
Wish Dragon (2021) มังกรอธิษฐาน เด็กหนุ่มผู้มุ่งมั่นอย่างติ่นเฝ้ารอวันที่จะได้พบเพื่อนซี้วัยเด็กอีกครั้ง ก่อนจะได้มาเจอเจ้ามังกรให้พรที่จะพาเขาไปสัมผัสพลังอันน่าอัศจรรย์ใจแห่งความเป็นไปได้

ดิ้น เด็กชายวัยรุ่นผู้มุ่งมั่นผู้ต้องการกลับมาเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทสมัยเด็ก เมื่อเขาพบกับมังกรผู้มอบพรวิเศษที่เปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ให้เขา
ดิ้น เด็กชายวัยรุ่นผู้มุ่งมั่นผู้ต้องการกลับมาเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทสมัยเด็ก เมื่อเขาพบกับมังกรผู้มอบพรวิเศษที่เปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ให้เขา
การเปรียบเทียบกับ Aladdin ตรงมาก! มีจินนี่ตลกๆ หนุ่มชนชั้นล่างกับสาวชนชั้นสูงที่เชื่อมโยงความรู้สึกร่วมกัน การไม่อาจขอพรให้ได้ความรัก การอยากเป็นเจ้าชาย ตัวร้ายที่ตามหาจินนี่มานาน ธีมเรื่องความไว้ใจและการโกหก แต่มันก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยการยอมรับความเชื่อมโยงและหาทางแตกมุมใหม่ ดาราของล็อง (มังกร) นั้นแข็งแกร่ง มีช่วงตลกเจ๋งๆ (ฉากรถติดนั้นยอดเยี่ยมมาก) และภาพเคลื่อนไหวสวยงามน่าประทับใจ
แม้ว่าจะไม่ค่อยชอบแอนิเมชันสมัยใหม่เท่าไหร่ แต่หลานๆ ก็ชวนให้ไปดู ต้องบอกว่าเป็นเรื่องราวสนุกสนานเมื่อเด็กหนุ่มผู้มีความรักวัยเด็กถูกเชื่อมโยงกับมังกรหรือจีนีที่สามารถให้พรได้ 3 ข้อ หญิงสาวที่เขาหลงใหลย้ายออกจากสภาพเดิมๆ ไป ทำให้เขาตามหาเธอ จุดสนุกอยู่ที่ตัวมังกรที่มีบุคลิกสุดเจ๋ง นักวิจารณ์บอกว่าไม่ใช่อัลลาดิน แต่จริงๆ แล้วก็คล้ายกันมาก แม้จะมีองค์ประกอบอื่นๆ ในเรื่อง (เช่น เกิดในประเทศจีน) แต่ก็มีความคล้ายคลึงกับอัลลาดินมากเกินไป เรียกว่าเป็นหนังที่ดูแล้วสบายใจ ดำเนินเรื่องได้ดีและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง
หนังผจญภัยทันสมัยและน่าติดตามที่ทำให้คิดถึงอลาดินอยู่หลายครั้ง แต่มีเรื่องราวที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง การถ่ายทอดสังคมเทคโนโลยีสูงของเอเชียที่อยู่ติดกับชุมชนแออัดให้ความรู้สึกสมจริง ส่วนมุขตลกทางภาพก็ทำได้เนียนสนิท ต้องยอมรับว่าชอบตัวละครตอนเป็นเด็กมากกว่า ตอนโตตงยังโอเค แต่ตัวนางดูเหมือนสูญเสียบุคลิกในวัยรุ่นไป เนื้อเรื่องค่อนข้างสับสนเพราะตัวเอกใช้พรอย่างฟุ่มเฟือยและเชื่อใจมังกรง่ายเกินไป แต่มังกรนี่แหละตัวเด่นสุดๆ ดูสนุกทุกครั้งที่出現 ด้านที่ประทับใจที่สุดคือการสร้างตัวร้ายที่ทั้งน่ากลัวแต่ยังคงความฮาไว้ได้อย่างลงตัว
แนวคิดหลักของเรื่องนี้นำมาจาก阿拉丁กับยักษ์จีนี จึงไม่มีอะไรที่แปลกใหม่หรือพิเศษ แต่ก็ยังเป็นภาพยนตร์ครอบครัวที่สนุกและน่าดูมาก เรื่องราวสวยงาม ชวนประทับใจ และแฝงไปด้วยข้อคิดสำคัญ อนิเมชั่นสวยงามมากและตัวละครน่ารักน่าชัง Wish Dragon คือเวอร์ชั่นโมเดิร์นของ阿拉丁ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะเพลิดเพลินไปด้วยกัน
ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่านี่ไม่ใช่อลาดิน... เรื่องนี้มีพื้นฐานมาจากตำนานจีนส่วนหนึ่ง และสะท้อนช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนในจีนได้ดี รวมถึงพฤติกรรมของคนในสังคมที่มักเปรียบเทียบกันจากสิ่งที่ครอบครองมากกว่าประสบการณ์ชีวิตหรือความสุข ในยุคนี้ชีวิตของคนจนในจีนนั้นยากลำบากมาก ถ้าคุณไม่มีอะไรโชว์สังคม และคู่รักที่มาจากต่างชนชั้นก็แทบไม่มีโอกาสจะได้อยู่ร่วมกันหรือ "ได้รับอนุญาต" ให้รักกัน บางครอบครัวคนรวยไม่อยากให้ลูกสาวหรือลูกชายแต่งงานกับคนจน นี่คือความจริง... กลับมาที่หนัง... ฉันประทับใจมากกับทุกส่วน ทั้งเนื้อเรื่อง ตัวละคร และเอฟเฟกต์พิเศษ ที่สำคัญหนังเรื่องนี้มี 'จิตวิญญาณ' (เล่นคำนะ!) มากกว่าหนังดิสนีย์ยุคใหม่ส่วนใหญ่ เป็นเรื่องราวแสนอบอุ่นและสนุกสนาน ที่เน้นความดีในตัวคน 'Wish Dragon' ไม่ใช่แค่สำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ก็ควรดูแล้วปล่อยให้จิตวิญญาณของเรื่องนี้ดึงคุณเข้าไป ฉันชอบส่วนตัวเลยให้ 10/10 ว่าแต่ว่าหลงน่ารักมาก :) แล้วลี่น่าก็เหมือนกัน!
Aladdin มาถึงจีนแล้ว... แบบประมาณนั้น! ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงจากตำนานพื้นบ้านของจีนที่คล้ายกับเรื่อง Aladdin โดยเล่าถึงหนุ่มน้อยผู้พยายามกลับไปเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนสมัยเด็ก และบังเอิญได้เหยือกวิเศษที่ปลดปล่อยมังกรผู้มอบสิทธิ์ขอพร 3 ข้อให้เขา แม้แนวคิดเรื่องพรวิเศษจะดูคล้าย Aladdin แต่สไตล์และบรรยากาศกลับแตกต่างจากตำนานอาหรับแบบคลาสสิกโดยสิ้นเชิง จุดเด่นที่สุดคือมุขฮาที่ส่วนใหญ่มาจากมังกร (เสียงพากย์โดย John Cho) ที่ต้องเผชิญโลกสมัยใหม่ ช่วงครึ่งแรกฉันขำกลิ้งกับมุขตลกแบบบ้านๆ ที่ไม่ต้องคิดมาก แอนิเมชันก็สไตล์ Disney สมัยใหม่เฉียบๆ ตัวมังกรน่ารักนุ่มนิ่มและสีชมพูดูติสตันดี ความสัมพันธ์ระหว่าง Din ตัวเอกกับมังกรก็สนุก มีการกระทบกระทั่งกันตลอดให้ขำปนเจ็บ ส่วนที่อ่อนสุดคือเนื้อเรื่องที่เดินตามสูตรเพลงแบบ Disney เกือบทุกอย่าง แง่คิดเรื่อง ‘เงินซื้อความสุขไม่ได้’ และการ珍惜คนรอบข้างยังสำคัญอยู่ แต่เพราะเนื้อเรื่องคาดเดาได้ง่าย加上เป็น主题ที่เห็นมาแล้วร้อยครั้ง ก็เลยได้แค่ชอบแต่ไม่สุดใจ รวมแล้วเป็นเรื่องสนุก ตลก เรียบง่าย แม้พลอตและธีมจะ predictable 7/10
ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนที่บทวิจารณ์หลายแห่งบอกเลยว่าเป็น '阿拉丁 (อะลาดิน)' แบบจีนในยุคสมัยใหม่... แม้จะมีจุดคล้ายคลึงหลายอย่างในเรื่องราวของมังกร/ยักษ์ แต่ก็ยังให้ความรู้สึกสนุกและมีเป้าหมายในเนื้อเรื่องที่ชัดเจน พร้อมความจริงใจที่พอดีๆ การ์ตูนแอนิเมชันทำได้ดีมาก ไม่เหมือนบางเรื่องที่ดูเมื่อปีก่อน ดูมืออาชีพ สวยงามตระการตา และดูสบายตา โครงเรื่องแม้คุ้นเคยแต่ก็บันเทิงและนำเสนอในรูปแบบสมัยใหม่ บทหนังดำเนินเร็ว เชื่อมโยงกันตลอด และตลกมากๆ ซึ่งเพิ่มความแปลกใหม่ให้เรื่องได้ดี ภาพยนตร์เรื่องนี้แนะนำมากๆ
ตอนแรกที่ดูหนังเรื่องนี้ ฉันกังวลว่ามันอาจเป็นแค่หนังไร้ชีวิตจิตใจสำหรับเด็กเล็ก แต่พอดูจบกลับพบว่ามันทั้งตลกและมีเอกลักษณ์ พร้อมตัวละครน่าประทับใจและมุกขำที่เข้าถึงทุกวัย นี่คือหนังครอบครัวที่ดี ถ้าว่างๆ แนะนำให้ลองดู แม้ไม่ใช่หนังที่เปลี่ยนวงการหรือมีพล็อตคาดเดายาก แต่ก็เป็นความบันเทิงดีๆ ที่ใช้เวลาร่วมกันอย่างสนุก
อย่างแรกเลย: นี่ไม่ใช่เรื่องอลาดินฉบับลอกจีน แต่เป็นเวอร์ชั่นจีนสมัยใหม่ของเรื่องเดิม ตัวละครหลักชื่อ 'ดิน' ตามชื่ออลาดินแบบเป๊ะๆ ซึ่งชื่อดินไม่ใช่ชื่อจีนด้วยซ้ำ อย่างที่สอง: ทำไมไม่มีใครพูดถึงการสะท้อนช่องว่างระหว่างคนรวย-จน ในสังคมจีนที่พัฒนาเร็วสุดเหวี่ยง (โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้)? ไม่ใช่แค่นั้น ยังพูดถึงสังคมจีนยุคใหม่ที่หมกมุ่นแต่เงินทองและวัตถุนิยมอีกด้วย! หนังเรื่องนี้มีความลึกซึ้งมาก แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีทางรู้ เพราะไม่เข้าใจบริบทสังคมจีน พวกเขาแค่เห็นเป็นของลอกเลียนแบบราคาถูกอีกแล้ว... เฮ้อ..
น่ารักมาก ฉากแอคชั่นมักจะดูน่าเบื่อและเหนื่อยล้า แต่ยกเว้นรายละเอียดนี้ที่อนิเมชั่นดีๆ ทุกเรื่องต้องมี หนังสามารถสร้างแรงบันดาลใจและชนะใจผู้ชมได้ ดินกับมังกร น่ารัก มีเคมีตรงกันเพอร์เฟค แต่สิ่งที่ชนะใจผมไปหมดคือเด็กๆ อย่างดินกับลีน่า ช่างน่าหลงใหล ดูเพลินๆ ดี ข้อความดีๆ สำหรับเด็กๆ สะท้อนใจผู้ใหญ่...
ปกติฉันไม่ค่อยชอบดูหนังเด็กเท่าไหร่ แต่หนังเรื่องนี้รู้สึกแตกต่างจากหนังเด็กทั่วไปพอสมควร เนื้อเรื่องเขียนได้ค่อนข้างแปลกใหม่แม้พลอตจะดูเรียบง่าย และโดยรวมถือเป็นหนังที่ดี แถมยังสอนบทเรียนที่ต่างออกไปจากหนังเด็กทั่วไป ส่วนข้อเสียของฉันน่าจะเป็นบางช่วงที่คาดเดาได้ง่าย และอนิเมชั่นอาจจะขาดรายละเอียดบางส่วน รวมถึงบางซีนลิปซิงค์ไม่ค่อยตรงนัก แต่สุดท้ายก็เป็นหนังครอบครัวน่าดูที่เด็กๆ จะต้องชอบ แนะนำให้ลองดูสักครั้ง
โดยรวมก็ดีนะ แต่บางมุกที่นำมาจากเรื่อง Aladdin ของ Disney แบบเป๊ะๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย อาจเพราะฉันเป็นแฟนตัวยงของ Disney มากกว่าคนอื่นจนจับจุดได้หรือไม่ก็คนดูอาจไม่สนใจเท่าไหร่ ส่วนตัวไม่反對กับการนำเรื่องราวหรือตำนานเดิมมาเล่าใหม่ แต่ปัญหาคือการนำมุขเดิมๆ มาใช้ซ้ำแบบนี้ มันควรมีบทเขียนที่ดีกว่านี้แน่นอน
หนังเรื่องนี้เหมือนกับอาหารจีน... ที่ทำสำหรับคนอเมริกัน แต่ยังคงรสชาติจีนและเมนูเป็นภาษาอังกฤษ ช่วงที่ลอกเลียนแบบฉากเจนิจาก Aladdin ของ Disney นั้นดูอึดอัดหน่อยๆ แต่ก็มีความต่างพอให้ดูต่อได้แบบไม่น่าเบื่อ
Over the Moon (2020) เนรมิตฝันสู่จันทรา
Fighter (2024) นักสู้ปีกเหล็ก