
I Fine Thank You Love You (2014) ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ เพลง (ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) ติวเตอร์ภาษาอังกฤษสาว ต้องพบกับเรื่องราวอันสุดแสนจะน่าปวดหัว เมื่อลูกศิษย์ชาวต่างชาติของเธอตัดสินใจทิ้ง ยิม (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) แฟนหนุ่มคนไทยไปอเมริกา แต่ด้วยความที่ยิมฟังภาษาอังกฤษไม่ออก I Fine Thank You Love You เธอจึงอัดวีดิโอบอกเลิกใส่ธัมป์ไดรว์แล้วขอร้องให้เพลงช่วยไปเปิดแปลให้ยิมฟัง เมื่อยิมรู้ว่าถูกบอกเลิกก็โมโหมาก จึงตัดสินใจไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษกับเพลง โดยหวังจะตามไปง้อแฟนที่อเมริกา ในขณะเดียวกัน เพลงก็ไปตกหลุมรักกับ คุณพฤกษ์ (ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ) ลูกศิษย์ คอร์สภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ หนุ่มหล่อ ชาติตระกูลดี ผู้ซึ่งเป็นดั่งชายในฝันของผู้หญิงทุกคน

ยิมต้องเรียนภาษาอังกฤษเพื่อตาม挽回แฟนสาวชาวญี่ปุ่นในภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้สุดฮาของไทย
ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ เป็นเรื่องราวของติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษผู้มากความสามารถ ที่ต้องเจอเรื่องปวดหัวเมื่อลูกศิษย์สาวต้องการให้ช่วยอัดคลิปบอกเลิกแฟนหนุ่มไทยเพราะสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ ระหว่างนั้นเธอก็พบรักกับนักธุรกิจหนุ่มวัยใสที่มาเรียนภาษา แต่ความวุ่นวายยังไม่จบเมื่อ ‘ยิม’ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) ลูกศิษย์ใหม่ผู้ตามง้อแฟนสาวที่อเมริกากลายเป็นคนเดียวกับแฟนเก่าของลูกศิษย์คนเดิม! ความบังเอิญนี้ทำให้ทั้งคู่ต้องเริ่มบทเรียนภาษาอังกฤษแบบเริ่มต้นจากศูนย์ พร้อมความขัดแย้งที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมจนน่าประทับใจ
น่ารัก น่าประทับใจ แปลกใหม่ และโรแมนติก หนังเรื่องนี้มีความพิเศษไม่เหมือนใคร ด้วยตัวละครที่จดจำได้ง่าย บทหนังที่ยอดเยี่ยม และการถ่ายทำที่น่าประทับใจ บางมุกตลกอาจจะดูเรียบไปหน่อย (อาจเป็นเพราะเรื่องวัฒนธรรม? นี่เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ผมดู) แต่ทุกอย่างอื่นๆ ถ่ายทำได้สวยงามและอบอุ่นใจ ถ้าคุณกำลังหาอะไรที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ที่ทั้งทำให้คุณอมยิ้ม หัวเราะ และน้ำตาไหลได้ในเวลาเดียวกัน นี่คือหนังสำหรับคุณ!!
หนังเรื่องนี้ทำออกมาในปี 2014 ซึ่งตอนแรกฉันก็สงสัยว่า มันจะดีเหรอ? พอเวลาผ่านไป 1 ปี 3 ปี มีซีรีส์ดังๆ อย่าง 'สาวน้อยจอมพลัง โดบงซุน (2017)' หรือ 'กฎแห่งรักของเมอร์ฟี (2015)' ขึ้นมา ในช่วงที่ซีรีส์เอเชียเริ่มพัฒนาระดับสากล ฉันเลยลองเปิดใจให้หนังเรื่องนี้ โอกาสเริ่มตอนที่ฉันเลื่อน Netflix หาหนังรักคอมเมดี้ดีๆ ดู (ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์หรือหนัง ภาษาไหนก็ได้ ขอแค่สนุกและน่ารัก) พอได้คลิกดู แรกๆ ก็คิดว่า โอเค ลองดูเลยว่ามันจะเจ๋งแค่ไหน ฉากเปิดออกแนวเกินจริงและตลกมาก เราได้พบกับ 'เพลิง' สาวไทยที่พูดได้สองภาษา ทั้งไทยและอังกฤษ แต่ภาษาอังกฤษของเธอแปลกๆ พร้อมสำเนียงประหลาด ส่วน 'ยิม' หนุ่มที่ไม่สามารถสื่อสารกับแฟนสาว 'คายะ' ที่พูดญี่ปุ่นกับอังกฤษได้ ภาษาที่พวกเขาเข้าใจมีแค่การแสดงความรักเท่านั้น คายะอยากเลิกเพราะสื่อสารกันไม่เข้าใจ ส่วนยิมก็พยายามทุกทางเพื่อคืนดี โดยไปขอให้เพลิงสอนภาษาอังกฤษให้ เขาจะได้สื่อสารกับแฟนและกลับมาคืนดีกัน แต่การเรียนของเขาช้ามาก ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะคล่อง ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้มีมุมคลาสสิกบ้าง บางส่วนก็ไม่ตื่นเต้นแบบที่คิด ถ้าฉันเป็นคนเขียนหรือกำกับ อาจเพิ่มมุมฮาและความน่ารักเข้าไปอีก แม้ตัวละครจะมีเคมีกัน แต่ไม่ถึงขั้นให้ฉันต้องปลื้มปริ่ม ยังมีบางช่วงที่ซึ้งจนน้ำตาไหล ส่วนตอนจบก็เป็นแบบที่ใครๆ คาดไว้ คือสองตัวหลักตกหลุมรักกัน แต่กว่าจะรู้ตัวก็ตอนเกือบจบแล้ว และมีบางอย่างที่ยังคลุมเครือ (นัยยะยืนยัน 'เรือ' ที่แฟนคลับอยากเห็น) ไว้ให้ตีความกันเอง ฉันอาจเข้าใจแต่ไม่บอก! สรุปแล้วเป็นหนังดีที่ดูเพลินๆ ไม่ถึงขั้นแนะนำให้ทุกคนบนโลกดู แต่เหมาะกับคนชอบแนวโรแมนติกคอมเมดี้แบบไม่จริงจัง ถ้าให้คะแนนก็คงอยู่ที่ 3.8/5
อีกหนึ่งเรื่องโรแมนติกคอมเมดี้ไทยน่ารักสดใส การแสดงระดับคลาสสิก จังหวะตลกได้ใจ ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจหลังดูจบ งานผลิตคุณภาพดี ไม่ควรพลาดแม้ไม่ได้เป็นคนไทย
ฉันดูหนังเรื่องนี้เพราะเห็นเรตติ้งสูง แต่กลับรู้สึกผิดหวังพอสมควร ด้านคอมเมดี้ถือว่ายังทำได้ไม่ดีนัก มุกบางส่วนคาดเดาได้ง่ายเกินไป การแสดงไม่แย่แต่ก็ไม่โดดเด่นพอที่จะส่งมอบความตลกได้ดี จังหวะการตบมุกบางครั้งก็ไม่พอดี ทำให้อรรถรสของมุกลดลง ส่วนติวเตอร์เพลงก็แสดงเกินจริงไปหน่อยเพื่อให้มุกตลกขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วจังหวะมุกควรเร็วและกระชับกว่าเดิม เพื่อให้ผู้ชมขำได้ทันทีแทนที่ต้องคอยรอ โดยรวมคือความตลกยังดิบๆ แต่แนวเรื่องมีแนวโน้มน่าสนใจอยู่บ้าง
ปกติฉันจะดูหนังอย่างตั้งใจ เช่น สังเกตการแสดงของนักแสดง เนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่อง ฉากที่น่าอึดอัดหรือ awkward แต่กับหนังเรื่องนี้ฉันทำไม่ได้เลย หนังสนุกและเพลิดเพลินมาก นักแสดงทั้งชายและหญิงแสดงได้ดีมาก โครงเรื่องเรียบง่ายแต่ทำได้ดีมาก ความรู้สึกที่หนังส่งมาถูกใจผู้ชมมาก ส่วนคอมเมดี้? บอกเลยว่าฉันหัวเราะบางช่วง และบางส่วนก็เข้าใจได้ว่ามัน awkward แค่ไหนเมื่อเราไม่ชอบคนนั้นแต่เขาทำโรแมนติกเกินไป (ฉากบนเรือ) ส่วนโรแมนซ์? หนังส่งต่อเรื่องความรักได้ดี ทั้งความรักของตัวละครหลักและตัวละครรอง เรียกได้ว่าเป็นหนังโรแมนติกเต็มตัว ส่วนอารมณ์ความรู้สึก? อยู่ในระดับปานกลาง ไม่สุดเหวี่ยงแต่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้ เป็นเรื่องเบาสมองที่ไม่ต้องคิดมาก หนังเรื่องนี้ดีพอที่จะได้ 9/10 จากฉัน เพราะ: เนื้อเรื่องดี, นักแสดงแสดงดี, การดำเนินเรื่องดี, โรแมนซ์ดี, คอมเมดี้ก็สนุก, อารมณ์ความรู้สึกโอเค
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ที่ดี แม้เนื้อเรื่องจะเรียบง่ายแต่ก็ดึงดูดความสนใจของผู้ชมและเติมเต็มความสุขให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดี เรื่องราวเกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อกลับไปคืนดีกับแฟนสาวของเขา
พูดง่ายๆ ก็คือ "นี่คือหนังไทยที่ใช้ภาษาไทย" เพราะฉะนั้นใครที่ไม่เข้าใจภาษาไทยก็อย่าหวังว่าจะหัวเราะจนท้องแข็ง ผมเป็นคนไทย และหนังโรแมนติกคอมเมดี้ไทยมีมากมาย แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ฮาที่สุดที่ผมเคยดูมา ทำไมถึงให้เรตติ้งสูง? เพราะอารมณ์ขันไทยต่างจากชาวบ้าน เข้าถึงยากถ้าไม่เข้าใจวัฒนธรรม เราใช้ภาษาไทยเป็นหลักเพราะเป็นภาษาของเรา อย่างที่บอก ถ้าไม่เก็ตภาษาไทยก็ไม่ใช่ความผิดใคร ซับไตเติลหรือคำแปลก็ห่วยแตก แปลอารมณ์ขันหรือมุกตลกของหนังได้ไม่หมด เพราะคำบางคำในไทยไม่สามารถแปลตรงตัวเป็นภาษาอื่นได้ คำแนะนำของผมคือ ถ้าอยากหัวเราะกับหนังไทยโดยเฉพาะเรื่องนี้...ไปเรียนภาษาไทยมาเถอะ :)
มุกส่วนใหญ่ซ้ำซาก ไร้จินตนาการ และเล่นได้ไม่โดน
หนังเรื่องนี้ดูสนุกมากๆ ตอนที่ยังอยู่ในช่วงชีวิตที่ทุกอย่างสดใสและตื่นเต้น รู้สึกดีกับช่วงเวลานั้นจริงๆ บอกเลยว่าฉันสนุกสุดเหวี่ยงกับหนังเรื่องนี้!
ก่อนหน้านี้ฉันเคยดูเวอร์ชันอินโดนีเซีย (รักเธอ...ไม่รักเธอ) มาแล้ว พอมาดูเรื่องนี้ก็อดเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะนี่คือครั้งแรกที่ฉันดูหนังโรแมนติกคอมเมดี้ของไทยอย่าง ‘First Love’ ที่ฮาจนท้องแข็ง เลยคาดหวังว่าเรื่องนี้จะต้องตลกกว่าเวอร์ชันอินโดแน่ๆ เพราะโดยรวมแล้วไทยมักทำหนังผีและคอมเมดี้ได้ดีจนต้องกลัวแทบสิ้นใจหรือหัวเราะจนน้ำตาเล็ด แต่คราวนี้ต้องขอโทษจริงๆ ที่บอกเลยว่าชอบเวอร์ชันอินโดมากกว่า ไม่ใช่เพราะฉันเป็นคนอินโดนะ แต่เพราะนักแสดงนำหญิงของอินโดดูสวยและเล่นได้ดีกว่า รวมถึงนักแสดงนำชายด้วย แม้แต่บทสาวญี่ปุ่น เวอร์ชันอินโดก็ทำให้เธอดูเซ็กซี่เข้ากับบทที่ชอบเรื่องบนเตียง ส่วนเวอร์ชันไทยกลับออกแนวทอมบอยหน้าตาน่ารัก อย่างไรก็ตาม ฉันชอบพล็อตย่อยของตัวละครชายที่ผู้หญิงแอบชอบ และเรื่องราวครอบครัวของเขา ที่แตกต่างจากเวอร์ชันอินโดคือ หนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ฉันร้องไห้เลยสักนิด
7.2

Friend Zone (2019) ระวัง สิ้นสุดทางเพื่อน
7.5

Hello Stranger (2010) กวน มึน โฮ
7.7

Fanday (2016) แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว
7.7

Freelance (2015) ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ
7.4

SuckSeed (2011) ห่วยขั้นเทพ
7.8

The Teacher_s Diary (2014) คิดถึงวิทยา
7.1

อ้ายคนหล่อลวง (2020) The Con-Heartist
7.2

Pee Mak (2013) พี่มาก พระโขนง
7.6

A Little Thing Called Love (2010) สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก
6.7

Brother Of The Year (2018) น้อง พี่ ที่รัก
5.9

KKN di Desa Penari (2022)
6.9

Nevada Smith (1966) ล้างเลือด แดนคาวบอย
7.1

Brothers (2009) บราเทอร์…เจ็บเกินธรรมดา
7

We Live in Time (2024) เวลานั้นฉันและเธอ
5.2

Your Fault (2024) คำขอโทษ 2
7

The Last Boy Scout (1991) อึดทะลุเพดานบ้า
3.7

The Farm (2018) ขุนแล้วเชือด
6.2

Blockbuster (2022) บล็อกบัสเตอร์
6

Orgasm Mariko (1985) ตอนเธอถึงจุดสุดยอดของมาริโกะ
6.3

Lamb (2021)
7.2

Pamela A Love Story (2023) ความรักของพาเมล่า
5.7

Awasarn Lok Suey (2016) อวสานโลกสวย