
เรื่องย่อ Leo (2023) ลีโอปีสุดท้ายของโรงเรียนประถมที่เห็นผ่านสายตาของสัตว์เลี้ยงในชั้นเรียน จิ้งจกวัย 74 ปีชื่อลีโอติดอยู่ในห้องเรียนฟลอริดาเดียวกันมานานหลายทศวรรษกับเพื่อนร่วมสวนขวดเต่าของเขา เมื่อเขารู้ว่าเขายังเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งปีที่จะมีชีวิตอยู่เขาวางแผนที่จะหลบหนีไปสัมผัสกับชีวิตภายนอก แต่กลับจมอยู่กับปัญหาของนักเรียนที่วิตกกังวลเช่นครูทดแทนที่ใจร้าย เขียนโดย Alex Hartsell

เลโอ กิ้งก่าวัย 74 ปีและเพื่อนเต่าของเขาตัดสินใจหลบหนีออกจากตู้กระจกเลี้ยงสัตว์ในห้องเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในฟลอริดาที่พวกเขาอาศัยอยู่มาหลายทศวรรษ
ชีวิตของกิ้งก่าวัย 74 ปีที่เบื่อโลกเต็มที กับการเป็นสัตว์ประจำชั้นเรียนอยู่ในโหลแก้วร่วมกันเจ้าเต่าอีกตัว ถึงจะแก่ตัวและอยากออกไปสัมผัสชีวิตในโลกขนาดไหน เขาก็ต้องติดอยู่กับชีวิตในโรงเรียนแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่เมื่อพบว่าตัวเองเหลือชีวิตอีกเพียงปีเดียว จึงคิดหาวิธีหนีออกไปจากที่นี่ แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะทำให้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นตามมาได้ล่ะ
ด้วยบทเรียนชีวิตที่แฝงมา ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่! เป็นแอนิเมชันที่สวยงาม สร้างแรงบันดาลใจ และชวนให้ซาบซึ้ง (ถึงกับน้ำตาซึมไปนิดหน่อย) นี่คือความเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึง! ตอนแรกไม่รู้ว่าจะเจออะไร แต่กลับกลายเป็นหนังสุดประทับใจ! ดูไปยิ้มไปตลอดทั้งเรื่อง เด็กๆ ในหนังและคนดูที่บ้านจะได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจและการให้อภัยตัวเอง ผ่านตัวละคร 'ลีโอ' กิ้งก่าฉลาด (พากย์โดยแอดัม แซนด์เลอร์) ที่คอยรับฟังและให้คำแนะนำดีๆ จนต้องบอกว่าเป็นหนังครอบครัวที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบนานเลย! หนังสรุปใจความสำคัญได้ในประโยคท้ายเรื่องว่า 'จงหา 'ลีโอ' ของคุณ (สัญลักษณ์ของการรับฟังอย่างมีความหมายพร้อมคำแนะนำดีๆ) มาเป็นผู้ฟัง' เพราะ 'ลีโอ' ที่ดีคือผู้ที่รับฟังด้วยใจและให้คำแนะนำได้ตรงใจ ไม่ใช่การบังคับสอน ชอบหนังที่ส่งข้อคิดดีๆ แบบนี้มาก! ต้องปรบมือให้แอดัม แซนด์เลอร์ที่พากย์เสียงได้สุดยอด! อารมณ์ขันและเพลงก็ติดหู ตลกถูกใจ ส่วนหนังเรื่องล่าสุดที่ชอบจากเขาคือ 50 First Dates แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยอินกับผลงานเขาเท่าไหร่ จนมาเจอ 'ลีโอ' นี่แหละ! นานมากแล้วที่ไม่ได้ชมเขาอย่างเต็มปาก แต่เรื่องนี้สมควรได้รับคำชม!
ไม่มีอะไรแย่ๆ ให้พูดถึงหนังเรื่องนี้จริงๆ มันเป็นหนังใหม่ของแซนด์เลอร์ที่สร้างให้ Netflix และคราวนี้การลองลงทุนทำแอนิเมชันก็เป็นไอเดียสดใหม่ที่ประสบความสำเร็จดี แซนด์เลอร์ให้เสียงเป็นลีโอ ตุ๊กแกสัตว์เลี้ยงในห้องเรียนที่ได้เห็นเด็กๆ มาหมดหลายรุ่นแล้วอยากออกไปใช้ชีวิตข้างนอก พอมีครูมาสอนแทนแล้วบังคับให้เด็กเอาสัตว์เลี้ยงกลับบ้าน ลีโอเลยวางแผนช่วยเด็กๆ ที่เขาดูแลมาตลอด ส่วนสควิร์ตเติ้ล เต่าที่ให้เสียงโดยบิล บาร์ ก็เพิ่มมุขตลกได้อย่างลงตัว ฉันคิดว่าภาพอนิเมชันสวย ออกแบบดี และเด็กอนุบาลตากลมโตก็วาดน่ารักสุดๆ หนังสนุกตลอดทั้งเรื่องและถือเป็นแอนิเมชันคุณภาพ บางทีอาจเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของ Netflix เลยก็ได้
ให้คะแนน 8/10 กับเรื่องนี้! ได้ดูตัวอย่างในโรงหนังแล้วสำหรับแอนิเมชันสุดเพี้ยนและมหัศจรรย์เรื่องนี้ มันต้องได้ออกฉายในโรงอย่างเป็นทางการแน่นอน อดัม แซนด์เลอร์ ให้เสียงเป็น ลีโอ สัตว์เลื้อยคลานอายุเยอะที่ติดอยู่ในวัฏจักรชีวิตเดิมๆ กับเพื่อนเต่า สควอร์เทิล (ให้เสียงโดย บิล เบอร์ ผู้เลิศ放松) ทั้งคู่อยู่ในตู้กระจกที่โรงเรียน มองดูชีวิตในห้องเรียนผ่านไปวันๆ จนเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่ทำให้ทั้งคู่ต้องออกเดินผจญภัยในเหตุการณ์ที่พลิกผันทั้งหมด เด็กๆ และผู้ใหญ่แต่ละตัวในเรื่องถูกพัฒนาตัวละครและเปลี่ยนแปลงไปในแบบฮาๆ ส่วนเพลงต่างๆ ก็ไม่ต้องคิดมาก แค่หัวเราะไปกับมุขตลกทางภาพที่เข้ากับจังหวะได้ดี งานภาพสวยงามสุดตา งานออกแบบตัวละครนั้นยอดเยี่ยมและไม่ดูงุ่มง่าม ซึ่งต่างจากเทรนด์ออกแบบตัวละครแย่ๆ ที่เห็นกันบ่อยๆ ในยุคนี้ ดนตรีและบทเพลงที่ยอดเยี่ยมถูกจัดวางได้อย่างพอเหมาะ อดัม แซนด์เลอร์ ยังเป็นทั้งผู้เขียนบทและโปรดิวเซอร์ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะนี่คือผลงานของบริษัทเขาเอง ขอแบบนี้อีกนะอดัม!
บังเอิญเจอหนังเรื่องนี้ในเน็ตฟลิกซ์เลยลองดูดู แม้จะเป็นหนังสำหรับเด็กและครอบครัว แต่ฉันก็ชอบมันอยู่ดี อดัม แซนด์เลอร์ เคยแสดงหนังหลายเรื่องที่ดูเฉยๆ หรือพอรับได้ แต่ลีโอกลับดีกว่าที่คิด พร้อมองค์ประกอบที่น่าพอใจ ถึงแม้บทสนทนาส่วนใหญ่จะอยู่กับเด็ก แต่คำแนะนำและภูมิปัญญาที่ให้เพื่อช่วยพวกเขานั้นลึกซึ้ง หนังเรื่องนี้เตือนใจดีว่าทุกคนต่างก็มีปัญหาของตัวเองในชีวิต เราไม่โดดเดี่ยวกับปัญหาชีวิตประจำวัน ทุกคนต้องการความช่วยเหลือบ้างไม่ช้าก็เร็ว น่าสนใจที่เห็นการอ้างอิงเรื่องผู้ใหญ่ที่เล่นได้ดีมาก นี่เป็นหนังที่ดี ดูเพลินๆ ในวันพักผ่อน
'ลีโอ' เป็นภาพยนตร์ที่สอดแทรกข้อคิดดีๆ ผ่านตัวละครหลากหลายบุคลิก ที่สะท้อนปัญหาของคนในสังคมได้อย่างแยบยล แม้จะเป็นแอนิเมชันสำหรับเด็ก แต่ก็เปรียบเสมือนสื่อการสอนชั้นดีที่ทั้งให้ความบันเทิงและความรู้ไปพร้อมกัน เด็กๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความไม่มั่นใจในตัวเอง ความหลงตัวเอง รวมถึงความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับชีวิตผ่านเรื่องราวน่ารักๆ ลีโอคือจิ้งจกที่ใช้ชีวิตในตู้กระจกมาแล้ว 74 ปี (ขอแก้ไขนิดนึง! เขาคือสัตว์เลี้ยงประจำชั้นเรียนตั้งแต่ปี 1949) มีเพื่อนซี้เป็นเต่าชื่อสควิร์เทิล เมื่อครูประจำชั้นต้องลาคลอดบุตร เด็กๆ จึงต้องเผชิญกับคุณครูมาลคิน ครู substitutes ที่เข้มงวด ซึ่งให้พวกเขาหมุนเวียนกันเลี้ยงสัตว์เลี้ยงประจำชั้นเรียนในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อฝึกความรับผิดชอบ เรื่องราวชวนอมยิ้มเริ่มขึ้นเมื่อลีโอเจ้าจิ้งจกพูดได้ปรากฏตัว! เขาตัดสินใจแกล้งบอกเด็กๆ ว่าแต่ละคนคือผู้ถูกเลือกที่ได้ยินเสียงเขาเพียงคนเดียว พร้อมให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตัวละครที่ชอบมากคืออีไล เด็กชายที่ถูกพ่อแม่ปกป้องเข้มงวดเกินไป จนมีโดรนคอยติดตามตลอดเวลา ซึ่งเจ้าโดรนนี่ก็มีบทบาทฮาไม่เบา! หลายๆ ฉากถูกใส่ความเป็นการ์ตูนและดูตลกโปกฮา ชัดเจนว่าเหมาะกับเด็กๆ เป็นหลัก แต่ผู้ใหญ่ก็ดูเพลินได้ไม่น้อย แถมยังมีช่วง climax แอคชั่นดุเด็ดเผ็ดมันส์ สิ่งเดียวที่อาจติหน่อยคือการร้องเพลงที่ต่อเนื่องเป็นระยะ คงเพราะความสำเร็จของ Frozen ทำให้ภาพยนตร์แอนิเมชันจำนวนมากจึงเพิ่มส่วนดนตรีเข้าไป จนบางทีก็รู้สึกว่านานไปหน่อย เด็กๆ อาจชอบเพราะร้องตามได้ แต่คนดูบางกลุ่มอาจรู้สึกว่ามันรบกวนจังหวะเรื่องอยู่สักนิด สรุปแล้ว 'ลีโอ' คือภาพยนตร์แอนิเมชันที่ทั้งสนุกสนานและน่าประทับใจ แนะนำให้ดูกันทั้งครอบครัว!
หนังเรื่องนี้เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็เข้าใจและเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย เพลงในหนังอาจไม่เหมือนในภาพยนตร์ดิสนีย์บางเรื่อง แต่ทุกเพลงมีความแปลกใหม่ น่าสนใจ และไม่ยืดเยื้อหรือเยิ่นเย้อจนเกินไป หนังพยายามนำเสนอประเด็นปัจจุบัน แนวโน้มและเทคโนโลยีใหม่ๆ ผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลาย เชื้อชาติและความแตกต่างระหว่างวัยได้อย่างลงตัว หนังยังสะท้อนปัญหาที่อาจละเอียดอ่อนสำหรับเด็กทุกวัย เช่น การกลั่นแกล้ง เด็กดื้อในห้องเรียน ความนิยมในสังคม โรคสมาธิสั้น คำถามว่าทารกเกิดมาจากไหน ฯลฯ นักแสดงเด็กทำได้ดีมาก รวมถึงการร้องเพลงด้วย หนังมีความยาวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับภาพยนตร์แอนิเมชันหลายเรื่อง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาตราบใดที่เรื่องราวยังคงดึงดูดความสนใจตั้งแต่ต้นจนจบ
โดยรวมแล้วครึ่งแรกของ Leo นั้นดีกว่าครึ่งหลังอย่างชัดเจน ซึ่งส่วนหลังมีปัญหาด้านการดำเนินเรื่องไม่สมํ่าเสมอและดราม่าที่เริ่มอ่อนแรงลง ตัวละครร้องเพลงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยและจดจำได้ยาก แต่มุกตลกซุกซน (ยกเว้นมุกตลกหยาบบางมุกที่เด็กอาจไม่เข้าใจและรู้สึกถูกยัดเยียด) จากปฏิสัมพันธ์ของลีโอกับนักเรียนนั้นสนุกชวนยิ้ม แม้จะไม่ชอบสไตล์ตลกของแซนด์เลอร์ (แต่ผมชอบ) คุณก็อาจถูกมนต์สะกดจากจิ้งจกวัย 70 ปีที่คอยสอนชีวิตให้เด็กป.5 ส่วนเส้นเรื่องของครูสอนแทนนั้นซับซ้อนและไม่สมเหตุสมผล ส่งผลให้ช่วงคลิแม็กซ์เร่งๆ ช้าๆ สลับกันและจบไม่สนุกเหม็นขึ้ แต่ต้องยอมรับว่ามันเป็นหนังครอบครัวน่ารักที่ทำได้ตรงจุด เน้นสอนแง่คิดดีๆ ผสมกับอารมณ์ขันสไตล์เดิมของแซนด์เลอร์ 6.8/10
หนังดีมาก สนุกและให้ความบันเทิงสำหรับทุกคนในครอบครัว ทั้งผู้ใหญ่และเด็กต่างหัวเราะกันถ้วนหน้า เป็นหนังเด็กและครอบครัวที่ดีที่สุดที่ฉันเคยดูมาหลายปี ดิสนีย์โปรดเรียนรู้ไว้ ฉันเรียกหนังแบบนี้ว่า 'ผู้ทำลายดิสนีย์' หนังส่งมอบข้อความที่ดีและสร้างสรรค์โดยไม่รู้สึกถูกบังคับ แต่สอดแทรกผ่านความตลกขบขัน หนังเรื่องนี้ให้ทั้งความบันเทิง ความตลก แต่ก็มีช่วงที่ซึ้งๆ และส่งพลังบวกให้กับเด็กๆ ฉันชอบที่เด็กๆ ในหนังได้เรียนรู้การมองภายใน รับมือกับปัญหาและเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฉันชอบที่หนังเลี่ยงประเด็นการเมืองที่ถกเถียงกัน และไม่ยัดเยียดข้อความทางการเมืองให้กับฉันและครอบครัว
เหมือนในหนังเด็กอย่าง 'Bedtime Stories' หรือซีรีส์ 'Hotel Transylvania' ที่อดัม แซนด์เลอร์มักนำเสนอบทบาทน่ารักซึ้งใจมาโดยตลอด สำหรับหนังแอนิเมชันล่าสุดอย่าง 'Leo (2023)' เขารับบทเป็นสัตว์เลี้ยงในห้องเรียนที่ใช้ชีวิตมากว่า 75 ปี พร้อมแบ่งปันบทเรียนชีวิตให้เด็กนักเรียนผ่านมุมมองอันเปี่ยมภูมิปัญญา ลีโอกลายเป็นเพื่อนคุยใจดีที่ช่วยให้เด็กๆ ในชั้นเรียนแก้ปัญหาส่วนตัวและความท้าทายในช่วงวัยรุ่น แน่นอนว่าความอบอุ่นแบบนี้คือเสน่ห์ของหนังเด็กที่อดัม แซนด์เลอร์ทำได้ดีเสมอ แม้ฉันจะชอบตลกร้ายและบทบาทผู้ใหญ่ของเขา แต่ทุกครั้งที่เขาเล่นหนังเด็ก กลับทิ้งข้อคิดลึกซึ้งให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ชีวิต แถมยังมีเพลงประกอบจำนวนมากจนบางทีก็เซอร์ไพรส์! สรุปเลยคือหนังเรื่องนี้เหมาะมากๆ สำหรับให้เด็กๆ เรียนรู้ความยากลำบากในชีวิต และสร้างความมั่นใจในการเผชิญปัญหาในยุคนี้ ฉันขอชื่นชมอดัม แซนด์เลอร์ที่สร้างหนังเด็กที่มีเนื้อหาสาระ แทนที่จะหยุดแค่ความบันเทิงเปล่าๆ แม้กลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็อาจได้แง่คิดใหม่ๆ หากมองด้วยใจเหมือนเด็ก รับรองว่าถ้าได้ดูกับลูกๆ จะทั้งสนุกและได้บทเรียนชีวิตเกี่ยวกับการยอมรับตัวเองและภูมิใจในตัวตน!
หนังเรื่องนี้สนุกมาก อนิเมชั่นคุณภาพดี เนื้อเรื่องโดนใจ มีทั้งความฮาและความน่ารัก ไม่คิดมาก่อนว่าบริษัทของอดัม แซนด์เลอร์จะทำอนิเมชั่นได้ขนาดนี้ ถือเป็นเซอร์ไพรส์ที่ดีมาก ยกนิ้วให้เลย! เสียงของอดัมเหมาะกับตัวกิ้งก่าให้คำแนะนำสุดฉลาดแบบนี้มาก พากย์เสียงโดยรวมก็ดีเยี่ยม เนื้อเรื่องสุดเจ๋ง เต็มไปด้วยมุขฮาและทริสต์ที่ไม่น่าเชื่อ ไม่มีช่วงไหนรู้สึกเบื่อเลย นี่แหละการเขียนบทชั้นดี หนังไม่ตึงเครียดเกินไป แต่ยังคงให้ความรู้สึกสนุกและอบอุ่นหัวใจได้ดี แนะนำให้ดูเลย และหวังว่า Happy Madison จะทำแบบนี้อีกนะครับ เริ่มต้นได้ดีมาก!
เมื่อไรก็ตามที่ Adam Sandler มาดำเนินเรื่อง... มันคือ 'ดูแล้วคุ้มค่า' หนังเรื่องนี้ฉันคิดว่าถ้าเป็นตอนเด็กคงชอบมากแน่ๆ โครงเรื่องเรียบง่ายพร้อมมุขแห้งๆ ที่ทำให้เด็กๆ เกือบทุกคนต้องหัวเราะ นี่คือภาพยนตร์ที่คุณอยากให้ครอบครัวมาดูด้วยกันในคืนหนัง เหมือนเดิม Sandler มากับเพื่อนๆ และครอบครัวจากหนังก่อนหน้านี้เช่น (Bill Burr, Sadie Sandler (ลูกสาว), Sunny Sandler (ลูกสาว), Jackie Sandler (ภรรยา), Jo Koy และ Jason Alexander) โดยรวมอนิเมชั่นสวยงามคมชัด บทเรียบง่ายแต่เรียบเรียงได้ดี นี่เป็นหนังที่ฉันจะเปิดดูใหม่กับหลานๆ แน่นอน ขอบคุณสำหรับคลาสสิกอีกเรื่อง Adam Sandler!
ตอนแรกดูเหมือนเป็นไอเดียน่ารักสำหรับหนัง และตัวอย่างก็ดูสนุกดี แต่เพลงนะ!! มันดูโง่และไม่จำเป็นเลย ทุกครั้งที่มีคนเริ่มร้องเพลง ฉันแทบต้องสู้กับความอยากเปลี่ยนช่องสุดๆ รู้สึกเหมือนว่าเพลงถูกคิดขึ้นมาแบบลวกๆ แล้วใส่เข้าไปตอนพากย์เสียงหนัง แล้วเด็กชั้นประถม 1 ที่ดุดันเกินไปนี่คืออะไร? พวกเขาไม่เหมือนมนุษย์เลย เสียงของอดัม แซนด์เลอร์ไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิด แต่หนังมีเรื่องยัดเยียดมากเกินไป จนตอนจบคุณแทบหมดแรง มีช่วงตลกๆ แน่นอนในหนัง ถ้าไม่มีส่วนเหล่านั้น คงดูไม่รอดแน่
หนังเรื่องนี้มีช่วงเวลาดีๆ ที่เหมาะให้ทุกคนในครอบครัวทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ดูร่วมกัน สรุปเรื่อง: สัตว์เลื้อยคลานอย่างจิ้งจกกับเต่าที่มีอายุมาก เมื่อลีโอจิ้งจกรู้ตัวว่าอายุไม่มากแล้ว จึงอยากทำสิ่งดีๆ คืนให้เด็กๆ วิเคราะห์: ทีมผู้สร้างพยายามทำสิ่งที่แตกต่างและทำได้สำเร็จ หนังน่าดูมีทั้งความน่ารักและแอคชันสนุกๆ ที่ดึงดูดผู้ชมได้ตลอดเรื่อง บทพูดและเพลง: บางช่วงบทสนทนาอาจดูเหมือนทอล์คโชว์ แต่ความน่ารักอบอุ่นก็เข้ากับบรรยากาศหนังได้ดี พากย์เสียง: ไม่มีใครโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ทุกคนทำได้ดีหมด ภาพประกอบ: ยอดเยี่ยมมากทั้งสีสันสดใส ตัวการ์ตูนน่ารักและฉากที่อลังการ
Orion and the Dark (2024) โอไรออนท่องแดนมหัศจรรย์รัตติกาล
7.1

The Come Back (2023) เดือดร้อนให้หาลุงหัว