
SuckSeed (2011) ห่วยขั้นเทพ เป็ด (จิรายุ ละอองมณี) เด็กประถมสุดเห่ย ที่ไม่เคยฟังเพลง นอกจากจะไม่ชอบฟังเพลงและยังเข้าใจเอาเองผิดๆว่า เพลงเร็วเรียกเพลงร็อค เพลงช้าเรียกเพลงรัก ส่วนเพลงไทยนั้นก็มีแค่สองประเภทคือ เพลง แกรมมี่ และ อาร์เอส เป็ดหัดเล่นดนตรีเพียงเพราะแอบหลงรัก เอิญ (ณัฐชา นวลแจ่ม) เพื่อนร่วมห้องได้ทำให้เขารู้จักกับเพลง และความรัก เอิญสอนเป็ดว่าเวลาเราฟังเพลงก็จะเหมือนมีเพื่อนมาอยู่ข้างๆ เป็ดเลยอยากเป็นคนข้างๆเอิญบ้าง ยิ่งรู้ว่าเอิญเป็นสาวหูเหล็ก เป็นสาวกเพลงร็อคที่คลั่งไคล้กีตาร์ฮีโร่เป็นชีวิตจิตใจ เป็ดจึงเกิดแรงฮึดที่จะผันตัวเองจากไอ้แหยขี้อายให้กลายเป็น ร็อคเกอร์

เมื่อเอิญ แครชวัยเด็กของเป็ดกลับมา เป็ดจึงตั้งวงดนตรีกับเพื่อนเพื่อเอาใจเธอ การแข่งขันความรักเกิดขึ้นเมื่อเอิญผู้มีความสามารถเข้าร่วมวง
เป็ด เด็กประถมสุดเห่ยที่ไม่เคยฟังเพลง แต่เพราะ เอิญ เพื่อนร่วมห้องได้ทำให้เขารู้จักกับเพลง และความรัก แต่รักครั้งแรกก็ต้องแตกสลาย เมื่อเธอต้องย้ายไปไกลแสนไกล…เวลาผ่านไปไวถึง ม.6 เอิญก็กลับมาพร้อมกับความน่ารักและฝีมือกีตาร์ขั้นเทพ เป็ดที่ยังเห่ยเหมือนเดิมจึงจับมือกับ คุ้ง เพื่อนสนิทสุดเกรียนที่วันๆ คิดแต่จะหม้อหญิง พ่วงด้วย เอ็กซ์ มือกลองบ้าพลังที่อยากสอยดาวโรงเรียนที่แอบชอบอยู่ รวมกันเป็นสามตัวห่วย ตั้งวงเพื่อจีบสาวสวย ด้วยเสียงดนตรีที่สุดซี้ด ให้ทุกคนได้ร้องกรี๊ด ไปพร้อมๆกับวง SuckSeeD
ชื่อหนังที่ดูแปลกหู ‘SuckSeed’ นั้นมาจากชื่อวงดนตรีของกลุ่มวัยรุ่น 3 คนที่ยอมรับตัวเองว่าพวกเขาดนตรีไม่เก่งเลยเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมโรงเรียน แต่ถึงวงของพวกเขาจะ ‘ห่วย’ แค่ไหน หนังดราม่าวัยรุ่นเรื่องนี้กลับไม่ห่วยตามชื่อ! เพราะมันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ความคึกคัก และจิตวิญญาณที่ติดเชื้อจนกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่สดใหม่และมีชีวิตชีวาที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผู้กำกับมือใหม่ ‘ชยานัฐ บุนปภักดิ์’ ผู้ร่วมเขียนบทก็ทุ่มเทพลังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้หนังวัยรุ่นที่อาจดูเหมือนดราม่าเรื่องเพื่อนรักและความรักทั่วไป ‘ก้อง’ (ภาณุ จิรธิวาท) กับ ‘เพชร’ (จิรายุทธ เลิศอนันต์มณี) สองตัวละครหลักที่ต่างนิสัยสุดขั้ว ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กจนวันหนึ่งก้องชวนเพชรตั้งวงร็อคเพื่อแข่งในเวที Hotwave Music Awards แรงจูงใจของก้องไม่บริสุทธิ์นัก เขาอิจฉา ‘เก๋’ พี่ฝาแฝดที่เล่นกีตาร์เก่งในวง The Arena และเป็นที่หลงใหลของสาวๆ ก้องจึงอยากเอาชนะพี่และป๊อปปูลาร์บ้าง ส่วนเพชรนั้นแอบชอบ ‘เอิร์น’ (ณัชชา นวนาลัสม์) สาวน้อยน่ารักเพื่อนร่วมชั้นตั้งแต่ประถมที่เคยให้เทปเพลง Loso เป็นจุดเริ่มต้นความรักแรกของเขา แต่เมื่อก้องประกาศว่าชอบเอิร์น เพชรก็เก็บความรู้สึกไม่กล้าสู้ จนความสัมพันธ์ของทั้งสามเริ่มสั่นคลอน อย่างไรก็ตาม บทภาพยนตร์ไม่เดินเรื่องตามสูตรเดิมๆ เมื่อก้องกล้าบอกความรู้ใจกลางเรื่องจนเอิร์นตัดสินใจออกจากวงก่อนแข่ง สุดท้ายวง SuckSeed ของพวกเขาก็ยังคง ‘ห่วย’ ตามชื่อจริงๆ ไม่ได้กลายเป็นฮีโร่แบบหนังทั่วไป! จุดเด่นของหนังคือการไม่ยัดเยียด Happy Ending แต่เลือกเฉลิมฉลองความจริงจังของวัยรุ่นผ่านมิตรภาพ ความรัก และความพยายาม แม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีช่วงเวลาสนุกสนานด้วยการปรากฏตัวของนักร้องร็อคชื่อดังอย่าง ปู่ แบล็คเฮด, บิ๊กแอส, พาราด็อกซ์, โซคูล และโบดี้สแลม ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้เรื่องราว การแสดงของนักแสดงวัยใสก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ภาณุ ใช้พลังเกินร้อยแต่ก็ตลกได้ใจ ส่วนจิรายุทธ ก็สื่ออารมณ์เพชรได้ดี โดยเฉพาะความรักลึกๆ ที่เก็บซ่อนไว้ แต่ที่โดดเด่นสุดคงเป็น ณัชชา หนุ่มน้อยสาวลูกครึ่งที่ทั้งน่ารักและเล่นกีตาร์ได้สุดยอด! ‘สักกะเซิด’ ไม่ใช่แค่หนังวัยรุ่นธรรมดา แต่คือการย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาสุดวุ่นวายของชีวิต ทั้งการอยากเป็นที่ยอมรับ ความรักแรก และมิตรภาพที่ต้องรักษาไว้ ผ่านเรื่องราวที่ทั้งสนุก เศร้า และซาบซึ้ง จนคุณต้องอมยิ้มและหัวเราะไปกับมัน แถมยังมีเพลงร็อคติดหูที่ทำให้คุณลุกขึ้นมาโบกมือตามไม่ว่าจะดูที่ไหน!
รีวิวอื่นๆ คงเล่าเนื้อเรื่องให้ฟังดีอยู่แล้ว ส่วนตัวฉันเคยเห็นซาวด์แทร็กของหนังเรื่องนี้ตามร้านขายแผ่นเสียงในไทยหลายครั้ง และรู้สึกสนใจรายชื่อเพลงกับศิลปินที่ร่วมงาน แถมนอกเหนือจากนั้นก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนังเลย ภาพปกอัลบั้มทำให้ฉันคิดว่านี่คงเป็นคอมเมดี้วัยรุ่นซ้ำๆ แต่พอเห็นหนังอยู่ในระบบ AVOD ของการบินไทยระหว่างเที่ยวบินล่าสุด ก็เลยตัดสินใจดู ผลคือต้องประหลาดใจในทางที่ดี! หนังไม่ได้เป็นคอมเมดี้ซ้ำซาก (แม้จะมีมุกตลกอยู่พอควร) แต่เป็นเรื่องราวความรักสามเส้าที่ไม่ได้รับการตอบรับ ซึ่งฉันชอบแนวนี้มาก ต้องยอมรับว่าหลั่งน้ำตาไปไม่น้อย การแสดงยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ ‘เป็ด’ ที่รับบทตัวละครขี้อายและเก็บตัว น่าจะเป็นบทบาทที่ท้าทายมาก ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเป็ดกับเอิร์นอาจดูเป็นจุดศูนย์กลาง แต่จริงๆ แล้วมิตรภาพของเป็ดกับก้องต่างหากที่ทำให้เรื่องดำเนินไปได้อย่างแนบเนียน การแตกหักและกลับมาคืนดีกันของพวกเขาทำให้รู้สึกได้ถึงความจริงใจจนสะเทือนใจ อนิจจาเป็ดที่แม้แต่จะขอในสิ่งที่ต้องการจากใครก็ยังทำไม่เป็น เขาจึงดูโดดเดี่ยว และน่าเห็นใจมากเมื่อต้องเสียทั้งเธอและเพื่อนไป ส่วนเพลงประกอบก็เยี่ยม แถมยังมีศิลปินดังมาแจมให้บรรยากาศครบรส แนะนำให้ลองดู!
พูดเลยว่าหนังเรื่องนี้มันสุดยอดมาก! ปกติฉันไม่ค่อยดูหนังคอมเมดี้วัยรุ่นเท่าไหร่ แต่หนังเรื่องนี้ดีจนต้องเขียนรีวิวแรกเลย บอกได้คำเดียวว่าทุกอย่างในเรื่องมันดีหมด หนังทำให้ฉันหัวเราะดังแทบทุกห้านาที ส่วนเวลาที่เหลือก็ยิ้มกว้างทั้งเรื่อง ไม่ใช่แค่ตลก แต่เนื้อเรื่องและการแสดงก็ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ พอเรื่องเริ่มเข้มข้นขึ้นตอนใกล้จบ ก็ทำให้เราเห็นอีกด้านของหนังที่ทำให้มันยอดเยี่ยม นั่นคือการให้ค่ากับมิตรภาพและความรักที่แท้จริง ถึงฟังดูเหมือนหนังหวานๆ ที่ผู้ชายอาจไม่กล้าดู แต่รับรองว่าถ้าอายุต่ำกว่า 30 ต้องชอบแน่นอน ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ควรได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดว่าคนทำหนังไทยทำได้แค่หนังสยองขวัญกับหนังแบบโทนี่ จา คงไม่มีใครคิดว่าบริษัทหนังดังผู้ผลิตภาพยนตร์สยองขวัญระดับตำรับจะทำหนังแนวนี้ออกมาได้ดีขนาดนี้
ค่ายหนังไทย GTH เคยโดดเด่นในแนวสยองขวัญ จนกระทั่งภาพยนตร์รักวายวอดอย่าง ‘Hello Stranger’ ปลุกกระแสให้คนหันมาสนใจว่า他們ก็ทำหนังนอกแนวได้ดีไม่แพ้กัน และ ‘ซักซีด’ ก็พิสูจน์อีกครั้งว่าพวกเขาทำเรื่องวัยรุ่นแบบซีโร่สู่ฮีโร่ได้สนุกไม่ต่างจากหนังญี่ปุ่น ผ่านเรื่องราวของกลุ่มนักเรียนที่พยายามพาแบนด์ร็อคไปแข่งในรอบชิง พร้อมสูตรสำเร็จของความรัก มุขฮา และเพลงร็อคสุดมัน! กำกับโดย ‘ชยานัฐ บุนปภักดี’ ผู้กำกับมือใหม่ หนังเล่าถึง ‘เป็ด’ (จิรายุ ละอองมณี) เด็กขี้อายที่แอบชอบเพื่อนร่วมชั้น ‘เอิร์น’ (ณัฐฐาชา นวลแจ่ม) กับ ‘ก้อง’ (พชร จิราธิวัฒน์) เพื่อนซี้สุดป่วนที่ชอบเปลี่ยนงานอดิเรกไปมา จนวันหนึ่งเกิดอิจฉาพี่ฝาแฝด ‘เขย์’ ที่มีแบนด์ ‘Arena’ จึงชวนเพื่อนรวมทีมตั้งวงใหม่ ตามมาด้วย ‘เอก’ (ธวธร พรรัตนประเสริฐ) อดีตนักบาสที่มาเป็นมือกลอง ทั้งสามคนอาจไม่มีพรสวรรค์ด้านดนตรี แต่ก็ไม่ยอมแพ้ แถมตั้งชื่อวงว่า ‘SuckSeed’ (สำเนียงไทยคือ ซักซีด) แปลว่า “ต้องห่วยก่อนถึงจะสำเร็จ” เพราะถ้าตกถึงจุดต่ำสุดแล้วก็มีแต่ขึ้น!ซักซีด โดดเด่นทั้งในด้านดนตรี (มีวงร็อคไทยและนักร้องชื่อดังมาแจมเพลงฮิต) ละครอารมณ์ และคอมเมดี้ที่นักแสดงหน้าใหม่แสดงได้ฉกาจจนนักแสดงเก๋าอาย! แม้หนังจะมีทีมเขียนบทหลายคน แต่กลับไม่กระจัดกระจาย กลับกัน เรื่องราวเชื่อมโยงได้แน่น พร้อมการแสดงที่เต็มเปี่ยมอารมณ์ของทุกคน นอกจากนี้ยังมีมุมมองสดใสผ่านเทคนิคการเล่าเรื่องที่หลากหลาย ทั้งแอนิเมชันสไตล์มังงะเวลาแนะนำสมาชิกวง หรือฉาก rebirth ของวงที่ผุดขึ้นจากเถ้าถ่านหลังอกหัก!เหมือน ‘Beck’ ของญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องการก่อตั้งวงและความสัมพันธ์ของสมาชิก ‘ซักซีด’ คือเวอร์ชั่นไทยที่รวมทุกอารมณ์ ทั้งมิตรภาพ ความรัก ความฮา และเสียงร็อคสุดมันไว้ในเรื่องเดียว เรียกว่าเป็นหนังครบรสที่แนะนำให้ดูมากๆ โดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่า ‘ตัวเองห่วย’ เพราะนี่คือแรงบันดาลใจว่า “แม้จะห่วย แต่ถ้ามีใจรัก...สักวันต้องรุ่ง!”
หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของมิตรภาพ มีโครงเรื่องดีและตลกสุดๆ ดูแล้วฮาจนน้ำตาเล็ด แถมยังมีบางช่วงที่ซึ้งกินใจจนต้องหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดน้ำตาไปด้วย
ผ่านมาเนิ่นนานแล้วตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ฉันดูหนังไทย เพราะส่วนใหญ่มักทำให้ผิดหวัง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่! ฉันรู้สึกดีมากๆ หนังให้ความรู้สึกอบอุ่นใจเกี่ยวกับมิตรภาพที่แข็งแกร่ง และช่วงจบยังทำให้ทั้งหัวเราะ คร่ำครวญ และสนุกไปกับทุกองก์อย่างต่อเนื่อง เรื่องย่อ: เหมือนเด็กชายวัยรุ่นทั่วไป แพดและก้อง เพื่อนซี้คู่หูตัดสินใจตั้งวงดนตรี แต่ปัญหาคือพวกเขาทำได้ห่วยมาก! จึงต้องตามเอ็กซ์ (มือกลอง) และเอิร์น (มือกีตาร์) มาร่วมวง ทุกอย่างเริ่มวุ่นวายเมื่อก้องเริ่มตกหลุมรักเอิร์น ซึ่งเป็นคนที่แพดแอบชอบมาตั้งแต่เด็ก ต้องยอมรับว่าเนื้อเรื่องไม่ได้ใหม่เลย เป็นเรื่องที่เคยเห็นมาแล้วนับพันครั้ง แต่คราวนี้มีบางอย่างที่แตกต่าง การเล่าเรื่องมีความสมดุล และดำเนินได้ดี แม้บางช่วงอาจดู‘เด็กๆ’ ถ้าเทียบกับวัฒนธรรมตะวันตก แต่ก็สะท้อนความเป็นเอเชียได้พอตัว ชอบที่หนังสามารถสร้างความบันเทิงให้ฉันได้เกิน 2 ชั่วโมง โดยไม่ยัดเยียดฉากเซ็กซ์แบบหนังวัยรุ่นทั่วไป แต่เน้นไปที่มิตรภาพแทน การคัดนักแสดงนี่สุดยอด! เป็นจุดแข็งของ GTH ที่มักทำได้ดีตลอด ตัวละครทั้งสี่น่ารักและน่าชื่นชม โดยแต่ละคนได้เวลาฉายแจ่มแจ้งพอให้เราซาบซึ้งไปกับพวกเขา ต้องบอกว่าการรวมตัวของกลุ่มนี้ดีเกินคาด แถมเอิร์นน่ารักมากกก! การแสดงอาจดูไม่เป๊ะถ้าเทียบกับฮอลลีวูด แต่ฉันกลับไม่รู้สึกขัดใจ ซ้ำยังชอบบางช่วงที่แสดงออกมาแบบ‘ฝืนๆ’ น่ารักดี ด้านเทคนิค หนังไทยก็ยังธรรมดาๆ แต่ถือว่าใช้ได้สำหรับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของชญานิศ อีกสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเพลงประกอบ! มันคือการผสมผสานอันยอดเยี่ยมของดนตรีร็อกไทย แต่ละเพลงสื่ออารมณ์ตัวละครได้ชัดเจน ซึ่งน่าเสียดายสำหรับคนที่ไม่เข้าใจไทยอาจซาบซึ้งไม่เต็มที่ สรุปฉันรักหนังเรื่องนี้และจะซื้อ DVD ไปเก็บแน่นอน คำแนะนำ: แนะนำมากๆ สำหรับคนอายุต่ำกว่า 35 โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ต้องชอบแน่ คะแนน: 7.5/10 (ระดับ: B)
Suck Seed เป็นภาพยนตร์จากค่ายหนังไทยอย่าง GTH ที่ทุกคนรู้จักดี เรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังสับสน เต็มไปด้วยความรัก มิตรภาพ และดนตรี นี่คือหนังดีที่ให้ความรู้สึกสนุกและอบอุ่น ซึ่งทำให้เรานึกถึงวัยนั้นอีกครั้ง โดยทำฉากตลกให้ตลกมาก ฉากความรักก็น่ารัก แถมยังแตกต่างจากหนังวัยรุ่นทั่วไป นักแสดงทุกคนทำออกมาได้ดี ส่วนจุดเด่นอีกอย่างคือการใส่เพลงหลากหลายเข้าไปให้เข้ากับเนื้อเรื่อง ทำให้คนดูอินและรู้สึกร่วมไปกับตัวละคร ส่วนตอนจบก็ทำออกมาน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นความรักในมุมต่างๆ หรือมิตรภาพที่เวลาเปลี่ยนไปก็ไม่อาจทำลาย จนส่งแนวคิดดีๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นที่ชอบดนตรีได้เป็นอย่างดี
ฉันมีโอกาสได้นั่งดูภาพยนตร์ไทยเรื่อง 'SuckSeed' (2011) และแน่นอนว่าฉันไม่พลาดเพราะชอบภาพยนตร์เอเชีย ส่วน 'SuckSeed' เป็นหนังที่เพิ่งรู้จักตอนได้ชม ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ได้ตรงกับความสนใจในการดูหนังของฉันเลย และไม่สามารถให้ความบันเทิงได้แม้แต่น้อย ฉันทนดูได้ประมาณชั่วโมงเดียวก็ต้องล้มเลิก เพราะไม่สนใจทั้งเนื้อเรื่องและตัวละคร รวมถึงไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอ 'SuckSeed' เป็นหนังที่เน้นกลุ่มวัยรุ่นซึ่งฉันไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย สิ่งที่ผู้กำกับชยานัฐ บุณยประภูพงศ์ ต้องการสื่อก็ไม่ดึงดูดฉันเลย ฉันเข้าใจว่าหนังคงน่าสนใจสำหรับวัยรุ่น แต่ฉันไม่ใช่กลุ่มนั้น ต้องชมว่าการผลิตและภาพสวยงาม นักแสดงก็ทำได้ดี แต่ฉันไม่สนใจเพราะตัวละครไม่สำคัญสำหรับฉัน แถมตัวละครผู้ชายทั้งหมดดูคล้ายกันไปหมด ให้คะแนนแค่ 3 จาก 10 และไม่คิดจะกลับไปดูต่อ ไม่เหมาะกับรสนิยมฉันเลย

Pee Mak (2013) พี่มาก พระโขนง
2073 (2024)