
Taxi Driver (2021) เรื่องย่อ Taxi Driver (2021) ในสังคมที่ไร้ความยุติธรรม เพียงโทรหาแท็กซี่สายรุ้งกริ๊งเดียว พนักงานขับรถคิมโดกีก็จะไปแก้แค้นให้คุณทันที! โดกีคือชายหนุ่มที่ใช้ชีวิตซื่อสัตย์กว่าใครในฐานะเจ้าหน้าที่กองกำลังพิเศษ แต่เมื่อแม่เขาถูกฆาตกรต่อเนื่องสังหาร ชีวิตเขาก็มีแต่ความเจ็บปวด ในขณะที่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมและแตกสลายอยู่นั้น โดกีได้เจอจางซองชอลที่รับเขาเข้าทำงานที่บริษัทแท็กซี่สายรุ้ง แท็กซี่สายรุ้งต่างจากแท็กซี่ธรรมดาทั่วไปตรงที่มันคือองค์กรลับซึ่งรับแก้แค้นให้เหยื่อที่กฎหมายไม่คุ้มครอง และโดกีก็กลายเป็นนักล้างแค้นดาวเด่นของที่นี่ อีกด้านหนึ่ง ฮานาคืออัยการที่สืบเรื่องแท็กซี่สายรุ้ง เธอโมโหพฤติกรรมนอกกฎหมายของพวกเขา แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกสับสนเมื่อเห็นว่าพวกเขาไขคดีที่กฎหมายปิดไม่ลงได้ ระหว่างคนที่เชื่อว่าการแก้แค้นนำมาซึ่งความยุติธรรมของจริง กับคนที่ตามล่าพวกนอกกฎหมาย โดกีจะต้องค้นหาว่าแท้จริงแล้วความยุติธรรมคืออะไรกันแน่

ทหารผ่านศึกที่ป่วยทางจิตทำงานเป็นคนขับแท็กซี่กลางคืนในนิวยอร์กซิตี้ ที่ซึ่งความเสื่อมโทรมและความเลวทรามที่เขารับรู้มากระตุ้นให้เขาอยากลงมือกระทำความรุนแรง
ทหารผ่านศึกจากสงครามเวียดนามที่ป่วยทางจิตทำงานเป็นคนขับแท็กซี่กลางคืนในนิวยอร์กซิตี้ ที่ซึ่งความเสื่อมโทรมและความเลวทรามที่เขารับรู้มากระตุ้นให้เขาอยากลงมือกระทำความรุนแรง
ทราวิส บิคเคิล คือทหารผ่านศึกเวียดนามผู้เผชิญกับโรคนอนไม่หลับและใช้ชีวิตเร่ร่อนกลางคืน เขาตัดสินใจเป็นคนขับแท็กซี่ยามค่ำคืนเพื่อฆ่าเวลา ชีวิตดูจะดีขึ้นเมื่อเขาได้พบเบตซี่ สาวสวยที่สนใจเขาแม้จะรู้ว่าเขาช่าง‘แปลกแยก’ แต่ความสัมพันธ์ก็พังทลายเมื่อทัศนคติของทราวิสทำเธอเหินห่าง เขาจมดิ่งสู่ความมืดอีกครั้ง พร้อมพบกับไอริส โสเภณีวัยรุ่นที่ถูกแมทธิวพ่อค้าตัวกดขี่ ทราวิสเริ่มเชื่อว่าตนคือผู้ชายที่ต้อง‘ล้างเมือง’ ให้พ้นจากความเสื่อมโทรมของนิวยอร์ก...หนังไม่ใช่เรื่องให้กำลังใจ แต่คือภาพสะท้อนสังคมอันโหดร้ายที่ถ่ายทอดผ่านตัวละครที่ค่อยๆ หลุดพ้นจากความเป็นมนุษย์ ผู้กำกับมาร์ติน สกอร์เซซี และนักเขียนพอล ชเรเดอร์ สร้าง‘ความวิปลาส’ ของทราวิสได้สมจริงจนน่าตกใจ บทประพันธ์เน้นรายละเอียดการเสื่อมสลายทั้งของตัวละครและเมืองใหญ่ ที่แม้ตั้งอยู่บนนิวยอร์กแต่ก็สะท้อนได้ทุกมหานคร ทราวิสอาจดูบิดเบี้ยวแต่ก็มีอะไร‘คุ้นตา’ จนเราตามเขาสู่ความวิปริตได้ไม่ยาก สกอร์เซซีถ่ายทอดบรรยากาศเมืองแบบ‘เหม็นสาบ’ ด้วยภาพและเสียงที่กดทับ ส่วนโรเบิร์ต เดอ นิโร ฝังหมุดด้วยการแสดงระดับตำนาน ตั้งแต่พฤติกรรมเรียบๆ ไปจนถึงฉากระเบิดอารมณ์ เขาทำให้เราเห็นทั้งความเหงา ความโกรธ และความพังทลายในตัวทราวิสอย่างสมจริง แม้แต่ตัวประกอบอย่างโจดี ฟอสเตอร์ ในบทไอริส หรือฮาร์วีย์ ไคเทล ในบทพ่อค้าหมายังโดดเด่น ทุกองค์ประกอบรวมกันเป็นหนังที่โหดหันแต่ทรงพลัง ฉายภาพ‘ความบิดเบี้ยว’ ของสังคมและปัจเจกได้อย่างสมจริง แม้ดูแล้วหม่นหมองแต่ก็ยากจะลืมเลือน ทั้งสกอร์เซซีและเดอ นิโร ต่างสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซตั้งแต่ยุคบุกเบิก เป็นต้นแบบของ‘ความวิปลาสสมัยใหม่’ ในวงการหนังที่ยังคงทรงอิทธิพลจนถึงวันนี้
ไม่เพียงเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของมาร์ติน สกอร์เซซี แต่ยังเป็นหนึ่งในผลงานชั้นยอดของยุค 70 ที่ทรงพลัง หนักหน่วง และมืดหม่น ยังคงส่งแรงสะท้อนและพลังสะเทือนใจได้ไม่เสื่อมคลาย การถ่ายทำที่ลงตัวและเยือกเย็น แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศ พร้อมเพลงประกอบสุดท้ายของเบอร์นาร์ด เฮอร์มันน์ ที่ยอดเยี่ยม ตอกย้ำความอัจฉริยะของเขาในฐานะนักประพันธ์เพลง เรื่องราวชวน uneasy แต่ถูกเล่าอย่างน่าทึ่ง บทภาพยนตร์เฉียบคม ส่วนการกำกับของสกอร์เซซีก็ไร้ที่ติ การแสดงนั้นยอดเยี่ยมทุกตัวบท โรเบิร์ต เดอ นิโร สร้างผลงานการแสดงระดับตำนาน แค่การแสดงของเขาคนเดียวก็คุ้มค่าการดูทั้งเรื่องแล้ว แต่ก็ไม่ควรลดคุณค่าของนักแสดงสมทบอย่าง โจดี ฟอสเตอร์, ฮาร์วีย์ เคเทล และ ไซบิล เชพเพิร์ด ที่ต่างก็เจิดจรัสไม่แพ้กัน ส่วนบท cameo สั้นๆ ของสกอร์เซซีเองก็น่าขนลุกได้จริง เป็นอีกหนึ่งผลงาน masterpiece ของสกอร์เซซี ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศหลอนๆ และการแสดงนำที่ตราตรึง 10/10 โดย เบธานี่ ค็อกซ์
หนังเรื่อง 'Taxi Driver' ยังคงทรงพลังไม่ต่างจากวันแรกที่ออกฉาย แถมยังเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนความเหงาสากลแบบเชคสเปียร์ ตัวละคร 'เทรวิส' ที่โรเบิร์ต เดอ นีโร แสดงได้คมกริบ คือตัวแทนความเหงาที่เราทุกคนเคยสัมผัสไม่มากก็น้อย กำกับโดยมาร์ติน สกอร์เซซี ที่เล่าเรื่องราวเหมือนฝันร้ายที่ชวนหลอน เราถูกดึงนั่งแท็กซี่คันนี้ไปกับเทรวิสใต้เสียงดนตรีอึมครึมของเบอร์นาร์ด เฮอร์แมน รู้สึกทั้งสยองและคุ้นเคยในคราวเดียวกัน บทหนังสุดระทึกของพอล ชเรเดอร์ ปลุกเร้าประสาณการตื่นจากฝันร้าย งานระดับมาสเตอร์พีซแบบนี้มักทิ้งรอยไว้ทั้งผู้ชมและคนสร้าง สกอร์เซซีผู้ยิ่งใหญ่รอดพ้นมาได้และยังสร้างผลงานต่อเรื่อยๆ แต่เชื่อว่าหลายปีเขาต้องถูกเปรียบเทียบกับหนังเรื่องนี้เสมอ เดอ นีโรกับประโยคเด็ด 'คุณมองผมอยู่รึเปล่า' กลายเป็นสัญลักษณ์วัฒนธรรมป๊อปไปแล้ว ส่วนโจดี ฟอสเตอร์ ก็ถูกตามล่าโดยคนคลั่งในชีวิตจริง ส่วนนิวยอร์กนครสวยหรูก็ถูกฉายภาพด้านมืดเอาไว้ เรียกว่าเป็นงานศิลปะที่พิสูจน์ว่าหนังสามารถให้อะไรกับเราได้มากกว่าที่คิด...แต่กลับทำได้แบบนี้ได้น้อยเต็มที
เรื่องราวของทหารผ่านศึกเวียดนามผู้โดดเดี่ยวและนอนไม่หลับ ที่ใช้เวลากลางคืนขับแท็กซี่บนถนนสกปรกของนิวยอร์ก เขาพบกับโสเภณีสาวที่เขาพยายามช่วยให้เปลี่ยนชีวิต นี่คือภาพยนตร์ที่ดีมากและเป็นหนึ่งในผลงานเด่นของมาร์ติน สกอร์เซซี (ส่วนตัวชอบ Goodfellas มากที่สุด) โรเบิร์ต เดอ นีโร แสดงบท 'เทรวิส บิคเคิล' คนขับแท็กซี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนโจดี ฟอสเตอร์ ก็ทำได้ดีในบทโสเภณีเด็ก 'ไอริส สตีนส์แมน' พร้อมด้วยการแสดงเด่นของไซบิล เชพเพิร์ด, ปีเตอร์ บอยล์ และ ฮาร์วีย์ เคเทล ในบทพ่อเล่มชื่อสปอร์ต เราได้สัมผัสถึงความเหงาและความโกรธที่เทรวิสมีต่อคนรอบตัว จนทำให้รู้สึกเห็นใจเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความโดดเดี่ยวและสภาพเมืองเริ่มกัดกร่อนจิตใจของเขา นำไปสู่ความรุนแรงและความหวาดระแวง ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยบทพูดจำได้ติดปาก เช่น 'คุณพูดกับฉันเหรอ? ก็มีแค่ฉันอยู่ที่นี่นี่นา' และฉากทรงพลังที่ตราตรึงใจแม้หนังจบ งานภาพที่เหมือนดูดคุณเข้าไปในนิวยอร์กยุค 70 ที่โหดหินและสกปรก ผ่านมุมมองของเทรวิสขณะขับแท็กซี่ บทภาพยนตร์ชั้นเยี่ยม เพลงประกอบโดยเบอร์นาร์ด เฮอร์มันน์ ที่สร้างบรรยากาศได้สมบูรณ์แบบ นี่คือการสะท้อนสังคมยุค 70 ที่เสื่อมโทรมและเต็มไปด้วยความเลวร้ายอย่างตรงไปตรงมา เป็นหนังที่ทั้งน่าหวาดเสียวและน่าจดจำ ให้ 5/5 เต็ม!
ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่าหรือว่าเรื่องนี้ไม่มีจุดหมายเลย? คนเขาเรียกหนังเรื่องนี้ว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซเพราะตามกระแสหรือเปล่า? ฉันเคยดูหนังเก่าๆ อย่าง 'Clockwork Orange' ที่คนบอกว่า 'แปลก' แล้วยังชอบเลย แต่เรื่องนี้กลับแปลกกว่าเสียอีก! สาเหตุเดียวที่ให้ 6 แทน 5 ก็เพราะการแสดงของดีนีโร่เลยแหละ พอได้ยินคนชมว่า 'งานระดับมาสเตอร์พีซ' 'หนังดีมาก' 'เปลี่ยนเกมการทำหนัง' ฉันคิดว่าต้องได้เห็นบทเรื่องและบทพูดที่สะเทือนใจ แต่แทบไม่มีโครงเรื่องอะไรนอกจากชีวิตของชายเก็บตัวที่พยายามเป็นฮีโร่! บทพูดก็วกวนและว่างเปล่ามาก คิดว่าจะได้เจอบทพูดเจ๋งๆ แต่ไม่มีเลย แค่ดูฉากที่ทราวิสนั่งคุยกับคนขับแท็กซี่อีกคนบนถนนก็รู้แล้ว คุยกัน 5 นาทีแบบไม่มีสาระ บทพูดมีแต่ 'คือว่า… มันก็แค่… คือว่า… อืม… ใช่… รู้ไหม…' แบบนี้เลยนะ!? การโต้ตอบของตัวละครก็ awkward ไม่รู้จบ หนังยังดูน่าเบื่อเล็กๆ อีก ไม่ได้ใช้คำนี้ง่ายๆ นะ เพราะฉันดูหนังยาวๆ หลายเรื่องที่ใช้เวลาสร้างบรรยากาศหรือบทพูดเนิบๆ ก็ไม่เบื่อเลย แต่เรื่องนี้นี่เหนือระดับจริงๆ แล้วตอนจบคืออะไร? ทราวิสกลายเป็นฮีโร่แล้วเหรอ? จริงๆ เหรอ? หนังเรื่องนี้น่าผิดหวังมาก คิดว่ามันเป็นคลาสสิกมาตลอด พอดูจริงปั๊บ…
แม้บางคนอาจมองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีข้อบกพร่องทางเทคนิคหรือโครงเรื่องที่ดูเรียบง่ายเกินไป แต่ Taxi Driver ก็สมควรได้รับชื่อเสียงในฐานะผลงานระดับมาสเตอร์พีซแห่งวงการหนัง หลังจากผ่านมา 23 ปี ความทุกข์ทรมาณในชีวิตของ 'ทราวิส บิกเคิล' ชายผู้โดดเดี่ยวภายใต้พระเจ้า ยังคงสร้างความรู้สึกสะเทือนใจได้อย่างแรงกล้า จนแทบนึกไม่ออกว่าจะเริ่มชมส่วนไหนก่อนดีระหว่างองค์ประกอบอันหลากหลายของหนัง ไม่ว่าจะเป็นภาพมุมมืดของไทม์สแควร์ยุคเก่า (ที่ปัจจุบันไม่มีแล้ว) ฉากจำลองบรรยากาศจริงของคนขับแท็กซี่และทีมงานหาเสียง เพลงประกอบอันยอดเยี่ยมของเบอร์นาร์ด เฮอร์มันน์ บทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมของพอล ชเรเดอร์ หรือการแสดงอันน่าจดจำของ โจดี ฟอสเตอร์, ฮาร์วีย์ เคเทล และ ปีเตอร์ บอยล์ แต่สุดท้ายแล้วความเจิดจรัสของหนังเรื่องนี้ เกิดขึ้นได้จากฝีมือการทำงานร่วมกันของ โรเบิร์ต เดอ นิโร และมาร์ติน สกอร์เซซี คู่หูนักแสดง-ผู้กำกับที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในทีมนักแสดง-ผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ นี่คือภาพยนตร์ที่ตราตรึงใจและสมควรได้คะแนนเต็ม 10 เต็ม 10 ตามความเห็นของผม
ประสบการณ์สุดดาร์กและอลังการที่ถ่ายทำได้ดีเยี่ยม ตามดูชีวิตผ่านมุมมองของแท็กซี่ขับสุดเพี้ยน ที่เปลี่ยนจากตัวตลกขายหน้าสู่สุนัขบ้าที่คลั่งไคล้ ภาพยนตร์ส่งสารชัดเจนเกี่ยวกับสังคมและอัตตาของมนุษย์ รวมถึงวิธีที่ความทะนงอาจผลักคนให้หลุดโลก บรรยากาศงาน Noir คลาสสิกแบบจัดเต็ม ค่อยๆ สร้างความตื่นเต้นรอคอยคลายปมสุดท้าย.. แต่ดันมาตกม้าตาย! แม้จะมีฉากแอ็กชันสั้นๆ สุดเร้าใจ แต่ตอนจบกลับเรียบง่ายเกินไป เน้นส่งข้อคิดมากกว่าทำให้觀眾ตื่นตะลึงหรือปลื้มปริ่ม เสียดายแทน! อารมณ์ขันดำในเรื่องชัดเจน เผยให้เห็นสังคมที่บิดเบี้ยว งานภาพและproduction เป๊ะทุกฟ레ม แต่พอถึงตอนจบกลับทำให้失望 เพราะ climax ดู 'เฉยๆ' ไม่สมกับที่สร้างบรรยากาศดราม่าไว้สุดพลัง แม้ในยุคปล่อยวาง (หลังสงครามเวียดนาม) หนังเรื่องนี้อาจดังระเบิด แต่ในยุคนี้ขอสรุปแบบนี้: - ถ้าชอบ Noir ดำมืด + พัฒนาตัวละครขั้นเทพ ดูด่วน! - ถ้าชอบหนังแฝงข้อคิด社会 เก็บไว้ดูยามไม่มีอะไรทำ - แต่ถ้าคาดหวังพลิ๊ตฉีกแนวหรือตอนจบสะเทือนใจ Taxi Driver อาจไม่ตอบโจทย์
Taxi Driver คือหนึ่งในภาพยนตร์ระดับตำนานที่สร้างได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง นี่คือหนังที่คุณดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ และทุกครั้งที่ดูก็จะค้นพบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน นักแสดงฝีมือดี ผู้กำกับมือฉมัง เพลงประกอบสะท้อนอารมณ์ และเรื่องราวสมจริงคือจุดดึงดูดหลักของเรื่องนี้ หนังเล่าถึงความเหงาและการแยกตัวจากสังคมของชายคนหนึ่งท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งโสโครก เป้าหมายของเขาคือการกำจัดขยะสังคมออกจากท้องถนน เรื่องราวใช้ชีวิตของคนขับแท็กซี่เป็นเครื่องหมายแทนความเหงา และมีความขมขันเมื่อเห็นว่าเมืองใหญ่ที่ผู้คนเบียดเสียดกลับเป็นสถานที่ที่ทำให้ใครบางคนโดดเดี่ยวที่สุด ค่ำคืนอันยาวนานในเมือง ท่ามกลางโสเภณี นักเสพติด แมงดานักล่า และขโมยคอยเป็นฉากหลังของโลกที่ Travis Bickle อาศัยอยู่ Travis คือชายผู้ถูกเข้าใจผิด ที่พยายามหาความอบอุ่นอย่างสิ้นหวัง เพราะอย่างที่เขาพูดว่า 'ความเหงาตามติดฉันมาตลอดชีวิต' แต่ในทางกลับกัน เขากลับทำตัวขัดแย้ง เช่นการชวน Betsy (Cybill Shepherd) ไปดูหนังโป๊ จนสุดท้ายตัวละครก็ลงมือกระทำความรุนแรงตามความฟุ้งซ่านของตัวเอง พร้อมลุคคล้ายทหารเวียดนาม ทั้งหมดนี้เกิดจากความเหงา การถูกตัดขาดจากสังคม และความรู้สึกว่าชีวิตไม่มีเป้าหมาย ความรุนแรงที่เขาก่อกลายทำให้ Travis ถูกมองว่าเป็นฮีโร่ แม้จะฆ่าคนไปมากมายและอาจทำซ้ำอีกก็ตาม ผู้ชมกลับเข้าใจเหตุผลของเขา เพลงประกอบโดย Bernard Herrmann ยังช่วยเสริมอารมณ์เหงาหงอย บางทีน่ากลัวราวกับอยู่ในหนังสยองขวัญ ดนตรีและภาพถนนยามค่ำที่เคลื่อนช้าๆ ช่วยให้ผู้ชมซึมซับโลกของ Travis อย่างลึกซึ้ง โดยรวมแล้วไม่พบข้อเสียของหนังเรื่องนี้ แม้จะเป็นหนังยุค 70s แต่เนื้อหายังทันสมัยและสะท้อนสังคมปัจจุบันได้ดี แถมยังมีประโยคเด็ด 'คุณกำลังพูดกับผมรึเปล่า?' ที่กลายเป็นตำนานในวงการหนังเรียกได้ว่าเป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่สมบูรณ์แบบ
ทราวิส บิคเคิล (Robert De Niro) คือทหารผ่านศึกจากสงครามเวียดนามที่จิตใจบิดเบี้ยว ต้องทนทุกข์กับโรคนอนไม่หลับและขับแท็กซี่กลางคืนไปวันๆ เขามีความปรารถนาเชิงเพศที่ผิดแปลกและคลั่งไคล้เบตซี่ (Cybill Shepherd) แถมยังตั้งใจช่วยไอริส (Jodie Foster) เด็กโสเภณีวัย 12 ปีให้พ้นหายนะ การแสดงของ De Niro ถูกยกให้เป็นตำนานที่ไม่เคยจางหาย บทบาททราวิส บิคเคิลคือมาตรฐานของการแสดงระดับเทพ ส่วน Martin Scorsese ก็สร้างหนังที่สะท้อนจิตใจอันมืดมนได้น่าหวาดกลัว หลายฉากดูยากแต่ใช้กล้องได้เหนือชั้น เช่น ฉากที่กล้องค่อยๆ ซูมไปที่ฟองยาลดกรดในแก้ว ขณะที่จิตใจบิคเคิลเริ่มหลุดจากความเป็นจริง ความโสโครกของนิวยอร์กยุค 70 ถูกถ่ายทอดชัดเจน ส่วน Jodie Foster ก็ทำได้น่าตกใจ การตามดูชีวิตบิคเคิลอาจทำให้รู้สึกอึดอัด แต่นี่คือหนังระดับมาสเตอร์พีซที่ดูยากแต่ทรงคุณค่า!
มันน่าสนใจที่ได้อ่านรีวิวของคนที่ไม่ชอบหนังเรื่องนี้เลย คำถามคือ เราไม่ชอบตัวละครแทบทุกตัวในหนังแต่ยังดูต่อและเคารพผลงานได้ไหม? ผมไม่มีคำตอบชัดเจน แต่ตัวผมเองกลับถูกดึงดูดด้วยเรื่องนี้ ทุกครั้งที่ดูหนังที่เชิดชูอาชญากรรมแบบเป็นระบบ ผมมักรู้สึกแบบนี้ การแสดงของโรเบิร์ต เดอ นีโร่ ยอดเยี่ยมจนลบความสงสัยเรื่องเนื้อหาไปหมด ผมแทบลืมกระพริบตาเวลาดูเขา ทุกสีหน้าท่าทางล้วนแสดงฝีมือการแสดงชั้นครู แม้เหตุผลของตัวละครจะดูสับสน แต่นั่นคือสิ่งที่เขาคิดจริงๆ เขาคือทหารผ่านศึกที่ไม่สมดุลทางจิตใจ ไม่อาจทนเห็นโลกที่กลายเป็นบ่อเหม็นได้แบบ "ฉันสู้มาทำไม?" ทักษะทางสังคมของเขาพังทลาย เวลาเขาไปเดทคือช่วงที่น่าอึดอัดที่สุดในโรงหนัง ความพยายามปกป้องส่วนเล็กๆ ในโลกของเขากลับถูกดูหมิ่นและต้านทาน เขาจึงระเบิดอารมณ์และตัดสินใจจัดการทุกอย่างเอง เขาไม่ไว้ใจนักการเมืองและผู้มีอำนาจ กลายเป็นคนที่ยืนหยัดด้วยตัวเอง แม้เขาจะดูน่ากลัวแต่ก็ทำทุกอย่างตามความเชื่อ จบแบบที่หลายคนอาจคิดว่าเขาน่าจะตายไปแล้ว แต่ไม่ใช่คำวิจารณ์ที่ถูกต้อง หนังเรื่องนี้值得ดู แต่เตรียมตัวเปลี่ยนท่าครั้งคราวบนเก้าอี้ได้เลย
ผลงานที่ดีที่สุดของสกอร์เซซี บทวิจารณ์ที่วิจารณ์หนักๆ เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้มักไม่มีอะไรใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้กำกับและนักเขียนบทตั้งใจสื่อในอัญมณีแห่งวงการหนังอเมริกันเรื่องนี้ สำหรับคนที่ดูแล้วรู้สึกว่าเรื่อง 'ช้า' หรือการดำเนินเรื่องไม่ดีนั้น พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังพูดถึงอะไร 'Taxi Driver' เป็นเรื่องเกี่ยวกับการค่อยๆ ถูกครอบงำโดยความวิกลจริต ไม่ใช่หนังบู๊ยิงกันสนุกหรือไล่ล่าด้วยรถแบบที่หลายคนคาดหวัง ผู้ชมสมัยใหม่มักต้องการทุกอย่างในที่เดียว ทั้งคอมเมดี้ ดราม่า ความตื่นเต้นเอาไม่อยู่ เอฟเฟกต์ตระการตา แต่ผมไม่ใช่ปู่คุณที่มาบอกว่าสมัยก่อนหนังดีกว่า แค่ขอให้เปิดใจดูหน่อย ดีนิโรและนักแสดงคนอื่นๆ ทำได้ดีในการแสดงชีวิตของ 'เทรวิส บิคเคิล' ทหารผ่านศึกเวียดนามที่เขียนบันทึกประจำวันน่าเบื่อ ใช้ชีวิตเหงาๆ เป็นคนขับแท็กซี่ และถูกปฏิเสธโดยผู้หญิงนักรณรงค์การเมืองที่ภายหลังกลับสนใจเขาหลังจากเขากลายเป็นฮีโร่ แต่เธออาจแค่ถูกดึงดูดด้วยความไม่ปกติและความรุนแรงในตัวเขา ส่วนเนื้อหาที่เหลือคือบททดสอบว่า คุณเคยชินกับฉากเซ็กซ์และความรุนแรงในหนังยุคใหม่แล้วหรือยัง... ช่างเหอะ! คุณต้องเคยใช้ชีวิตบางส่วนแบบใน 'Taxi Driver' ถึงจะเข้าใจ ไม่ก็แค่โชคดีที่ชีวิตยังไม่เคยเจออะไรแบบนั้น
แม้ฉันจะรักงานของ สกอร์เซซี แต่ Taxi Driver กลับไม่ดึงดูดใจฉันเลย สำหรับฉันแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ ขาดความตื่นเต้นและดราม่า ส่วนจังหวะเรื่องก็เชื่องช้าจนเกินไป ฉันยังสงสัยเลยว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงได้เข้าชิงออสการ์ 4 สาขา และถูกยกย่องเป็นคลาสสิกตลอดกาล บางทีฉันอาจไม่เข้าใจจุดหมายของเรื่องจริงๆ เพราะดูไปครึ่งเรื่องก็อยากให้จบซะแล้ว แต่ก็มีบางจุดที่พอชมได้ อย่างแรกคือการแสดงของ โรเบิร์ต เดอ นีโร ในบททหารผ่านศึกที่มีปัญหาจิตใจ เขาสื่อถึงพัฒนาการของตัวละครได้ดีมาก อีกจุดคือภาพของนิวยอร์กในมุมมืดที่ถ่ายออกมาได้น่าสนใจ และสุดท้ายคือเพลงประกอบที่ช่วยสร้างบรรยากาศเวลาตัวละครขับรถ ฉันให้ 6/10 - พยายามได้ดี แต่เรื่องช้าเกินไปจนดูไม่กระชับ
ฉันคาดหวังไว้มากกว่านี้ ฉันน่าจะให้พื้นที่กับเรื่องราวของเด็กโสเภณีสาวที่ตัวเอกพยายามช่วยเหลือมากกว่านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอนั้นดูสำคัญและน่าสนใจกว่าความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เขาพยายามจะชนะใจอีก
8.2

The Wolf of Wall Street (2013) คนจะรวย ช่วยไม่ได้
8.2

Shutter Island (2010) เกาะนรกซ่อนทมิฬ
8.1

Raging Bull (1980) นักชกเลือดอหังการ์
8.8

Pulp Fiction (1994) เขย่าชีพจรเกินเดือด
8.8

Fight Club (1999) ไฟท์ คลับ ดิบดวลดิบ
8.3

Reservoir Dogs (1992) ขบวนปล้นไม่ถามชื่อ
8.3

Joker (2019) โจ๊กเกอร์
8.4

Inglourious Basterds (2009) ยุทธการเดือดเชือดนาซี
8.2

No Country for Old Men (2007) ล่าคนดุในเมืองเดือด
8.5

The Departed (2006) ภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ
4.8

Ghost Rookie (2023) ผีมือใหม่
4.2

The Lost Case (2017) มือปราบสัมภเวสี
8.4

Chainsaw Man The Movie Reze Arc (2025) เชนซอว์ แมน เดอะ มูฟวี่ เรื่องราวของเรเซ่
5.4

Emilia Perez (2024)
7.6

White Fox (2023) สัมพันธ์รักจิ้งจอกขาว
6.8

Signs (2002) สัญญาณสยองโลก
7.8

Dragon (2025)
6.2

The Cursed (2021)
4.5

Contorted (2022) บ้านขังผี
7.4

The Children’s Train (2024) รถไฟขนเด็ก
2.6

The Requin (2022) นรกกลางสมุทร
7.8

Hidden Figures (2016) ทีมเงาอัฉริยะ