
The Unborn (2003) เฮี้ยน หญิงสาวที่ไม่เคยรักชีวิตของตัวเองอย่างปอ ต้องเผชิญกับบางสิ่งบางอย่าง ที่ยากเกินอธิบาย ที่เริ่มเข้ามาคุกคาม ทั้งจากการสัมผัส มองเห็น ได้ยินทั้งภาพและเสียง อย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในโรงพยาบาล เริ่มต้นจากเสียงร้องของเด็ก ที่ไม่สามารถหาต้นตอได้ ตุ๊กตาที่ขยับได้เอง ของคนไข้เด็กที่อยู่ในห้องผู้ป่วยรวม ภาพหลอนของหญิงสาว (ปรางทอง ชั่งธรรม) ที่ตนไม่เคยรู้จัก รวมไปถึงภาพเสมือนที่ดูเหมือนจริง ซึ่งล้วนมีภาพของตัวเอง เข้าไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นทุกครั้ง พร้อมกับมีภาพของคนอีกหลายคน และอีกหลายเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะจริงจัง และรุนแรงมากขึ้นทุกที ในขณะเดียวกันกับที่ พัฒน์ (กรุณพล เทียนสุวรรณ) เจ้าหน้าที่ติดตามการรักษา ของศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดคนใหม่ ก็ถูกส่งเข้ามาประกบกับปอ เพราะเกรงว่าจะยังคงมีประวัติการใช้ยาในตัวปอ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ สิ่งที่ยากเกินกว่าคำอธิบาย ที่ชักนำทุกคน ย้อนกลับไปสู่ต้นตอของปรากฎการณ์ ที่นิยามได้ด้วยคำจำกัดความว่า… เฮี้ยน

หลังจากตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลและพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้ 10 สัปดาห์ ผู้หญิงติดยาเริ่มประสบกับภาพหลอนที่ชัดเจน
ปอวรีร์ (ทราย เจริญปุระ) หญิงสาวที่ไม่เคยก้มหัวสนใจหรือแคร์ใครหน้าไหนในโลก โดยเฉพาะมนุษย์เพศชายทุกคน นอกจากกิ๊ฟ (อินทรา วีระวัธนชัย) เพื่อนสาวเพียงคนเดียว ในขณะนี้ที่ทั้งคู่ต่างเลือกปักหลักใช้ชีวิตคนกลางคืนที่แวดล้อมไปด้วยแสงสี เหล้า ยา ด้วยกัน ในฐานะสาวเสิร์ฟในผับชื่อดัง จนกระทั่งการตื่นขึ้นมาในเตียงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งหลังจากคืนที่แสนสาหัสเกิดขึ้นในชีวิตของปอผ่านพ้นไป การถูกทำร้ายโดยฝีมือของไอ้อ๊อด (วรรณกิตย์ ศิริพุฒ) นักเลงขี้ยา แต่ในระหว่างที่วินาทีที่พยายามยื้อชีวิตตัวเองให้รอดจากเงื้อมมือของมัจจุราช ปอหมดสติตกลงไปในบึงใหญ่แห่งหนึ่ง หลังจากได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากหมอฤดี (อรัญญา นามวงศ์) ปอพบว่าตนเองกำลังตั้งท้องได้ 10 สัปดาห์แล้ว สิ่งที่หญิงสาวต้องเผชิญกับบางสิ่งบางอย่างที่ยากเกินอธิบาย นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยากเกินกว่าคำอธิบายที่ชักนำทุกคนย้อนกลับไปสู่ต้นตอของปรากฎการณ์ที่นิยามได้ด้วยคำจำกัดความว่าเฮี้ยน
ช่วงปลายทศวรรษ 90 วงการภาพยนตร์ไทยเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งด้วยคลื่นลูกใหม่ของนักสร้างหนังรุ่นเยาว์ ที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และพิสูจน์ว่าภาพยนตร์ไทยสามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งในแง่รายได้และการวิจารณ์ระดับโลก คลื่นลูกใหม่นี้ดึงดูดผู้กำกับหนุ่มจากฮ่องกงอย่างพี่น้องตระกูลแปง (อ็อกไซด์ แปง และแดนนี่ แปง) ให้มาสร้างภาพยนตร์สยองขวัญสไตล์ล้ำสมัยในไทย พร้อมนำอิทธิพลจากหนังสยองขวัญญี่ปุ่นมาผสมผสาน “The Unborn” ผลงานของบรรดิถ์ ทองดี คือหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนอิทธิพลของตระกูลแปงต่อวงการหนังสยองขวัญไทยได้ชัดเจน พร้อมส่งสัญญาณว่านักเรียนอาจก้าวแซงครูในสักวัน “The Unborn” (หรือ “แม่”) เล่าเรื่องราวของ “ป้อ” (อินทิรา เจริญปุระ) สาวน้อยบาร์เทนเดอร์ในคลับชื่อดัง คืนหนึ่งเธอถูกทำร้ายอย่างโหดร้ายโดยอดีตคนค้ายา “อด” (วรรณกิษฐ์ ศิริอุปถัมภ์) ที่ผลักเธอลงทะเลสาบด้วยคิดว่าเธอตายแล้ว วันต่อมาเธอตื่นขึ้นในโรงพยาบาลโดยมีหมอรูดี (อรัญญา นามวงศ์) คอยดูแลหลังจากรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ แต่นอกจากข่าวร้ายเรื่องท้องไม่พร้อม เธอยังต้องเผชิญภาพหลอนสยองของวิญญาณหญิงลึกลับที่พยายามขับเธอให้บ้าคลั่ง ตอนแรกเธอคิดว่าเป็นผลจากอาการช็อกและถอนยา แต่เมื่อภาพหลอนเริ่มชัดเจนและอันตรายขึ้นเรื่อยๆ ป้อต้องตามหาความจริงว่าทำไมวิญญาณนี้จึงตามหลอกหลอน และเธอต้องทำอย่างไรถึงจะหลุดพ้น บทเขียนและกำกับโดยบรรดิถ์ ทองดี “The Unborn” ถูกเล่าผ่านโครงเรื่องผีคลาสสิกที่ตัวละครหลักต้องไขปริศนาความลับไปพร้อมๆ กับฉากหลอนสยองที่ค่อยๆ เผยโฉม ทองดีเติมลูกเล่นจากตำนานพื้นบ้านไทย (อ้างอิงเรื่องจริง) และประเด็นการติดยาเข้าไปให้เรื่องน่าติดตาม แม้จะขาดความแปลกใหม่แต่การนำเสนอภาพสวยด้วยงานถ่ายภาพ (ศุราชัช ทองมี) และเทคนิคพิเศษ (ผสมผสานระหว่างเทคนิคดั้งเดิมและ CGI) ที่สร้างสรรค์จากงบจำกัด ก็ช่วยให้หนังดูมีเอกลักษณ์ รับอิทธิพลจากสไตล์ลึกลับทันสมัยแบบผลงานตระกูลแปง โดยเฉพาะ “คนเห็นผี” แต่เพิ่มความอึมครึมของโรงพยาบาลเข้าไป แม้ทองดีจะใช้สูตรสำเร็จแต่เขาก็สร้างฉากหลอนได้น่าประทับใจ พร้อมตบท้ายด้วยการแสดงชั้นยอดของอินทิรา ในบทสาวสับสนที่ชีวิตเปลี่ยนไปเพราะพลังลึกลับ และวรรณกิษฐ์ ในบทคนค้ายาโรคจิต แม้ตัวละครรองอย่างหมอรูดีจะถูกพัฒนาน้อยแต่ก็รับบทได้ดี จุดอ่อนของ “The Unborn” คือความไม่แปลกใหม่เพราะทำทุกอย่างตามสูตรหนังผีที่มีมาแล้ว แต่ในทางกลับกัน นี่ก็เป็นข้อดีเพราะหนังบรรลุเป้าหมายในการให้ความบันเทิงได้อย่างตรงไปตรงมา แฟนหนังสยองขวัญเอเชียอาจพบมุมมองที่น่าสนใจในเรื่องเล่าเดิม ส่วนคนเบื่อผีหญิงอาจมองว่านี่เป็นแค่หนังผีอีกเรื่องที่ตามมาไม่ทัน ด้วยความสามารถของทีมงานรุ่นใหม่ วงการภาพยนตร์ไทยกำลังก้าวเดินอย่างช้าๆ แต่มั่นคง และ “The Unborn” ก็เป็นหลักฐานว่าทั้งทีมนักแสดงและ crew มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นดาวเด่นของอุตสาหกรรมหนังไทยที่กำลังเติบโต คงไม่นานเราจะได้เห็นผลงานที่ดีและหลากหลายขึ้นจากประเทศนี้ 7/10
การได้ดูหนังเรื่องนี้ถือเป็นการเสียเวลาสำหรับฉัน เนื้อเรื่องไม่มีความแปลกใหม่ ฉันไม่เห็นอะไรที่แตกต่างเลย ในฐานะหนังสยองขวัญ มันไม่มีจุดหักเหที่คาดไม่ถึง คุณคงเคยเห็นเนื้อเรื่องแบบนี้ในหนังสยองขวัญหลายเรื่องแล้ว ผู้ชมที่ฉลาดนิดๆ ก็สามารถเดาแนวทางเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ จึงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย แถมหนังยังขาดองค์ประกอบหลักคือ 'ความสยอง' มีเพียงไม่กี่ช่วงที่ทำให้คุณรู้สึกกลัว การแสดงของนักแสดงทุกคนก็เฉยๆ การกำกับของภานุธร ทองดี ก็แค่ 'พอได้' ไม่มีอะไรดึงดูดหรือทำให้ผู้ชมติดตามทั้งเรื่อง พอรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน หนังก็ยิ่งพังเพราะเพลงประกอบที่ดูโง่ๆ ฉันแนะนำว่า อย่าเสียเวลาด้วยเรื่องนี้เลยดีกว่า
ผมไม่ได้คาดหวังมากนักกับหนังเรื่องนี้ เนื่องจากรีวิวที่เคยอ่านมา (หรือแทบไม่มีเลย) แต่เพราะผมชอบหนังเอเชีย และนี่คือหนังไทย เลยตัดสินใจลองดู ผลคือตื่นเต้นและประทับใจมาก! หนังเป็นเรื่องผีคลาสสิกแบบที่วิญญาณต้องการความช่วยเหลือจากคนเป็นเพื่อทำสิ่งที่ค้างคาให้สำเร็จ โครงเรื่องและเอฟเฟกต์ทำได้ดีมาก ถ้าคุณชอบหนังเอเชียหรือหนังผีโดยเฉพาะ รับรองไม่ผิดหวัง หนังไทยอาจไม่ค่อยถูกใจคนตะวันตกเท่าไร (ยกเว้นเรื่องบู๊อย่างองค์บาก) แต่หนังเรื่องนี้กับชัตเตอร์คือสองเรื่องสยองขวัญไทยที่คุณต้องห้ามพลาด!
ในภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งซับซ้อนและชาญฉลาดกว่าที่หลายคนเข้าใจ แบงค์ ฐงฐี นำเสนอเรื่องราวผีที่บอกเราว่าผีไม่ใช่ตัวร้ายไปทั้งหมด พวกเขาอาจมีปัญหาการสื่อสารกับคนเป็นเพราะรูปลักษณ์และพฤติกรรมที่น่าหวาดกลัว แต่พวกเขามีความชอบธรรมและพร้อมปกป้องคุ้มครอง เมื่อ โพธิ์ สาวสวยท้องแก่ (แสดงโดย 'ใส' อินทิรา เจริญปุระ) ถูกทำร้ายอย่างโหดร้ายและทิ้งให้ตายในทะเลสาบโดยเจ้าพ่อยาเสพติด (วรรณกิจ ศิริพุฒ) เธอถูกช่วยโดยวิญญาณสาวในทะเลสาบที่ถูกฆาตกรรมโดยคนเดียวกัน เธอถูกฆ่าเพื่อเอาลูกในท้องซึ่งพ่อมดสยองสั่งให้เจ้าพ่อยาหามาใช้ในพิธีกรรม โพธิ์รอดตายแต่ต้องนอนโรงพยาบาล เธอคิดว่าตัวเองเริ่มผิดปกติเพราะเห็นผีและภาพหลอนทั่วทุกที่ แม้แต่วิญญาณในทะเลสาบก็มาเยือนเธอ แตะท้องครรภ์จนเธอกลัว แต่จริงๆ แล้วผีสาวมาช่วยโพธิ์ ทั้งช่วยให้เธอเลิกยาเสพติด หยุดความคิดทำแท้ง (ด้วยที่จับถังทำจากลวดเหล็ก) ช่วยตามหาลูกของผีสาวที่ถูกเก็บในโหลนำโชคในบ่อนพนัน และจัดการสังหารเจ้าพ่อยา (วรรณกิจ แสดงได้สมบทเป็นคนโหด ผู้ชมไม่ควรรู้สึกสงสารเขาแม้แต่วินาทีเดียวตอนที่เขาตกตึกตาย) แต่ความวุ่นวายยังไม่จบ โพธิ์ยังมีศัตรูใกล้ตัวที่ต้องการฆ่าเธอด้วยเหตุผลอื่น... นอกเหนือจากเนื้อเรื่องที่ดิบเถื่อนแล้ว การแสดงก็ยอดเยี่ยม ใสเปลี่ยนจากสาวติดยาพูดจาหยาบคาย เป็นหญิงสาวผู้เปี่ยมความงามที่อยากช่วยเหลือคนอื่นและกลับมาสนใจชีวิตอีกครั้ง เธอขับเคลื่อนเรื่องได้อย่างสง่างาม วรรณกิจก็ลงตัวในบทคนบ้า ส่วนอรัญญา นามวงศ์ ในบทดร.รุดีก็โดดเด่น และสนุกกับการนับผีที่แทรกตัวในฉากต่างๆ รับรองว่าดูครั้งแรกอาจนับไม่ครบ ต้องดูซ้ำถึงจะเจอ!
ผมคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ดูได้เพราะให้แง่คิดหลายอย่างเกี่ยวกับการกระทำของมนุษย์ หมายความว่าถ้าทำสิ่งไม่ดี ผลกรรมนั้นจะตามมาหลอกหลอนคุณ เหมือนที่หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็น ลองไปดูกันเลย!

Doctor Cha (2023) คุณหมอชา
6.8

Signs (2002) สัญญาณสยองโลก
6.2

Jack Ryan Season 1 (2018) สายลับ แจ็คไรอัน
4.3

Mr Car and the Knights Templar (2023) มิสเตอร์คาร์และอัศวินเท็มพลาร์
4.8

Hor taew tak 3 (2011) หอแต๋วแตกแหวกชิมิ
7.5

Killers of the Flower Moon (2023) คิลเลอร์ส ออฟ เดอะ ฟลาวเวอร์ มูน
5.8

Mourning Grave (2014) สัมผัสมรณะ
6.6

Dear Galileo (2009) หนีตามกาลิเลโอ
2.4

40 Days And Nights (2012) 40 วันมหาพายุกลืนโลก
4.7

Kings of Mulberry Street Let Love Reign (2023) คิงส์ ออฟ มัลเบอร์รี่ สตรีท รักชนะทุกสิ่ง
5.5

Bloody Innocent (2010) เพื่อนรัก เพื่อนแค้น
2.3

Leha (2024) เลฮา