
Three Extremes (2002) อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต ภาพยนตร์สั้นจากผลงานของผู้กำกับชาวเกาหลี ไทยและฮ่องกงที่ต่างถ่ายทอดเรื่องราวเขย่าขวัญในมุมของตนออกมา.. (ความทรงจำ) ฉายภาพหญิงสาวที่สูญเสียความจำไปพร้อมกับเหตุการณ์ร้ายและสะท้อนชีวิตหลังความตายกับการเดินทางของดวงวิญญาณภายใต้แรงอาฆาต (มิติกรรม) เล่าผ่านสายตาของสองครูเฒ่าเจ้าของคณะละครถึงอาถรรพณ์และอำนาจลึกลับของหุ่น ซึ่งนำความตายมาสู่ทุกชีวิตที่เกี่ยวข้องโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง (กลับบ้าน) แสดงอารมณ์รักระคนหวั่นวิตกของชายที่พยายามและเฝ้ารอให้ภรรยาของเขาฟื้นขึ้นมาอีกครั้งแม้ว่าทุกคืนวันที่ผ่านไปจะไม่ต่างกับฝันร้าย ซึ่งทั้ง 3 เรื่องเชื่อมโยงความเชื่อและแง่คิกเข้าด้วยกันอย่างน่าฉงน

ภาพยนตร์แอนโธโลจิ้งรวมเรื่องสั้นสยองขวัญ 3 เรื่องจากผู้กำกับชาวเอเชีย 3 คน: Memories โดย คิม จี-วุน, The Wheel โดย นนทรีย์ นิมิบุตร, และ Going Home โดย ปีเตอร์ แชน
ภาพยนตร์แอนโธโลจิ้งรวมเรื่องสั้นสยองขวัญ 3 เรื่องจากผู้กำกับชาวเอเชีย 3 คน: Memories โดย คิม จี-วุน, The Wheel โดย นนทรีย์ นิมิบุตร, และ Going Home โดย ปีเตอร์ แชน
ภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติ 'สาม' (Three) เป็นการรวมผลงานสั้นความยาว 1 ชั่วโมง 3 เรื่องจาก 3 ประเทศ ได้แก่ ปีเตอร์ ชาน จากฮ่องกง, คิม จี-วุน จากเกาหลีใต้ และ นนทรีย์ นิมิบุตร จากไทย ตอนแรก 'ความทรงจำ' โดยคิม จี-วุน ตามติดชีวิตสองคนที่พยายามไขปริศนาความทรงจำหายไป ชายผู้สูญเสียภรรยากับหญิงที่พยายามค้นหาตัวตน แม้มีช่วงหลอนสะกดใจ แต่พล็อตเรื่องค่อนข้างอ่อน แก้ปริศนาแบบง่ายๆ และตัวละครพัฒนาไม่มาก แต่นับว่าเป็นตอนที่สยองที่สุดและงานเทคนิคดีที่สุด ตอนที่สอง 'กลับบ้าน' โดยปีเตอร์ ชาน คือตอนที่ดีที่สุด แม้งานผลิตจะหยาบที่สุด แต่เนื้อเรื่องเข้มข้นที่สุด เรื่องราวของตำรวจกับลูกชายที่ย้ายเข้าอพาร์ตเมนต์ร้าง และพบกับหมอสอนวยาพยายามชุบชีวิตภรรยา ตอนนี้จัดการกับธีมความรัก/ความหวังได้ดี มีบทสนทนาลึกซึ้งและมุมมองน่าสนใจ แม้ไม่น่ากลัวแต่กำกับภาพเก่ง ใช้สถานที่ได้อย่างคุ้มค่า ตอนสุดท้าย 'ลิเกผี' โดยนนทรีย์ นิมิบุตร เกี่ยวกับคณะลิเกที่ถูกสาปจากหุ่นเชิดร้าย ถือเป็นตอนที่อ่อนที่สุด ภาพสวยแต่เนื้อเรื่องสับสน ไร้จุดหมาย สยองแบบไม่มีเหตุผล แม้มีบางช็อตน่าขนลุก แต่ความไม่ต่อเนื่องของเนื้อเรื่องทำลายอารมณ์รวม โดยรวม 'สาม' ไม่เสียเวลาเฉยๆ เพราะตอนของปีเตอร์ ชาน และตอนเปิดเรื่องสไตล์ล้ำ แต่อ่อนเพราะตอนจบที่หลุดโทน ส่วนการรวมสามเรื่องเข้าด้วยกันก็ยังไม่แน่นอนนัก 'ลิเกผี' ของไทยต่างระดับกับอีกสองเรื่อง แนะนำสำหรับคอหนังสยองขวัญหรือผู้ชมที่อยากศึกษางานภาพยนตร์ ส่วนคนทั่วไปอาจไม่ประทับใจ คะแนน: ความทรงจำ 6/10 กลับบ้าน 8/10 ลิเกผี 4/10 รวม 6/10 หมายเหตุ: เวอร์ชันสหรัฐเรียงตอนเป็น 'ความทรงจำ' → 'ลิเกผี' → 'กลับบ้าน' ส่วนเวอร์ชันฮ่องกงและไทยอาจเรียงต่างกัน ผู้รีวิวดูเวอร์ชันเกาหลี
หลังความสำเร็จถล่มทลายของ 'Three Extremes' ผู้กำกับสยองขวัญระดับตำนานจากสามชาติเอเชีย (คิม เจ-วุน จากเกาหลีใต้, นนทรีย์ นิมิบุตร จากไทย, ปีเตอร์ ชาน จากจีน) ก็ร่วมมือกันสร้างภาคต่อ 'Three Extremes II' แต่แทนที่จะโฟกัสที่ความหลากหลายของสไตล์สยองขวัญแบบภาคแรก ภาคนี้กลับเน้นธีมหลักเดียวกันคือ 'การเดินทางสู่ชีวิตหลังความตาย' ซึ่งทำให้เรื่องราวดูซ้ำซากเมื่อดูต่อเนื่องกัน โดยเฉพาะสองตอนแรกที่ดำเนินเรื่องเชื่องช้าและขาดจุด高潮จับใจ<br><br>ตอนแรก 'Memories' โดยคิม เจ-วุน เริ่มต้นอบอวนด้วยบรรยากาศลึกลับเมื่อชายคนหนึ่งตื่นมาพบผู้หญิงลึกลับในบ้าน ทว่าความตื่นเต้นกลับจางหายเมื่อพล็อตเรื่องเฉิ่มและ predictable เกินไป แม้จะมีลูกเล่นเสียงดราม่าและภาพถ่ายทำสวยงาม แต่ก็ช่วยไม่ให้เรื่องนี้พ้นจากความจำผู้ชมไปได้<br><br>ตอนที่สอง 'The Wheel' ของนนทรีย์ นิมิบุตร คือของขวัญทางวัฒนธรรมไทยที่อาจ 'lost in translation' สำหรับผู้ชมต่างชาติ เรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณและความเชื่อพื้นบ้านถ่ายทอดผ่านฉากโบราณตระการตา หุ่นกระบอกอลังการ และเครื่องแต่งกายไทยแบบดั้งเดิม แม้การแสดงจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ความแปลกใหม่และตอนจบที่สะเทือนใจก็ชดเชยได้<br><br>จุดเด่นสุดอยู่ที่ตอนจบ 'Going Home' ของปีเตอร์ ชาน ที่ดราม่าคร่าความตายเกี่ยวกับพ่อเลี้ยงลูกสุดหวงแหนและความรักที่ทนทรมานจนน่าขนลุก ฉากเก่าขลังและบทที่เข้มข้นทำให้เรื่องนี้เป็นประกายแสงเดียวที่คุ้มค่ากับการซื้อดีวีดีมาดู แม้โดยรวม 'Three Extremes II' จะทำคะแนนสยองขวัญไม่ค่อยติดฝุ่น แต่ถ้าชอบดราม่าหม่นขมับและวัฒนธรรมเอเชียลึกๆ ก็ยังน่าลองสักครั้ง 6.5/10
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างก่อนเรื่อง '3 Extremes' ที่โด่งดังกว่า แต่กลับออกฉายทีหลังในหลายประเทศ แม้ผู้กำกับทั้งสามคนนี้จะไม่ดังเท่า ทาคาชิ มิอิเกะ หรือ พัก ชาน-วุก แต่ คิม จี-วุน เคยสร้าง 'เรื่องเล่าของสองพี่น้อง' ที่โด่งดังมาก่อน ส่วนอีกสองเรื่องในนี้กลับให้ความรู้สึกอ่อนกว่า โดยส่วนตัวแล้วฉันมองว่า '3 Extremes' คือหนังรวมเรื่องสยองขวัญที่ดีที่สุดตลอดกาล ดังนั้นหนังเรื่องนี้จึงถูกเปรียบเทียบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องแรก 'Memories' โดยคิม จี-วุน ใช้บรรยากาศและภาพลักษณ์แบบผีเอเชีย familiar มากกว่าเน้นเนื้อเรื่อง ที่จริงพล็อตก็กระจัดกระจาย แต่พอดูจบก็พอปะติดปะต่อได้ ฉันชอบส่วนนี้พอสมควร ตามด้วย 'The Wheel' โดย นนทรีย์ นิมิบุตร จากไทย เรื่องราวเกี่ยวกับหุ่นเช่าที่ถูกสาป ยังคงเน้นภาพสวยมากกว่าเนื้อเรื่อง ซึ่งออกจะ平平无奇 ไม่แย่แต่ก็เป็นจุดอ่อนของทั้ง三部曲 สุดท้าย 'Going Home' โดย ปีเตอร์ ชาน คือเหตุผลที่ควรดูหนังเรื่องนี้ คริสโตเฟอร์ ดอยล์ ถ่ายภาพได้อลังการ เรื่องราวของตำรวจกับลูกชายที่ย้ายเข้าอพาร์ตเมนต์ใหม่ เด็กชายถูกรบกวนโดยเด็กหญิงลึกลับที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จนวันหนึ่งเขาก็หายตัวไป ตำรวจผู้เป็นพ่อค้นพบความลับสุดสยองของเพื่อนบ้านที่คิดว่าเป็นพ่อของเด็กหญิงคนนั้น เรื่องนี้สุดยอดมาก ระเบิดอารมณ์จนหมดแรง และยิ่งคิดยิ่งตราตรึง
ภาพยนตร์เรื่อง Three หรือที่ต่างประเทศใช้ชื่อว่า 3 Extremes 2 ประกอบด้วยหนังสั้นสยองขวัญ 3 เรื่องจากผู้กำกับชาวเอเชียผู้โด่งดัง แต่ละเรื่องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและให้ความบันเทิงได้ดีเพราะไม่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม หนังสั้นเหล่านี้ยังไม่ถือเป็นผลงานชั้นยอดของผู้กำกับแต่ละท่าน เรื่องแรกชื่อ Memories โดยผู้กำกับเกาหลีใต้ คิม จี-วอน เจ้าของผลงานระดับมาสเตอร์พีซเช่น เรื่องเล่าของสองพี่น้อง (A Tale of Two Sisters), คาวบอยหน้าบานทมิฬอลเวง (The Good, the Bad, the Weird) และ I Saw the Devil เนื้อเรื่องแบ่งเป็นสองส่วนที่ค่อยๆ เชื่อมโยงกัน ภาคแรกพูดถึงชายที่ภรรยาหายตัวไปขณะที่เขาสูญเสียความทรงจำ ส่วนภาคสองเป็นเรื่องของหญิงที่ตื่นขึ้นมาบนถนนโดยไม่รู้ตัวตนและพยายามตามหาความจริง ด้านบวกคือบรรยากาศลึกลับและงานภาพที่โดดเด่น ด้านลบคือพลอตคาดเดาได้และดำเนินเรื่องช้า เรื่องที่สองชื่อ The Wheel โดยผู้กำกับไทยนนทรีย์ นิมิบุตร ผู้สร้างดังเบอร์เร็ว..แรงทะลุแดน (ดั่งบีรีลีย์และเหล่าทหารเสือหนุ่ม), นางนาก (Nang Nak) และจัน ดารา เนื้อหาเกี่ยวกับหุ่นเชิดถูกสาปที่ตามหลอกหลอนคณะหนังตะลุงในต่างจังหวัด คำสาปเริ่มเมื่ออาจารย์หนังตะลุงใส่วิญญาณตัวเองลงหุ่น แต่กลับสั่งให้เมียกับลูกทิ้งหุ่น ภายหลังเมียกับลูกจมน้ำตาย ส่วนอาจารย์ถูกไฟคลอก มีคณะหนังตะลุงอีกกลุ่มพยายามใช้หุ่นสาปนี้ แต่กลับพบเหตุสยองเมื่อนักแสดงล้มตายเป็นระลอก ด้านบวกคือความสยองจัดเต็มที่สุดในสามเรื่อง พร้อมฉากธรรมชาติในต่างจังหวัดที่สวยงามและนำเสนอวัฒนธรรมไทยที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนอกประเทศ จบเรื่องได้สะกดใจ ด้านลบคือการแสดงบางครั้งยังแข็งกระด้าง และงบประมาณ製作明顯不足 เรื่องสุดท้ายชื่อ Going Home โดยผู้กำกับปีเตอร์ ห Chan (ผู้กำกับไทยเชื้อสายฮ่องกง) เจ้าของผลงานอย่าง The Love Letter, ขุนศึก (The Warlords) และ Dragon เนื้อหาเกี่ยวกับพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ย้ายมาอยู่คอนโดเก่ากับลูกชาย แล้วลูกชายหายตัวหลังไปเล่นกับเด็กหญิงลึกลับ ลูกสาวของชายแปลกหน้าที่คอยพยาบาลภรรยาผู้คลุมเครือ ด้านบวกคือตัวละครเข้มข้น เนื้อเรื่องมี转折ไม่คาดคิด แถมยังแฝงแนวคิดโรแมนติกในหนังสยอง ด้านลบคือหลายจุดยังคลุมเครือไม่ชัดเจน ควรถูกพัฒนาเป็นหนังยาวเพื่อความสมบูรณ์ โดยรวมทั้งสามเรื่องมีจุดแข็งแต่ก็มีข้อด้อยเล็กน้อย เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญแนวจิตวิทยาและเหนือธรรมชาติที่ดูสนุก แต่ไม่ใช่ระดับสุดสยอง นับเป็นหนังสั้นที่น่าดูและน่าติดตามอีกครั้ง
ภาพยนตร์แอนโธโลยีเอเชียเรื่อง "สาม" (The Three) ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับ 3 คนจาก 3 ประเทศต่างกัน (เกาหลีใต้/ไทย/ฮ่องกง) ที่สร้างเรื่องราวอิสระและน่าตื่นตาตื่นใจ! ก) เรื่องแรกจากเกาหลีใต้ ชื่อ "ความทรงจำ" (Memories) {40 นาที} โดย "จี วุน คิม" ผู้กำกับที่พยายามสร้างความลึกลับและความหลอนให้สุดขั้ว เขาคือผู้กำกับหนังสยองขวัญอันดับ 1 ของเกาหลีในปี 2003 อย่าง "เรื่องเล่าของสองพี่น้อง" (A Tale Of Two Sisters) *ให้คะแนนโดย Abu Jarrah: 4/5 ข) เรื่องที่สองจากไทย ชื่อ "วงล้อ" (The Wheel) {36 นาที} โดย "นนทรีย์ นิมิบุตร" ผู้กำกับชื่อดังจาก "นางนาก" ที่ลงทุนสร้างเรื่องผีเกี่ยวกับตุ๊กตาสาปในแอนโธโลยีนี้ *ให้คะแนนโดย Abu Jarrah: 3/5 ค) เรื่องที่สามจากฮ่องกง ชื่อ "กลับบ้าน" (Going Home) {53 นาที} โดย "ปีเตอร์ ชาน" เป็นตอนที่ทรงพลังที่สุดในแอนโธโลยีนี้ เขาคือโปรดิวเซอร์หนังสยองขวัญดังอย่าง "เดอะไอ 1 & 2" และผู้กำกับภาพยนตร์รักแรกอันอบอุ่น "เพื่อนกันจนวันสุดท้าย" (Comrades: Almost a Love Story) *ให้คะแนนโดย Abu Jarrah: 5/5 หมายเหตุ: มีอีกเวอร์ชันของตอน "กลับบ้าน" ที่ชื่อ [Going Home: Director's Cut] ซึ่งเพิ่มฉากพิเศษ 8 นาที ไม่รวมในเวอร์ชันเดิม [รวม 61 นาที] (ตามข้อมูลที่มี)
การเปรียบเทียบที่น่าสนใจของสามเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงที่หายตัวไปจากบ้านที่อยู่กับครอบครัวและตกไปอยู่ในเมืองอนาคต, นักเชิดหุ่นที่พยายามเตือนคณะเต้นเกี่ยวกับการใช้หุ่นถูกสาป และตำรวจที่ถูกจับเป็นตัวประกันโดยชายโรคจิตที่อยู่กับภรรยาที่ป่วยหนัก แต่ละเรื่องผลิตโดยฮ่องกง เกาหลีใต้ และไทย แต่ฮ่องกงเป็นเรื่องที่ผมจำได้มากที่สุด Leon Lai รับบทเป็นหมอโรคจิตที่เชื่อมั่นได้และดราม่าสูง ใช้ยาสมุนไพรให้ภรรยามีชีวิต ส่วนตำรวจ (Eric Tsang) พยายามอย่างยิ่งเพื่อให้หมอกลับสู่ความเป็นจริง Tsang เคยรับบทตลกหรือบ้าบอ แต่ครั้งนี้เขาทำได้จริงจังและเคร่งขรึม นับเป็นการเปลี่ยนบทบาทที่น่ายินดี การถ่ายทำสื่อถึงความน่าหวาดหวั่นของสถานการณ์และความรู้สึกหดหู่ในโครงการที่หมออาศัยอยู่ เรื่องราวน่าติดตามแต่แปลกใหม่และหม่นหมองในเวลาเดียวกัน เกรด B-
ผมเกือบ 100% เชื่อว่าเรื่องเหล่านี้คือบทหนังที่ส่งเข้ามาแต่ไม่ผ่านการคัดเลือกสำหรับภาพยนตร์ภาคแรก 'ความทรงจำ' โดยผู้กำกับชื่อดัง จี-วุน ดูแปลกตรงที่ทั้งคาดเดาได้ทั้งหมดแต่ก็เต็มไปด้วยไอเดียน่าสนใจที่ไม่มีวันบังเกิดผล อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นเรื่องที่ดูได้มากที่สุดในสามเรื่องด้วยลีลาการนำเสนอแบบศิลปะอยู่บ้าง ส่วนเรื่องที่สอง 'วงล้อ' คือแบบฝึกหัดแห่งความน่าเบื่อ ทำด้วยงบน้อยและโครงเรื่องโบราณที่แทบไม่มีอยู่จริง คำว่า 'ทนไม่ไหว' คงเหมาะสมที่สุด ส่วนเรื่องสุดท้าย 'กลับบ้าน' เริ่มต้นน่าคาดหวังแต่ก็จบลงอย่างย่ำแย่ โครงเรื่องน้อยนิดและเหลวไหลจนไม่น่าเชื่อ สุดท้ายนี้ ไม่มีอะไร 'สุดขั้ว' ในภาพยนตร์เหล่านี้เลยนอกจากเลือดสักสองสามนาทีที่ถูกตัดต่อเข้าไปใน 'ความทรงจำ' อย่างไร้จุดหมาย ส่วนความสยองก็แทบไม่มี เรียกได้ว่าหาสิ่งที่น่าชมได้ยากมาก
ภาพยนตร์สยองขวัญ 3 เรื่องที่รวมไว้ด้วยกัน แต่มีเพียงเรื่องเดียวที่ดูแล้วรู้สึกถูกใจ เรื่องแรกเล่าถึงผู้ชายที่จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับภรรยา ทุกครั้งที่เขาหลับจะฝันเห็นเหตุการณ์รบกวนจิตใจเกี่ยวกับเธอแบบไม่ซ้ำกัน โครงเรื่องไม่ชัดเจนแต่มีตอนจบที่พอรับได้ ส่วนตอนที่สองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เน้นไปที่ตุ๊กตาที่สร้างความปั่นป่วนจากคำสาปของเจ้าของเดิม เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องแต่น่าเบื่อจนแทบตาย สุดท้ายตอนที่สามคือตอนที่ดีที่สุด ชายคนหนึ่งย้ายเข้าไปอยู่คอนโดเก่าๆกับลูกชาย ผู้เช่าอีกคนเดียวคือชายที่ดูแลภรรยาที่อ้างว่าพิการบนรถเข็น แต่จริงๆแล้วเธอเสียชีวิตไปแล้วและเขากำลังใช้สมุนไพรจีนเพื่อชุบชีวิตให้กลับมา เนื้อเรื่องชาญฉ�าดและสร้างสรรค์ ดึงดูดให้ติดตามจนจบ แนะนำให้เลื่อนผ่านสองตอนแรกไปเลยแล้วดูแค่ตอนจบจะดีที่สุด
ฉันค่อนข้างแปลกใจกับบทวิจารณ์แง่ลบของเรื่อง 'สาม' (2002) ใน IMDb เพราะคิดว่ามันเป็นหนังที่ดี น่าหวาดเสียวและน่าสนใจ ตอนแรกอย่าง 'ความทรงจำ' เป็นส่วนที่ฉันชอบที่สุด การแสดงดีและมีช่วงที่น่ากลัวจริงๆ ถือว่าน่ากลัวกว่า Final Destination 2 เยอะเลย ส่วนตอนที่สองถือว่าผิดหวังหลังจากตอนแรกที่ยอดเยี่ยม การแสดงไม่ค่อยดี ตัวละครน่าเบื่อ และไม่น่ากลัวเลยสักนิด ส่วนตอนที่สาม 'กลับบ้าน' เป็นเรื่องราวสวยงามเกี่ยวกับความรักแท้ อาจไม่สยองมากแต่ก็เป็นเรื่องที่ดี
สนุกมากถ้าคุณสนใจมุมมองข้ามวัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ การแสดงและคุณภาพการผลิตอยู่ในระดับสูงมาก สำหรับแฟนภาพยนตร์สยองขวัญหรือคนที่กลัวความมืด เรื่องนี้ให้คะแนนไม่ต่ำกว่า 8/10 และต้องดูให้ได้ ส่วนคนที่ไม่ชอบแนวนี้หรือไม่มีความกลัวติดตัว มันคือวิธีเรียนรู้ว่าจะทำให้เพื่อนคุณกลัวได้ยังไง ภาพยนต์อย่าง The Sixth Sense, The Blair Witch Project, The Shining และ Psycho อาจถูกมองเป็นมุมมองตะวันตกต่อสิ่งลี้ลับที่สร้างความกลัวและความไม่สบายใจให้ผู้ชม สิ่งที่ไม่รู้และอธิบายไม่ได้มักก่อความรู้สึกหลอนหรือปลุกความอยากรู้ curiosity คุณกลัวสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านหรืออยากเห็นว่ามีอะไร? Three คือเครื่องมือวัด 'ระดับความกลัวสิ่งลี้ลับแบบเอเชีย' ของคุณได้ดีเยี่ยม
ตอนแรกคิดว่านี่เป็นภาคต่อของเรื่องเดิม พอเจอหนังแล้วดีใจมาก แต่สุดท้ายผิดหวังเพราะมันไม่ใช่ภาคต่อจริงๆ แค่ตั้งชื่อว่า 3 Extremes 2 เพื่อการตลาด เพราะมีสามส่วนสยองขวัญ (ได้ยินมาแบบนี้) สองส่วนแรกดูแย่มาก ส่วนแรกเริ่มน่าสยองแต่เริ่มใช้ jumpscare ถูกๆ ไม่มีอะไรน่าจดจำ ทั้งที่ชื่อส่วนคือ 'Memories' ส่วนที่สองแย่สุดในสามส่วน น่าเบื่อสุดๆ ไม่สยองเลย ไอเดียหุ่นเชิดสาปดูโอเคแต่การกำกับและทุกอย่างทำออกมาน่าเบื่อ ตอนเห็นว่าผู้กำกับทำส่วนสั้นๆ แค่ยังแย่ขนาดนี้ หนังเรื่องอื่นของเขาคงแย่แน่ ส่วนนี้ไม่ชอบจริงๆ ส่วนที่สามเป็นส่วนที่ชอบที่สุดในหนัง ถ้าส่วนอื่นดีแบบนี้คงให้คะแนนสูงกว่า เนื้อหาเกี่ยวกับตำรวจย้ายมาอยู่คอนโดกับลูกชาย แล้วมีคนข้างห้องที่ชอบศพ (หรือดูคล้ายๆ) ชอบที่หนังทำให้เราคิดไปอีกทางแล้วเปลี่ยนมุมให้สงสัยต่อ ถ้าส่วนอื่นดีแบบส่วนนี้คงให้คะแนนสูง แต่รวมๆ ไม่ชอบเพราะสองส่วนแรกแย่สุดๆ แนะนำให้ข้ามไปดูส่วนสุดท้าย 'Going Home' เลย 3.8/10
3 เรื่องสั้นกับผลลัพธ์ที่หลากหลาย "ความทรงจำ (Memories)" โดย คิม จี-วุน (ประเทศเกาหลี) 8/10 "วงล้อ (The Wheel)" โดย นนทรีย์ นิมิบุตร (ประเทศไทย) 5/10 "กลับบ้าน (Coming Home)" โดย ปีเตอร์ ฮอ-ซัน ชาน (ประเทศจีน) 9/10 คิม จี-วุน ใช้การทำงานกล้องที่สไตล์เยี่ยมและทรงประสิทธิภาพ (คยอง-พิว ฮง) เพื่อถ่ายทอดความทุกข์ของคู่รักที่ถูกแยกกัน มีทั้งช่วงสยองและความสวยงามที่ประทับใจ เขาคือผู้กำกับเกาหลีที่ดูเหมือนจะทำอะไรไม่พลาด และนักถ่ายภาพของเขาก็คว้ารางวัลใหญ่ในภายหลังกับภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง "สงครามเทพเจ้าสายฟ้า (Tae Guk Gi: The Brotherhood of War)" (2004), "แม่ (Mother)" (2009), "สโนว์เพียร์เซอร์ (Snowpiercer)" (2013) และ "เสียงคร่ำครวญ (The Wailing)" (2016) ส่วนนางเอกจากปูซาน (คิม เฮ-ซู) ก็สวยโดดเด่นและถูกจับภาพได้อย่างคมชัดในหนังสยองขวัญแฟนตาซีเรื่องนี้ นนทรีย์ นิมิบุตร ใช้ไฟเชิงสัญลักษณ์และรายละเอียดของเครื่องแต่งกายไทยดั้งเดิมได้ดีในบางฉาก แต่ไม่สามารถถ่ายทอดความน่ากลัวหรือความน่าสนใจในเรื่องหุ่นเช่าผีได้ ผลงานระดับคลาสสิกของเขาคือ "จัน ดารา (Jan Dara)" (2001) ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ปีเตอร์ ฮอ-ซัน ชาน กล้าทำเรื่องราวของคู่รักที่พลัดพรากในรูปแบบที่ท้าทาย เขาใช้การตัดต่ออันเฉียบคม บทเขียนที่ดึงดูด และการแสดงที่สดุดี โดยร่วมงานกับ คริสโตเฟอร์ ดอยล์ ตำนานนักถ่ายภาพที่สร้างบรรยากาศเมืองได้สมจริง ผู้กำกับฮ่องกงผู้นี้มีผลงานภาพยนตร์ยาวมากกว่า 10 เรื่องก่อนหน้านี้ และต่อมาก็สร้าง "เทพประสงค์สู้ (The Warlords)" (2007) ที่ได้รับการยกย่อง
สามเรื่องราวจากผู้กำกับเอเชียหน้าใหม่ เรื่องที่ดี: กงเกวียน - ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง คณะละครที่แสดงเรื่องเล่าพื้นบ้านพบตุ๊กตาผีสางลอยมาติดชายฝั่ง เมื่อทุกคนที่สัมผัสมันเริ่มเผชิญเหตุลึกลับร้ายแรง เด็กชายในหมู่บ้านจึงพยายามหาทางทำลายคำสาป เรื่องนี้ให้ความบันเทิงได้ดี มีหลายจุดที่น่าชื่นชม บรรยากาศหลอนสยองจากตุ๊กตาแบบหุ่นเชิดที่ดูทั้งสวยงามและน่าขนลุกด้วยลวดลายวิจิตร ประกอบกับพื้นเรื่องความขัดแย้งของตระกูลและคำสาปที่สร้างความตื่นเต้นผ่านสถานการณ์ต่างๆ ทั้งการปรากฏตัวของภูตเพชฌฆาต ไฟลึกลับ หรือการถูกสิงสู่ แม้บางช่วงจะสับสนจากซีน slow-motion ยาวเหยียดและบทพูดที่พร่ามัวจนตามเนื้อเรื่องยากในครึ่งหลัง แต่ภาพลักษณ์และจังหวะการเล่ายังคงดึงดูดได้ดี เรื่องที่แย่: ความทรงจำ - หญิงสาวที่สูญเสียความจำหลังอุบัติเหตุรถชน พยายามปะติดปะต่อรอยต่อของชีวิต ขณะที่สามีตามหาความจริง behind การหายตัวของเธอ ความน่าสนใจอยู่ที่ทวิสต์ตอนจบที่สร้างความตื่นเต้นได้ดี แต่ก่อนถึงจุดนั้น ต้องทนกับเนื้อเรื่องลึกลับที่ดำเนินช้าและน่าเบื่อเหมือนละครดราม่า มีแต่ฉากตัวละครซักถามกันไปมา โดยแทบไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเกิดขึ้น กลับบ้าน - ชายหนุ่มและลูกชายย้ายเข้าอพาร์ตเมนต์และพบเพื่อนบ้านขี้ปิดที่ดูแลภรรยาที่อยู่ในภาวะโคม่า เมื่อลูกชายหายตัว เขาได้ค้นพบเหตุผลลึกลับที่ชั่วร้ายเบื้องหลังสภาพของเธอ เรื่องนี้เริ่มได้ดีด้วยความลุ้นระทึกและพฤติกรรมแปลกๆ ของเพื่อนบ้าน แต่พังทลายเมื่อเปิดโปงว่าเหตุจูงใจของคนร้ายกลับเป็นเรื่องความรักที่คลุมเครือ แทนที่จะสร้างบรรยากาศสยองขวัญ กลับดิ่งสู่โรแมนติกดาร์กที่ขาดความน่าขนลุก น่าเสียดายโอกาสที่เสียไป ระดับเรต R: ความรุนแรงกราฟิก ภาษาหยาบ ภาพเปลือย และฉากเด็กตกอยู่ในอันตราย
6.4

Dragon Age Absolution (2022)
5.6

The Noisy Mansion (2025)
5.6

Urban Legend (1998) ปลุกตำนานโหด มหาลัยสยอง
6.7

The Fire Inside (2024)
7.2

Hachiko (2023) ฮาจิโกะ
7.1

Missing (2023) เสิร์ชหา..แม่หาย!?
5.7

Love in Taipei (2023)
4.9

The Brave Ones Season 1 (2022) ผู้กล้า
7.2

Someday in Heaven (1991)

Shi Qian Guai Shou (2024)
6.6

Sorgavaasal (2024) ประตูสวรรค์
5.9

The Other Zoey (2023) โซอี้ที่รัก