
Junji Ito Maniac Japanese Tales of the Macabre (2023) จุนจิ อิโต้ รวมเรื่องสยองขวัญญี่ปุ่น ผลงานจากวิสัยทัศน์ของจุนจิ อิโต้ ปรมาจารย์มังงะสยองขวัญ รวมเรื่องสั้นคัดสรรแนวเสียวสันหลัง พิสดาร และกระชากใจไม่รู้ลืม

จากจินตนาการของจุนจิ อิโต้ ปรมาจารย์มังงะสยองขวัญ กับเรื่องราวสยองขวัญที่คัดสรรมาให้เสียวสันหลัง ทั้งพิสดาร น่าหวาดกลัว และตราตรึงใจ
ผลงานจากวิสัยทัศน์ของจุนจิ อิโต้ ปรมาจารย์มังงะสยองขวัญ รวมเรื่องสั้นคัดสรรแนวเสียวสันหลัง พิสดาร และกระชากใจไม่รู้ลืม
หลังจากผิดหวังจากการดูซีรีส์ Junji Ito Collection ปี 2018 ผมหวังว่า Netflix จะมาช่วยกู้ภาพลักษณ์และสร้างซีรีส์ที่ทำ justice ให้ผลงานสุดล้ำของจุนจิ อิโตะ แต่สุดท้ายก็ผิดหวังอีกครั้ง! สไตล์แอนิเมชันทำออกมาน่าผิดหวังมาก รายละเอียดน้อยจนทุกตอนดูน่าเบื่อ ทั้��ซีซั่นให้ความรู้สึกจืดชืด ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับงานต้นฉบับของจุนจิ อิโตะที่เคยทำให้คุณสะท้านผวาและดูแล้วหยุดไม่ได้เลย สรุปคือผิดหวังสุดๆ และไม่เข้าใจว่า Netflix ลงทุนทำโปรเจกต์นี้ทำไมถ้าผลลัพธ์ออกมาแย่ขนาดนี้
เป็นความคิดแย่ที่นำสองเรื่องมารวมไว้ในตอนเดียว ควรพัฒนาแต่ละเรื่องให้เต็มตอนหรือแยกเป็นสองตอนต่างหากดีกว่า บางช่วงเรื่องราวรู้สึกไม่จบ ไม่สมเหตุสมผล และทิ้งให้ผู้ชมอยากเห็นมากขึ้น รู้สึกว่าทุกอย่างเร่งรีบเกินไป เรื่องที่มีศักยภาพกลับไม่ได้รับการพัฒนาอย่างดี จึงกลายเป็นอนิเมะที่ดูสนุกแต่ศักยภาพถูกละเลย การเคลื่อนไหวของอนิเมชั่นขาดความลื่นไหล บางครั้งดูนิ่งๆ ภาพรวมยังดูน่าสนใจอยู่บ้าง เรายังคงรอคอยการดัดแปลงมังงะของจุนจิ อิโตะ ที่ดีสักครั้ง และขอหยุดยัดเยียดหลายเรื่องในตอนเดียวได้แล้ว!
ซีรีส์นี้มีเรื่องราวที่น่าจดจำอยู่หลายตอน โดยตอนที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ 'ลูกบอลลูนแขวนคอ' ผมไม่เคยอ่านมังงะมาก่อน ดังนั้นความคิดเห็นทั้งหมดจึงมาจากการดัดแปลงในซีรีส์ 1. แอนิเมชันดูคล้ายกันหมด มันอาจจะดีได้ แต่ผมรู้สึกว่าแต่ละเรื่องในตอนเดียวกันไม่มีความเชื่อมโยงกัน 2. จบแบบห้วนเกินไป ไม่รู้ว่าในมังงะจบแบบนี้หรือเปล่า แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเรื่องยังค้างคา เหมือนรอคำอธิบายเพิ่มเติมแต่ดันจบซะเฉยๆ 3. เนื่องจากสไตล์แอนิเมชันคล้ายกัน การนั่งดูรวดเดียวหลายตอนทำให้รู้สึกเบื่อเร็ว ผมคิดว่าถ้าทำเป็นไลฟ์แอ็กชันพร้อมเอฟเฟกต์น่าจะดูลุ้นกว่าเดิม ถือว่าดูได้ระดับหนึ่ง แต่คงเพราะผมคาดหวังไว้มากเกิน ส่วนเพลงปิดเรื่องฟังแล้วสบายใจ แม้จะเป็นอนิเมะแนวสยองขวัญก็ตาม
อาจเพราะฉันเพิ่งเริ่มดูอนิเมะไม่นาน เลยไม่เข้าใจรีวิว 1 ดาวเท่าไหร่ แต่ฉันชอบความแปลกประหลาดของเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย บางตอนอาจดีกว่าเพื่อน แต่จุดเด่นของซีรีส์แอนโทโลจีคือคุณสามารถข้ามตอนที่รู้สึกน่าเบื่อไปได้ สำหรับฉัน ตอนที่เด่นชัดคือ 'ลูกบอลลูนแขวนคอ' กับ 'ผมยาวในห้องใต้หลังคา' แม้จะยังเหลืออีก 4 ตอนที่ยังไม่ได้ดู รู้สึกว่าเรื่องส่วนใหญ่จบแบบหักมุมเกินไป และสไตล์การนำเสนออาจทำได้ดีกว่านี้ แต่ก็ยังดึงความสนใจฉันได้มากกว่าอนิเมะอื่นๆ แน่นอนว่ามันไม่ใช่ระดับ AOT หรือ Death Note แต่ก็ให้ความบันเทิงและดูเพลินได้ในระดับนึง
ต้องบอกตามตรงว่าผมให้คะแนน 'Junji Ito Maniac' เท่ากับ 'Junji Ito Collection' เลยครับ ทั้งสองเรื่องมีข้อดีข้อเสียต่างกัน แต่ถ้าพูดถึง 'Maniac' โดยเฉพาะ การเขียนเรื่องรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย การสร้างความตื่นเต้นก่อนถึงฉากสยองที่ควรทำให้ขนลุกและท้องไส้ปั่นป่วน แต่ Junji Ito ซึ่งเป็นปรมาจารย์ด้านนี้กลับทำได้แย่ในซีรีส์นี้ มันรู้สึกไร้ชีวิตชีวา เพราะเรารู้ว่าเขาไม่เคยพึ่ง jumpscare ง่ายๆ แต่ชอบใช้ความสยองทางร่างกายและความหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทำให้หนังสือของเขาน่าทึ่งและน่าขนลุก เขาใส่รายละเอียดในงานศิลปะที่ชวนขนหัวลุกได้น่าทึ่ง แต่ในซีรีส์นี้ พอถึงจุด climax ที่ควรจะช็อคกลับดูการ์ตูนเกินไปและถูกทำให้เรียบง่าย จนเหมือนถูกเซ็นเซอร์ ถ้าเป็นแฟนตัวยงของ Junji Ito แบบผม คุณอาจจะยังมีความสุขกับบางส่วน มันไม่แย่ทั้งหมดหรอก เหมือน 'Collection' ที่มีช่วงที่ดีอยู่บ้าง แต่ส่วนตัวผมให้ 'Maniac' แค่ 6/10 นี่คือคะแนนจากแฟนboy นะครับ พอๆ กับที่ผมให้ 'Junji Ito Collection' เลย!
ชื่อเรื่องบอกตรงไปตรงมา: นี่คือเรื่องเล่าของความน่าสยดสยอง ไม่ใช่เรื่องสยองขวัญแบบเต็มตัว การดูซีรีส์นี้ให้ความรู้สึกเหมือนพบสมุดโน๊ตของใครสักคนที่ดัดแปลงทุกเรื่องจากภาพวาดพิลึกของจิตใจที่ brilliant แต่เต็มไปด้วยความทุกข์ ถ้าคุณเปิดดูตอนกลางเรื่อง คุณอาจเห็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจ แต่พวกเขาลืมสิ่งสำคัญไป เรื่องราวเหล่านี้แม้จะน่าสยอง แต่แทบไม่ใช่ 'เรื่องเล่า' ที่สมบูรณ์ ส่วนใหญ่เริ่มต้นดี พัฒนาต่อ แล้วก็...จบแบบ abrupt ไม่มีตอนจบ แค่หยุดไว้เฉยๆ รู้สึกเหมือนอ่านบทความปลอมบนเน็ตที่เล่าถึงเหตุการณ์ประหลาดแบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่มี climax ให้รู้สึกถึงการปิดเรื่อง ทำให้ทุกอย่างดูตลกและเป็นแค่การยัดเยียดความสยองเพื่อความสยอง ซึ่งแม้ผมเองชอบเนื้อหารุนแรงหรือล้ำเส้น แต่เมื่อมันดูเป็นการใช้ความรุนแรงเพียงเพื่อดึงดูด ก็ทำให้น่าเบื่อ ใน The Twilight Zone แม้มีเหตุการณ์แปลกๆ แต่ทุกอย่างสะท้อนความเปราะบางของมนุษย์ เช่น ความโลภ ความเหงา หรือความเข้าใจผิด ส่วนในซีรีส์นี้มีบางตอนที่พัฒนาตัวบทได้ดี เช่น -Layers of Fear (เลเยอร์แห่งความกลัว) -Tomie Photo (โทมิเอะกับภาพถ่าย) -The bully (เด็กแกล้งคน) -The Whispering Woman (ผู้หญิงกระซิบ) แม้ตอน 'ผู้หญิงกระซิบ' จะไม่บรรลุศักยภาพเต็มที่ (เหตุผลจะเขียนในรีวิวตอนย่อย) และจบแบบไม่สมเหตุสมผล แต่ก็ยังเป็นหนึ่งในเรื่องที่ดีกว่าในซีรีส์นี้
ชื่อบทความบอกหมดแล้ว... ทำไมซีรีส์ที่ดัดแปลงจากต้นฉบับสุดเจ๋งถึงได้ดูและฟังแย่ขนาดนี้? แบบว่าไร้สาระมาก! ฉันดูได้แค่ไม่กี่ตอนก็เลิกแล้ว ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งที่เอาคืนไม่ได้เลย! ส่วนที่แย่ที่สุดคือบทสนทนาในเรื่อง—แย่โคตรๆ! ทุกตัวละครพูดตรงเกินไป เอาแต่พ่นข้อมูลซ้ำๆ หรือพูดตามกันแบบเดิมเป๊ะ ใครเขียนบทเนี่ย! สิ่งเดียวที่พอใช้ได้คือบรรยากาศหลอนๆ จากภาพแปลกตาในต้นฉบับกับแอนิเมชันบางส่วนที่ทำได้ดี ส่วนตัวจะไม่ดูต่อแน่นอน รับประกัน!
ปัญหาหลักของ 'Junji Ito Collection' ไม่ใช่แค่ภาพแต่รวมถึงบทที่ขาดประสิทธิภาพ การดัดแปลงมังงะเป็นอนิเมะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้าง เพราะการคัดลอกมังงะทีละเฟรมแบบเป๊ะๆ ทำให้เสียอารมณ์ลึกลับและความตื่นเต้นของต้นฉบับไปเลย แต่ 'Junji Ito Maniac' นี้เปลี่ยนโครงสร้างให้เหมาะกับอนิเมะมากขึ้น เรื่องราวสร้างความตื่นเต้นลุ้นระทึกได้เหมือนเปิดหน้าต่อไปในมังงะที่น่าขนลุก ค่อยๆ สะสมความหวาดกลัวแทนการเร่งรีบ ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีขึ้น แม้ภาพจะพัฒนาขึ้นแต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ บางครั้งยังดูเรียบเกินไปจนไม่สะท้อนความสยองของผลงานจุนจิ อิโตะได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม บทเรื่องดีขึ้นกว่าเดิมร้อยเท่า ถือเป็นการดัดแปลงที่ดีที่สุดของจุนจิ อิโตะในตอนนี้ ต้องรอดูว่า 'Uzumaki' จะทำได้แซงหน้าหรือไม่!
แนวคิดที่จะนำเรื่องราวสองเรื่องมารวมกันในตอนเดียวที่ยาวเพียง 20 นาทีเป็นความคิดที่แย่มาก ตัวละครถูกแนะนำอย่างรวดเร็วและเมื่อเรื่องราวจบลง เราก็ยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเหล่านั้น แม้จะได้ความหนาวสะท้านแต่ก็ขาดคำตอบชัดเจนทุกเรื่องราว โดยเฉพาะเรื่องลูกบอลลูนและเรื่องราวเกี่ยวกับเชื้อรา มีศักยภาพมากที่จะเป็นเรื่องราวที่ดีหากถูกดำเนินการอย่างเหมาะสม อาจเป็นเพราะฉันคุ้นเคยกับเรื่องสยองขวัญที่มีคำอธิบายที่ชัดเจนสำหรับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมากกว่า จึงทำให้ไม่ชอบการนำเสนอแบบนี้ ด้านเทคนิคการจัดเกรดสีของอนิเมะนี้ทำได้ดีมาก แต่ละสีเข้ากับธีมสยองขวัญของเรื่องได้เป็นอย่างดี การพากย์เสียงก็ทำได้ดี แอนิเมชันก็ไม่มีปัญหาอะไร สรุปแล้วเป็นอนิเมะที่ดูพอได้เลย 6/10
หลังจากพยายามหลายครั้งที่ล้มเหลว ฉันก็ต้องยอมรับแล้วว่าผลงานของจุนจิ อิโตะควรอยู่ในรูปแบบมังงะเท่านั้น ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ทำให้ฉันมีความหวังกับอนิเมะ Uzumaki แม้จะเป็นสตูดิโอและผู้กำกับคนละคนก็ตาม เวอร์ชันพากย์เสียงนั้นแย่มาก อย่าเสียเวลาดู แต่ละตอนดูไม่มีความสร้างสรรค์ แอนิเมชั่นธรรมดาและเรื่องราวที่ขาดชีวิตชีวา มีบางช่วงที่เจิดจ้าราวกับอัจฉริยะ เช่น อินโทรนั้นเจ๋งมาก แต่ส่วนที่เหลือไม่คุ้มค่ากับการดู แนะนำให้ไปอ่านมังงะเรื่องโปรดอีกครั้งดีกว่า อนิเมะ adapt ชุดนี้ไม่คุ้มเวลาคุณแน่ ถ้าทำได้ ฉันอยากลบความทรงจำที่ดูอนิเมะไร้จิตวิญญาณเรื่องนี้ออกจากหัวซะ
กับการดัดแปลงมังงะทุกเรื่อง มันดูเหมือนว่าแฟนตัวยงจะพร้อมจับผิดทุกอย่างที่ 'ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง' ตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือ 'ชิงเซวมัน' ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง แต่ส่วนตัวแล้วฉันชอบผลงานของจุนจิ อิโตะรวมถึงซีรีส์นี้ในเน็ตฟลิกซ์ ฉันในฐานะแฟนคนหนึ่งรู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นงานของเขาถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมชัน เพราะเทียบกับอนิเมะสยองขวัญแล้ว ปัจจุบันมีอนิเมะแนวสยองขวัญน้อยกว่าแนวจักรวาลคู่ขนานหรือแนวอื่นๆ ที่ออกมามากมายในแต่ละปี ซีรีส์นี้ให้ทั้งความสนุกสยองและความเพลินตาด้วยภาพประกอบ น่าลองดูโดยไม่คาดหวังความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบนั้นไม่มีอยู่จริง!
ผมเป็นแฟนตัวยงของจุนจิ อิโตะมานานหลายปีแล้ว การได้ดูการดัดแปลงเรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น หลายตอนสามารถสร้างบรรยากาศและธีมได้ตรงกับต้นฉบับดี แต่ก็มีหลายตอนที่ดูน่าเบื่อเพราะการพากย์เสียงไม่เข้าท่า (เช่น Tomie, Back Alley) หรือการดัดแปลงที่ awkward จนความสยองหายเกลี้ยง (เช่น Unendurable Labyrinth, Headless Statue) แต่ก็มีบางตอนที่เด็ดจริงๆ (เช่น Layers of Fear, Tomb Town, The Hanging Balloons) สรุปแล้วเป็นประสบการณ์ที่ดี แม้อนิเมชั่นอาจจะต้องปรับปรุงโดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของซีรีส์ ซึ่งก็เป็นปัญหาที่พบเจอในอนิเมะหลายเรื่องอยู่แล้ว
นี่คือซีรีส์ที่เราคาดหวังไว้สูงมาก แถมยังบอกต่อเพื่อนๆ เวลามีตัวอย่างสวยๆ ออกมาในยูทูบ แต่พอได้ดูสองตอนแรก...ก็แค่เฉยๆ ไม่ถึงขั้นแย่ แต่ก็เป็นซีรีส์ที่สับสน น่าเบื่อ ไม่มีเนื้อหาต่อเนื่องในแต่ละตอน ไม่มีอะไรน่าตกใจหรือน่าสนใจ มีแต่เรื่องราวเรียบๆ แถมแอนิเมชั่นก็ธรรมดาๆ (เช่น ฉากเด็กน้อยเต้นรำในตอนเซียนซ์ ที่อนิเมชั่นทำได้ง่อยมาก จนเห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใส่ใจในส่วนนี้) ไม่รู้ว่าเหมาะกับใคร แต่สำหรับคนรักสยองขวัญแบบเรา มันคือซีรีส์ที่ขาดเอกลักษณ์ และไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องดู
4.7

Tin & Tina (2023) ตินกับตินา
5.6

RV Resurrected Victims (2017) ซับไทย
7.5

Even if This Love Disappears from the World Tonight (2025) คืนฝันก่อนฉันลืมเธอ
2.4

Alien Rubicon (2024)
6.5

Blood & Gold (2023) ทองเปื้อนเลือด
6.8

Behind The Shadows (2023)
3.9

Blackout (2022)
4.1

A Tale of Two Guns (2022)
6.8

We Grown Now (2023) ตราไว้ในวัยเยาว์
5.9

Desperado (2024) อาชญากรระห่ำ
6.8

The Life List (2025) รายการชีวิต
6.2

Blade of Fury (2024) ดาบคลั่ง