
เรื่องย่อ The Net (1995) เดอะเน็ท อินเตอร์เน็ตนรกAngela Bennett เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์สาวสวยคนนี้ไม่เคยห่างจากคอมพิวเตอร์และโมเด็มเลย กิจกรรมเดียวที่เธอทำนอกคอมพิวเตอร์คือไปเยี่ยมแม่ Dale Hessman เพื่อนคนหนึ่งที่เธอคุยด้วยทางเน็ตและโทรศัพท์เท่านั้น ส่งโปรแกรมที่มีข้อผิดพลาดแปลกๆ มาให้เธอแก้ไขข้อบกพร่อง คืนนั้นเขาออกไปพบเธอและเสียชีวิตในอุบัติเหตุเครื่องบินตก แองเจล่าค้นพบข้อมูลลับในดิสก์ที่เธอได้รับเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เธอจะออกไปพักร้อน จากนั้นชีวิตของเธอก็กลายเป็นฝันร้าย บันทึกของเธอถูกลบออกจากการดำรงอยู่ และเธอได้รับตัวตนใหม่ หนึ่งเดียวกับบันทึกของตำรวจ เธอพยายามดิ้นรนเพื่อค้นหาว่าทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้นและใครมีส่วนได้ส่วนเสียกับเธอ

เมื่อแองเจลา เบนเน็ตต์ โปรแกรมเมอร์คอมพิวเตอร์ บังเอิญค้นพบความลับของรัฐบาล เธอต้องหลบหนีจากศัตรูลึกลับที่พยายามทำลายชีวิตเธอให้สิ้นซาก
นักวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ต้องตกเป็นเป้า หลังจากค้นพบแผนการสมคบคิดในฟล็อปปี้ดิสก์ปริศนา ซึ่งบีบให้เธอต้องหลบหนีและหาทางล้างมลทิน
ความรู้สึกดีๆ ของฉันต่อหนังเรื่องนี้อาจมาจากความทรงจำเก่าๆ เพราะเคยดูซ้ำๆ กับน้องสาวตอนวัยรุ่นผ่านวิดีโอเทป สมัยนั้น 'โลกออนไลน์' เป็นเรื่องใหม่และลึกลับ หนังเลยทำให้การแฮ็กและเว็บดูโรแมนติกไปหมด ฉันมองว่ามันคล้าย 'The Fugitive' (ผู้รอดชีวิต) เวอร์ชันธรรมดากว่า ซึ่งวางฉายก่อนหน้านี้ 2 ปี และถือเป็นหนังระทึกขวัญที่เหนือกว่า) เนื้อเรื่องของ 'The Net' ค่อนข้างธรรมดา แต่ถูกนำเสนอด้วยความสมจริงและดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก แม้พล็อตจะไม่สมจริงและมีคลีชีแบบเดิมๆ แต่ก็สนุกตั้งแต่ต้นจนจบ แซนดร้า บุลล็อค ก็แสดงบทได้ดี หลายซีนสะท้อนฝีมือการกำกับของ เออร์วิน วิงค์เลอร์ แม้บางตัวละครสมทบจะเล่นไม่เสมอกัน แต่บทของบุลล็อคที่แสดงหญิงขี้อายไม่มั่นใจในตัวเอง ทั้งยังเป็นผู้หญิงเก่งที่เปราะบางในเวลาเดียวกัน ถือเป็นจุดสดใหม่สำหรับหนังแนวนี้ที่ส่วนใหญ่ตัวเอกเป็นผู้ชาย ส่วนเดนนิส มิลเลอร์ ก็ทำได้ดี มอบความอบอุ่นให้บทจนเป็นตัวละครโปรดของฉัน แม้ปกติฉันจะติหนังง่ายและไม่ค่อยชอบหนังฮอลลีวูดทั่วไป แต่ 'The Net' มีเสน่ห์แบบ否认ไม่ได้ ชอบตั้งแต่ปี 1995 และยังชอบเมื่อเกือบ 20 ปีให้หลัง หนังให้ความรู้สึกเหมือนพบเพื่อนเก่า ทะนุถนอมความทรงจำยุค 90 ที่อินเทอร์เน็ตเพิ่งเกิด แตกต่างจากหนังระทึกขวัญอื่นๆ ในยุคเดียวกันที่ดูแล้วลืมง่าย
นี่เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ฉันชอบตอนเด็กๆ พอเห็นว่ามีใน Netflix ก็ลองดูอีกครั้ง แต่เสียดายที่มันไม่ดีเท่าที่จำได้ หนังมีแนวคิดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในยุคปี 1995 ที่ทุกสิ่งที่เราทำหรือเป็นเจ้าของล้วนคือข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ถ้ามีใครสักคนเปลี่ยนข้อมูลทั้งหมดนั้นล่ะ? เป็นแนวคิดที่เจ๋งแต่การดำเนินเรื่องกลับไม่น่าตื่นเต้นเท่าที่ควร ยังไงก็ตาม มีบางสิ่งที่ฉันเรียนรู้จากหนังเรื่องนี้: - ในปี 95 คุณสามารถสั่งพิซซ่าผ่านเน็ตได้แล้ว - สามารถจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ได้แล้ว - รถ BMW จะดูเทพสมบูรณ์แบบต้องมีโทรศัพท์ในรถ - เธอใช้คอมพิวเตอร์แอปเปิ้ล น่าจะซื้อหุ้นแอปเปิ้ลตอนปี 95 นะ - Sandra Bullock ในปี 95 สวยมาก น่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ตอนวัยรุ่นถึงได้ชอบหนังเรื่องนี้
ฉันรู้สึกเสียใจที่เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เรตติ้งค่อนข้างต่ำ มันอาจไม่สมบูรณ์แบบระดับ 10 เต็ม แต่นี่เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามและสนุกสนานพอสมควร ลองมองข้ามที่มันแสดงภาพอินเทอร์เน็ตในแบบที่โรแมนติกเกินจริงและไม่เคยมีอยู่จริงไป เพราะภาพยนตร์ทำขึ้นก่อนยุคที่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งพาณิชย์ไม่กี่ปี คนส่วนใหญ่ในตอนนั้นยังไม่รู้จักมันด้วยซ้ำ ถ้าไม่จมกับจุดนี้ คุณจะได้สนุกกับเรื่องระทึกขวัญแนวสมคบคิดที่ดำเนินเรื่องได้ดี แถมการแสดงภาพอินเทอร์เน็ตในเรื่องยังสมจริงกว่า 'แฮ็กเกอร์ส์' หนังยุคเดียวกันที่ออกฉายปีนั้นแบบเทียบกันไม่ติด ที่สำคัญเทคโนโลยีที่นี่ไม่ใช่ตัวละครหลัก และไม่ต้องพึ่งเอฟเฟกต์ตื่นตาตื่นใจใดๆ
ภาพยนตร์แอ็กชันสุดมันส์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ฉันชอบที่สุดตลอดกาล!! แซนดร้า บุลล็อก ทำได้ดีอีกครั้งในภาพยนตร์สุดระทึกที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและการยึดครองชีวิตผู้คน ใน 'เดอะ เน็ต' บุลล็อกรับบทเป็น แองเจลา เบนเน็ตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ ที่ระหว่างไปเที่ยวพักผ่อน เธอได้พบกับชายอันตรายที่ขโมยกระเป๋าสตางค์ของเธอ... และชีวิตของเธอด้วย ไม่นาน แองเจลา เบนเน็ตต์ตัวจริงก็หายไป และนักโทษเก่าก็เข้ามาแอบอ้างตัวตนของเธอ สลับชีวิตตัวเองแทนที่แองเจลา! แน่นอนว่าแซนดี้ไม่ใช่คนประเภทที่ยอมรับเรื่องแบบนี้เฉยๆ - เธอต่อสู้อย่างหนักเพื่อนำชีวิตที่ถูกพรากไปคืนมาโดยลำพัง ภาพยนตร์สุดตื่นเต้นที่ทำให้คุณหายใจไม่ทันตั้งแต่ต้นจนจบ!! 9/10
เทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็วจริงๆ นึกดูแค่ไม่ถึงสิบปีก่อน โลกยังเต็มไปด้วยเพจเจอร์ ฟล็อปปี้ดิสก์ โมเดมแบบหมุนหมายเลข (ที่ล้าสมัยเทียบเท่าเครื่องพิมพ์ดีด) และมือถือขนาดใหญ่เท่าก้อนอิฐ จำได้ว่าเคยทึ่งกับไมโครโฟนบางเท่าบัตรเครดิตที่ด้านล่างมือถือ แค่ตอนนี้เทคโนโลยีนั้นหายไปแล้ว แซนดรา บุลล็อก รับบท แองเจลา เบนเน็ตต์ นักวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ขี้เหงาที่ติดจอจนไปนั่งทำงานบนชายหาดเม็กซิโกในวันหยุดแรกใน 6 ปี พร้อมแล็ปท็อปบนตัก ไม่ใช่แค่เครื่องมือทำงาน แต่เป็นทั้งตัวตนและทางเชื่อมต่อเธอกับโลก และนี่คือจุดเริ่มปัญหาทั้งหมด... หนังเล่นกับความกลัวของสังคมยุคดิจิทัล ว่าความเชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์อาจนำภัยร้ายมาได้ สิ่งน่าสนใจที่สุดตอนดูวันนี้คงเป็นอุปกรณ์ยุค 90 ทั้งแล็ปท็อปจอเล็ก ดิสก์เก่ายุคโบราณ และกราฟิกแบบเก่าๆ แองเจลาถูกขโมยตัวตนดิจิทัลกลายเป็นรูธ มาร์คซ์ นักโทษคดีอาญา ถึงพล็อตจะฉลาดแต่ก็ดูเกินจริงไปหน่อย เพราะไม่มีใครในออฟฟิศสังเกตว่าเธอเปลี่ยนไป แม้เธอจะเก็บตัว ไม่มีแฟน แม่เป็นอัลไซเมอร์ แต่เพื่อนร่วมงานไม่เคยเห็นหน้าเธอเลยเหรอ? หนังสร้างความตื่นเต้นได้ดี มีฉากไล่ล่าในสวนสนุกที่อ้างอิงหนังฮิตช์ค็อกอย่าง Strangers On A Train สิ่งที่ขับเคลื่อนเรื่องคือดิสก์ลับที่เปิดเผยช่องโหว่ระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กรใหญ่ระดับชาติ แองเจลาจากนักคอมฯ สามัญกลายเป็นผู้ต้องหา คดีปล้นเอกสารลับ แซนดราเล่นได้ดี ให้ความรู้สึกเป็นคนจริงๆ ไม่เวอร์เกินไป ข้อเสียคือหนังพยายามบอกว่า "การขโมยตัวตน" เกิดขึ้นได้กับใครก็ได้ แต่ในเมื่อตัวละครหลักแทบไม่ติดต่อกับมนุษย์คนอื่น เลยดูเหมือนว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดกับคนเก็บตัวเท่านั้น แล้วจะมีคนแบบนี้เยอะมั้ย? สุดท้ายมีจุดพลาดเล็กๆ ที่คนซานฟรานซิสโกเท่านั้นรู้: ตอน climax ฉากใน Moscone Center แองเจลาน่าจะวิ่งไปสำนักพิมพ์ San Francisco Chronicle ที่อยู่ใกล้ๆ แทนจะง่ายกว่า แต่ก็อาจเพราะหลังตึกไม่มีทางเดินสูงพอให้หนีก็ได้!
นี่ไม่ใช่หนังธริลเลอร์แย่ๆ ที่จะทำให้คุณลืมอินเทอร์เน็ตไปสองชั่วโมง แต่คุณจะรับความเสี่ยงได้ไหม? THE NET ดูไม่น่าเชื่อถือไปเสียหมด เพราะความหลงใหลในคอมพิวเตอร์และโลกไซเบอร์ของเราสะท้อนถึงแก่นเรื่อง และอาจเป็นเทรนด์ที่ต้องจับตา โชคดีที่หนังพยายามสร้างความตื่นเต้นแบบดิบๆ ซึ่งเหนือกว่าหนังแย่ๆ อื่นที่พยายามเล่าเรื่อง 'การสื่อสารเทียม' อีกครั้ง แซนดร้า บุลล็อกยังรู้วิธีทำให้แฟนๆ มีความสุข แม้ไม่ใช่ 'หนังแนวผู้หญิง' เธอยังคงเป็นตัวละครน่าชังเหมือนเดิม ครั้งนี้เธอถูกไล่ล่าในเกมแมวกับหนู และชีวิตพังเพราะวิกฤตตัวตน แม้จะมีแนวคิดใหม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีไซเบอร์ แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติของหนังธริลเลอร์ แนวพล็อตไล่ล่าแบบเก่าๆ ทำให้หนังมีจุดด่างบนจอ แต่เรื่องราวที่ดำเนินอย่างคล่องแคล่วและตื่นเต้นพอจะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจให้สูงขึ้นได้ ความวุ่นวายเรื่องคอมพิวเตอร์คือปัญหาหลักที่ผู้ชมหลายคนอาจเจอร่วมกัน โดยเฉพาะคนไม่คุ้นเคยสไตล์ใหม่นี้ เป็นหนังลึกลับ-ตื่นเต้นที่พยายามทันสมัย แต่คุณก็รู้ดีว่าควรคาดหวังอะไร ทำไมถึงมีซีรีส์ทีวีใหม่ล่ะ?
เจอหนังเรื่องนี้โดยบังเอิญตอนกำลังดูรายการแนะนำบน Netflix ตัดสินใจดูเพราะแซนดร้า บุลล็อก ต้องบอกว่าการได้ดูหนังที่ตั้งยุคกลางปี 90 ซึ่งเทคโนโลยีสมัยนั้นตอนนี้ดูล้าสมัยแล้วมันสดชื่นดี จำไม่ได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่จับฟลอปปี้ดิสก์คือเมื่อไหร่ เนื้อเรื่องก็พอใช้ได้... เริ่มต้นช้าแต่ช่วงท้ายก็ตื่นเต้นดี ถ้าอยากดูอะไรสบายๆ ไม่ต้องคิดมาก แนะนำให้ลองดู แต่ถ้าคาดหวังมากกว่านี้อาจจะผิดหวังได้
เมื่อครั้งที่หนังเรื่อง 'The Net' กำลังจะออกฉาย โฆษณาทำให้มันดูตลกขบขัน แต่พอได้ดูจริงๆ กลับพบว่าดีกว่าที่คิด แองเจลา เบนเนตต์ (แซนดร้า บุลล็อก) ใช้เวลาทั้งวันทำงานกับคอมพิวเตอร์และไม่เคยรู้จักเพื่อนบ้านเลย จากนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อัตลักษณ์ของเธอก็ถูกลบโดยกลุ่มคนลึกลับ จนเธอไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวเองมีตัวตนอยู่ บางช่วงของเรื่องอาจดูเกินจริงไปหน่อย ถ้าได้ดูคงรู้ว่าส่วนไหน แต่ก็สะท้อนมุมมองผลกระทบจากอินเทอร์เน็ตที่อาจเกิดขึ้นกับคนทั่วไปโดยไม่ทันตั้งตัว แนะนำให้ลองดู!
แซนดร้า บัลล็อก ดูน่าสนใจมากในบทบาทนักวิเคราะห์ระบบอิสระที่ไม่มีใครรัก ผู้ไม่รู้ตัวว่าได้ถือครองดีสก์ที่อาจสร้างความโกลาหลไปทั่วโลก ไม่นานเธอก็ต้องหลบหนีคนร้าย วิ่งเลี่ยงตำรวจ และทำให้พันธมิตรตกอยู่ในอันตราย (รวมถึงเดนนิส มิลเลอร์ ที่ทำได้ดีน่าประหลาดใจ) แม้อิรวิน วินเกลอร์ ผู้กำกับจะชอบถ่ายภาพปากแบบคลอสอัป แต่เขาก็สร้างหนังธริลเลอร์เทคนิคที่เร็วและสนุก โดยให้บัลล็อกที่ดูมีเสน่ห์ต้องเผชิญฝันร้ายต่อเนื่อง ฉันชอบวิธีที่เธอหลบออกจากอาคารที่เต็มไปด้วยยามรักษาการณ์: เธอสวมชุดพนักงานดับเพลิงแล้วหนีไป แต่แล้วคนร้ายก็เห็นชุดดับเพลิงที่ถูกกองไว้เป็นระเบียบบนทางเท้า แล้วตะโกนว่า 'เธอกำลังจะหนี!' นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงว่าหนังเรื่องนี้ไร้เหตุผลมาก แต่ก็บันเทิงพอในระดับที่ไม่ต้องคิดมาก จนคุณยอมบอกตัวเองให้ไม่สนใจข้อผิดพลาด แม้รู้ตัวว่าพอเช้ามาอาจจะเกลียดตัวเองที่ดูก็ตาม **1/2 จาก ****
ฉันเพิ่งดูหนังเรื่องนี้เมื่อคืนนี้ และฉันชอบมัน ฉันมีความรู้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตค่อนข้างมาก ดังนั้นฉันจึงสังเกตเห็นข้อผิดพลาดทางเทคนิคบางอย่าง แต่ฉันก็สามารถมองข้ามมันไปและสนุกกับความตื่นเต้นเร้าใจได้ แซนดร้า บัลล็อกแสดงได้ดี ส่วนเจเรมี นอร์แธมก็ดูน่าขนลุกในบทตัวร้าย ส่วนหนึ่งเพราะเขาหล่อและดูสง่าจนยากที่จะเกลียดเขา ฉันให้คะแนน 8 จาก 10 สำหรับความตื่นเต้นที่ดีและมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตในช่วงเริ่มต้น
นี่คือหนังยุค 90 แบบคลาสสิก ดูสนุก มีมุมขำคั่นบ้าง การแสดงก็ดีปนแย่ รวมๆ แล้วเป็นหนัง 2 ชั่วโมงที่เหมาะกับวันหยุดไร้จุดหมาย
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นในปี 1994-1995 ช่วงเริ่มต้นความคลั่งไคล้อินเทอร์เน็ตและฟองสบู่ดอตคอม ซึ่งเหมาะกับยุคสมัยนั้นมาก เพราะคนเพิ่งเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตกันแบบแพร่หลาย เราเห็นด้วยว่าภาพยนตร์มีจุดบกพร่องหลายจุดจนให้คะแนนแค่ 6/10 แต่สิ่งที่อยากติจริงๆ คือบางรีวิวในเว็บนี้ แม้หนังจะทำในยุคอินเทอร์เน็ตเพิ่งเกิด แต่บางคนทำเหมือนปี 1995 เป็นยุคโบราณไปแล้ว! ไม่รู้พวกเขาเกิดหลังปี 1990 จนไม่เคยใช้ชีวิตแบบไม่มีเน็ต หรืออายุมากโขแล้วเพิ่งถูกลูกๆ พาไปร้านคอมฯ ซื้อเครื่องแรกเมื่อไม่นานมานี้กันแน่
ตลกจนน่าขัน! การดูตัวละครใช้ระบบ DOS และโมเด็มแบบ Dial-up คงทำให้คนยุคสมาร์ทโฟนและนาโนเทคต้องอึดอัดไม่น้อย ว้าว! ลองนึกภาพหนังที่เกิดก่อนยุคกาต้มน้ำไฟฟ้าที่เดือดเร็วกว่าใช้หม้อต้มบนเตา ยุคที่คนยังใช้ม้าและเกวียน หรือยุคที่มี...โทรศัพท์บ้านที่ดังริงๆ ในบ้าน อย่าหัวเราะคนอื่นเชียวล่ะ โตแล้วก็คิดให้เป็นผู้ใหญ่หน่อยสิ
7.8

I Saw The Devil (2010) เกมโหดล่าโหด
7.5

The Farewell (2019) กอดสุดท้าย คุณยายที่รัก
5.8

Waktu Maghrib (2023)
6.3

Sayew (2003) สยิว
7.2

The Turnaround เดอะ เทิร์นอะราวด์ (2024)
6.2

Birth Rebirth (2023)
5.5

The Railway Children Return (2022)
6.7

Sketch (2024)
7.1

Werewolf by Night (2022)
5.3

Dangerous Waters (2023)
3.8

Eden (2025) อีเดน
7.1

Cici (2022)