
เรื่องย่อ The Mitchells vs. the Machines (2021) บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล หายนะโลกจากน้ำมือจักรกลขัดขวางทริปขับรถข้ามประเทศของครอบครัว แต่มีเพียงครอบครัวที่ประหลาดที่สุดในโลกอย่างบ้านมิตเชลล์ที่ช่วยมนุษยชาติได้

ทริปเดินทางด้วยรถของครอบครัวสุดประหลาดที่ไม่ลงรอยกันต้องสะดุด เมื่อพวกเขาตกอยู่ในกลางสงครามโรบอตประลัยโลก และกลายเป็นความหวังสุดท้ายของมวลมนุษย์ที่ไม่มีใครคาดคิด
หายนะโลกจากน้ำมือจักรกลขัดขวางทริปขับรถข้ามประเทศของครอบครัว แต่มีเพียงครอบครัวที่ประหลาดที่สุดในโลกอย่างบ้านมิตเชลล์ที่ช่วยมนุษยชาติได้
ทุกวันเสาร์ฉันกับลูกสาวจะดูหนังก่อนนอน แล้วเราก็มักจะเลือกแบบสุ่มๆ ฉันแค่ภาวนาในใจว่า 2 ชั่วโมงนี้จะไม่ทรมานเกินไป แต่หนังเรื่องนี้คือเซอร์ไพรส์ที่ดีมาก! มีเนื้อหาสมัยใหม่ มุกตลกสำหรับผู้ใหญ่ แถมอนิเมชั่นสุดอลังการ หนังครอบครัวที่ดีที่ทำให้คุณหัวเราะและสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันไม่ได้ดูตัวอย่างหนังมาก่อน แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครพากย์เสียง แต่ขอแนะนำเลย ดูได้ทั้งกับเด็กและดูคนเดียว สนุกแน่นอน!
การลุกฮือของหุ่นยนต์สายฮาใน 'The Mitchells vs the Machines' กระชากความสนใจฉันแบบไม่ทันตั้งตัว เริ่มจากไม่ค่อยสนใจหนังแอนิเมชัน Netflix เรื่องนี้เลย (แต่ลูกสาววัย 11 ขวบของฉันคิดต่าง) สุดท้ายกลับจมอยู่กับมันจนได้! เรื่องราวความสัมพันธ์พ่อลูกสาวถูกเล่าอย่างประณีต ท่ามกลางความวุ่นวายที่ตระกูลมิทเชลล์ต้องเผชิญทั้งหุ่นยนต์ล่าและฟาร์บี้ยักษ์ (ใช่แล้ว ฟาร์บี้ยักษ์!) อนิเมชันสีสันสดใส ตัวละครถูกออกแบบมาได้ดี (ไม่ใช่แค่การวาดนะ) พร้อมความรู้สึกจริงใจที่ซ่อนอยู่ ชื่อของลอร์ดและมิลเลอร์เริ่มเป็นที่จดจำมากขึ้นเรื่อยๆ จากผลงานระดับเทพแบบนี้
ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลยก่อนจะดู คุณอาจจะติติงว่าบางส่วนของเนื้อเรื่องหรือตัวละครอาจดูลอกเลียนแบบ แต่โดยรวมแล้วมันก็เป็นหนังที่ดูดี ตลกและสวยงามด้านภาพ พร้อมด้วยฉากแอคชั่นที่ออกแบบได้ดี เหมาะสำหรับการดูในคืนครอบครัว
ไม่มีทีมงานสร้างหนังจากหลังม่านเรื่องไหนในยุคนี้จะเทียบได้กับพลังสร้างสรรค์สุดเจ๋งเมื่อผู้อยู่เบื้องหลัง 'Gravity Falls' (ไมเคิล ริอันดา และ เจฟ โรว์) กับ 'Spider-Verse' (ฟิล ลอร์ด กับ คริส มิลเลอร์) มาร่วมมือกัน! หนังเรื่องนี้สนุกแบบระเบิดความบันเทิงตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมเอฟเฟกต์ CGI สไตล์ล้ำยุคที่ต่อยอดจาก 'Spider-Verse' แต่ยิ่งกว่าด้วยการผสมผสานเทคนิคต่างๆ จนทำให้ตื่นตะลึง แถมยังมีมุขฮาที่ตรงใจถึง 92% ไม่นับรวมแก่นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวที่ลึกซึ้งและกินใจ... ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ Sony Pictures Animation อาจแซงหน้า Disney และ Pixar ในสนามอนิเมชันไปเลยก็ได้!
อนิเมชันเรื่องนี้ดีมาก ทั้งสนุก เต็มไปด้วยชีวิตชีวา คึกคัก และเกี่ยวข้องกับชีวิตสมัยใหม่จริงๆ ฉันชอบส่วนที่สะท้อนปัญหาการติดโซเชียลมีเดียมากๆ
ชอบทุกนาทีที่ได้ดู เนื้อเรื่องและอนิเมชั่นเจ๋งมาก แนะนำให้ดูเลย!
ไม่ใช่ภาพยนตร์คลาสสิก :-( ฉันยังไม่ชอบการเลือกนักพากย์วัยผู้ใหญ่มาเป็นเสียงของเด็กผู้ชายอีกด้วย :-(
ฉันชอบบทสนทนาระหว่างหมาพันธุ์พั๊กชื่อมอนชี่กับหุ่นยนต์เพื่อนแท้มาก ๆ เนื้อเรื่องตลกสุด ๆ และนำเสนอการบุกครองโลกในมุมฮา แทนที่จะเป็นสถานการณ์จริงจังแบบที่เคยเห็น การพากย์เสียงทำได้ดีมาก ส่วนความสัมพันธ์ในครอบครัวก็สมจริงจนน่าเชื่อถือ หวังว่าครอบครัวมิทเชลล์จะได้กลับมาสร้างความฮาในภาคต่อนะ!
เช้าวันพฤหัสที่สดใส โปรดิวเซอร์จากโซนี่เดินเข้ามาพร้อมแนวคิด: "เฮ้ มาสร้างหนังแอนิเมชันใหม่เพื่อหารายได้กันดีกว่า! ใช้สคริปต์หนังครอบครัวหมายเลข 6 เหมือนเดิม ยกย่องความแปลกประหลาดและความธรรมดาของครอบครัว ใส่ความอบอุ่นนิดหน่อย แล้วก็ผสมธีมสมัยใหม่เช่นคอมพิวเตอร์ยึดครองโลกเข้าไปด้วย เราจะเพิ่มความเร็วภาพ x3 เพื่อที่เด็กสมาธิสั้นจะได้ไม่ตายด้วยความเบื่อ ใส่สโลว์โมเยอะๆ เพื่อให้ผู้ปกครองตามทัน แค่นี้ก็เสร็จสิ้น!"
ผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆ ขำจนท้องแข็ง เป็นเรื่องราวที่เล่าได้ดีมาก สไตล์อนิเมชั่นนี่ทำให้นึกถึง Into the Spider-Verse แต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง มุกฮาติดจิกและอารมณ์ขันแบบแปลกๆ ที่พอเข้าถึงแล้วจะติดหนึบไปกับเรื่องเลย หนังครอบครัวดีๆ ที่เหมาะกับทุกคน มีทั้งความสนุกและเนื้อหาที่ทุกคนในบ้านดูแล้วชอบแน่นอน รับรองว่าดูแล้วไม่ผิดหวัง!
เป็นหนังที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนที่มีลูก ถ้าได้ดูต้องติดใจแน่นอน มีหลายบทเรียนสำคัญ หนึ่งในนั้นคือการที่เราไม่สามารถอยู่ได้แม้กระทั่งนาทีเดียวโดยไม่มีอินเทอร์เน็ต
ภาพยนตร์ 'The Mitchells Vs The Machines (2021)' เป็นเรื่องราวครอบครัวสุดเร้าใจจากโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ฟิล ลอร์ด และ คริส มิลเลอร์ (ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานดังเช่น '21 Jump Street (2012)', 'The Lego Movie (2014)' และ 'Spider-Man: Into The Spider-Verse (2018)') ที่ต้องการพิสูจน์ว่า Sony Pictures Animation ไม่ได้มีดีแค่เรื่องเดียว (ตามที่หลายคนคิดจากความสำเร็จของ Spider-Verse) หนังดำเนินเรื่องเร็วราวกับสายฟ้าพร้อมเล่นกับ 'วัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต' แบบที่สะท้อนภาพลักษณ์คนยุคใหม่ที่สมาธิสั้น ซึ่งไม่ได้ทำให้ความสนุกลดลง แต่คุณต้องปรับตัวให้ทันกับจังหวะที่เร่งไม่หยุด อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องกลับใช้เวลาในการเริ่มต้นค่อนข้างช้า และรู้สึกอัดแน่นด้วยเหตุการณ์มากมายในเวลาจำกัด รวมถึงความยาวที่เกินจำเป็นและพล็อตที่คาดเดาได้ง่าย แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้หนังสนุกน้อยลง! เมื่อเรื่องเดินหน้าไปได้สักพัก คุณจะพบกับตัวละครที่มีมิติ ช่วงต่อสู้ตื่นเต้น และมุกขำที่ดังกว่าแป้ก (แม้จะมีบางจังหวะที่ awkward ไปหน่อย) นอกจากนี้ หนังยังสวยงามระดับพรีเมียมด้วยอนิเมชันที่มีชีวิตชีวา สีสันสดใส และการเคลื่อนไหวลื่นไหลจนดูเพลินตา โดยรวมแล้วนี่คือผลงานอนิเมชันที่ Balance ระหว่างความฮาและความอบอุ่นได้ลงตัว เรียกว่าดีไม่หย่อย! 7/10
สไตล์คอมิกบุ๊กที่ไม่เหมือนใครนั้นเจ๋ง แต่ให้คะแนนสูงกว่านี้ไม่ได้เพราะอารมณ์ขันแบบฝืนมาก ตลกในอนิเมชันนี้คือสูตร 'แปลก/ไร้เหตุผล = ตลก' ซึ่งเราไม่ชอบเลย ตัวเอกน่ารำคาญ—ทำให้นึกถึงคนที่ชอบตีตราตัวเองว่าเป็นคน 'แปลก' ที่เคยเจอ แถมยังแต่งตัวสกปรกไม่ดูแลตัวเอง บุคลิกและสไตล์ 'พิลึก' แบบนี้เหมือนตะโกนว่า 'ฉันพยายามโชว์ว่าฉันไม่เหมือนคนอื่นนะ' ครอบครัวเราก็รู้สึกว่าหนังเต็มไปด้วยความอึดอัดขัดใจ คนที่ความคิดคล้ายกันอาจจะไม่สนุกกับเรื่องนี้เท่าไหร่
7.2

Wish Dragon (2021) มังกรอธิษฐาน
7.4

Luca (2021)
7.5

Nimona (2023) นิโมนา
6.9

Turning Red (2022) เขินแรงแดงเป็นแพนด้า
7.2

Encanto (2021) เมืองเวทมนตร์คนมหัศจรรย์
7.1

The Croods (2013) มนุษย์ถ้ำผจญภัย
7.8

Big Hero 6 (2014) บิ๊กฮีโร่ 6
7.7

Wreck-It Ralph (2012) ราล์ฟ วายร้ายหัวใจฮีโร่
7.8

Puss in Boots 2 The Last Wish (2022) พุซ อิน บู๊ทส์ 2
6.1

Coriolanus (2011) จอมคนคลั่งล้างโคตร
6.5

Mumbai Mafia Police vs the Underworld (2023) มาเฟียมุมไบ ตำรวจปะทะอาชญากร
6.8

Crayon Shin-chan Movie 30 Mononoke Ninja Chinpuuden (2023) ตอน นินจาคาถาวายุอลเวง
6.5

Love Is Light (2022)
4.7

The Swan Princess Far Longer Than Forever (2023) เจ้าหญิงหงส์ขาว ตอน ตราบนานชั่วกัลปาวสาน
7.2

Living (2022)
7.3

Eye in the Sky (2015) แผนพิฆาตล่าข้ามโลก
6.9

Beat the Tiger (2025) นักล่าเสือ
5.8

Small Crimes (2017)
6.7

Jungle (2017) แดนฝันป่านรก
9

Bleach Thousand-Year Blood War (2022) สงครามเลือดพันปี
6.5

Godspeed (2022) ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ