
เรื่องย่อ Honor Society (2022)ออเนอร์เป็นนักเรียนมัธยมปลายที่มีความทะเยอทะยานและมีสมาธิจดจ่อกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยสมมติว่าเธอสามารถทำคะแนนตามคำแนะนำที่เป็นที่ปรารถนาจากที่ปรึกษาแนะแนวของเธอ คุณคาลวิน ออเนอร์เต็มใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อวางแผนแบบมาเคียเวลเลียนเพื่อโค่นล้มเธอ ผู้เข้าแข่งขันสามอันดับแรกของนักเรียน จนกระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเธอตกหลุมการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธออย่าง Michael Michael

ออนเนอร์มุ่งมั่นที่จะเข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ดให้ได้ เธอพร้อมทำทุกวิถีทางโดยวางแผนจัดการกับคู่แข่งสามคนหลักของเธอ จนกระทั่งสถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อเธอตกหลุมรักคู่แข่งหมายเลขหนึ่งอย่างไม่คาดคิด
ออนเนอร์คือนักเรียนมัธยมปลายที่ทะเยอทะยานซึ่งมุ่งมั่นที่จะเข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ดให้ได้ โดยเธอต้องได้รับจดหมายแนะนำตัวจากที่ปรึกษาอย่างคุณครูคาลวินให้ได้ก่อน เธอจึงวางแผนร้ายแบบแมคคิอาเวลเลียนเพื่อกำจัดคู่แข่งนักเรียนสามคนหลัก แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเธอตกหลุมรักไมเคิล คู่แข่งที่สำคัญที่สุดของเธออย่างไม่คาดคิด
อย่าไปสนใจรีวิวแย่ๆ ลองเปิดใจให้หนังเรื่องนี้สักครั้ง ใช่ คุณอาจเคยดูหนังแนว 'เด็กป๊อปปูล่าร์คบกับเด็กเนิร์ดเพื่อใช้ประโยชน์ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ' มาหลายครั้ง แต่คุณไม่เคยเห็นมันถูกเล่าแบบนี้มาก่อน แองกูรี ไรซ์—นักแสดงผู้มีความสามารถแต่ไม่ค่อยได้รับโอกาสหรือการยอมรับเท่าที่ควร—ได้โชว์ฝีมือเต็มที่ในบทนี้ การทำลายกำแพงที่สี่เพื่อพูดคุยกับผู้ชมโดยตรงตลอดทั้งเรื่อง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ 'ข้างใน' แผนการที่ไม่ค่อยมีเกียรติของออเนอร์ เป็นทวิสต์ที่สนุกและกลวิธีเล่าเรื่องที่เฉียบคม ส่วนทวิสต์ใหญ่ตอนจบก็คาดไม่ถึง คุณรู้ว่า 'ต้องมีอะไรสักอย่าง' แต่ไม่คิดว่าหลายคนจะคาดเดาได้ นี่คือหนังที่ทำลายกรอบหรือคว้ารางวัลใหญ่ไหม? ไม่ใช่ แต่มันหยิบสูตรสำเร็จของหนังวัยรุ่น/โรแมนติกคอมเมดี้ที่เราเห็นมาหลายสิบปี มาปรับมุมมองใหม่ ให้ผลลัพธ์ที่ต่างไปจากเดิม ผู้ชมส่วนใหญ่จะได้หัวเราะ ยิ้ม และอาจซาบซึ้งไปกับเนื้อเรื่อง สรุปแล้วคือ 97 นาทีที่สนุกและเพลิดเพลิน
ไม่ใช่แค่หนังวัยรุ่นธรรมดาที่ใช้ผู้ใหญ่มาเล่นเป็นนักเรียนมัธยมแน่นอน! หนังเรื่องนี้คือตัวท็อปที่ทั้งฉลาด ลุ่มลึก น่าติดตาม และเต็มไปด้วยความอบอุ่นใจ ต้องยกความดีให้ Angourie Rice ที่ส่องแสงระยิบในบทบาทนี้ ดีงามจนหลงรัก ชอบที่อารมณ์เรื่องเปลี่ยนจากเล่ห์เหลี่ยมมาเป็นความจริงใจ แม้บางส่วนเช่นซับพล็อตครูที่ปรึกษากับนักเรียนจะรู้สึกอึดอัดหน่อยๆ แต่รวมๆ แล้วเหมาะกับทุกวัย แม้แต่คนอายุมากอย่างผมยังชอบ!
หนังเรื่องนี้สนุก ดูเบาสมอง และให้ความบันเทิง ฉันแนะนำให้ทุกคนที่อยากดูหนังสนุกๆ ไม่ควรพลาด แค่เปิดดูแล้วสนุกไปกับมันได้เลย ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์เรื่องนี้ และขอบคุณที่สร้างหนังสนุกๆ ดูง่าย และขอย้ำอีกครั้งว่า สนุกจริงๆ สนุกมากจริงๆ!
หนังเรื่องนี้มีบางสิ่งที่พิเศษอยู่ แม้จะไม่ได้มีทั้งความตลก ความโรแมนติก หรือความตื่นเต้นมากมาย รวมถึงทีมนักแสดงและงบประมาณระดับเทพที่จะทำให้ได้คะแนน 7 จากผม แต่การเล่าเรื่องกลับสนุกและน่าประทับใจจนอดใจไม่ไหว การพัฒนาตัวละครและทวิสต์ในเรื่องทำได้ดี แถมยังมีเซอร์ไพรส์แบบไม่ทันตั้งตัว ผมดูหนังเรื่องนี้เพราะชอบการแสดงของ 'แองกูรี ไรซ์' จากเรื่อง The Nice Guys อย่างที่หลายรีวิวว่าไว้ เธอถูกลืมความสามารถไปมากเมื่อเทียบกับดาวรุ่นเดียวกันอย่าง มิลลี บ็อบบี บราวน์ หรือ เจนนา ออร์เตก้า ส่วนตัวหนังนั้นเป็นเรื่องราวน่ารักของเด็กสาวผู้ทะเยอทะยาน ที่แม้จะมุ่งมั่นเพื่อเป้าหมาย แต่ก็มีจิตใจดีงามแบบที่คนชอบเรื่องแนวอบอุ่นหัวใจต้องถูกใจ
โทนเรื่องไม่ค่อยคงเส้นคงวา แต่การแสดงสุดเจ๋งของ Angourie Rice และ Gaten Matarazzo รวมถึงสไตล์การกำกับของ Oran Zegman ทำให้หนังสนุกตา แต่น่าดูแค่ครั้งเดียว
ภาพยนตร์วัยรุ่นที่เต็มไปด้วยบทสนทนาแบบไม่หยุดปาก เล่าเรื่องผ่านมุมมองตัวละครหลักที่รับบทเป็นสาวเกียรตินิยมสุดฉลาดของโรงเรียน แต่เมื่อครูใหญ่เปิดเผยว่าเธอเป็น 1 ใน 4 นักเรียนเก่งขั้นเทพ เธอก็ตัดสินใจใช้ทุกกลยุทธ์เพื่อให้คู่แข่งสอบกลางภาคตกหมด! เป้าหมายหลักคือทุนเรียนฮาร์วาร์ดสุกๆร้อนๆ เนื้อเรื่องตลกปี 2022 ที่ผสมผสานมุกคำพูด เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียได้อย่างจี๊ดๆ แม้จะมีมุกแฝงนัยทางเพศแบบสุดเปรี้ยว แต่จุด转折สำคัญกลับขาดพลัง นักแสดงนำทำได้ดี แต่ก็ยังขาดความปังแบบตลกกายกรรมหรือมุกยุคเก่าที่ทำให้เราหัวเราะท้องคัด วนไปวนมาเหมือนเกมโยนห่วงที่ไม่รู้จบ ได้แต่ยิ้มมุมปากและหัวเราะเล็กน้อย แนะนำแบบง่อยๆจากคนแก่บ่นเก่ง!
เนื้อเรื่องดำเนินไปได้ดี ตอนจบค่อนข้างน่าประหลาดใจ มีมุกตลกบางส่วนที่ค่อนข้างฮา การคัดเลือกนักแสดงยอดเยี่ยม ถือเป็นการเปิดตัวภาพยนตร์ยาวครั้งแรกที่ดีมากของ Gaten Matarazzo
หนังเรื่องนี้ไม่ถึงขั้นดีเลิศแต่ดูได้แน่นอน นักแสดงทุกคนทำได้ดี บทภาพยนตร์ก็ใช้ได้ แต่บางช่วงก็ดูเกินจริงจนรับได้ยาก
หนังเรื่องนี้ดีตลอดทั้งเรื่องยกเว้นตอนจบที่ห่วยแตกมาก พอเริ่มถึงช่วงสุดท้าย มันแย่จนดูไม่ได้เลย ต้องข้ามไปดูตอนจบเลย แต่การแสดงของนักแสดงนำทั้งคู่ก็ดีมาก Gaten Matarazoo มีฉากน้อยกว่าที่คาดไว้ ส่วน Angourie Rice ก็แสดงได้ดี
ฉันรู้สึกประทับใจมากกับหนังเรื่องนี้! เป็นภาพยนตร์วัยรุ่น/โรงเรียนมัธยมที่รวมสเตอริโอไทป์ของนักเรียนไว้ครบ ทั้งเด็กสาววัยรุ่น/เด็กหนุ่มยอดนิยม นักกีฬา เด็กเรียน/เด็กเนิร์ด เด็กแสบ และเด็กเก่งระดับเทพ แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์คือตัวละครเหล่านี้ไม่ได้ถูกตีกรอบตามสเตอริโอไทป์แบบเดิมๆ ไม่รู้ว่าเพราะโรงเรียนสมัยนี้เป็นแบบนี้จริงๆ หรือแค่ความฝันของทีมเขียนบทเท่านั้น แองกูรี ไรซ์ แสดงบท "ออนเนอร์" ตัวเอกได้อย่างยอดเยี่ยม เธอเป็นนักแสดงสาววัยรุ่นที่มีพรสวรรค์มากๆ ตั้งแต่เห็นเธอใน Spider-Man รีบูต 3 ภาคก็รู้แล้วว่าต้องดังแน่ หนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกผสมระหว่าง 'Clueless' กับ 'Mean Girls' แต่มีความร้ายน้อยกว่า มีมิตรภาพและความอบอุ่นใจ更多 พร้อมพลอตหักมุมนิดๆ กลางทาง เป็นภาพยนตร์โรงเรียนมัธยมและเพื่อนกลุ่มที่เราอยากมีในวัย Teen เป็นหนัง Feel Good ที่ดูได้ทั้งครอบครัว สรุป: แนะนำให้ดูมากๆ! บทสรุปสั้นๆ ทำความยุติธรรมให้หนังไม่ได้ ไปดูกันเถอะ!
หนังเรื่องนี้ดีกว่าที่คิดไว้มาก เริ่มดูแค่ฆ่าเวลาก่อนนอนบน Prime แต่การแสดงของ Angourie Rice ในบท Honor Rose นั้นดีมากจนฉันหลงใหลไปกับเรื่อง เนื้อเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มนักเรียนมัธยมปลาย โดยเฉพาะสี่นักเรียนระดับท็อปที่กำลังถูกประเมินเพื่อรับการเสนอชื่อเข้า Harvard ออเนอร์ต้องการมันมาก เธอรู้ดีว่าอีกสามคนเป็นใคร จึงวางแผนขัดขวางการเรียนของพวกเขาตอนใกล้สอบกลางภาค ระหว่างที่แผนกำลังดำเนินไป เธอก็ได้รู้จักพวกเขามากขึ้นและช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาดโดยไม่ตั้งใจ ส่วนเรื่องรองคือหนึ่งในคู่แข่งเขียนบทละครและให้รุ่นพี่ผลิต เนื้อหาที่ซ่อนอยู่คือการเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดและใส่ใจผู้อื่น เป็นหนังที่ดี และบอกแล้วยังว่า Angourie Rice รับบท Honor Rose ได้ดีมากๆ
เรื่องย่อของ Honor Society ว่าด้วยนักเรียนสาวเก่งขั้นสุดที่พยายามกำจัดคู่แข่งเพื่อเข้าเรียนฮาร์วาร์ด เนื้อเรื่องอาจไม่ใหม่แต่มันส์ได้ส่วนใหญ่ ทั้งบทเจ๋ง ละมุนละม่อม การแสดงของนักแสดงนำเด็ด และที่แปลกคือแทบไม่มีบทพูดน่าอึดหรือตัวละครน่ารำคาญ ทั้งที่อยู่ในแนววัยรุ่นดราม่า! มีพล็อตพลิกผันตลอด อารมณ์ขันบางมุมออกแนวกร้ำกรายแต่ถูกแต่งแต้มด้วยความสวยงามจนดูน่ามอง ทุกอย่างดีหมด...จนถึงช่วงคลิแม็กซ์ นี่แหละจุดอ่อนของหนัง ที่เริ่มมาด้วยแนว 'คอมเมดี้ดำๆ ปนเสียดสี' แต่ดันจบแบบมิตรภาพคือขุมทรัพย์ที่แท้จริง สำหรับบางคนอาจไม่ปัญหา แต่สำหรับเรามันรู้สึกไม่บาลานซ์ โคตร predictable บวกแนวคิดแบบถูกต้องทางการเมืองที่ยัดเยียดมาบ้าง จนลดทอนจุดเด่นของเรื่องไปเล็กน้อย แต่โดยรวมก็ยังเป็นหนังดูเพลิน 7.5/10
ฉันชอบหนังที่เล่าเรื่องแบบมีคนบรรยายมากๆ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องราวในโรงเรียนมัธยมด้วยแล้วนี่ยิ่งดีใหญ่ ตัวเอกอย่างเธอต้องการเข้ามหาวิทยาลัยในฝันด้วยการกำจัดคู่แข่งในโรงเรียน...แต่สุดท้ายกลับได้เพื่อนมาแทน อาจจะดูซ้ำๆ เรื่องเดิมๆ ไปหน่อย...แต่ก็สนุกดีนะ
Rosaline (2022)
All Lives (2024) เส้นทางชีวิต