
Jai Jumlong (2021) ใจจำลอง กลุ่มเพื่อนนักแสดงละครเวที 4 คน ไปพักผ่อนที่บ้านพักริมน้ำในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีทางรถไฟสายมรณะ อันเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ในอดีตที่แห่งนี้ เป็นที่ที่รวบรวมความเจ็บปวดของผู้คนนับไม่ถ้วน

นักเดินทางหนุ่มสาวสี่คนออกเดินทางไปยังกาญจนบุรีเพื่อชมพิพิธภัณฑ์ แต่ต้องหาวิธีฆ่าเวลาในแบบอื่นเมื่อพบว่าพิพิธภัณฑ์ปิดปรับปรุง
กลุ่มเพื่อนสี่คนที่ออกทริปไปด้วยกัน และหญิงสาวคนหนึ่งที่หลงทางในป่าลึกลับ สองเรื่องราวที่ดูไม่เกี่ยวพันจะโคจรมาบรรจบกันในผลงานแนวทดลองชวนขบคิดเรื่องนี้
ด้วยความสร้างสรรค์ของคลื่นลูกใหม่ไทย 'สุวิชชา' นำเสนอประวัติศาสตร์สังคมและการเมืองไทย ผสมผสานแนวคิด 'โมกษะ' ผ่านกลุ่มนักแสดงละครวัยกลาง 20 ที่เดินทางไปกาญจนบุรีแล้วหลุดเข้าไปในโลกเหนือจริง พวกเขาบันทึกประสบการณ์ในภูมิทัศน์หลอน ๆ ที่ตัดขาดจากกาลเวลา เรื่องราวมักหลงทางในความมืดไม่ต่างจากตัวละคร สิ่งที่หายไปทั้งพื้นที่ ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และความฝัน คือสิ่งที่หนังพยายามบอกผ่านสุนทรียศาสตร์หนังศิลปะ นี่คือหนังแนวอาร์ตเฮ้าส์ที่อยากสนับสนุน แต่สุดท้ายแล้ว มันให้ความรู้สึก 'เฉย ๆ' มากกว่าท่วมท้น เนื้อหาดูจืดชืดเหมือนหนังแนวนี้หลายเรื่อง ไม่ยอมเปิดเผยอะไรมาก แม้จะมีโอกาสพัฒนาได้ดีแต่พล็อตย่อยและความน่าสนใจที่จางหายกลับทำให้เสียดาย แม้อโนชา สุวิชาชนะพงศ์ จะมีสไตล์เป็นของตัวเอง แต่หลายคนมองว่าเธอเป็นเหมือนเวอร์ชั่นเรียบง่ายของ 'อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล' ซึ่งตัวเธอก็ยอมรับ ความจริงเธอคือหนึ่งในกำลังสำคัญของวงการหนังอาร์ตไทยร่วมกับ ธุลาพร แสนเจริญ, ณวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, บรรจง ปิสัญธนะกูล, หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, ชาติชาย เกษเวชสุริวงศ์, มิ่งมงคล โสณกุล, เป็นเอก รัตนเรือง, สมภพ ฉัตรเกษมศิริ, พรม บุญเสริมวิชาติ และอื่น ๆ แม้หนังเรื่องนี้จะเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายในฐานะแฟนคลื่นลูกใหม่ไทย แต่การยอมแพ้ต่อความทะเยอทะยานของหนังเป็นไปไม่ได้ แม้จะไม่กล้าบอกว่านี่คือผลงานทดลองระดับมาสเตอร์พีซก็ตาม

มอร์ริสัน Morrison (2024)
Dream (2023) ดรีม