
เรื่องย่อ American Mary (2012) คลีนิคผ่าวิปริตเสน่ห์ของเงินง่ายๆ ส่ง Mary Mason นักศึกษาแพทย์เข้าสู่โลกของการศัลยกรรมใต้ดิน ซึ่งจบลงด้วยการทิ้งรอยไว้กับเธอมากกว่าลูกค้าที่เรียกว่า ‘ประหลาด’

แมรี เมสัน นักศึกษาแพทย์ ถูกดึงดูดด้วยเงินง่าย ๆ ให้ก้าวเข้าสู่โลกของการผ่าตัดใต้ดิน แต่กลับทิ้งรอยแผลไว้กับเธอมากกว่าลูกค้าที่ถูกเรียกว่า 'ตัวประหลาด' ของเธอเสียอีก
นักศึกษาแพทย์สาวผู้ดิ้นรนหาเงินจ่ายค่าเล่าเรียน ถูกชักนำให้เข้าไปในโลกมืดของการปรับเปลี่ยนร่างกายใต้ดิน
อเมริกัน แมรี่ เป็นหนังที่ดูสวยงามและเซ็กซี่ เต็มไปด้วยความไม่คาดเดาและมีความแปลกใหม่ในแบบของตัวเอง เรื่องราวที่มืดหม่น กล้าหาญ และสนุกสนาน พร้อมงานผลิตที่แข็งแรงทำให้ภาพดูสะอาดตาและลื่นไหล ธีมเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนร่างกายนั้นทันสมัยแต่ยังมีความสุนทรีย์ บางครั้งก็กระตุ้นให้ขบคิดได้ไม่น้อย แคทเธอรีน อิซาเบลล์ รับบทนำได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งเย็นช้า โหดเหี้ยม แต่ในขณะเดียวกันก็ดูมีอำนาจและสง่างาม ส่วนข้อเสียของหนังคือ แม้อเมริกัน แมรี่ จะเป็นหนังที่ดี แต่จุดสูงสุดของเรื่องกลับมาอยู่ที่ช่วงสองในสามของเรื่อง ทำให้ตอนจบเมื่อเทียบกันแล้วดูอ่อนไหวและไม่เด็ดขาดพอ นี่อาจเป็นการวิจารณ์ที่เกินไปหน่อย แต่ก็เป็นข้อบกพร่องเล็กน้อยที่สังเกตเห็นได้เพราะหนังมีจุดอ่อนน้อยมาก ส่วนหนึ่งคือการแสดงคาเมโอของพี่น้องตระกูลโซสกา (Soska Sisters) เราเข้าใจนะว่าถ้าเป็นเราเองก็คงอยากแสดงในหนังสยองขวัญที่ตัวเองทำเหมือนกัน แต่บทนี้ไม่เหมาะกับพวกเธอจริงๆ แม้จะคิดว่าพวกเธออาจเขียนบทนี้มาเพื่อตัวเองก็ตาม ท่วงท่าการแสดงของทั้งคู่ในฉากสำคัญที่ควรสร้างความอึดอัดใจกลับดูแบนๆ และไม่คล่องแคล่ว เพราะพวกเธอขาดความโดดเด่นทางกายภาพและความมั่นใจบนจอที่บทบาทต้องการ อเมริกัน แมรี่ อาจจะยอดเยี่ยมกว่าเดิมถ้าไม่มีข้อบกพร่องเล็กน้อยและตอนจบที่อ่อนแรง โดยรวมแล้วเป็นหนังในแนวซับเจ็ร์ทรมานโหดที่ดูบอบบางแต่ไม่เรียบง่าย แถมมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นคลาสสิกในวงแคบของหนังสยองขวัญแบบที่มันสมควรได้ เราน่าติดตามดูว่าพี่น้องตระกูลโซสก้าจะทำอะไรต่อไป
American Mary ถือเป็นหนึ่งในหนังสยองขวัญที่สดใหม่และสร้างสรรค์ที่สุดในช่วงหลายปีมานี้ เรื่องราวมืดหม่นผสมคม幽默แบบเลือดสาดเกี่ยวกับการแก้แค้นและการดัดแปลงร่างกายในโลกใต้ดิน แมรี่ (Katherine Isabelle) นักศึกษาแพทย์หัวกะทิที่ต้องเผชิญปัญหาการเงินจนถูกดึงดูดให้เข้าสู่แวดลงศัลยกรรมผิดกฎหมาย เธอเริ่มรับงานดัดแปลงร่างกายให้คนแปลกประหลาดที่อยากทำให้ตัวเองแตกต่างเพื่อแลกกับเงินก้อนโต ทว่าความจริงแล้ว เธอกลับถูกศาสตราจารย์สกปรกเข้าใจผิดว่าเป็นโสเภณีและโดนหลอกไปงานปาร์ตี้ของศัลยแพทย์หน้ามึนที่แอบซ่อนจุดประสงค์ชั่วร้าย จนชีวิตใหม่ของเธอเริ่มพังทลาย American Mary เป็นหนังสยองขวัญไม่กี่เรื่องที่โฟกัสความแข็งแกร่งของตัวละครหญิง แมรี่เปลี่ยนจากนักเรียนดีมีอนาคตเป็นศัลยแพทย์จิตวิปริตในคลับเปลื้องผ้าที่เธอเคยไปสมัครงาน การเปลี่ยนแปลงจากเด็กเรียนขี้อายเป็น 'ราชินีมีด' ผู้ทรนงหลังถูกกระทำช้ำไม่เพียงเสริมพลังผู้หญิง แต่ยังท้าทายภาพจำเดิมๆ ของผู้หญิงในหนังสยองขวัญ Katherine Isabelle เปล่งพลังทั้งความสวยและเสน่ห์ลึกลับที่ทำให้คุณตั้งคำถามตลอดว่าเธอคิดอะไรอยู่ การแสดงของเธอครอบงำทุกฉากจนผู้ชมติดหนึบ ด้วยความบันเทิงที่มืดหม่นและพลิกแพลงสุดขั้ว American Mary คือข้อพิสูจน์ว่าเราต้องการผู้หญิงในวงการสยองขวัญมากขึ้น! หนังเรื่องนี้ไม่มีฉากน้ำเน่าหรือคลิชเอาต์ ให้แต่ความสดใหม่ยากคาดเดา ไม่มีฉากเอาเปรียบผู้หญิงน่ารำคาญ แถมยังดึงจุดสมดุลระหว่าง empowerment ของผู้หญิงกับความสวยงามที่ดึงดูดผู้ชายได้อย่างลงตัว พี่น้อง Soska สองผู้กำกับทุ่มเททั้งความรักความหลงใหลในความโหดและเซ็กซี่ของหนังสยองขวัญ (แม้จะดูแปลกเมื่อมีเลือดนอง!) จนได้ผลลัพธ์เป็นหนังที่เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วม ไม่ใช่แค่หนังทรมานคนแบบมึนๆ แม้บางฉากการแสดงอาจดูไม่สมบูรณ์แบบ แต่ American Mary ก็คือหนังสยองขวัญชั้นเยี่ยมที่ดูดคุณเข้าสู่โลกโหด สกปรก แต่เซ็กซี่ได้ตลอด 100 นาทีโดยไม่ให้ละสายตา ชะตากรรมของศาสตราจารย์คนนั้นทั้งสุดยอดและสยองจนคุณต้องไปดูด้วยตาตัวเอง!
แม้จะเป็นหนังจากแคนาดาที่ยังใหม่มาก แต่ 'American Mary (2012)' ดูมีแนวโน้มจะกลายเป็นภาพยนตร์คัลท์ในอนาคต ด้วยเนื้อหาที่แปลกแหวกแนว เรื่องราวของนักศึกษาแพทย์หญิงที่หันไปทำงานในวงการศัลยกรรมใต้ดินเพื่อแก้ปัญหาการเงิน ก่อนจะเริ่มทำหัตถการแปลกๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น่าสนใจที่หนังเรื่องนี้กำกับโดยผู้หญิง ซึ่งในยุคนี้ก็ยังเป็นเรื่องหายาก นี่คือข้อพิสูจน์ว่าแนวคิดของผู้หญิงก็บิดเบี้ยวและน่าหวาดเสียวได้ไม่แพ้ใคร คู่แฝดเจนและซิลเวีย โซสกา ผู้กำกับที่แอบเล่นคาเมโอเป็น姐妹ชาวยุโรปตะวันออกที่คลั่งการดัดแปลงร่างกาย ใช้สไตล์การเล่าเรื่องเฉียบขาดแต่ยังคงความดิบเถื่อนไว้ได้ดี ต้องยอมรับว่ามีบางฉากที่ทำให้ต้องเบือนหน้าหนี แคทเธอรีน อิซาเบล ดาราจาก 'Ginger Snaps' มาเล่นบทหญิงมืดเซ็กซี่ได้น่าประทับใจ ฉากแก้แค้นของเธอทำเอาคอหนังเชียร์แทบขาดใจ หากจะเปรียบเทียบกับเดวิด โครเนนเบิร์ก ก็คงไม่ผิดนัก เพราะนี่คือหนัง Body Horror ที่ผสมความสยองแบบสะท้อนสังคมเข้ากับวัฒนธรรมดัดแปลงร่างกาย แม้โครงเรื่องอาจไม่แข็งแรงและขาดความคึกคักในบางช่วง แต่ความแปลกใหม่และความคิดสร้างสรรค์ก็ชดเชยทุกจุด เรียกได้ว่าเป็นเหมือนหนังที่ไคลฟ์ บาร์เกอร์ มาผสมระหว่าง 'Hard Candy' กับ 'Audition' เลยทีเดียว
รีวิวภาพยนตร์: ฝาแฝดสยอง Sylvia และ Jen Soska กลับมาพร้อมผลงานลำดับที่สองของพวกเธอ! คราวนี้พวกเธอมีงบประมาณมากขึ้น (แม้จะต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อให้โปรเจกต์ลุล่วง) เรื่องราวของแมรี่ นักศึกษาแพทย์หัวกะทิที่ฝันอยากเป็นศัลยแพทย์ แต่ปัญหาการเงินทำให้เธอต้องหันไปทำงานเป็นสตริปเปอร์ ระหว่างสัมภาษณ์งาน เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นจนเธอได้ลงมือผ่าตัดฉุกเฉินในคลับเพื่อแลกกับเงินก้อนโต นำทางให้เธอพบเส้นทางทำเงินผ่านการศัลยกรรมใต้โต๊ะ จนมีผู้หญิงตามมาหาเธอหลังเห็นเรซูเม่ที่คลับ ชีวิตสองด้านของแมรี่ระหว่างการเป็นนักศึกษาและศัลยแพทย์นอกสังเวียนเริ่มสั่นคลอนเมื่อเธอถูกเชิญไปงานปาร์ตี้ที่เธอกลายเป็น "เกียรติประขัย" และถูกทำร้ายร่างกายจนตัดสินใจล้างแค้นด้วยตัวเอง หนังเล่าเรื่องผู้หญิงที่ถูกผลักเข้าสู่โลกมืดของ BME และการแก้แค้นได้อย่างแนบเนียน พร้อมแสดงให้เห็นความตกต่ำของตัวละครที่เดินบนเส้นทางอันบ้าคลั่ง การผลิตครั้งนี้ดูแพงขึ้นจากงานกล้องและการตัดต่อที่ประณีต แคทเธอรีน อิซาเบล รับบทแมรี่ได้โดดเด่น ส่วนเกมแสดงของนักแสดงอื่นก็ไม่เป็นรอง ถึงจะมีเลือดสาดแต่ก็ไม่เยอะเหมือนงานก่อนหน้า ของ Soska Sisters แนะนำให้คนชอบหนังแนวแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนสูตรตายตัวของฮอลลีวูด แม้จะเข้าฉายแบบจำกัด แต่ถ้ามีโอกาสห้ามพลาด! IMDb 6.4/10 ฉันรอคอยผลงานต่อไปของพวกเธออย่างใจจดใจจ่อ!
คุ้มค่าดูถ้าคุณชอบหนังแนวแก้แค้น/สแลชเชอร์ เล่นดีมาก, เซ็กซี่และมืดมน สนุกมาก!
ต้องยอมรับว่าแคทธารีน อิสซาเบลล์ คือนักแสดงคนโปรดของฉันตั้งแต่ได้ดู ‘Ginger Snaps’ เธอเป็นนักแสดงที่ถูกประเมินต่ำเกินไป แม้จะเล่นหนังมาหลายเรื่อง แต่มีไม่กี่เรื่องที่สำคัญต่ออาชีพเธอแบบ ‘American Mary’ และ ‘Ginger Snaps’ หนังเรื่องนี้พัฒนาตัวบทได้ดี ผสมผสานความสยองเลือดเนื้อ ดราม่า และพล็อตเรื่องเข้มข้นกับการแสดงสุดเจ๋งของแคทธารีน ส่วนตัวฉันติดงอมแงมในผลงานของเธอจริงๆ! หนังสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ บางช่วงก็มีมุกขำๆ แต่ส่วนใหญ่ให้อารมณ์ตึงเครียด สิ่งที่ชอบที่สุดคือการเปลี่ยนผ่านของ ‘แมรี่’ จากนักเรียนแพทย์สวยฉลาดที่ใช้ชีวิตธรรมดา ทำงานพิเศษหาเงิน กลายเป็นคนละคนในตอนจบ—เด็กสาวไร้ความกลัว เต็มไปด้วยความพยาบาท และจิตใจไม่มั่นคง ต่างจากหนังสยองเลือดเนื้อทั่วไปที่เน้นแต่ความรุนแรงไร้จุดหมาย ‘American Mary’ มีเรื่องราวของการแก้แค้นที่เขียนได้น่าสนใจ ส่วนที่ให้ 8 เต็ม 10 ก็เพราะตอนจบที่ไม่ค่อยถูกใจ แต่ถึงอย่างไหนก็ถือว่าคุ้มค่าดู!
เรื่องราวการแก้แค้นที่น่าทึ่งที่ผสมผสานกับเลือดสาดแบบจัดเต็ม ดูอีกครั้งก็ยังสนุก!
หลังจากเทศกาลหนังสยองขวัญ Frightfest ปี 2012 ที่เต็มไปด้วยหนังน่าเบื่อและมีเพียงไม่กี่เรื่องที่จำได้ แถมส่วนใหญ่เป็นหนังคุณภาพต่ำที่เข้าฉายตรงสู่วีดีโอ 'American Mary' ก็เหมือนระเบิดสุดสะเทือนใจที่ทำให้เราตื่นเต้นอีกครั้ง หลังจากมีหนังหลายเรื่องที่ใช้ประเด็นการข่มขืนเป็นเพียงความบันเทิงสำหรับแฟนบอย หนังเรื่องนี้กลับฉีกแนวได้อย่างเจ๋งเป้ง! สองพี่น้องตระกูล Soska ได้เพิ่มมุมมองสตรีนิยมลงในเรื่องเล่าแบบ Cronenberg เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนร่างกายและการศัลยกรรม หนังพูดถึงประเด็น body image อย่างหนักหน่วง และเหตุผลที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตามมีหลายข้อ เช่น: 1. การแสดงนำที่ควรได้รับรางวัลออสการ์ ถือเป็นการแสดงที่สุดยอดที่สุดในวงการหนังสยองขวัญในรอบหลายปี 2. ความคาดเดาไม่ได้สุดขีด 3. หนังสยองขวัญที่ผู้หญิงเป็นผู้สร้างและผู้หญิงเป็นศูนย์กลาง 4. ฉากหลังสมจริง ไม่ใช่โลกสวยแบบดิสนีย์แลนด์ 5. การกำกับที่เท่และมีสไตล์ แต่ก็ไม่ยัดเยียดฉากรุนแรงจนเกินพอดี แม้บางช่วงคุณอาจคิดว่าต้องคว้าถุงอาเจียนแล้ว! 6. งานแต่งหน้าและฟันปลอมที่แสดงให้เห็นสิ่งที่คุณไม่มีทางเห็นในหนังสยองขวัญทั่วไป ผมยังบอกต่อไม่หมด แต่ถ้าคุณชอบหนังสยองขวัญ ต้องดูเรื่องนี้ให้ได้! และมันสมควรได้รับผู้ชมที่กว้างขึ้น (แม้ว่าผมจะไม่แน่ใจว่าหนังจะปังในโรงใหญ่ก็ตาม)
หนังเรื่องนี้ค่อยๆ ซึมซับเข้ามาในใจฉัน มันสนุกมากที่ได้ดูแมรี่ผู้เคราะห์ร้าย (รับบทโดยแคทารีน ไอแซคจาก Ginger Snaps) เปลี่ยนจากนักเรียนแพทย์ที่ทำงานหนักและขาดเงิน สู่หญิงสาวใจแข็งที่ชอบการผ่าตัดและปรับเปลี่ยนร่างกาย เฮ้ย! มีปัญหาเรื่องค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่าย? ไม่ต้องห่วง! มาทำศัลยกรรมปรับเปลี่ยนร่างกายให้คนอื่นกันดีกว่า! สนุกไปพร้อมกันทุกคน! นี่เป็นหนังที่เต็มไปด้วยเลือดสาดและความน่าสยดสยอง และ*อาจจะ*จบง่ายเกินไปหน่อยสำหรับรสนิยมฉัน แต่การดำเนินเรื่องทำได้ดี ส่วนผู้กำกับก็แอบมารับบทคามีโอเป็นลูกค้าพิเศษ (และน่าขนลุก) ของแมรี่ด้วย
ฉันโชคดีที่ได้ไปชมภาพยนตร์สยองขวัญเลือดสาดอย่าง American Mary พร้อมช่วงถาม-ตอบกับนักเขียนและผู้กำกับคู่พี่น้องเจนกับซิลเวีย โซสกา และนักแสดงนำแคทารีน อิซาเบล โอเค..ลบคำว่า 'โชคดี' ออกไปเถอะ ส่วนที่น่าขนลุกที่สุดของคืนนั้นคือคำอ้างของฝาแฝดโซสกาที่บอกว่า 'บางคนบอกว่านี่คือหนังดีที่สุดที่เค้าเคยดู!' รวมถึงชายคนหนึ่งที่เล่าเรื่องการผ่าตัดขาที่กำลังจะถึงก่อนจะถามทั้งสามคนว่าเค้าควรไปผ่าตัดดีไหมพูดถึงหนัง American Mary แล้วแทบไม่มีอะไรดีให้กล่าวถึง ฉันเข้าห้องฉายด้วยความหวังสูงแต่กลับออกมาพร้อมกับความอ้าปากค้างกับความผิดหวัง มันน่าอายที่ต้องขำกับมุกตลกที่ไม่ตั้งใจของหนัง แต่ที่นี่มีเต็มไปหมด American Mary ช็อคได้จริง...แต่ไม่ใช่ในทางที่ดีAmerican Mary ชัดเจนว่าเป็นโปรเจกต์ความทะนงของสองสาวที่พ่อแม่ผู้ผลิต(ส่วนหนึ่ง)เป็นคนให้เงินทุน สองสาวที่ดู Human Centipede มากเกินไป สองสาวที่พยายามสุดขีดที่จะเป็นกบฏและช็อคโลกด้วยการทำเรื่องไม่เหมาะสมบนจอ แถมสาบานหยาบคายซ้ำๆ เน้นย้ำคำไม่สุภาพจนน่าอาย แค่ให้เราเห็นว่าเค้าเหวี่ยงขนาดไหน แม้ในช่วงถาม-ตอบ พวกเธอยังพยายามช็อคเรา ประโยคแรกที่ปากก็ด่าคนโน่นเป็น 'อี**** ****' แล้วก็สาดคำหยาบเกินเหตุใส่คำตอบที่ไร้สาระต่อคำถามป้อยอกับแฟนboy โอ้..ถ้าได้รู้สึกช็อคหรือโดนหยามคงดีกว่าต้องมานั่งอายดูเด็กสามคนแสดงละครต่อหน้าผู้ใหญ่ห้องเต็มAmerican Mary เป็นหนังสยองขวัญเกี่ยวกับแมรี่ (อิซาเบล) แพทย์ฝึกหัดที่ผิดหวังกับชีวิตและมีปัญหาการเงิน จนถูกดูดเข้าสู่ด้านมืดของศัลยกรรมพลาสติกหรือการดัดแปลงร่างกายแบบสุดโต่ง เริ่มต้นเป็นการหาเงิน(ผ่านการทรมานและสร้างคนแบบบาร์บี้) ก่อนจะกลายเป็นงานอดิเรกและสุดท้ายเป็นเครื่องมือล้างแค้นสนองความต้องการวิปริตฉันไม่มีปัญหากับเนื้อหา - การถูกท้าทายเป็นสิ่งดี แต่ฉันมีปัญหากับบทที่แย่ การแสดงสำเนียงประหลาด(แย่สุดคือฝาแฝดโซสกาที่รับบทเป็นฝาแฝดประหลาด) และมิกซ์เสียงที่แย่จนบางฉากเราหันซ้ายหันขวาหาว่าเสียงครางมาจากผู้ชมหรือเปล่า แต่จริงๆแล้วคือตัวละครที่อยู่นอกจอในทิศทางอื่น! มีหลายฉากที่ถูกยัดเข้ามาเพื่อแบ่งช่วงและบอกเวลาที่ผ่านไป อย่างฉากน่าอายที่แมรี่ได้รับข่าวเกี่ยวกับย่า ก่อให้เกิดเสียงหัวเราะอัดอีกครั้ง และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ตอกย้ำว่างานชิ้นนี้สมัครเล่นขนาดไหนนี่คือหนังที่ยาว clumsy และไร้จุดหมาย พยายามจะให้ดูหยาบคายแต่สุดท้ายกลายเป็นเรื่องไม่เกี่ยวข้องมีบ้างที่ท้องไส้เราปั่นป่วนกับเลือดสาดโดยนัย แต่ส่วนใหญ่ความสยองอยู่ที่การแสดง พอลล่า ลินเดเบิร์ก แสดงเกินจริงในบท Ruby Realgirl หุ่นพลาสติกเสียงแหลมกับตบมือจนอิซาเบลดูเป็นตัวละครที่ละเอียดอ่อนที่สุด อันโตนิโอ คูโป่ แสดงเป็นเจ้าบาร์สตรีปเหมือนกำลังออดิชั่นบท Mark Ruffalo ส่วนจอห์น เอ็มเม็ท เทรซี่ ที่มาในบทนักสืบ Dolor แบบจริงจังจนเสียงกราวคือเสียงกรามหล่นพื้น ทำไมนักสืบอเมริกันในหนังอเมริกันถึงพูดสำเนียง 'อังกฤษ'? จากคำตอบของโซสกา..เพราะอยากให้เสียงเหมือนไคล์บาร์เกอร์ ฮีโร่ของพวกเธอ ซึ่งดูเหมือนไม่มีใครบอกว่าบาร์เกอร์เป็นคนลิเวอร์พูลที่ตอนนี้พูดสำเนียง LA นั่นแหละ..ระดับของ American Maryแล้วทำไมถึงได้ 2 ดาว? เพราะงานอาร์ตดีเซตสวย งานโปรสเตติกหลักๆ ดูสมจริง และชุดของแมรี่ก็เซ็กซี่ขึ้นเรื่อยๆ Jayne Mabbott ดีไซเนอร์ชุดคือดาวเด่นจริงๆ ของหนัง พอแมรี่ใส่ชุดหมอสีแดงอ้างอิงจาก Dead Ringers เธอกลายเป็นนักฆ่าเซ็กซี่ที่สุดบนจอครั้งต่อไปถ้าโซสกาทำหนังอีก น่าจะ 'แนะนำ' ให้ใช้งบไปจ้างคนเก่งๆ แบบ Mabbott เพิ่ม
แมรี่เป็นนักศึกษาแพทย์ที่มีอนาคตไกล แต่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนใจจากศัลยแพทย์ซึ่งเป็นอาจารย์ของเธอ สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อหลังจากที่แมรี่รับผ่าตัดปรับเปลี่ยนร่างกายเพื่อหาเงิน เธอตัดสินใจล้างแค้นผู้ทำร้ายเธอ ความโหดเหี้ยมในเรื่องทำให้น่าขยะแขยง และหนังยังใช้เพลง Ave Maria เวอร์ชันชูเบิร์ตหนึ่งครั้งและเวอร์ชันบาคสองครั้งก่อนจบ ซึ่งเป็นการเลือกเพลงที่แปลกมาก แนวคิดของเรื่องน่าสนใจและแคทารีน อิซาเบลแสดงนำได้ดึงดูดใจ ผู้ป่วยที่ต้องการปรับเปลี่ยนร่างกายประหลาดๆ นั้นค่อนข้างน่าขยะแขยง เจนและซิลเวีย โซสก้าเป็นผู้กำกับ และจากผลงานชิ้นนี้ดูเหมือนว่าพวกเธอมีจิตใจที่บิดเบี้ยวไม่น้อย หนังมีความมืดมนสุดขั้วและทำให้ฉันสนใจติดตามจนถึงฉากสุดท้ายซึ่งทำให้ผิดหวังเล็กน้อย ในฐานะหนังระทึกขวัญ เรื่องนี้ทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย และได้คะแนน 6/10
ภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ของ David Cronenberg แม้จะเป็นงานเลียนแบบสมัยใหม่ แต่ก็ยังน่าสนใจและดูได้ในแบบของตัวเอง จริงๆ แล้วเรื่องนี้更像是一部ละครที่มีองค์ประกอบสยองขวัญเพียงเล็กน้อย ปรุงรสด้วยความดิบเถื่อนและคอมเมดี้ดำ พร้อมจังหวะการดำเนินเรื่องที่ช้า จนบางคนอาจจะหยิบรีโมทขึ้นมาเปลี่ยนช่อง เรื่องราวพาผู้ชมลงไปในโลกของตัวละครแปลกประหลาดและน่าขยะแขยง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศและความหลงใหลในสิ่งผิดปกติ แม้สุดท้ายจะจบแบบคาดเดาได้บ้าง แต่เส้นทางสู่ตอนจบก็ยังให้ความบันเทิงอยู่ไม่น้อย แคทารีน ไอแซ็บบ์ ดาราหลักผู้โด่งดังจากบท 'จิงเจอร์' ในซีรีส์ 'Ginger Snaps' รับบท 'แมรี่' นักศึกษาแพทย์ความสามารถสูงที่ขาดเงินจนต้องรับจ้างผ่าตัดให้กับแก๊งค์อันธพาลในคลับของบิลลี่ (อันโตนิโอ คูโป) การทำงานนี้พาเธอเข้าสู่โลกมืดของการผ่าตัดดัดแปลงร่างกายสุดแปลกให้กับกลุ่มคนที่มีความชอบพิศดาร ยิ่งเธอจมอยู่กับโลกนี้มากเท่าไหร่ สุขภาพจิตก็ย่ำแย่ลงเท่านั้น หากไม่มีแคทารีน ไอแซ็บบ์ ที่สวมบทได้เซ็กซี่สมบทบาท เรื่องนี้อาจดูยากขึ้นไปอีก เธอแสดงได้น่าประทับใจตลอดเส้นทางพัฒนาการของตัวละคร สนุกที่ได้เห็นแมรี่จริงจังกับธุรกิจใหม่จนถึงขั้นปฏิเสธผู้ป่วยที่ต้องการเพียงการเจาะร่างกายธรรมดาๆ แถมยังได้เห็นตัวอย่างคนที่ดัดแปลงร่างกายตัวเองแบบสุดโต่ง ต้องชมว่าความเลือดสาดในเรื่องนี้มีที่มาเพื่อขับเคลื่อนพลอต ไม่ได้มีไว้เพื่อกระตุ้นความตื่นเต้นเฉยๆ โดยเอฟเฟกต์ก็ทำได้ดีพอสมควร ฝาแฝดผู้กำกับ เจน และ ซิลเวีย โซสกา (ที่แอบเล่นคาเมโอเป็นฝาแฝดเยอรมัน) ฉายแววความสามารถน่าจับตา น่าติดตามผลงานต่อไปในอนาคต ให้คะแนน 6 เต็ม 10
เจนและซิลเวีย โซสกา (Twisted Twins) ผู้กำกับและนักเขียนบทคู่หู ได้สร้างผลงานที่เต็มไปด้วยสไตล์และงดงาม ในแนวภาพยนตร์สยองขวัญย่อยเกี่ยวกับการแก้แค้นของผู้หญิง นี่คือฝันร้ายเลือดสาดของศัลยแพทย์สาวผู้โกรธแค้น หลังจากดู 'I Spit on Your Grave' แล้ว เรื่องราวเริ่มต้นด้วยภาพคลอสอัพของแมรี เมสัน (แคทเธอรีน ไอซาเบลล์) ที่กำลังเย็บไก่งวงในครัวอย่างประณีต ไม่ใช่เทศกาลขอบคุณพระเจ้า และไม่มีแขกมาเยือน เธอแค่ฝึกทักษะการผ่าตัดในฐานะนักเรียนแพทย์ แต่เมื่อความสัมพันธ์ในที่ทำงานพังพาบ การฝึกกับไก่ก็ไม่พออีกต่อไป เมื่อคุณคิดว่าตัวเองรู้แล้วว่าเรื่องจะไปทางไหน หัวใจเราก็ถูกแตะต้องด้วยการก้าวเข้าไปในโลกมืดของแมรี ที่มีทั้งความเมตตาและความน่าสะพรึง จุดเริ่มต้นของ Odyssey แห่งความหลอนและวิปริตใน 'American Mary' ต้องชมเชยนักแสดงทั้งหมด แต่ที่โดดเด่นสุดคือแคทเธอรีน ไอซาเบลล์ ที่ทำให้บทของโซสกามีชีวิต เธอสร้างตัวละคร 'แมรี' ที่แปลกใหม่และเป็นเอกลักษณ์ ยกระดับการแสดงของทุกคนรอบข้าง การพลิกบทบาทในเรื่องนี้ฉลาดและเจ้าเล่ห์ ถ้าบอกมากจะสปอยล์! ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คิด สเตอริโอไทป์ถูกทุบแตกตลอดทาง ด้านภาพนั้นใช้เทคนิคเก่าๆ ที่ถูกลืม เช่น แสงจุดเดียวที่สาดตามตัวแมรีขณะก้าวเข้าสู่โลกใหม่ สีสันถูกใช้อย่างมีนัยยะเพื่อสื่อสารจิตใจผู้ชม สีดำ (ความตาย) และแดง (ความรัก/เลือด) ครอบงำในฉากสำคัญ ดนตรีโดยปีเตอร์ อัลเลน ตรงข้ามกับภาพสยองแต่กลับกลมกลืน เสียงคลาสสิกที่สวยหรูตัดกับความโหดร้ายบนจอ ราวกับบัลเลต์แห่งความตาย ยิ่งภาพน่าสะพรัด ดนตรียิ่งชวนหลงใหล งานกล้องของ Brian Pearson สุดอลังค์ ทุกเฟรมเหมือนภาพวาด บทภาพยนตร์เดินเรื่องอย่างใจเย็น ไม่เร่งรีบเหมือนหนังแนวนี้ทั่วไป สถานที่และงานฉากถูกออกแบบให้เป็นตัวละครเสริมที่ช่วยขับเค้าเรื่อง 'American Mary' คือศิลปะแท้ที่หาเห็นยากในวงการหนังยุคนี้ มันคือ 'ทอร์เชอร์ porn' แบบศิวิไลซ์ยุค 21 ที่มีทั้ง Production Value สูงและเรื่องราวชั้นดี แต่ยังซ่อนความลึกไว้มาก ถึงบางฉากจะดูยาก แต่คนที่รักหนังแบบคลาสสิกจะไม่อยากหลุดตา ใน 'American Mary' เราจะพบว่า...นรกไม่โหดร้ายเท่าแพทย์หญิงที่ถูกดูแคลน!
The Kings Speech (2010) ประกาศก้องจอมราชา