
Table for Six (2022) งานเลี้ยงสังสรรค์ของครอบครัวกลายเป็นเรื่องน่าอึดอัดเมื่อเบอร์นาร์ดมาพร้อมกับแฟนสาวคนใหม่ของเขา ซึ่งบังเอิญเป็นพี่ชายคนโตของสตีฟ เมื่อเพื่อนคู่หูของสตีฟเข้ามาช่วยเหลือ ทุกสิ่งที่อาจผิดพลาดได้ก็กลายเป็นบ้าดีเดือดอย่างน่าขัน

งานเลี้ยงอาหารเย็นรวมญาติกลับกลายเป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเมื่อเบอร์นาร์ดพาแฟนใหม่มาด้วย ซึ่งเธอคนนี้ดันเป็นแฟนเก่าของพี่ชายสตีฟ! เมื่อคู่หูชั่วคราวของสตีฟเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ทุกอย่างที่อาจผิดพลาดกลับกลายเป็นความวุ่นวายสุดฮา
สำหรับพี่ชายไต้ (Dayo Wong) ไม่มีอะไรจะเติมเต็มใจเขาได้เท่าการได้ทานข้าวกับน้องชายต่างแม่สองคน (Louis Cheung Kai Chung และ Peter Chan Charm Man) แต่เมื่อแฟนเก่า (Stephy Tang) ของเขากลับปรากฏตัวในฐานะแฟนใหม่ของน้องชาย ความวุ่นวายในครัวจึงเกิดขึ้น และต้องเป็นหน้าที่ของแฟนชั่วคราว (Lim Min-chen) ที่จะเข้ามาควบคุมสถานการณ์ให้สงบลง
หากไม่มีโควิด-19 'Table for Six' และ 'Chilli Laugh Story' คงปะทะกันในเทศกาลปีใหม่จีนช่วงทำเงินสุดๆ แต่การที่ทั้งสองเรื่องเลือกฉายต่างเวลากลับเป็นข้อดี เพราะต่างก็มีคุณค่าควรค่าให้ผู้ชมได้ดู โดย 'Chilli' เป็นผลงานแรกของโคบา เฉิง ภายใต้การดูแลของซันดรา ง่อก ส่วน 'Table' คือผลงานลำดับสองของซันนี่ ชาน นักเขียนบท veteran กับโปรดิวเซอร์บิล กอง และนี่คือความสำเร็จของทั้งคู่ที่สร้างหนังอบอุ่น ฉลาด และขำขันได้ลงตัว เรื่องราวส่วนใหญ่เกิดขึ้นในอพาร์ตメントที่สามพี่น้องตระกูลเฉิน (สตีฟ-โดโนะ หว่อง, เบอร์นาร์ด-หลุยส์ ชาง, และลุง-ปีเตอร์ ชาน) แปลงจากครัวหมูแดงของพ่อ สตีฟพี่ใหญ่เป็นช่างภาพมืออาชีพที่รับหน้าที่ดูแลบ้านหลังพ่อแม่เสียชีวิต ลุงยอมลาออกเพื่อไล่ฝันเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตจนแฟนสาวโจเซฟิน (อิวันนา หว่อง) ไม่ปลื้ม ส่วนเบอร์นาร์ดดูจะเป็นคนปกติที่สุด แต่กลับเป็นคนที่นำความปั่นป่วนมาสู่ครอบครัว ในงานเลี้ยงรวมญาติครั้งแรก เบอร์นาร์ดพาโมนิกา (สเตฟี ตั๋ง) แฟนใหม่ซึ่งเป็นแฟนเก่าสตีฟที่ยังค้างคาใจมาร่วมวง สตีฟยินดีต้อนรับแม้ใจจะเจ็บ甚至ชวนเธออยู่ร่วมบ้านแทนห้องแคบๆ ขณะเดียวกัน เขาก็ชวนมี๊าว (หลิน มิน เฉิน) ดาราออนไลน์ที่เป็นแฟนคลับตัวยงมาอยู่ด้วย เพิ่มเติมโจเซฟินที่ถูกชวนมาเป็นเชฟประจำบ้าน ทุกอย่างจึงวุ่นทั้งเรื่องคนและเรื่องใจ! แทนที่จะใช้สูตรตลก 'โมเลี่ยวโถว' แบบเดิม ซันนี่ ชาน เลือกเล่าเรื่องผ่านบทพูดเข้มข้นและพัฒนาตัวละครอย่างแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาในมื้อต่อมาที่เผยเบื้องหลังความสนใจของเบอร์นาร์ดที่มีต่อโมนิกาแม้ตอนที่เธอเป็นแฟนสตีฟ รวมถึงบทจากใจสู่ใจของสตีฟกับมี๊าวที่เผยให้เห็นมุมลึกของทั้งคู่ และเมื่อคิดว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ความสัมพันธ์ของลุงกับโจเซฟินก็เกิดวิกฤตไม่ทันตั้งตัว ทุกตัวละครในเรื่องล้วนมีที่มา ไม่มีใครถูกโยนทิ้ง นี่คือจุดเด่นของบทที่ลงลึกทั้งความกังวล ความไม่มั่นใจ และแรงจูงใจของแต่ละคน แม้รู้อยู่แล้วว่าครอบครัวนี้ต้องแตกก่อนรวม แต่กระบวนการนั้นกลับรู้สึกจริงใจและสะเทือนใจ ส่วนด้านภาพยนตร์ แม้จะถ่ายทำในพื้นที่จำกัด แต่การทำงานของเมธีร์ เฉียง ผู้กำกับภาพ ก็ทำให้เรื่องรู้สึกใกล้ชิดแต่ก็กว้างไกลได้พร้อมกัน ต้องชมนักแสดงทุกคนที่สร้างเคมีดีเยี่ยม โดยเฉพาะโดโนะ หว่อง กับสเตฟี ตั๋ง ในบทคู่รักเก่าที่ต้องตัดสินใจเพื่อคนที่รัก เราอาจบอกได้ว่า 'Table for Six' คือหนึ่งในละครครอบครัวที่ยอดเยี่ยมที่สุดช่วงนี้ และเมื่อรวมกับ 'Chilli' ก็ทำให้เรากลับมามั่นใจในวงการหนังฮ่องกงอีกครั้ง การที่ชานไม่ยึดติดกับสูตรสำเร็จของหนังปีใหม่จีน แต่เลือกสร้างผลงานชั้นดีที่ทั้งสนุก ซึ้ง และกินใจแบบนี้ ทำให้แม้จะเลื่อนมาฉายในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง แต่ความสุขและความประทับใจก็ยังเต็มเปี่ยม พร้อมพิสูจน์ว่าในยุคฟื้นคืนชีพของหนังฮ่องกง เรื่องนี้คือตัวท็อปแห่งปี!
‘Table For Six’ คือหนังตลกอบอุ่นหัวใจที่สอดรับกับจังหวะชีวิตคนฮ่องกงได้อย่างแนบเนียน ทั้งส่งเสียงหัวเราะและซาบซึ้งไปพร้อมกัน ผลงานกำกับและเขียนบทโดย ซันนี่ แชน ที่ควบคุมองก์แสดงแบบละครเวทีได้อย่างแม่นยำ รวมถึงเคมีระหว่างนักแสดงนำ ทำให้หนังเรื่องนี้น่าชื่นชม และอาจเป็นผลงานที่ดีที่สุดของ เดย์โอ หว่อง นักแสดงตลกชื่อดัง ณ ตอนนี้สามพี่น้องตระกูลแชน สตีฟ เบอร์นาร์ด และลุง อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่ปรับปรุงใหม่ ซึ่งเคยใช้ทำธุรกิจหมูแดงมาก่อน สตีฟผู้สืบทอดธรรมเนียมครอบครัวว่าด้วยการกินข้าวเย็นร่วมกัน จึงชวนโจเซฟิน แฟนสาวของลุงมาเข้าบ้านและทำอาหารให้เบอร์นาร์ดกับลุงแต่ความสงบเริ่มสั่นคลอนเมื่อเบอร์นาร์ดเปิดเผยว่าเขาคบกับโมนิกา แฟนเก่าของสตีฟ ในงานเลี้ยงครอบครัว ด้านสตีฟก็เริ่มเดตกับมี๊าว ดาราสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังและชวนเธอมาดินเนอร์ด้วย ส่วนลุงกับโจเซฟินก็ทะเลาะกันเพราะปัญหาการเงินของลุงในฐานะนักกีฬาอีสปอร์ตที่ไม่มีสปอนเซอร์ซันนี่ แชน กำกับหนังตลกได้อย่างเฉียบคม ใช้มุขหลากหลาย และบาลานซ์ระหว่างความฮากับดราม่าได้ดีมีจุดสำคัญในเรื่องที่เล่นกับมุขคำพ้องในแอป WhatsApp แบบฉลาดสุดสดใส ซึ่งต่างจากหนังตลกฮ่องกงยุคก่อนที่มักเล่นมุขหยาบคายแบบซ้ำๆ ตามสไตล์ของ พัง โฮเชียงตลอดอาชีพการงาน เดย์โอ หว่อง มักหาจุดbalance ระหว่างตัวตนบนเวทีสแตนด์อัปกับบทบาทในหนังไม่ค่อยได้ แต่ใน ‘Table For Six’ เขาทำได้สำเร็จ หว่องแสดงนำได้อย่างมั่นใจ เน้นการแสดงจริงจังก่อน แล้วค่อยปล่อยมุข ซึ่งน่าจะถูกใจกรรมการรางวัลนักแสดงทุกคนในเรื่องมีเคมีกันสุดๆ ไอวานา หว่อง หลุยส์ เชung และปีเตอร์ แชน แสดงได้ตลกมาก ส่วนสเตฟี ทัง ก็ทำเซอร์ไพรส์ในฉากคลิปวีดีโอที่เธอทิ้งภาพลักษณ์ไอดอลไปเลย ส่วนหลิน มิน-เฉิน ในบทมี๊าว ก็สดใสและเพิ่มสีสันให้เรื่องได้ดีนักแสดงได้รีฮีสสคริปต์ทั้งหมดก่อนถ่ายทำ ทำให้เห็นความแตกต่างชัดเจน ต้องบอกว่าคนฮ่องกงนั้นตลกยาก แต่ในโรงที่ผู้รีวิวดู มีเสียงหัวเราะลั่นไม่หยุดหวังว่า ‘Table For Six’ จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของหนังตลกฮ่องกง บอกลาเรื่องตลกปีใหม่ที่ทำแบบขอไปทีกับดารามาเล่นมุขมั่วๆซะทีวงการหนังฮ่องกงพยายามค้นหาตัวตนตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ด้วยการย้อนยุค 90s แต่ปี 2022 ถือว่าปีทองด้วยผลงานอย่าง ‘Chilli Laugh Story’, ‘Septet’, ‘Warriors of Future’, ‘Table For Six’, ‘Mama's Affair’ และ ‘The Sparring Partner’ ทั้ง 6 เรื่องนี้คือจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของหนังฮ่องกงที่เล่าเรื่องของยุค 2022 ไม่ใช่ 1995การได้เป็นส่วนหนึ่งของความประทับใจที่ ‘Table For Six’ สร้างให้คนฮ่องกงนั้นสุดยอดมาก หนังเข้าฉายเมื่อ 7 กันยายน 2020 และถึงวันที่รีวิวนี้ (22 มกราคม 2022) ก็ยังฉายอยู่ รวมถึงมีละครเวทีเวอร์ชันเดียวกันเตรียมออกกลางกุมภาพันธ์นี้ด้วยแม้อาจไม่โดนใจคนดูต่างชาติเพราะเป็นคอมเมดีที่เน้นบทพูดและวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่สำหรับคนฮ่องกง ไม่ว่าจะครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน ทุกคนดูเรื่องนี้กันหมด นี่คือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อปฮ่องกงปี 2022 อย่างแท้จริง
เมื่อฉันนั่งดูภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้จากฮ่องกงปี 2022 อย่าง 'ฟานเหอยกงซัม' (หรือ 'โต๊ะสำหรับหกคน') ในปี 2023 นี้ ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่พอเจอโดยบังเอิญและเห็นว่าเป็นหนังฮ่องกงที่ยังไม่เคยดู ก็ไม่ลังเลที่จะกดเล่นทันที ผู้เขียนบทและผู้กำกับ ซันนี่ ชาน สร้างเรื่องราวที่ให้ความบันเทิงและสนุกสนานได้ดีมาก แต่ต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้อาจไม่ถูกจริตคนทั่วไปนัก เพราะเนื้อหาค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ฉันเองกลับอินไปกับพล็อตเรื่องและตัวละครที่ซันนี่ ชาน ตั้งใจสรรค์สร้างขึ้น จุดเด่นอีกอย่างคือการรวมตัวของนักแสดงฝีมือดี ในทีมนักแสดงทั้งหมด ฉันเคยรู้จักแค่ หว่อง จีวาห์ กับ หว่อง อีวานา เท่านั้น 'ฟานเหอยกงซัม' เป็นละครครอบครัวที่ผสมผสานคอมเมดี้เบาๆ และความรัก เนื้อเรื่องเน้นไปที่พี่น้องสามคนกับความสัมพันธ์วุ่นวายของพวกเขา หนังเรื่องนี้ไม่เพียงมีบทและโครงเรื่องดี แต่ยังขับเคลื่อนด้วยตัวละครที่มีมิติและน่าสนใจ ถ้าคุณชอบภาพยนตร์ฮ่องกง แนะนำให้ลองดู 'ฟานเหอยกงซัม' ผลงานปี 2022 ของ ซันนี่ ชาน ฉันว่ามันสนุก ได้อารมณ์ใหม่ๆ และแตกต่างจากโรแมนติกคอมเมดี้ทั่วไป ให้คะแนน 'ฟานเหอยกงซัม' 7 เต็ม 10 ดาว
หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับน้องชายสองคนของเขา วันหนึ่งน้องชายคนหนึ่งพาแฟนสาวกลับมาทานอาหารเย็นที่บ้าน และบังเอิญว่าแฟนสาวคนนี้คือแฟนเก่าของเขาพอดี เรื่องราวของ 'Table for Six' เต็มไปด้วยความสนุกและความฮาสุดขีด ทำให้นักดูหนังในโรงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน และสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขสดใส ช่วงท้ายเรื่องมีการใส่องค์ประกอบทางอารมณ์ของตัวละครหลายตัวเข้ามา ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าเพื่อให้เนื้อเรื่องมีลึกซึ้งขึ้น แต่ก็รู้สึกถูกบังคับนิดหน่อย โดยรวมแล้วฉันชอบการดูคอมเมดี้เรื่องนี้มาก และไม่ลังเลที่จะแนะนำให้เพื่อนๆ ไปดูกัน
นี่คือหนึ่งในภาพยนตร์ครอบครัวที่ดูจะโดนใจมากขึ้นในช่วงคริสต์มาส—ช่วงเวลาที่ทุกคนมักมาอยู่รวมกัน แล้วไม่นานหลังจากนั้นก็อาจจะหวังว่าไม่ควรทำแบบนั้น! การรวมตัวคราวนี้ถูกทำนายล่วงหน้าว่าจะจบไม่สวยเมื่อ 'เบอร์นาร์ด' (หลุยส์ เฉิน) พาแฟนใหม่มาแนะนำให้พี่น้องสองคนรู้จัก ปัญหาก็คือ 'โมนิก้า' (สเตฟานี ตั้ง) เคยคบกับพี่ชายคนโต 'สตีฟ' (หวง จื้อหัว) มาก่อน! อึดอัดชัดๆ! โชคดีที่เขาเพิ่งพบกับ 'โจเซฟีน' (อีวานา หว่อง) เชฟมือฉมัง เลยชวนเธอมาเล่นบทแฟนสาวระยะยาวแทน ส่วนทั้งหมดนี้ถูกยั่วยุโดย 'เล้ง' (แช่ม แมน ชาน) ตัวป่วนที่คนเดียวที่มีแฟนจริงๆ อย่าง 'เหมียว' (หลิน เหมิน เฉิน)! เมื่ออพาร์ตเมนต์ใหญ่เริ่มกลายเป็นบ้านของคนใหม่ ความวุ่นวายและความเข้าใจผิดก็ตามมา ทำให้เจ้าหนุ่มๆ หมดท่าไม่รู้เรื่อง หนังมีลีลาตลกเจี๊ยวจ๊าวแบบเร็วๆ พร้อมบทพูดแหลมคม แม้บางมุกอาจเริ่มซ้ำๆ หลังเล่ามาได้ชั่วโมง แต่ตัวละครน่าสนใจและความปวดหัวของพวกเขาก็สร้างความบันเทิงได้ดี (และดูเป็นไปได้!) ก่อนจะนำไปสู่ตอนจบที่ใครๆ ก็รู้ว่าอาจไม่Happy Ending! ยังมีบทบาทสนุกๆ จาก ฟิช เหลียว ในบทแม่ชราที่มุกสังเกตการณ์ตรงเป๊ะของเธอทำให้ยิ้มได้เรื่อยๆ หนังอาจยาวเกินไปหน่อย แต่ก็ยังสนุกดี!
ฮ่องกงกลายเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหดหู่จากสภาพการเมือง ค่าที่อยู่อาศัยที่สูงลิ่ว และอีกหลายปัญหา พูดตรงๆ ฉันนึกไม่ออกเลยว่าไม่ได้ดูหนังคอมเมดี้ระดับพอใช้ในโรงมานานแค่ไหนแล้ว หนังฮ่องกงในช่วงหลังส่วนใหญ่เน้นเนื้อหาหนักๆ หรือไม่ก็แนวอาชญากรรม บางเรื่องก็ดี บางเรื่องก็ไม่ แต่บางครั้งในเมืองแบบนี้ ฉันแค่อยากหลบหนีความจริงด้วยการได้หัวเราะไปกับหนังคอมเมดี้สักเรื่อง ฉันคิดว่าคนฮ่องกงทุกวันนี้ไม่มีความสุขจนทำหนังตลกดีๆ แบบยุค 90 ไม่ได้แล้ว โชคดีที่ปี 2022 เรามี 'Table for Six' บทหนังเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในบทที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฮ่องกง บทพูดที่เต็มไปด้วยมุกตลกแบบฉบับคนฮ่องกงแต่มีความแปลกใหม่ เล่นกับภาษากวางตุ้งได้อย่างลงตัว เนื้อเรื่องดำเนินลื่นไหล ไม่มีช่วงไหนที่รู้สึกอึดอัดหรือ尷尬แบบหนังตลกฮ่องกงคุณภาพต่ำบางเรื่อง เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ฉันหัวเราะไม่หยุดเลย! และยังมีช่วงเวลาซาบซึ้งที่สอดแทรกข้อคิดเกี่ยวกับความสำคัญของครอบครัว ฉันว่าเจ้าของเรื่องอาจจะต้องการสะท้อนปัญหาการย้ายถิ่นฐานในฮ่องกงด้วย แม้เป็นหนังตลกแต่ก็มีทั้งความสนุกและความรู้สึกสะเทือนใจให้ได้คิดตาม นี่ไม่ใช่หนังตลกดำระดับปรัชญาแบบ Parasite ที่คนฮ่องกงจะได้ภูมิใจกับรางวัลใหญ่ๆ แต่อย่างน้อยเราก็ควรดีใจที่ยังมีหนังคอมเมดี้บริสุทธิ์ๆ แบบนี้ ให้ได้สนุกในโรง 2 ชั่วโมงแบบที่เราหายไปนานมาก อย่างน้อยฉันก็ชอบเรื่องนี้มาก เราอาจไม่มีสตีเฟ่น โชว์ อีกแล้ว แต่เราสามรถมีคอมเมดี้เฉพาะตัวแบบ Table for Six ให้ได้หยุดพักจากความกดดันต่างๆ ได้
หนังเรื่องนี้คือการรวมตัวของความไร้สาระแบบสุ่มสี่สุ่มห้า พร้อมมุกตลกราคาถูกและไม่ค่อยสนุก เนื้อเรื่องไม่มีความต่อเนื่อง บางคนอาจแย้งว่ามันไม่มีพล็อตเรื่องเลย การเปลี่ยนโทนเรื่องแบบฉับพลันก็ทำให้น่าหงุดหงิด บางช่วงดูจริงจังกับการพูดถึงความขัดแย้งในครอบครัวหรือมรดกทางใจ แต่พริบตาก็กลายเป็นฉากต่อยต่อย slow motion ทำลายข้าวของแบบไม่มีเหตุผล แล้วทุกอย่างก็กลับไปเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตัวละครยังเป็นคนเดิมตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีการพัฒนาตัวตนแม้แต่น้อย และการเปิดเผยเบื้องหลังตัวละครก็ไม่ส่งผลอะไรต่อเรื่องเลย ไม่เข้าใจว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงทำเงินได้
Everlasting Love (2025)