
Fanday (2016) แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว ‘เด่นชัย’ (เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) เจ้าหน้าที่ไอทีสุดเนิร์ดประจำออฟฟิศวัย 30 ผู้จะมีตัวตนในสายตาพนักงานคนอื่น แค่เวลาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เสีย ในชั่วโมงทำงานที่แสนเร่งรีบไม่มีใครสนใจ แม้แต่จะจำชื่อของเด่นชัย จนเขาแอบน้อยใจอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งวันที่เขาได้ไปซ่อมปรินเตอร์ให้ ‘นุ้ย’ (มิว นิษฐา จิรยั่งยืน) มาร์เก็ตติ้งสาวคนสวยผู้จดจำชื่อจริงของเขาได้ เด่นชัยตกหลุมรักความน่ารักและจริงใจของนุ้ยที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีตัวตนขึ้นมา แต่ก็ทำได้เพียงเฝ้าเก็บรายละเอียดและดูแลเธออยู่ห่างๆ เพราะรู้ดีว่าหมาอย่างเขาคงได้แค่แหงนมองเครื่องบินแต่แล้ว เมื่อบริษัทของเด่นชัยพาพนักงานไปเที่ยวเอาท์ติ้งยังสกีรีสอร์ทที่ฮอกไกโด เด่นชัยได้ขอพรกับระฆังแห่งความรักของรีสอร์ทให้เขาได้เป็นแฟนกับนุ้ยแค่วันเดียวก็ยังดี โชคชะตาเล่นตลกเมื่อนุ้ยประสบอุบัติเหตุจากสกีจนหมดสติ พอนุ้ยฟื้นก็กลับมีอาการ ‘โรคความจำเสื่อมชั่วคราว’ ที่เรียกกันว่าโรค TGA ซึ่งเป็นโรคความจำเสื่อมที่จะมีอาการอยู่เพียงแค่ 1 วันเท่านั้น..เด่นชัยคิดว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่คนอย่างเขาจะได้ใกล้ชิดกับนุ้ย เขาตัดสินใจสวมรอยหลอกนุ้ยว่าทั้งสองเป็นแฟนกัน และอยู่เที่ยวต่อกันเพียงสองคน เด่นชัยตั้งใจว่าจะพานุ้ยไปเที่ยวในทุกๆ ที่ที่เธออยากไปในฮอกไกโด ใช้เวลาสุดพิเศษของเขากับเธอในฐานะแฟน แม้ว่ามันจะเป็นการเป็นแฟนกันเพียงแค่วันเดียวก็ตาม..

หญิงสาวผู้ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมชั่วคราวหายากที่อยู่ได้เพียงวันเดียว เพื่อนร่วมงานขี้อายที่แอบหลงรักเธอจึงบอกว่า他們เป็นคู่รักเพื่อจะได้ใช้ชีวิตกับเธอแค่เพียงวันเดียว
เด่นชัย จ้าหน้าที่ไอทีสุดเนิร์ดประจำออฟฟิศวัย 30 ผู้จะมีตัวตนในสายตาพนักงานคนอื่น แค่เวลาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เสีย ในชั่วโมงทำงานที่แสนเร่งรีบไม่มีใครสนใจ แม้แต่จะจำชื่อของเด่นชัย จนเขาแอบน้อยใจอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งวันที่เขาได้ไปซ่อมปรินเตอร์ให้ นุ้ย มาร์เก็ตติ้งสาวคนสวยผู้จดจำชื่อจริงของเขาได้ เด่นชัยตกหลุมรักความน่ารัก และจริงใจของนุ้ยที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีตัวตนขึ้นมา แต่ก็ทำได้เพียงเฝ้าเก็บรายละเอียดและดูแลเธออยู่ห่างๆ เพราะรู้ดีว่าหมาอย่างเขาคงได้แค่แหงนมองเครื่องบินแต่แล้ว เมื่อบริษัทของเด่นชัยพาพนักงานไปเที่ยวเอาท์ติ้งยังสกีรีสอร์ทที่ฮอกไกโด เด่นชัยได้ขอพรกับระฆังแห่งความรักของรีสอร์ทให้เขาได้เป็นแฟนกับนุ้ยแค่วันเดียวก็ยังดี
จากผู้กำกับชื่อดังแห่งวงการภาพยนตร์สยองขวัญ แต่ผมกลับชอบผลงานโรแมนติก-ดราม่าเรื่องเดียวของเขาอย่าง 'รักแห่งสตริงเกอร์' ที่นำนักแสดงชายคนเดียวกันมารับบทนำ ส่วนเรื่องนี้ก็เป็นแนวโรแมนติก-ดราม่าแบบท่องเที่ยวเช่นกัน แต่มีส่วนผสมของแฟนตาซี/ไซ-ไฟเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้การตีตราเรื่องด้วยป้ายกำกับเหล่านั้นดูไม่ค่อยเข้าท่า นอกจากนี้ยังให้อารมณ์คล้ายภาพยนตร์รักสไตล์ยุค 90 จากฝั่งตะวันตก แม้ธีมจะดูเก่าแต่ก็ทำออกมาได้ดีจนน่าประหลาดใจ แนวคิดของเรื่องคล้ายกับ 'ส่วนที่หายไปตรงกลาง' แต่เน้นโรแมนติก-ดราม่าล้วนๆ ตอนเริ่มดูคิดว่าน่าจะเป็นหนังรักธรรมดาๆ ที่เดาทางได้ แต่เมื่อถึงช่วงกลางเรื่องที่มีการพลิกผัน แม้จะเป็นทวิสต์ที่เคยเห็นมาแล้วในหนังหลายเรื่อง แต่สิ่งที่ตามมาทำให้เรื่องน่าติดตาม และจุดจบที่แตกต่างนี่แหละที่ช่วย拯救ภาพยนตร์ไว้! ถ้าช่วงไคลแมกซ์ทำได้ไม่ดี หนังคงเสียเสน่ห์ไปหมด สำหรับคนวัยรุ่นหรือวัย 20 ต้นๆ นี่อาจเป็นหนังในดวงใจ แต่สำหรับคนที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วอาจไม่รู้สึกอินเท่าไร อย่างไรก็ตาม เป็นหนังที่ดูได้ทุกคน แม้จะชอบมากชอบน้อยต่างกันไป ❝เหมือนเรากำลังปีนเขาหิมาลัยด้วยกัน❞ เรื่องราวของ 'เด่นชัย' หนุ่มติ่งไอทีวัย 30 ที่ทำงานเป็นพนักงานสนับสนุนด้านเทคนิค เขาชอบความสมบูรณ์แบบแต่กลับไม่มีใครสนใจ จนวันหนึ่งเขาตกหลุมรักพนักงานใหม่ แต่เก็บความรู้สึกไว้แค่แอบสังเกตเพราะเธอมีคนอื่น เมื่อบริษัทจัดทริปต่างประเทศ ความปรารถนาของเขาก็เป็นจริง...ได้เป็นแฟนเธอแค่หนึ่งวัน! เรื่องราวของวันสำคัญนั้นและวันถัดมาถูกเล่าอย่างละเอียด ช่วงเริ่มเรื่องยาวกว่าที่คิด แต่จำเป็นต่อการปูทางให้เหตุการณ์หลังๆ พอเข้าสู่ช่วงทริปต่างประเทศ เรื่องราวก็เปลี่ยนโหมด完全 เหมือนหนังอีกเรื่อง! แม้บางส่วนจะดูคลาสสิกแต่ก็ทำออกมาได้ดี ช่วง高潮戏ทำได้น่าประทับใจด้วยบทสรุปที่ไม่ตามสูตร นักแสดงนำทั้งคู่คว้ารางวัลภาพยนตร์แห่งชาติมาแล้ว ซึ่งพวกเขาคู่ควรกับรางวัลนี้ (อย่างน้อยก็ในมาตรฐานหนังไทย) ผู้กำกับทำออกมาได้ดีอีกครั้ง น่าลองทำโรแมนติกบ้างนอกจากหนังสยองขวัญ! การใช้สถานที่ในญี่ปุ่นช่วยเสริมบรรยากาศได้ดี บทพูดอาจยังปรับได้อีก แต่โดยรวมก็ประทับใจโดยเฉพาะตอนจบ นับเป็นหนังรักไทยที่ดีเรื่องหนึ่งในยุคนี้ ถ้าคุณตามหาหนังรักซึ้งๆ ละมุนละไม เลือกเรื่องนี้ไม่ผิดแน่! 7/10
ตอนแรกไม่คิดว่าจะสนุกเลย แต่เพราะชอบนักแสดงคนนึงก็เลยลองดู ต้องบอกว่าคิดผิดแล้วล่ะ ตอนนี้อยากให้มีภาคต่อเลยจ้า หนังดีมากๆ ถ้าเจอในเน็ตฟลิกซ์ถือว่าคุณโชคดีแล้วล่ะ
แนะนำภาพยนตร์โรแมนติกเรื่องนี้ให้ทุกคนเลย ตอนเริ่มเรื่องดำเนินได้ดีมาก พอตัวละครเริ่มพัฒนาก็เข้าสู่จุด climax ชอบเรื่องนี้มากเลย แม้ว่าตอนจบจะยังรู้สึกหวานอมขมกลืนไม่หาย ประโยค 'รักไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล' ทำให้ฉันแทบคลั่ง และคิดถึงคนสำคัญขึ้นมาเลย แต่ตอนจบทำเอาซึมนิดหน่อย ทำไมเธอไม่สนใจผู้ชายคนนั้นเลยนะ ผู้ผลิตตั้งใจให้เป็นตอนจบแบบต่อเนื่องรึเปล่า นี่คือสิ่งที่คิดอยู่ในหัว!!! หวังว่าผู้ผลิตจะทำภาคต่อ (ภาคสอง) ของละครเรื่องนี้นะ^^ อยากให้ทุกคนได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ
ถ้าคุณชอบหนังที่มีตอนจบแสนสุขแล้วล่ะก็ หนังเรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์คุณเท่าไหร่ ส่วนตัวแล้วฉันชื่นชอบหนังที่ดูสมจริงมากกว่า และหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น หนังโรแมนติกที่ดีก็สามารถสมจริงได้ นี่คือสิ่งที่หนังเรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็น อย่างไรก็ตาม หนังก็ยังมีส่วนของแฟนตาซีเล็กๆ ให้ได้ชมกัน หนังเริ่มต้นด้วยการบอกเล่าชีวิตของหนุ่มทำงานไอทีผู้ถูกมองข้ามและหลีกเลี่ยงเนื่องจากหน้าตาและท่าทางที่ awkward นิดหน่อย เรื่องราวต่อมาพัฒนาเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งอาจช่วยให้คุณเข้าใจว่าความรักไม่ใช่การ 'ครอบครอง' แต่มักเป็นการ 'ให้' ความสุขแก่คนอื่น หลายคนอาจไม่ชอบตอนจบของหนัง แม้แต่ฉันเองก็ไม่ชอบในตอนแรก แต่ภายหลังจึงเข้าใจว่าเรื่องรักที่ยิ่งใหญ่มักจบแบบโศกนาฏกรรม หรือไม่ก็มีตอนจบที่แสนเศร้า
หนังเรื่องนี้ทำให้ฉันรู้สึกอารมณ์อ่อนไหวมาก เป็นหนังที่ดูแล้วดีมาก ฉันคงให้เต็มดาวถ้าไม่ใช่เพราะ.... คุณจะเข้าใจเมื่อได้ดูเอง เรื่องราวเกี่ยวกับหนุ่มไอทีที่หลงรักสาวในที่ทำงาน ไม่อยากสปอยล์มาก แต่บางทีเราอาจเห็นตัวเองในตัวละครบ้าง ลองไปดูกัน... ฉันแค่หวังว่า... คุณจะเข้าใจสิ่งที่เราต้องเผชิญกับตอนจบ
ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอฉากที่น่าประหลาดใจและงานภาพที่สวยงามน่าทึ่ง จุดแข็งที่สุดของเรื่องนี้คือโครงเรื่องและการกำกับ รวมถึงวิธีการเล่าเรื่องที่นำไปสู่ตอนจบที่คาดไม่ถึง ต้องบอกว่าผมชอบตอนจบของเรื่องมากๆ
ครั้งแรกที่ลองดูหนังเรื่องนี้ ผมเลิกดูไปประมาณ 10 นาที เพราะนักแสดงหญิงดูน่ารักเกินไป คิดว่าน่าจะเป็นแค่เรื่องรักวัยรุ่นทั่วไป แต่พอวันนี้มาดูอีกครั้ง ต้องบอกว่ามันดีมากเลย ไม่มีสปอยล์ที่นี่ แต่บอกได้แค่ว่าเรื่องนี้ไม่เหมือนใครเพราะตอนจบ และไม่เหมือนบางคนที่บอกว่าเป็นตอนจบเศร้า ผมว่ามันเป็นหนังจบสุขเลย บอกมากกว่านี้คงสปอยล์ แต่ดูประโยคสุดท้ายของเธอสิ คุณจะเห็นว่ามันคือตอนจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง
หนังที่มีจิตวิญญาณ... ฉันเพิ่งมาคอมเมนต์เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้หลังจากดูจบมาได้เดือนนึง... แต่ยังลืมฉากไคลแม็กซ์ของเรื่องไม่ได้เลย... หนังเรื่องนี้จะอยู่ในลิสต์หนังโปรด 5 อันดับแรกของฉันตลอดไป...
สำหรับผม หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในดราม่าโรแมนติกไทยที่ยอดเยี่ยมมากๆ โดยเฉพาะคนที่เคยผ่านความรักที่ไม่ได้ดั่งใจ เรื่องราวของหนุ่ม IT กับสาว Marketing ที่เขาตามหลงรัก แต่จุดพลิกผันอยู่ที่เมื่อเธอสูญเสียความทรงจำเพียง 1 วัน ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เขาตัดสินใจแกล้งทำเป็นแฟนของเธอจนกว่าเธอจะจำอะไรได้ มันทำให้ผมคิดว่าแค่ได้ใช้เวลาหนึ่งวันกับคนที่รักก็เป็นประสบการณ์ที่วิเศษแล้ว แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ หนังทำให้ผมรู้สึกเหงาและเข้าใจความรู้สึกของตัวละครชายมากขึ้น มันเหมือนคุณติดอยู่ในโลกที่ทุกอย่างดูปลอมๆ และไม่มีใครสนใจความรู้สึกคุณ แต่พอเจอคนที่เข้าใจและเห็นค่าคุณจริงๆ ก็เหมือนพบขุมทรัพย์ที่อยากทำให้เขามีความสุขสุดๆ สิ่งที่ผมไม่ค่อยชอบคือช่วงเริ่มเรื่องที่ใช้เวลานานไปหน่อยกับการปูพื้นตัวละคร แม้จะช่วยให้เข้าใจ背景故事更多 แต่ถ้าตัดบางส่วนออกน่าจะทำให้ตอนจบไม่รู้สึกเร่งรีบเกินไป นอกจากนี้ ตอนจบยังเดาง่ายเพราะเมื่อความทรงจำกลับมา เธอก็ต้องลืมทุกอย่างไปอยู่แล้ว ถ้ามีมุมพลิกที่เธอจำได้ ก็น่าตื่นเต้นกว่า ส่วนตัวผมชอบที่ผู้กำกับเลือกถ่ายทำที่ฮอกไกโด ญี่ปุ่น ช่วงฤดูหนาวและเทศกาลหิมะ เพราะฤดูนี้ทำให้รู้สึกว่ารักเบ่งบานง่าย ทัศนียภาพหิมะขาวโพลนสวยสงบ เหมาะกับบรรยากาศโรแมนติกสุดๆ เทศกาลหิมะก็เพิ่มความมีชีวิตชีวาเหมือนความรู้สึกตกหลุมรัก การเลือก локацииนี้ช่วยให้หนังดูมหัศจรรย์และเน้นธีมความรักได้ดี สุดท้าย หนังยังสอดแทรกแง่คิดดีๆ เกี่ยวกับการเผชิญความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และการยอมรับว่าบางครั้งคนที่รักเราอาจเหมาะกับเรากว่าคนที่เราไปหลงรัก มันช่วยให้เข้าใจความรักในมุมต่างๆ มากขึ้น ส่วนตัวผมชอบงานของผู้กำกับบัญจง พิษฐานาคุณมาก ทั้งสยองขวัญคอมเมดี้อย่าง ‘พี่มาก..พระโขนง’ หรือหนังสยองขวัญแนวจริงจังอย่าง ‘ร่างทรง’ แต่ ‘แฟนเดย์’ ถือเป็นผลงานระดับตำนานที่ผสมผสานความรักและดราม่าได้น่าติดตามทุกนาที เรียกได้ว่าเห็นลายเซ็นผู้กำกับชัดเจนในทุกเฟรม ถ้าคุณเป็นคนชอบดูหนัง ต้องไม่พลาดเรื่องนี้!
หนังเรื่องนี้เจ๋งมาก! บทภาพยนต์และเนื้อเรื่องยอดเยี่ยม บางฉากทำให้นึกถึงเหตุการณ์จริงในชีวิต เป็นหนังที่ดูแล้วประทับใจมาก
ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเผชิญกับภาวะความจำเสื่อมชั่วคราวชนิดหายากที่เกิดขึ้นเพียงวันเดียว เพื่อนร่วมงานขี้อายของเธอที่แอบหลงรักเธออยู่ จึงบอกเธอว่าทั้งคู่เป็นคู่รักกัน เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับเธอแม้เพียงวันเดียว
หนึ่งในเรื่องราวความรักที่สมบูรณ์แบบและน่าประทับใจที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยดูมา การแสดงระดับเทพที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตไปกับตัวละคร
ชายหนุ่มแอบรักเพื่อนร่วมงาน แต่เธอกลับชอบผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว... โชคดีที่เขาได้โอกาสพิสูจน์ความรักเมื่อเธอประสบปัญหาการสูญเสียความทรงจำเพียงหนึ่งวัน... เรื่องราวดี ดราม่าเข้มข้น บทพูดกินใจ แค่ฟังเรื่องย่อก็รู้สึกดีจนอยากดูทั้งเรื่องแทนที่จะแค่อ่านรีวิว!
7.5

Hello Stranger (2010) กวน มึน โฮ
7.2

Friend Zone (2019) ระวัง สิ้นสุดทางเพื่อน
7.8

The Teacher_s Diary (2014) คิดถึงวิทยา
6.9

I Fine Thank You Love You (2014) ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้
7.2

Pee Mak (2013) พี่มาก พระโขนง
7.7

Freelance (2015) ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ
7.4

SuckSeed (2011) ห่วยขั้นเทพ
7.1

อ้ายคนหล่อลวง (2020) The Con-Heartist
7.6

A Little Thing Called Love (2010) สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก
7.9

My Girl (2003) แฟนฉัน
7.1

Bangkok Traffic Love Story (2009) รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

Tyler Perrys Finding Joy (2025) พาใจไปหาจอย
7.9

Perfect Days (2023) หยุดโลกเหงาไว้ตรงนี้
7.2

Slam Dunk The Movie 4 (1995)
6.4

Valerian and the City of a Thousand Planets (2017) วาเลเรียน พลิกจักรวาล
5.5

Indigo (2023) เธอเห็นอะไร
7.7

And Your Mother Too (2001) กิ๊วก๊าวชวนสาวไปพักร้อน
5.9

Eenie Meanie (2025)
7.5

The Bastard Son & The Devil Himself (2022) พ่อมดสองสายเลือด
6.7

Brother Of The Year (2018) น้อง พี่ ที่รัก
6.1

Mortal Engines (2018) สมรภูมิล่าเมือง จักรกลมรณะ
3.2

Jazz The Racing (2025) หลวงพี่แจ๊สโคตรซิ่ง
4.7

The Swan Princess Far Longer Than Forever (2023) เจ้าหญิงหงส์ขาว ตอน ตราบนานชั่วกัลปาวสาน