
The Love of Siam (2007) รักแห่งสยาม โต้ง เด็กชาย ม.6 หน้าตาดี มีแฟนสวยเสียจนเพื่อน ๆ และผู้ชายทั้งสยามสแควร์จะต้องอิจฉา แต่ใครเลยจะรู้ว่าความสดใสและน่ารักของ โดนัท สำหรับโต้งเริ่มจะกินไม่ได้เสียแล้ว โต้งเริ่มตีตัวออกห่างโดนัทและเริ่มค้นหาคำตอบให้กับชีวิตตัวเอง มิวเป็นเด็กผู้ชายขี้เหงาที่ไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมานานแสนนาน ตั้งแต่อาม่าตายจากไป ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับโจทย์เพลงรักที่มิวต้องแต่งให้กับ “วงออกัส” ในขณะที่เพลงรักของมิวก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ความฝันของวงออกัสที่จะได้ออกอัลบั้มเริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แล้วมิวก็หายตัวไปในวันออดิชั่น สร้างความเสียหายให้กับวง จนพี่อ๊อดโปรดิวเซอร์ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนนักร้องนำ และแล้ววันคริสมาสก็ใกล้เข้ามา คอนเสิร์ตใหญ่ที่ทุกคนเฝ้ารอคอยก็กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า วงออกัสจะได้เปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก มิวจะตัดสินใจอย่างไร แล้วใครจะเป็นผู้จับไมค์ร้องเพลงรักที่มิวเขียนขึ้น

เพื่อนชายสองคนที่ถูกพรากจากกันเพราะการหายตัวไปของน้องสาวของหนึ่งในพวกเขา เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้งในวัยรุ่น หนึ่งในนั้นกลายเป็นนักร้องป๊อปชื่อดัง และทั้งคู่ก็ค้นพบความรู้สึกที่พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่
โต้ง เด็กชาย ม.6 หน้าตาดี มีแฟนสวยเสียจนเพื่อน ๆ และผู้ชายทั้งสยามสแควร์จะต้องอิจฉา แต่ใครเลยจะรู้ว่าความสดใสและน่ารักของโดนัทสำหรับโต้งเริ่มจะกินไม่ได้เสียแล้ว โต้งเริ่มตีตัวออกห่างโดนัทและเริ่มค้นหาคำตอบให้กับชีวิตตัวเอง มิวเป็นเด็กผู้ชายขี้เหงาที่ไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมานานแสนนาน ตั้งแต่อาม่าตายจากไป ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับโจทย์เพลงรักที่มิวต้องแต่งให้กับ 'วงออกัส' ในขณะที่เพลงรักของมิวก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ความฝันของวงออกัสที่จะได้ออกอัลบั้มเริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แล้วมิวก็หายตัวไปในวันออดิชั่น สร้างความเสียหายให้กับวง จนพี่อ๊อดโปรดิวเซอร์ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนนักร้องนำ และแล้ววันคริสมาสก็ใกล้เข้ามา คอนเสิร์ตใหญ่ที่ทุกคนเฝ้ารอคอยก็กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า วงออกัสจะได้เปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก มิวจะตัดสินใจอย่างไร แล้วใครจะเป็นผู้จับไมค์ร้องเพลงรักที่มิวเขียนขึ้น
ฉันดูภาพยนตร์เรื่อง ‘รักแห่งสยาม’ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และต้องบอกว่าหลงรักเรื่องนี้มาก! แม้ประเทศไทยจะมีกระแสถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นเกย์ในปัจจุบัน แต่หนังไม่ได้โฟกัสแค่ความรักเพศเดียวกันเท่านั้น 而是พูดถึง ‘ความรัก’ ในรูปแบบทั่วไป ผ่านสายตาของตัวละครที่หลากหลาย ตั้งแต่ความสัมพันธ์แม่ลูก พี่น้อง ยายกับหลาน สามีภรรยา ไปจนถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อน ‘ตราบใดที่ยังมีความรัก ตราบนั้นย่อมมีความหวัง’ — เนื้อร้องจากเพลงประกอบภาพยนตร์ (ที่ผู้กำกับเขียนเองเกือบทั้งหมด) สะท้อนโทนเรื่องได้ดี ทั้งอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังใจ แม้จะถูกโปรโมตว่าเป็นหนังรัก แต่ ‘รักแห่งสยาม’ ก็คือสุดยอดภาพยนตร์ครอบครัวและวัยรุ่นก้าวผ่านวัย ที่ทำให้เราเห็นว่าตัวละครแต่ละคนรับมือกับความสูญเสียอย่างไร วัยรุ่นค้นพบตัวตนและเดินต่อไปข้างหน้า เนื้อหาหนักๆ ถ่ายทอดได้ละเมียดละไม ด้วยฝีมือการกำกับที่ยอดเยี่ยม นักแสดงนำทุกคนทำได้ดีมาก โดยเฉพาะ ‘สินจัย เปล่งพานิช’ ในบทแม่ผู้พยายามประคับประคองครอบครัว การแสดงของเธอทำหัวใจละลาย ส่วน ‘วิทวิสิฐ ฮิรุณวงศ์กุล’ และ ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ สองดาววัยรุ่นก็เข้าถึงบทบาทจนเหมือนจริง ‘รักแห่งสยาม’ เป็นหนังดีอย่างที่หลายคนบอกไว้ มันสอนเราว่าแม้ความรักบางอย่างจะไม่สมหวัง แต่เราก็เรียนรู้จากมันได้ และควรขอบคุณที่ครั้งหนึ่ง... เราเคยรักเป็น
ฉันเข้าใจว่าทำไมผู้วิจารณ์ก่อนหน้าถึงรู้สึกเช่นนั้น แต่ด้วยความที่ส่วนตัวชอบพลอตเรื่องที่ละมุนและไม่ตีแผ่ตรงเกินไป ฉันจึงหลงรักภาพรวมของหนังเรื่องนี้ ทั้งดนตรี การแสดงของนักแสดงหลักทั้งคู่ รวมถึงบทบาทของพ่อแม่และจูน ส่วนตัวชอบที่หนังไม่ยัดเยียดการอธิบายเหตุการณ์หรือบุคลิกตัวละครแบบตรงไปตรงมา เหมือนที่หนังกระแสหลักมักทำเพื่อสร้างจุด Climax หรือให้เหตุผลของเรื่อง (เช่น ตัวละครทำแบบนี้เพราะถูกกำหนดมาให้เป็นคนแบบนั้น...) ดังนั้นฉันคิดว่าสาเหตุที่คนทั่วโลก (ทั้งในสหรัฐฯ ไต้หวัน ฮ่องกง จีน ฟิลิปปินส์ ยุโรป) ชื่นชอบหนังเรื่องนี้ น่าจะเพราะมันใช้กรณีศึกษาแบบไทยเพื่อสะท้อนปฏิกิริยาของมนุษย์ต่อสิ่งรอบตัวที่ถูกกดทับ โดยไม่สปอยล์ ฉันหมายถึงการที่ผู้กำกับเลือกฉากที่สร้างอารมณ์และดำเนินเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติ แทนการใช้สัญญาณธรรมดาอย่าง ‘เศร้า’ ‘ระเบิดอารมณ์’ หรือ ‘โกรธ’ เพราะชีวิตจริงไม่ได้มีเหตุการณ์สำคัญพร้อมเสียงเพลงหรือสัญญาณตายตัวเสมอไป เพื่อนๆ และฉันชอบที่หนังตั้งคำถามว่า หากวัฒนธรรมสมัยใหม่สร้าง ‘กฎ’ ในการเชื่อมโยงเหตุการณ์ภายนอกกับความรู้สึกภายใน แล้วมนุษย์จะอยู่ยังไงในโลกจริงที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎเหล่านั้น? และถ้าเราไม่อาจยอมเสียคนรักไป หรือใช้ชีวิตโดยไม่รักใครเลยล่ะ? หนังเรื่องนี้ได้ 9/10 สำหรับฉัน แม้จะมีจุดอ่อนบางส่วน (บางการแสดงก็ไม่ค่อยดีนัก แต่ฉันไม่รู้ภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยพอ) เพราะมันสร้างโครงสร้างที่ไม่ตามแบบแผน ทั้งการแสดง ดนตรี การสร้าง Climax และดำเนินเรื่องอย่างมีเอกภาพ เล่าเรื่อง ‘ความรัก’ ที่ขยายผ่านช่วงวัย (เมฆ-ย่า) เวลา/พื้นที่ (ครอบครัวโต้ง) เพศสภาพ (เมฆและโต้ง) และผู้คนรอบข้าง (หญิงไทย-จีนที่ชอบเมฆ ครอบครัวคาทอลิก)
ฉันดูหนังเรื่องนี้วันแรกที่เขาฉายในกรุงเทพฯ ไม่ได้ตั้งใจมาก่อนว่ามันจะดีขนาดนี้ ตอนโปรโมตทำเหมือนเป็นแค่โรแมนติกวัยรุ่นธรรมดา แต่จริงๆ ไม่ใช่แค่นั้น ดู 2 ชั่วโมงครึ่งไม่เบื่อเลย ยังประหลาดใจที่กล้านำเสนอความรักที่แตกต่างในวงการหนังไทยยุคนี้ ไม่ได้เห็นปฏิกิริยาคนดูในโรงแบบนี้มานานมาก ในเว็บบอร์ดมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่ 'คอมเมนต์เกลียด' มาจากทัศนคติส่วนตัวต่อเพศสภาพตัวละคร เราไม่มีอะไรขัดข้อง ก็เลยชอบมากเหมือนคนอื่นๆ ที่ดูแล้วเปิดใจ มีเวอร์ชันยาว 4 ชั่วโมงกำลังมาอีก เดี๋ยวคอยดู อีกหนึ่งภาพยนตร์วัยรุ่นไทยที่ดีที่สุดในรอบสิบปี เจ๋งมาก!!!
ยังจำได้ว่าตอนหนังเรื่องนี้ออกทีเซอร์มา หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหนังวัยรุ่นหวานใสแบบที่ GTH เคยทำมา เช่น Seasons Change, Dear Dakanda, My Girl แต่พอได้ดูจริง หลายคนถึงกับช็อกเพราะนี่คือหนังรักชายรักชาย! อย่างไรก็ตาม สำหรับฉัน นี่คือหนังดีที่เกินคาด มันไม่ใช่แค่เรื่องรักสองชาย แต่ยังสอดแทรกปัญหาครอบครัวและวัยรุ่นได้ลึกซึ้ง เรื่องราวของสองหนุ่ม 'ตอง' กับ 'มิว' ที่ต่างเผชิญการสูญเสีย ตองสูญเสียพี่สาวจนครอบครัวพังครืน ส่วนมิวเสียคุณยายซึ่งเป็นคนรักเดียวในชีวิต ทั้งคู่และทุกตัวละครในเรื่องต่างมองหาสิ่งมาทดเต็มช่องว่างในใจ สิ่งนั้นคือ 'ความรัก' หนังทำให้เราเห็นพลังแห่งความรักได้อย่างประทับใจ ความรักทำให้มิวแต่งเพลงหวานๆ ได้ ความรักทำให้หนังเรื่องนี้ดูสนุกและซาบซึ้ง แถมยังเห็นความตั้งใจของ 'มาดาว' ผู้กำกับที่พิสูจน์ฝีมือจาก 13 เกมสยอง สู่เรื่องรักทรงพลังแบบนี้ ส่วนการแสดงก็เด่นทุกบท โดยเฉพาะ 'สิงห์ดำ' ในบทแม่ตองที่ต้องเผชิญทั้งการสูญเสียลูก สามีติดเหล้า และความจริงช็อกจากลูกชาย ดูเผินๆ เธออาจเหมือนแม่ขี้บ่น แต่ลึกๆ แล้วรักครอบครัวสุดใจ เวลาเธอร้องไห้ น้ำตานั้นจริงจนเจ็บปวด ส่วนนักแสดงวัยรุ่นก็ทำได้ดี อนาคตน่าจับตา!
ความรัก ความหวัง ความเศร้า และความสุข !! ฉันรักหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เพราะความรู้สึกบริสุทธิ์ แต่เพราะความรักที่ซึมผ่านทุกช่วงตอน คุณจะต้องรักหนังเรื่องนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นเกย์หรือคนรักต่างเพศ!! หลังดูจบฉันร้องไห้ไม่หยุด ไม่ใช่เพราะเศร้า แม้ตอนจบจะเศร้านิดหน่อย แต่เพราะบทพูดและความรู้สึกที่อัดอั้นตลอดทั้งเรื่อง ฉันเป็นเกย์ด้วย ฉันเลยรู้ดีว่ามันขมขื่นแค่ไหนที่คนรักเพศเดียวกันต้องรักชายรักต่างเพศ และยิ่งไปกว่านั้นคือรักกับคนที่อยู่ด้วยกันไม่ได้แต่ยังบอกว่ารักฉัน!! แม้แต่ในโลกของคนรักต่างเพศ ความรักก็ไม่ยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย!! หวังว่าคุณจะรักหนังเรื่องนี้เช่นกัน!! เพราะมันแสดงให้เห็นโลกใหม่ของภาพลักษณ์ประเทศไทยที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน!!
ไม่ต้องสงสัยว่าหนังเรื่องนี้ได้ซาบซึ้งผู้ชมมากมาย แต่ทำไมกัน? ฉันเองก็จำไม่ได้ว่าเรื่องสุดท้ายที่ทำให้รู้สึกแบบนี้คือเรื่องไหน... คำตอบน่าจะเป็น 'ความบริสุทธิ์' ไม่มีอะไรนอกจากความรักในหนังเรื่องนี้ ทุกประเภทความรัก ทั้งในครอบครัว เพื่อน คนรัก... ตัวละครทุกคนรักกันในแบบของตัวเอง แต่ว่ามันก็เศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน... หนังไม่เน้นสร้างความขัดแย้งแบบเรื่องรักอื่นๆ เช่น ความรัก vs สงคราม หรือความรัก vs ศาสนา แม้แต่ความรักชายกับชายก็ดูเป็นธรรมชาติ... พวกเขาเป็นคนธรรมดา ครอบครัวธรรมดา โรงเรียนธรรมดา คุณอาจไม่มีสิ่งที่ขาดหายในชีวิตวัตถุของพวกเขา แต่ฉันเชื่อว่าคุณอาจไม่มี 'ความรัก' แบบพวกเขา... บางคนบอกว่าเรื่องยาวเกิน แต่ฉันว่าความยาวนี่แหละที่ทำให้เห็นรายละเอียดชีวิต ฉันนึกถึงผลงานของนักเขียนหญิงชื่อดังจากเซี่ยงไฮ้... เพลงเก่าที่คุณยายเล่นเป็นของหวู อิ่งอิน นักร้องเซี่ยงไฮ้ ที่ยังมีชีวิตอยู่และร้องเพลงมาจนถึงปัจจุบันเลยล่ะ :)
ฉันไม่ได้เป็นคนไทย... ดังนั้นฉันจึงดูหนังเรื่องนี้ผ่านคำบรรยายภาษาอังกฤษ... ฉันรักหนังเรื่องนี้มาก และเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ฉันดูหนังเรื่องนี้อย่างน้อยสองรอบ หลังจากดูจบ ฉันอยากแบ่งปันความรู้สึก แต่ก็สับสนเพราะบางคนบอกว่านี่คือหนังเกย์... ฉันไม่เห็นด้วยเลย ฉันอยู่ห่างจากพ่อแม่ และกำลังจะกลับประเทศในอีกเดือนข้างหน้า ในหนังเรื่องนี้มีหลายรูปแบบของความรัก ทั้งความรักครอบครัว ความรักเพื่อน ฯลฯ แม้จะสะเทือนใจตอนที่เมว์ร้องไห้หลังตองบอกว่าไม่สามารถเป็นแฟนได้ แต่สำหรับฉัน น้ำตาไหลตอนเห็นแม่ของตองอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ สามีเธอเป็นนักดื่ม ส่วนลูกชายอาจเป็นรักร่วมเพศ เธอแสดงออกอย่าง現實ที่สุด ฉันเห็นความรักที่แม่มีต่อตองชัดเจน หลังดูจบ ฉันคิดถึงครอบครัวและเพื่อนขึ้นมาทันที รู้สึกว่าตัวเองอาจทนการอยู่คนเดียวไม่ไหว ถ้าทุกอย่างกลายเป็นความว่างเปล่า... คำพูดของเมว์เกี่ยวกับความรักทำฉันซึ้งมาก โดยเฉพาะความรู้สึกคิดถึงคนใกล้ชิด นี่ไม่ใช่หนังเกย์สำหรับฉัน ยกเว้นฉากจูบของตองกับเมว์ที่ผู้กำกับต้องการสื่อว่าทั้งคู่เปิดใจต่อกัน หนังเล่าถึง 'ความรัก' ทุกรูปแบบในชีวิต ฉันเห็นว่ามีธีมเกย์เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
รักแห่งสยาม ฉันชอบหนังเรื่องนี้ บอกตรงๆว่าชอบ แต่ไม่ชอบแนวคิดที่หลอกผู้ชมด้วยการนำเสนอในตัวอย่างว่าเป็นเรื่องรักวัยรุ่นของคู่หนุ่มสาว แต่สุดท้ายกลายเป็นหนังรักร่วมเพศ รู้สึกเหมือนผู้กำกับไม่มั่นใจในงานตัวเอง กลัวจะไม่ดึงดูดคนดู เลยต้องโกหกหลอกลวง ซึ่งทำให้ฉันหงุดหงิดมาก เขาไม่ให้เบาะแสใดๆ เลยว่านี่คือหนังเกย์ และทำได้ดีมากที่ซ่อนไว้ บางทีเขาอาจคิดว่าไม่จำเป็นต้องระบุชัดเจน แต่ถ้ามันไม่สำคัญขนาดนั้น ก็ไม่น่าต้องปิดบังผู้ชมเลย พูดถึงเนื้อเรื่อง - คาดไม่ถึงว่าดีมาก ยาวไปนิดโดยเฉพาะช่วงแรก (ใช้เวลาเกิน 25 นาทีกว่าจะขึ้นเครดิต) แต่โดยรวมโอเค บางช่วงอาจเชื่องเกินไป ตัวละครก็ใช้ได้ แต่เสียดายที่ฉากของดoughnut มีแค่ 3 นาที แต่กลับเอาเธอมาโปรโมตทั้งเรื่อง นับเป็นหนังไทยที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบนาน มีส่วนมาจากเพลงประกอบที่เพราะมากๆ คนต่างชาติที่ไม่เข้าใจภาษาไทยอาจไม่ซาบซึ้ง แต่ดนตรีก็สื่อถึงกันได้อยู่ ถึงจะไม่ชอบที่เขาหลอกผู้ชม แต่ต้องยอมรับว่าผู้กำกับคนนี้สร้างสรรค์งานต่างจากคนอื่น มุมมองใหม่ ไม่เหมือนหนังไทยส่วนใหญ่ เขาทำได้ดีจริงๆ จุดเด่นที่สุดคือการคัดนักแสดง - เยี่ยมมาก แม้นักแสดงไทยจะยังเล่นไม่เก่ง แต่ดูเข้ากันดี ทั้งสาวๆ หนุ่มๆ น่ารักถูกใจ สำหรับคนต่างชาติอาจไม่สังเกต แต่ในประเทศพุทธ ทำไมตัวละครถึงนับถือคริสต์? ดูแปลกตาไม่น้อย สรุป: เป็นหนังใหม่ที่แตกต่างในวงการไทย มีคุณภาพพอควร แนะนำ: ควรดู แต่ต้องเปิดใจรับแนวรักร่วมเพศ เหตุผลที่ควรดู: แตกต่างจากหนังไทยทั่วไป + เพลงประกอบสุดประทับใจ เหตุผลที่อาจไม่ดู: หนังยาว + ไม่ชอบเนื้อหารักร่วมเพศ คะแนน: 7.5/10 (ระดับ B)
ฉันชอบภาพยนตร์วัยรุ่นไทยเรื่องนี้มาก หากตัดต่ออย่างชาญฉลาด หนังเรื่องนี้อาจโด่งดังในตลาดโลกได้ง่ายๆ เพราะความยาว 2 ชั่วโมง 10 นาที ยาวเกินไปสำหรับผู้ชมนอกประเทศ และเนื้อเรื่องก็ดูลากยาวเกินไป บทภาพยนตร์พยายาม触及ประเด็นบางอย่างที่ทำให้พล็อตหลักหลุดจากจุดศูนย์กลาง บางฉากดำเนินช้าและซ้ำซาก การคัดเลือกนักแสดงดีพอสมควร โดยทั้งสองเด็กชายน่ารักและนักแสดงคนอื่นๆ ก็เข้าถึงบทบาทได้ดีในระดับที่ต่างกัน การแสดงของสองตัวละครหลักน่าเชื่อถือมาก รวมถึงแม่ของท่องและย่าของมิว ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ อาจยังไม่ถึงขั้นนั้น เพลงเป็นองค์ประกอบสำคัญของหนังและฟังได้อย่างไพเราะมาก การจัดวางและการเคลื่อนไหวของกล้องมีความสดใหม่และช่วยเสริมบรรยากาศได้ดี การจัดแสงและการถ่ายภาพก็ดีในระดับน่าพอใจ ขอเป็นกำลังใจให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้และผู้กำกับด้วย
ในฐานะผู้ชมจากสหรัฐอเมริกาที่ได้ดูหนังเรื่องนี้: ต้องชมว่าการกำกับนั้นสวยงามมาก แม้จะไม่สามารถวิจารณ์บทได้ลึกซึ้ง แต่ในฐานะผู้ชมที่เป็นเกย์ ฉันซาบซึ้งที่บทหนังถักทอสองเรื่องราวเข้าด้วยกัน นั่นคือการเปิดเผยตัวตนและการฟื้นฟูครอบครัวท่ามกลางความโศกเศร้า สิ่งที่ฉันประทับใจคือ โดยทั่วไปในสหรัฐฯ หนังที่พูดถึงรักร่วมเพศมักจะนำเสนอเป็นประเด็นเดียวที่แยกขาดจากเรื่องอื่น แต่ในความเป็นจริง มันคือส่วนหนึ่งของชีวิตครอบครัวและความรักที่ทุกคนมีร่วมกัน หากขาดมุมมองนี้ หนังอาจตกอยู่ในวังวนของการเล่าเรื่องที่ตื้นเขินหรือดูถูกผู้ชมเหมือนหนังธีมเกย์หลายเรื่อง ก่อนดู ฉันได้ยินความเห็นว่าหนังยาวเกินไปและไม่โฟกัส ซึ่งก็มีส่วนจริง เพราะหนังค่อนข้างยาวสำหรับเนื้อหาที่นำเสนอ แต่จุดแข็งของหนังอยู่ที่ตัวละครและแก่นเรื่อง หากตัดต่อมากไป อาจทำให้สูญเสียจิตวิญญาณของเรื่อง ฉันเองยินดีที่ผู้กำกับเลือกให้เราซึมซับกับความสัมพันธ์ของตัวละครแบบเต็มอิ่ม ส่วนด้านการแสดง แม้ฉันจะไม่เข้าใจภาษาไทย แต่บางสิ่งเป็นสากล เช่น แรงกายแรงใจของแม่ในวิกฤต หรือรอยยิ้มของมิว ที่สื่อถึงความเชื่อมโยงได้โดยไม่ต้องพึ่งภาษา ฉันรักหนังเรื่องนี้และหวังว่ามันจะได้เผยแพร่ในวงกว้าง อย่างน้อยก็ควรเป็นเพลงประกอบที่ยอดเยี่ยมมาก!
ผมขอส่งต่อความเห็นของเพื่อนชาวไทยที่เรียกหนังเรื่องนี้ว่า "ภาพยนตร์ไทยที่ดีที่สุดที่เคยสร้างมา" และ "ภาพยนตร์เกย์ที่ดีที่สุดตลอดกาล" ผมเห็นด้วยกับเขาทั้งสองข้อ แม้ว่าข้อที่สองอาจแบ่งรางวัลกับ "Maurice" ก็ตาม :-) การแสดง การกำกับ และการถ่ายภาพ ล้วนอยู่ในระดับโลก จริงๆ แล้ว ตอนนี้ผมกำลังพยายามหาความสัมพันธ์ส่วนตัว/ทางธุรกิจที่ทำให้เกิดภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยมสามเรื่องนี้: (1) แฟนฉัน หนังเกี่ยวกับวัยเด็กที่สร้างความสั่นสะเทือนให้วงการภาพยนตร์ไทยด้วยคุณภาพที่ยอดเยี่ยม (2) เรื่องนี้ รักแห่งสยาม ที่มีช่วงเวลายาวเหยียดจากมุมมองของเด็กๆ (3) หนังใหม่ที่ยังไม่มีชื่อภาษาอังกฤษ (เท่าที่รู้) ในชื่อไทย "อาข่าผู้น่ารัก" อาจแปลว่า "เด็กอาข่าหน้าตาน่ารัก" ภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องล้วนน่าทึ่งและผลิตอย่างยอดเยี่ยมจากประเทศไทย ยังไม่ได้รับความสนใจจากต่างประเทศมากนัก แต่เป็นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมมาก ทุกเรื่องถ่ายทำได้สวยงาม และเขียนบทด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งในโลกของเด็ก ผมยังอยากระบุว่าเท่าที่รู้มาทั้งสามเรื่องยังไม่มีการเผยแพร่เป็นภาษาอื่นนอกจากไทย (แน่นอนว่าภาพยนตร์อาข่ามีบางส่วนที่ถ่ายทำด้วยภาษาอาข่า พร้อมคำบรรยายภาษาไทย แต่คงไม่ช่วยผู้ชมที่พูดไทยไม่ได้) หากคุณเข้าใจภาษาไทย ตอนนี้คุณก็ได้รู้จักกับรายชื่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสามเรื่องของฉันแล้ว หาซื้อได้ในรูปแบบดีวีดี (ในประเทศไทย)
ฉันเพิ่งดูหนังเรื่องนี้จบและแทบรอไม่ไหวให้ถึงเดือนสิงหาคมที่หนังจะเข้าฉายในโรงไต้หวัน ช่วงไม่กี่ปีมานี้ หนังไทยหลายเรื่องดังระเบิดในไต้หวัน และฉันเชื่อว่าเรื่องนี้จะโดดเด่นกว่าทุกเรื่อง โดยเฉพาะกับความสดใสของนักแสดงหนุ่มสาวในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนนี้ การเล่าถึงความรักหลากรูปแบบในหนังดูจริงจังและซาบซึ้ง ไม่ใช่แค่ความรักเพศเดียวกัน แต่เป็นเรื่องราวของครอบครัวและมิตรภาพ ดูจบแล้วคุณต้องเห็นด้วยกับฉันแน่นอน นักแสดงทุกคนแสดงได้ดีมาก ดูเป็นคนจริงๆ ในชีวิตประจำวัน ส่วนเพลงประกอบก็เพราะสุดๆ ฉันจะซื้อ DVD หรือแม้แต่ Blu-ray แน่นอนถ้ามีซับไตเติลภาษาอังกฤษหรือจีนรวมอยู่ด้วย
ฉันไปดูหนังเรื่องนี้มาเมื่อวาน เพราะหลงเชื่อบทวิจารณ์สุดปังในบางกอกโพสต์ที่ชวนให้ลุ้นระทึก แต่กลับพบว่าตัวเองเริ่มเบื่อหนักเข้าไปทุกนาทีภายในชั่วโมงแรก! เพื่อความชัดเจน หนังไทยที่ฉันชอบส่วนใหญ่จะเป็นแนวๆ ‘นางนาก’ ‘อัยการ’ หรือ ‘เรื่องตลก 69’ ส่วน ‘รักแห่งสยาม’ กลับเดินเรื่องอืดอาดเหมือนขาดแนวคิด ไม่มีมุกเด็ดด้านการผลิตหรือบทที่น่าติดตาม ซ้ำยังมีหลายซีนที่ดูแล้วต้องถามในใจว่า ‘ตัดเข้ามาทำไม?’ เพราะถ้าตัดทิ้งไปสัก 1 ใน 3 เรื่องก็ยังดำเนินได้ปกติ! การตัดต่อที่ไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้ ทำให้หนังยืดยาวเกินจำเป็นอีกเป็นชั่วโมง แต่อย่างน้อยก็ต้องชมว่าดนตรีในเรื่องทำได้ดีกว่าทุกองค์ประกอบ ส่วนการแสดงก็ใช้ได้ แม้บทจะวนไปวนมาแบบไม่รู้จบ แฟนฉันซึ่งเป็นคนไทยให้คะแนนหนังเรื่องนี้ 5/10 พอๆ กัน (คำเดิมๆ คือ ‘ก็ไม่ได้แย่ แต่อย่าคาดหวัง’) ส่วนตัวฉันรู้สึกว่าเสียเวลาไปกับหนังเรื่องนี้กว่า 2 ชั่วโมงแบบเรียกคืนไม่ได้ และคงต้องคิดหนักก่อนเชื่อบทวิจารณ์ ‘ฝั่งไทย’ ในบางกอกโพสต์อีกต่อไป
7.6

A Little Thing Called Love (2010) สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก
6.8

Dorm (2006) เด็กหอ
7.4

SuckSeed (2011) ห่วยขั้นเทพ
7.9

My Girl (2003) แฟนฉัน
7.5

Hello Stranger (2010) กวน มึน โฮ
7.1

Bangkok Traffic Love Story (2009) รถไฟฟ้ามาหานะเธอ
7.2

Pee Mak (2013) พี่มาก พระโขนง
5.7

The Bodyguard (2004) บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม
7.6

The Paradise of Thorns (2024) วิมานหนาม
5.5

The Unborn (2003) เฮี้ยน
7.6

Agak Laen (2024) บ้านสยองแสนสนุก
6.1

Vampires (1998) รับจ้างล้างพันธุ์แวมไพร์
6.6

Beetlejuice Beetlejuice บีเทิลจู๊ดส์ บีเทิลจู๊ดส์ ผีขี้จุ้ย 2
7.8

Game of Thrones Season 3 (2013) มหาศึกชิงบัลลังก์ ปี 3
6.2

Next (2007) เน็กซ์ นัยน์ตามหาวิบัติโลก
4.5

Love Death and Cat (2024) เรื่องเล่าขานตำนานปีศาจแมว
3.5

A Day to Die (2022)
6

Huesera The Bone Woman (2022) สิงร่างหักกระดูก
5.1

Hunting Jessica Brok (2025)
5.6

The Hunter’s Prayer (2017) ล่าคนระอุ
5

Theres Something Wrong with the Children (2023)