
May Nai (2015) เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ ป๋อง (แบงค์-ธิติ) เป็นนักเรียนมัธยมปลายชั้น ม.5 ที่ทฤษฎีว่า “ไม่ว่าโรงเรียนไหนๆ นักเรียนในโรงเรียนจะถูกแบ่งออกเป็นฐานันดรต่างๆ” อย่างไม่มีทางเลือก โดยจะสังเกตได้ง่ายมากเวลามีกีฬาสี ไล่ตั้งแต่ ประธานสีสุดป๊อป เชียร์ลีดเดอร์หน้าตาดีเฟร่อ นักกีฬาหุ่นแซ่บ อันธพาลที่คอยแต่แกล้งคนอื่น กองเชียร์บนแสตนด์ จนถึงฐานันดรต่ำที่สุดคือ พวกไร้ตัวตน ซึ่งเป็นฐานันดรที่ป๋องสังกัดอยู่ คำอธิบายง่ายๆ สำหรับฐานันดรนี้ก็คือ ไม่ขึ้นแสตนด์ยังไม่มีใครรู้เลย

สาวมัธยมสุดธรรมดา ๆ คนหนึ่งพยายามพิชิตใจรุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตของโรงเรียนด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนใหม่ แต่มีหนึ่งความลับที่เธอต้องซ่อนไว้ นั่นคือเธอสามารถปล่อยไฟฟ้าออกมาได้ทุกครั้งที่ตื่นเต้น
เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ เป็นเรื่องราวของป๋อง (แบงค์ ธิติ) เด็กหนุ่มผู้ไร้ตัวตนในโรงเรียน แต่ดันไปคลั่งไคล้ มิ้ง (ฟรัง-นรีกุล) สาวตัวท๊อปว่าที่ประธานสี ในขณะเดียวกัน เมย์ไหน (ปันปัน สุทัตตา) สาวผู้มีพลังไฟฟ้าช๊อตและเก็บตัวเงียบก็ดันไปแอบหลงรักพี่เฟรม (ต่อ ธนภพ) หนุ่มสุดฮอตที่หมายปองของบรรดาสาวๆในโรงเรียน โชคชะตาพาให้ป๋องและเมย์ไหนมารู้จักกันและต้องมาร่วมมือกันในการสานต่อความรักของตัวเองให้สำเร็จ แต่อุปสรรคมีอยู่ว่า เมย์ไหน ไม่สามารถเข้าใกล้พี่เฟรมได้เพราะถ้าเธอตื่นเต้นมากๆจะปล่อยกระแสไฟฟ้าสถิตย์ออกมา ส่วนป๋องก็พยายามพิชิตใจมิ้งให้ได้ ทั้งๆที่เธอเมินใส่ป๋องอยู่บ่อยๆ
ผมบังเอิญเจอภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ไทยปี 2017 เรื่อง "เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ" (May Who?) ในปี 2021 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มาก่อน แต่ด้วยความที่มันเป็นหนังไทย และความชอบภาพยนตร์เอเชียของผม รวมถึงความอยากรู้ว่าทำไมถึงไม่เคยเห็นมาก่อน ผมจึงตัดสินใจหามาดู และต้องยอมรับว่าผมถูกใจมากกว่าที่คิด! "เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ" สร้างความประหลาดใจและให้ความบันเทิงได้อย่างดีทีเดียวบทภาพยนตร์โดย ชยานัฐ บุญประคบ, นัฐธพงศ์ บุญประคบ, วสุธร ปิยะรมณีย์ และทศพล ทิพยินทรากุล ประสานองค์ประกอบของหลายแนวได้ลงตัว ทั้งแฟนตาซี โรแมนติก และคอมเมดี้ เป็นเนื้อเรื่องที่เขียนได้ดี มีตัวละครน่าสนใจ ส่วนผู้กำกับชยานัฐ บุญประคบ ก็ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาอย่างมีชีวิตชีวาและน่าพอใจแม้จะมีคอมเมดี้แทรกอยู่มาก แต่หัวใจหลักของเรื่องคือความอบอุ่นของเนื้อหาและการแสดงที่ยอดเยี่ยมของนักแสดง โดยเฉพาะ "สตตตา อูโดมสิงห์" (รับบท เมย์-ไหน) ที่ขับเคลื่อนเรื่องราวด้วยการแสดงอันเปี่ยมพลังของเธอจนน่าประทับใจหากมีโอกาส ฉันแนะนำให้ลองดู "เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ" ดูสักครั้ง เพราะตัวฉันเองก็ตกใจกับความสนุกที่ได้ เติมเต็มความคาดหมายไว้แค่หนังคอมเมดี้วัยรุ่นทั่วไป แต่เรื่องนี้กลับให้อะไรมากกว่านั้น!ให้คะแนน 7 เต็ม 10 ดาว ด้วยรักและพลังเฟร่อ!
ดูหนังเรื่องนี้แล้วฮาหัวเราะทั้งเรื่อง! นอกจากความฮาแล้ว ยังมีช่วงเศร้าแบบหนังวัยรุ่นมัธยมอีกด้วย ดูซ้ำกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ แถมยังชอบเพลงประกอบที่ร้องโดยแบงค์ ฐิติอีกด้วย
ผมเห็นตัวอย่างหนังเรื่อง 'May Who?' ตอนไปดู 'Our Times' ในโรง และตอนนั้นคิดเลยว่าไม่มีทางดูเรื่องบ้าๆ แบบนี้แน่ แต่พูดไปก็ต้องถอนคำ! อยู่ๆ ก็คิดว่าเอาแม่ไปดูด้วยคงสนุก... ‘พงษ์’ เด็กหนุ่มเนิร์ดในกลุ่มเด็กชายกลุ่มนอกคอกที่เรียกว่า ‘Invisibles’ ชอบปล่อยจินตนาการผ่านการวาดการ์ตูน ส่วน ‘เม-ผู้’ เด็กสาวในกลุ่มเดียวกันที่มีความลับสุดพิเศษ คือสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าแบบขดลวดเทสลาได้ทุกครั้งที่หัวใจเต้นเกิน 120 ครั้ง/นาที พงษ์บังเอิญรู้ความลับนี้จึงเสนอช่วยเหลือกันและกันเพื่อจีบคนที่ชอบอยู่โรงเรียน บทสรุปแบบนี้ไม่คล้าย ‘Our Times’ เหรอ? แก่นอาจจะใกล้เคียง แต่การนำเสนอต่างกันสุดขั้ว! วิธีดู ‘May Who?’ ให้สนุกมีอย่างเดียวคือ วางสมองไว้ข้างประตูแล้วเข้าชม ตอนแรกไม่ได้หวังอะไร แต่ต้องยอมรับว่ามีบางมุมที่โรแมนติกคอมมาดีเลยทีเดียว บางช่วงน่าจะปังได้เต็มๆ แต่ดันมีฉากตีลังกาตลกเกินจริงแทรกมาซะหมด น่าเสียดายที่ผู้กำกับเลือกตีความพลังไฟฟ้าแบบตรงตัวเกินไป แทนที่จะใช้เป็นสัญลักษณ์ของความอึดอัดในวัยรุ่น อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็มีมุมอบอุ่นน่าประทับใจ โดยเฉพาะฉากอนิเมชันสไตล์ Roger Rabbit ตอนจบ ส่วนตัวชอบตัวละครพงษ์และเม-ผู้เพราะทำให้นึกถึงตัวเองตอนวัยรุ่น ที่เขินอายและไม่กล้าแสดงออก การชอบใครแบบเก็บไว้คนเดียวก็ดีอยู่แล้ว อีกสิ่งสำคัญคือต้องดูหนังกับคนหมู่มากที่เหมาะสม ผมถูกห้อมล้อมด้วยสาวๆ วัยทีนที่หัวเราะอย่างสนุกจนทำให้ยอมรับเรื่องราวพิลึกๆ ไปได้ บางครั้งการมองโลกผ่านมุมมองวัยรุ่นก็ให้ความรู้สึกดีไม่เลว
A Little Thing Called Love (2010) สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก
The Last Full Measure (2019) วีรบุรุษโลกไม่จำ