
Anita (2021) อนิต้า เสียงนี้ที่โลกต้องรัก เหมย เยี่ยนฟาง ราชินีผู้เป็นตำนานเพลงป็อบฮ่องกงลาโลกไปในปี 2003 เหลือไว้เพียงเสียงเพลงและการแสดง ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคทองของวงการดนตรีป๊อบและภาพยนตร์ฮ่องกงในยุค 80 และ 90 ประวัติชีวิตของเธอตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพร้องเพลงตอนอายุเพียง 4 ขวบ จนกลายมาเป็นนักร้องสาวที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีป็อบกวางตุ้ง ผู้มีแฟนคลั่งไคล้ไปทั่วเอเชีย เรื่องราวส่วนตัวที่ผสมปนเปทั้งสุขและเศร้า ไฟฝันและความมุ่งมั่นในการทำงาน ความรักและมิตรภาพ ทุกอย่างล้วนผลักดันให้เธอกลายเป็นต้นแบบแห่งศิลปินฮ่องกงที่ไม่อาจมีผู้ใดทดแทนได้

ติดตามชีวิตของ อนิต้า มุย นักร้องตำนานแห่งฮ่องกง ผู้เป็นดาราเพลงคันโตป็อป
เปิดตำนานเรื่องราวความรัก ครอบครัว และมิตรภาพ ของราชินีเพลงเจ้าของฉายา 'มาดอนนาแห่งเอเชีย' เธอคือ "เหมย ยั่นฟาง" หรือ "แอนิต้า" กับช่วงชีวิตที่แสนจัดจ้านและสวยสง่าดั่งหงส์ของเธอ รายล้อมด้วยผู้คนในชีวิตที่แวะเวียนผ่านเข้ามาในห้วงความสำเร็จในฐานะป็อปไอดอลในตำนานที่โด่งดังไปทั่วโลก
ตั้งแต่เริ่มต้น อนิต้าเริ่มต้นจากการเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ร้องเพลงกับพี่สาว เธอเติบโตขึ้นและผ่านพ้นความยากลำบากมากมายในชีวิต ซึ่งทำให้รู้สึกซึ้งใจมาก แม้ฉันจะไม่เคยได้ยินชื่อเธอมาก่อนดูหนังเรื่องนี้ (ในฐานะคนที่เกิดยุค 2000) แต่หนังก็ทำให้ฉันอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลในตำนานคนนี้ ด้วยคลิปจริงของอนิต้าที่ถูกสอดแทรกในหนังตลอดทั้งเรื่อง ทำให้หนังดูสมจริงและดิบเดี่ยวมากขึ้น เมื่อได้เห็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นและความยากลำบากที่เธอต้องฝ่าฟัน มันช่างน่าประทับใจเหลือเกิน นอกจากนี้ แม้นักแสดงส่วนใหญ่จะเป็นการแสดงครั้งแรก แต่กลับดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นมือใหม่ แม้จะไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยม แต่ก็ทำได้ดีและน่าสนใจ โดยรวมแล้วเป็นหนังที่ดีมากที่สร้างจากเรื่องจริง นำตัวนางฟ้าที่ร่วงหล่นกลับมาสู่แสงสปอตไลท์อีกครั้ง
ด้วยความเคารพต่ออนิต้า มุย ผมจึงตัดสินใจดูภาพยนตร์เรื่องนี้ และมันไม่ทำให้ผิดหวังเลย การเลือกนักแสดงเหมาะเจาะลงตัว งานเครื่องแต่งกายและฉากถูกจัดอย่างดี ช่วยย้อนให้หวนระลึกถึงช่วงเวลาอันงดงามเมื่ออนิต้าและเลสลียังมีชีวิตอยู่ ผมสงสัยว่าจะมีผู้สร้างภาพยนตร์คนไหนทำเรื่องราวของเลสลี่ เชี่ยงบ้างไหม? ถ้ามีขึ้นเมื่อไหร่ ผมจะไม่พลาดเป็นคนแรกที่ไปดูแน่นอน
ภาพยนตร์สร้างบรรยากาศยุคทองของฮ่องกงได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งความคึกคักวุ่นวาย ความเปิดรับและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ฉันเติบโตมา บทภาพยนตร์เรียบเรียงได้พอดี แต่ละช่วงชีวิตของอนิตาถูกนำเสนอว่าสำคัญต่อการหล่อหลอมตัวเธอ แม้บางส่วนอาจต้องการการขยายความมากขึ้น ต้องยอมรับว่าการแสดงของหลุยส์ หว่อง ในบทอนิตา แม้จะดูคล้ายแต่ยังขาด 'ออร่า' สำคัญของเธอ ซึ่งเห็นชัดเมื่อมีภาพคลิปเก่าแทรกในเรื่อง แต่เสียงของเธอกลับมามีชีวิตอีกครั้งอย่างน่าประทับใจ เชื่อว่ายูกตัดเนื้อหาบางส่วนและบุคคลบางคนออกไปเพราะบริบทยุคสมัย แต่นั่นก็เป็นชีวิต ที่สุดท้ายเรื่องราวของอนิตาก็ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีแล้ว
ฉันพบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้น่าทึ่งมากจริงๆ ทุกวินาทีเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ซาบซึ้ง นักแสดงที่รับบทเป็น Anita Mui ทำได้ดีมาก แสดงออกมาได้ใกล้เคียงกับตัวจริงอย่าง Anita ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง และฉันยังคงน้ำตาซึมอยู่หลายชั่วโมงหลังจากดูจบแล้ว
คนที่ให้คะแนน 10 หรือ 1 คะแนนดูแปลกไปหน่อย ผมรู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้น่าผิดหวังและถูกโอ้อวดเกินจริงจากฮ่องกง เนื้อเรื่องทั้งหมดมีปัญหาจากบทภาพยนตร์และการตัดต่อที่แย่ ตัวอย่างภาพยนตร์ดีกว่ามาก เหตุการณ์จริงหลายอย่างถูกละเว้นโดยเจตนาเพื่อไม่ทำลายภาพลักษณ์ของเธอและเอาใจรัฐบาลกับแฟนๆ ชื่อเสียงของเธอในฐานะนักแสดงและนักร้องไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาในภาพยนตร์ รวมถึงเพลงฮิตในช่วงพีคของอาชีพก็ไม่ถูกกล่าวถึงเลย แม่และน้องชายของเธอหายไปหมด ความสำเร็จของเลสลี่ ชีungก็ไม่มีการพูดถึง ทำให้ดูเหมือนเขาเป็นศิลปินไม่สำเร็จจนกระทั่งเสียชีวิต ฉากที่เธอถูกตบโดยนักเลงมีแสดงแต่เหตุการณ์หลังจากนั้นถูกเปลี่ยนไปหมด และไม่ได้พูดถึงว่าผู้ชายคนนั้นถูกฆ่าตาย เราไม่สามารถสัมผัสถึงบุคลิกหรือจิตวิญญาณของอนิต้าได้จากภาพยนตร์ รวมถึงไม่เข้าใจว่าทำไมบางฉากเธอถึงรู้สึกไม่มีความสุขหรือเครียด ฉากที่ดีที่สุดคือตอนที่เธอและเลสลี่ถ่ายทำ "Rogue" ซึ่งมีความสร้างสรรค์และฉากกลางแจ้งในฮ่องกงยุค 80 ก็ดูสมจริง บางคนบอกว่าอาจมีเวอร์ชั่นผู้กำกับความยาว 4 ชั่วโมง หวังว่าจะแก้ไขจุดบกพร่องทั้งหมดได้
พูดตรงๆเลยแล้วกัน: อนิต้า (Anita) คือภาพยนตร์ชีวประวัตินักร้องภาษาจีนเรื่องแรกที่ผมได้ดูในโรง และมันสะเทือนใจจริงๆ แม้จะบอกยากว่าความเจิดจ้ามาจากการเล่าเรื่องหรือเสน่ห์ของชีวิตตำนานของ 'อนิต้า เหมย' ภาพยนตร์ชีวประวัตินักร้องต่างชาติส่วนใหญ่ ผมมักนั่งวิเคราะห์การแสดงและจังหวะเรื่องอย่างใจเย็น แต่คราวนี้ถูกอนิต้าจับได้ครับ ครั้งแรกในชีวิตที่เห็นคนแปลกหน้าในโรงเช็ดน้ำตาไปพร้อมกัน ราวกับถูกคลื่นอารมณ์ดิบๆถาโถม ในฉากที่ตราตรึง เมื่อผู้หญิงข้างๆผมเช็ดตาเบาๆ หน้าจอฉายอนิต้าเหมยในคอนเสิร์ตสุดท้ายของเธอ กำลังร้องเพลงที่เหมือนคำลาผู้ชมและชีวิต ช่วงเวลาที่ความเป็นจริงกับภาพยนตร์หลอมรวม...นั่นคือเวทมนตร์แท้ๆ ข้อแข็งของหนังคือการไม่พยายามตีไข่ใส่ความดราม่าหรือเลิศเลอเพอร์เฟ็คต์ให้ตัวละคร ไม่เหมือนชีวประวัติส่วนใหญ่ที่มักยกย่องฮีโร่เกินจริงหรือยัดเยียดข้อเสียเพื่อสร้างเรื่อง อนิต้าเลือกเดินทางเรียบง่าย ไม่อ้อมค้อมทั้งที่แสดงความโดดเดี่ยว การต่อสู้กับโรคภัย และบทบาทของคนมีชื่อเสียง แต่ไม่ใช่เพื่อเรียกน้ำตา ปล่อยให้มนุษยธรรมของเธอพูดเอง แน่นอนว่าบางตอนดำเนินช้า บางช่วงชีวิตก็ถูกเล่าแบบผ่านๆ แต่ความเรียบง่ายและความจริงใจของหนังคือสิ่งที่ทำให้มันซึมลึก คุณไม่ได้ดูตำนานสมบูรณ์แบบ แต่กำลังเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ รักอย่างไม่ยั้งคิด และจากไปอย่างเร็วเกินไป อย่างไรก็ตาม หนังไม่ได้ไร้ที่ติ ตัวละครสมทบยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ บทหนังเล่นกับความนostalgia ยุค 80 ของฮ่องกง (พร้อมมอนเทจหลากรส) แต่ถึงมีจุดบกพร่อง อนิต้าก็ทำได้ดีเพราะส่องสปิริตของดาวคนนี้ไว้จริงๆ: ความจริงใจที่ไม่แคร์ใคร ความปรารถนาอันแรงกล้า และความประทับใจที่ไม่เลือนหาย จบหนัง คุณไม่ใช่แค่อาลัยอนิต้า เหมย แต่ยังอาลัยที่โลกนี้ไม่มีใครเหมือนเธอได้อีกแล้ว
การใช้ชีวิตในฮ่องกงช่วงยุคทองของภาพยนตร์ ดนตรี และคอนเสิร์ตสด ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้รวบรวมความทรงจำดีๆ กลับมาอีกครั้ง ฉันรู้จักเลสลี่ (โกโกว) อนิต้า (พี่ใหญ่) และนักออกแบบชุดของเธออย่างเอดดี้ เล่า การผลิตดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะฉากที่ผสมผสานภาพจากอดีตกับปัจจุบันได้อย่างแนบเนียน การแสดงของหลุยส์ หว่อง ในบทอนิต้า มุยนั้นยอดเยี่ยม แม้ตัวเธอจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก คุณค่าการผลิตอยู่ในระดับสูงสุด การกำกับที่สมบูรณ์แบบ และเนื้อเรื่องที่ซื่อตรง อนิต้าทำงานการกุศลมากกว่าที่ 'อนุญาต' ให้แสดงในภาพยนตร์ แต่ตอนนี้ฮ่องกงอยู่ภายใต้กฎหมายความมั่นคงที่เข้มงวดของจีน จึงไม่สามารถแสดงเรื่องนั้นได้
ในฐานะคนที่เติบโตมากับบทเพลงของอนิต้า มุ่ย หนังเรื่องนี้ชวนให้นึกถึงความทรงจำและมีความน่าหลงใหลไม่แพ้กัน การถ่ายทำที่สวยงามพร้อมเอฟเฟกต์ CGI อันน่าทึ่งที่รังสรรค์บรรยากาศฮ่องกงยุค 80-90 ได้อย่างมีชีวิตชีวา ทำให้เห็นว่าผู้กำกับเข้าใจแก่นแท้ของฮ่องกงในยุคนั้นจริงๆ ผมชอบที่หนังเน้นไปด้านบวกในชีวิตของเธอ (โดยไม่ดราม่าเรื่องครอบครัว) เพราะนั่นคือภาพจำที่เราอยากเก็บไว้ต่ออนิต้า การได้เห็นเรื่องราวของเธอถูกบอกเล่าแบบนี้เชื่อว่าจะช่วยให้คนรุ่นใหม่รู้จักเธอมากขึ้น และตระหนักว่าอนิต้า มุ่ยคือศิลปินผู้บุกเบิกเพลงคันโตป็อปที่ยิ่งใหญ่ของฮ่องกง ผมมีความสุขมากที่ได้ชมหนังเรื่องนี้ และต้องบอกว่าเป็นภาพยนตร์ชีวประวัติที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบนานๆ
ก่อนอื่น อย่าไปสนใจนักวิจารณ์ที่มองข้ามภาพยนตร์เรื่องนี้ บางคนอาจไม่ได้ดูจริงๆ หรือมีวาระซ่อนเร้นต่อศิลปินที่สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์จีนในวงการบันเทิง น่าเศร้าที่บางกลุ่มในฮ่องกงยอมทำทุกอย่างเพื่อต่อต้านแม้จะขัดต่อผลประโยชน์ของตัวเองก็ตาม ในมุมของแฟนเพลงมานโดป็อปยุค 80-90 ที่รักยุคทองของฮ่องกง ภาพยนตร์ถ่ายทอดบรรยากาศย้อนยุคได้ดี ทั้งชื่อเสียงแห่งยุคและสถานที่คุ้นตา เรื่องราวของอนิต้าถูกบีบให้สั้นเกินไป ถ้าทำเป็นไตรภาคคงตอบโจทย์กว่า ความสมจริงของเนื้อเรื่องน่าเชื่อถือเพราะทีมงานได้ข้อมูลจากเพื่อนสนิทและคนใกล้ชิดอนิต้า ความมุ่งมั่นและน้ำใจของเธอถูกนำเสนอได้โดดเด่น การก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ราชินีใช้ทั้งความพยายามและความอดทน หลุยส์ นักแสดงนำอาจไม่เหมือนอนิต้า 100% แต่ภาพยนตร์ชีวประวัติไหนก็ไม่เคยเหมือนเป๊ะ แม้แต่ฝาแฝดยังต่างกัน! ถ้ามีใครติเรื่องนี้ก็ไม่ต้องสนใจ หลุยส์ในบทแรกเริ่มทำได้ดี แสดงได้ลื่นไหลไม่มีติดขัด บางฉากแทบแยกไม่ออกว่าเป็นเธอหรืออนิต้าตัวจริง! ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างอนิต้ากับเลสลี่คงทำให้คนยุคก่อนซึ้งใจ ไม่มองข้ามว่ายุคทองเพลงจีนเคยทำให้คนเอเชียภาคภูมิใจ แต่เด็กรุ่นใหม่หันไปคลั่งเคป็อปและเพลงตะวันแทน นอกเหนือจากบรูซ ลี และอิปแมน วงการหนังเอเชียไม่ค่อยเสี่ยงทำชีวประวัติเพราะเสี่ยงขาดทุน หวังว่าประสบความสำเร็จของ 'อนิต้า' จะเป็นจุดเริ่มต้นในการรำลึกศิลปินในความทรงจำ เช่น แดนนี่ แชน, เลสลี่ เชือง, หลอเหวิน และอื่นๆ
ผมขอชี้แจงว่าการรีวิวนี้มาจากเวอร์ชันมินิซีรีส์ของงานชิ้นนี้ ซึ่งมีความยาวทั้งหมด 3 ชั่วโมง 45 นาที (5 ตอน ตอนละ 45 นาที) และเจาะลึกชีวิตของอนิต้าได้ละเอียดขึ้น ผมบังเอิญมาเจองานชิ้นนี้โดยบวกกับเคยใช้ชีวิตและทำงานที่ฮ่องกงในช่วงยุคทองของอนิต้า มุย พร้อมกับชื่นชอบน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเธออยู่แล้ว เลยตัดสินใจดู ผลลัพธ์คือความประทับใจสุดๆ! ใช่ครับ ภาพยนตร์ชีวประวัติอาจมีบางจุดที่ไม่ตรงจริง แต่มันถ่ายทอดบรรยากาศฮ่องกงในยุคนั้นได้ดีมาก การนำเสนอฮ่องกงยุค 80s-90s ชัดเจนจนนึกถึงความหลังได้เลย ผมเคยทำงานที่สำนักงานตำรวจฮ่องกง (RHKP) เกือบสิบปีช่วงทศวรรษ 80-90 เคยเป็นผู้บัญชาการสนามที่ฮ่องกงโคลีเซียมตอนเธอแสดงคอนเสิร์ตที่นั่น นึกถึงวันเก่าๆ แล้วก็อมยิ้ม! น่าเศร้าที่เธอจากไปด้วยโรคมะเร็งในวัยยังหนุ่ม แต่เธอคือดาวที่ส่องแสงเจิดจ้าเหนือวงการฮ่องกงและเอเชีย เพลงมากมายของเธอคือมรดกล้ำค่าที่ทิ้งไว้ให้โลก นอกจากนั้นเธอยังเป็นผู้หญิงจิตใจอิสระที่ไม่ยอมจำนนต่อกรอบเดิมๆ ซึ่งหาได้ยากในฮ่องกงสมัยก่อน งานสร้างชิ้นนี้ถ่ายทอดตัวเธอและยุคสมัยได้อย่างลงตัว รับรองว่าดูแล้วไม่ผิดหวัง!
อนิต้า เหมยคือนักร้องและศิลปินระดับตำนานของฮ่องกง หนังสารคดีเกี่ยวกับชีวิตเธอนับเป็นแนวคิดที่ดีที่จะให้คนฮ่องกงและทั่วโลกได้รู้จักและจดจำเธอ เรื่องราวชีวิตเธอยังเป็นตัวอย่างของจิตวิญญาณคนฮ่องกงที่มุ่งมั่น ไขว่คว้าโอกาส และขยันทำงานแต่ที่น่าเศร้าคือหนังเรื่องนี้กลับเล่าแค่อนิต้าในฐานะคนมีพรสวรรค์ที่ถูกมอบโอกาสจากผู้ใหญ่ในค่ายเพลง ดีไซเนอร์ ฯลฯ โดยไม่แสดงให้เห็นว่าเธอฝ่าฟันมาอย่างไรถึงได้มาถึงจุดนี้ มีแต่การย้ำถึงความสำเร็จที่ใครๆ ก็หาอ่านได้ในวิกิพีเดีย การนำเสนอแบบเรียบๆ ด้วยคลิปเก่าของอนิต้าตัวจริงยิ่งทำให้หนังดูแปลกปลอมและน่าเบื่อ วิธีการเล่าเรื่องนี้ผิดทางจนไม่รู้ว่าผู้กำกับ/โปรดิวเซอร์ตั้งใจไม่แตะประเด็นอ่อนไหวเรื่องตลาดญี่ปุ่นหรือไม่ เพราะเรื่องราวของนักร้องญี่ปุ่นที่เคยคบหากับอนิต้ากลับถูกบิดเบือนต่างจากที่สาธารณชนรับรู้ แม้เราจะไม่รู้ความจริงของคู่นี้ แต่ชายคนนี้มีชื่อเสียงเรื่องเจ้าชู้ ซึ่งต่างจากในหนังที่วาดภาพเขาเป็นคนรักอาลัยอาวรณ์ส่วนด้านการต่อต้านอำนาจรัฐของอนิต้าก็ถูกทำให้จางลง ไม่มีการพูดถึงการแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาลจีน รวมถึงบทบาทของเธอที่สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเพลงฮ่องกงท้ายที่สุดหนังพยายามส่งสารให้คนฮ่องกงลุกขึ้นสู้ด้วยการยกอนิต้าเป็นแบบอย่าง ซึ่งเป็นค่านิยมที่เราคนฮ่องกงเชื่อมั่น แต่การจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนต้องอาศัยการเล่าเรื่องที่ทรงพลังมากกว่านี้เจตนาดีแต่ขาดทักษะการนำเสนอ ผมในฐานะคนรักหนังต้องบอกว่านี่คือความผิดหวังครั้งใหญ่
แม้คุณไม่รู้จักเธอมาก่อน นี่ก็ยังเป็นเรื่องราวดีๆที่ดูได้สนุก ผมเคยอยู่ฮ่องกงครึ่งปีและเป็นแฟนเพลงจีนเลยพอรู้จักเธอบ้าง แต่ถ้าไม่รู้เลยก็ยังดูเพลินได้ เพราะนี่คือเรื่องจริงของชีวิตเธอ ที่สำคัญ หนังยังซ่อนความละเอียดลึกๆเกี่ยวกับบริบทสังคมที่คนต่างชาติอาจไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ลดทอนความประทับใจเลย ตัวอย่างเช่น ฉากที่เธอซึ่งดังและรวยแล้วถูกสัมภาษณ์ว่า "จะอยู่ฮ่องกงต่อหลังปี1997ไหม" เธอตอบอย่างภูมิใจ "แน่นอน ฉันอยู่ฮ่องกง" นี่คือปีที่ฮ่องกงถูกส่งมอบคืนให้จีนหลังจากเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ชาวฮ่องกงในตอนนั้นกลัวว่าจีนจะเข้ามาควบคุมเข้มงวดและทำลายเสรีภาพแบบตะวันตก แม้สุดท้ายไม่เกิดเหตุการณ์นั้น แต่หลายคนย้ายออก ส่วนเธอกลับยืนหยัดอยู่ ไม่มีคำอธิบายในหนัง คุณต้องรู้ภูมิหลังเอง แต่ถึงไม่รู้ ประสบการณ์การดูหนังที่ยอดเยี่ยมก็ยังอยู่ครบ สุดท้ายต้องบอกว่าชีวิตจริงของเธอน่าทึ่งกว่าในหนังเสียอีก เรียกว่าเป็นภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบ!
ฮ่องกงยุค 80 และ 90 ที่สวยงามและสดใสที่สุด ได้สร้างดาวเด่นระดับเอเชียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภาพยนตร์เรื่องนี้สรุปสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฮ่องกง ทั้งจิตวิญญาณของฮ่องกง และความทรงจำเกี่ยวกับฮ่องกงอนิตา มุ่ย - ชาวฮ่องกงตัวจริง ลูกสาวฮ่องกงแท้
6.5

The Bullet Vanishes (2012) ดับแผนล่ากระสุนสั่งตาย
7.9

Mystic River (2003) มิสติก ริเวอร์ ปมเลือดฝังแม่น้ำ
7.3

Seaching for Bobby Fischer (1993) เจ้าหมากรุก
6.2

Sweet Bobby My Catfish Nightmare ฝันร้ายภัยนักตุ๋น (2024)
5.4

The Price Of Nonny’s Inheritance (2024) มรดกคุณยาย
7.6

The Mysterious Benedict Society Season 1 (2021) สมาคมลับเบเนดิกท์
6.8

What Happened to Monday (2017) 7 เป็น 7 ตาย
7

Last Night in Soho (2021) ฝัน หลอน ที่โซโห
6.3

Feel the Beat (2020) ขาแดนซ์วัยใส
2.2

Game of Thrones Season 8 (2019) มหาศึกชิงบัลลังก์ ปี 8
6.3

The Servant (2010) พลีรัก ลิขิตหัวใจ
6.2

Caesar and Cleopatra (1945) ซีซาร์-คลีโอพัครา ชู้รักกระฉ่อนโลก