
Dao Khanong (2016) ดาวคะนอง เมื่อการใช้ชีวิตของเราทุกคนที่ล้วนมีผลทางตรงหรือทางอ้อมต่อกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของผู้กำกับหนังที่หาข้อมูลเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ หรือเรื่องราวของบริกรสาว ที่ทำให้เกิดเป็นคำถามว่า เรื่องราวไหนบ้างที่เกิดขึ้นจริงหรือมันไม่ได้เกิดขึ้นเลย นี่คือภาพยนตร์ที่ครองถึง 3 รางวัลจากเวทีสุพรรณหงส์

ปี 2519 เธอเป็นนักศึกษานักกิจกรรม พนักงานเสิร์ฟที่เปลี่ยนงานบ่อย ปัจจุบันเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ทุกชีวิตเชื่อมโยงกันอย่างหลวมๆ
ผู้สร้างภาพยนตร์สัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2519 ในภาพยนตร์ดราม่าฉีกแนวที่เลือนเส้นแบ่งระหว่างประวัติศาสตร์และความทรงจำ
การเลือกหยิบยกประเด็นกล้าหาญ (เช่น เหตุการณ์รุนแรง 6 ตุลาคม 2519 ที่很少ถูกพูดถึงในไทย) มาสร้างสรรค์เป็นหนัง แต่สิ่งที่ประทับใจยิ่งกว่าคือวิธีเล่าเรื่อง ที่ผิวเผิน 'By the Time It Gets Dark' ดูเหมือนเป็นเรื่องของผู้กำกับสาวที่กำลังเตรียมถ่ายทำภาพยนต์เกี่ยวกับเหตุการณ์ในปี 2519 เรื่องราวค่อยๆ คลี่คลายในยุคปัจจุบัน ขณะเธอสัมภาษณ์หนึ่งในแกนนำนักศึกษาที่ต่อต้านรัฐประหาร ทว่าโครงเรื่องเชิงเส้นที่ชัดเจนกลับพังทลายลงในไม่ช้า แต่ละฉาก แต่ละเหตุการณ์ แต่ละความทรงจำ แม้แต่ตัวบุคคล(! ต่างถูกตีความได้หลายมุม ทำให้ผู้ชมสับสนว่าอะไรคือความจริง (และอะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอ) ผู้กำกับอโนชาเปรียบหนังเรื่องนี้เหมือนภาพถ่ายหรือภาพวาดที่ไม่มีวันถูกจำกัดด้วยกรอบ เพราะสมองมนุษย์สามารถเติมรายละเอียดนอกขอบเขตภาพได้เสมอ แต่ทุกครั้งที่เติมเต็มช่องว่าง ความทรงจำก็สูญเสียความแท้จริงไปทีละน้อย จนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะระลึกหรือเข้าใจเหตุการณ์ในอดีต โดยเฉพาะเหตุสะเทือนขวัญ แม้ทุกฉากจะดูธรรมดาและทุกตัวละครทำตัวปกติ แต่หนังกลับค่อยๆ กลายเป็นงานศิลปะเหนือจริง จบลงด้วยฉากสุดท้ายที่คาดไม่ถึง (จนผู้กำกับต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ฉายหนังล่วงหน้า)
เอาล่ะ ผมมานั่งดูภาพยนตร์ไทยแนวดราม่าปี 2016 ชื่อว่า 'By the Time It Gets Dark' หรือ 'ดาวคะนอง' ของผู้เขียนและผู้กำกับอนาจารย์ สุวิชชาพรห่ง ในปี 2021 แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ผมไม่เคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มาก่อน แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนื้อหาพูดถึงอะไร สิ่งที่ทำให้ผมเลือกดูมีสองเหตุผล หนึ่งคือมีนักแสดงอารักข์ อมรศุภศิริอยู่ในเรื่อง สองคือมันเป็นภาพยนตร์ไทยที่ผมยังไม่เคยดู และต้องบอกเลยว่า 'ดาวคะนอง' เป็นหนังที่ดำเนินเรื่องช้ามาก ช้าแบบสุดๆ ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเลยตลอดทั้งเรื่อง มีแต่ฉายภาพว่างเปล่า แสดงฉากที่นักแสดงไม่อยู่ในจอ แต่ทำอะไรบางอย่างนอกจอ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังที่ตอบโจทย์คนดูทุกกลุ่มแน่นอน สำหรับผม นี่คือการ失望อย่างรุนแรง ผมทนดูไปได้ชั่วโมงนึงแบบทรมานและเบื่อสุดๆ เพราะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย จนสุดท้ายก็ยอมแพ้ปิดไปก่อน หนังน่าเบื่อจนแทบไม่น่าเชื่อ แถมพอใกล้ถึงชั่วโมงนึง อารักข์ อมรศุภศิริก็เพิ่งจะโผล่มาในเรื่อง แต่ตอนนั้นก็สายไปแล้ว ผมหมดความสนใจไปแล้ว 'ดาวคะนอง' ไม่ใช่หนังที่ผมจะแนะนำใครแน่นอน และมันก็ไม่ใช่เพชรเม็ดงามของวงการภาพยนตร์ไทยด้วย ผมบอกตามตรงว่าไม่มีความสนใจจะกลับไปดูส่วนที่เหลืออีก 45 นาทีเลย ให้คะแนนแค่ 2 เต็ม 10 อย่างใจกว้างสุดๆ
Hacksaw Ridge (2016) วีรบุรุษสมรภูมิปาฏิหาริย์