้อนสังคมไต้หวันปัจจุบันได้อย่างตรงไปตรงมา เมื่อพ่อแม่พูดภาษาไต้หวันส่วนลูกตอบกลับด้วยภาษาจีนกลาง ซึ่งก็ทำให้รู้สึกสะท้อนใจที่เห็นภาษาดั้งเดิมกำลังถูกแทนที่ด้วยภาษาต่างชาติ และหวังว่าจะมีกระแสที่ช่วยชะลอแนวโน้มนี้ไว้ โดยรวมนี่คือหนังรักจากไต้หวันที่ดูสบายๆ ไม่มีอะไรมาก
สิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจที่สุดคือความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องสาว เรื่องราวเริ่มต้นจากความเข้าใจผิดที่สวยงามที่ผู้ชมจะไม่รู้จนถึงตอนจบ การแสดงของ Yihan Chen นั้นยอดเยี่ยมมาก มันทำให้ฉันน้ำตาไหลในฉากที่สองพี่น้องพูดถึงความฝันและความรับผิดชอบ มันเป็นเรื่องรักที่หวานชื่นแต่มากกว่านั้นคือเรื่องราวของครอบครัวที่เสียสละตัวเอง มันเป็นเรื่องราวว่าความรักสามารถก้าวข้ามภาษาและอุปสรรคภายนอกทั้งหมดได้อย่างไร
ฉันไม่ค่อยดูหนังจีนเพราะส่วนใหญ่ที่เคยดูมักเล่นเกินจริง ใช้ CG เยอะแต่เนื้อเรื่องน้อย หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ฉันดูแล้วสนุก จนติดเป็นหนังในฮอลล์ออฟเฟมของฉัน โดยมีหนังที่ติดฮอลล์ออฟเฟมไม่ถึงร้อยเรื่องจากที่ดูมาหลายหมื่นเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นหนังฮอลลีวูด ที่เหลือเป็นหนังญี่ปุ่น เกาหลี อังกฤษ และฝรั่งเศส เรื่องนี้เล่าถึงสาวพิการทางหูที่ขยันทำงาน กับเด็กหนุ่มส่งข้าวกล่องขี้เกียจ สาวๆ ไม่มีเวลาเล่นเลยเพราะต้องหาเงินเลี้ยงดูพี่สาวที่พิการทางหูซึ่งเป็นนักว่ายน้ำพาราลิมปิก ส่วนเด็กหนุ่มมีเวลาเที่ยวเกะกะเพราะเป็นลูกคนโปรดของพ่อแม่เจ้าของร้านอาหาร เกือบทั้งเรื่องฉันเหมือนดูหนังเงียบ เพราะบทสนทนาส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารผ่านท่าทาง ไม่ได้น่าเบื่อแต่สนุกมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ดูหนังแนวนี้ ตอนจบมีพลิกผันที่คุณต้องประหลาดใจ ฉันจึงไม่ spoil ต่อ! ขอให้คะแนนและแนะนำหนังโปรดบ้าง ระบบการให้คะแนนของฉันขึ้นอยู่กับความรู้สึกรวมทั้งเรื่อง แบบแสดงอารมณ์เป็นตัวเลข - ความประทับใจแรก: น่าประทับใจ {FI = 1/1} - เนื้อเรื่อง {S = 2.5/3} มุมมองเหตุผล: สื่อสารดี (LPV = 1/1), มุมมองศีลธรรม: ใช้ได้ (MPV = 0.5/1), ลำดับ事件: ตื่นเต้น (Sq = 1/1) - ตัวละคร&เคมี {C&C = 3/4} เคมีคู่พระนาง: เด่น (CLC = 2/2), ตัวรอง: สนับสนุนดี (SE = 1/1) - ความคาดหวัง&ความจริง: คาดไม่ถึง {E&R = 1/1} - ความประทับใจสุดท้าย: ดี {LI = 1-/1} รวม = 8.5-/10, คะแนนบวก: ดนตรี&ความสร้างสรรค์ {BP = 0.5/0.5+}, หัก: ไม่มี {DP = 0/2} รวมสุดท้าย = 9- *เฉพาะตัว* แนะนำหนังโดย: ~ ประเภท ~ The Choice (2016) {ดราม่า-โรแมน} ~ 8.5, Finding You (2020) {ดราม่า-โรแมน} ~ 8.5, Miracle: Letters to the President (2021) {ดราม่า} ~ 8.5+ ~ คะแนน ~ Dr. Syn, Alias the Scarecrow (1963) ~ 9-, Armageddon (1998) ~ 9-, The Parent Trap (1998) ~ 9- *** ดูรีวิวแบบไม่ตัดต่อและรายการหนังโปรดได้ที่โปรไฟล์ฉัน หวังว่านี่จะช่วยคอหนังตัวยงเหมือนกันนะ! ***
เรื่องราวดีมากเกี่ยวกับความรักน่ารักระหว่างสาวหูหนวกกับพนักงานส่งอาหารในร้านของเขาเอง บทภาพยนตร์ไม่น่าเบื่อ การถ่ายทำและดนตรีคือหัวใจของเรื่องนี้ ตัวละครอย่างพี่สาวนางเอกและพ่อแม่พระเอกถูกออกแบบมาได้ดี รวมถึงนักแสดงที่รับบทก็ทำได้ดี บทพูดและฉากช่วงไคลแม็กซ์ซึ้งกินใจมาก เรียกได้ว่าเป็นหนังดีที่ดูแล้วมีความสุข
7.4

Us and Them (2018) ความรักแปลกหน้าของสองเรา ซับไทย

The Witcher Sirens of the Deep (2025) เดอะ วิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร ไซเรนแห่งทะเลลึก