
Wind River (2017) ล่าเดือด เลือดเย็น เรื่องราวเกี่ยวกับปริศนาของเหตุฆาตกรรมหญิงสาวชาวอินเดียนแดงที่เธอได้เสียชีวิตอยู่ท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บในวินด์ริเวอร์เขตสงวนของชาวอินเดียนแดงรัฐไวโอมิ่ง โดยผู้ที่พบศพของเธอเป็นคนแรกก็คือ คอรี่( เรนเนอร์ ) เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของเขตสงวนในระหว่างที่เขากำลังตามล่าสิงโตอยู่ เขาจึงวิทยุไปหา เบน ( กรีน ) หัวหน้าตำรวจชาวอินเดียนแดงในเขตสงวน เบนจึงเข้ามาในสถานที่เกิดเหตุพร้อมกับ เจน( โอลเซ่น ) FBI หน้าใหม่ที่ได้รับคำสั่งให้มาดูแลคดีนี้ และเนื่องจากเหตุขัดข้องทางกฎหมายในบางประการจึงทำให้เจนไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากส่วนกลางได้ทำให้เธอต้องทำงานเพียงลำพังโดยมีเพียงตำรวจท้องถิ่นเท่านั้นที่ช่วยเหลือ เธอจึงขอให้คอรี่มาช่วยในการตามล่าหาตัวฆาตกร เนื่องจากคอรี่มีความชำนาญในพื้นที่นี้เป็นอย่างดี

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ถูกหลอกหลอนโดยเหตุการณ์ร้ายแรงในอดีต ได้ร่วมมือกับนักสืบ FBI สืบสวนคดีฆาตกรรมหญิงสาวบนเขตสงวนของชาวอินเดียนแดงในไวโอมิง เพื่อไถ่โทษจากความผิดพลาดที่เขาก่อไว้
เรื่องราวการสืบสวนคดีฆาตกรรมสาวชาวอินเดียนแดงที่เสียชีวิตกลางหิมะหนาวเหน็บในเขตสงวนวินด์ริเวอร์ รัฐไวโอมิง โดยคอรี่ (เจเรมี เรนเนอร์) เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผู้พบศพแรกเริ่ม ได้ร่วมมือกับเบน (เกรแฮม กรีน) หัวหน้าตำรวจท้องถิ่น และเจน (เอลิซาเบธ โอลเซ่น) นักสืบ FBI มือใหม่ ที่ขาดกำลังสนับสนุนจากส่วนกลาง จึงต้องพึ่งพาความชำนาญของคอรี่ในการตามล่าฆาตกรในพื้นที่ทุรกันดาร
แทบไม่มีเสียงฮือฮาก่อนการปล่อยภาพยนตร์ระทึกขวัญอาชญากรรมเรื่องนี้ ซึ่งน่าแปลกใจเมื่อพิจารณาถึงทีมงานคุณภาพทั้งหน้ากล้อง (เจเรมี เรนเนอร์, เอลิซาเบธ โอลเซน) และหลังกล้อง (ผู้เขียนบทและผู้กำกับ เทย์เลอร์ เชอริแดน) หลังจากสร้างผลงานเขียนบทระดับตำนานด้วย Sicario และ Hell or High Water เชอริแดนยังคงเดินหน้าสร้างผลงานระดับตำนานต่อเนื่องด้วยเรื่องราวการสูญเสียและความโศกเศร้าที่ห่อหุ้มด้วยพล็อตธริลเลอร์อาชญากรรมเข้มข้น พร้อมลองฝีมือกำกับครั้งแรกโดยใช้ฉากหลังหิมะขาวโพลนในไวโอมิงสร้างบรรยากาศอึมครึมที่ขังตัวละครไว้ทั้งทางกายและใจ เมื่อชุมชนชนพื้นเมืองต้องเผชิญคดีฆาตกรรม มันดูเหมือนโศกนาฏกรรมซ้ำเติมที่พวกเขาคุ้นชิน ความตกตะลึงถูกแทนที่ด้วยความโศกเศร้าที่ลึกซึ้ง ความโกรธแค้นจมหายไปในความพ่ายแพ้ เอลิซาเบธ โอลเซน ในบทนักสืบเอฟบีไอมือใหม่ต้องปรับตัวให้เข้ากับความซับซ้อนของวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อไขคดี ขณะที่เจเรมี เรนเนอร์ ในบทนักล่าผู้ช่ำชองก็แบกรับวิกฤตครอบครัวในอดีต ทั้งคู่แสดงได้สมบทบาทสุดๆ เรนเนอร์ซ่อนความเจ็บปวดภายใต้หน้าม่านอันเยือกเย็น ส่วนโอลเซนฉายแววคนเมืองแต่ยังเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเพื่อความยุติธรรม กิล เบอร์มิงแฮม ก็โดดเด่นในบทพ่อผู้สูญเสียที่สับสนกับความเจ็บปวด ถ้าฟังดูหนักหนาเกินไป…ใช่เลย! แต่เชอริแดนฉีดความตื่นเต้นและแอ็กชันพอเหมาะให้เรื่องดึงดูดต่อเนื่อง โดยเฉพาะตอนจบที่พลิกมุมทำให้หนังเข้มข้นขึ้นแบบคาดไม่ถึง Wind River คือภาพยนตร์แฝงปรัชญาที่ค่อยๆ เผยความจริง ตั้งคำถามสังคมอย่างแนบเนียน และดึงผู้ชมเข้าไปในโลกของตัวละครตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นดั่งเพชรเม็ดงามที่รอให้คุณมาสัมผัส
“Wind River” หนังระทึกขวัญคดีฆาตกรรมเข้มข้นที่เขียนบทและกำกับโดย เทย์เลอร์ เชอริแดน (ผู้เข้าชิงออสการ์บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมจาก “Hell or High Water”) นำแสดงโดย เจเรมี เรนเนอร์, เอลิซาเบธ โอลเซน และ เกรแฮม กรีน พร้อมด้วยนักแสดงสมทบฝีมือดีจากชนพื้นเมืองอเมริกันมากความสามารถ เรื่องราวของนักตามรอยสัตว์ป่าจากกรมปลาและสัตว์ป่าสหรัฐ (เรนเนอร์) และนักเอฟบีไอ (โอลเซน) ที่ร่วมกันสืบสวนคดีฆาตกรรมสาวน้อยซึ่งศพถูกค้นพบในสภาพลึกลับบริเวณเขตอนุรักษ์พื้นเมืองวินด์ ริเวอร์ รัฐไวโอมิง หนังเลี่ยงการใช้คลิชเช่เดิมๆ ได้อย่างเฉียบคม ตัดต่ออย่าง紧凑 ไม่มีฉากไหนเสียเปล่า แต่ยังคงความรู้สึกสมจริงทั้งในด้านการแสดงและพล็อตเรื่อง ทุกตัวละครและเหตุการณ์ล้วนมีที่มา ไม่ตีความผู้ชมว่า跟不上 ให้เราได้คิดตามและเชื่อมโยง细节ไปด้วยกัน ความรุนแรงถูกนำมาใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นเพื่ออธิบายเหตุการณ์ แทนที่จะยัดเยียดให้รู้สึกรังเกียจ แม้แต่ตัวร้ายก็ถูกให้มิติไม่ใช่แค่坏人样板 เราได้เห็นวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองที่ตกเป็นเหยื่อผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ แต่ไม่รู้สึกถูกยัดเยียด ทิวทัศน์น้ำแข็งแห่งไวโอมิงถูกถ่ายทอดออกมาได้สมบูรณ์แบบ สอดคล้องกับอารมณ์เรื่อง เรนเนอร์ โอลเซน และกรีน ต่างแสดงได้ดียืนจริง แต่ความสำเร็จที่แท้เกิดจากพลังทีมงานทั้งหน้ากล้องและหลังกล้องที่ทุ่มเทอย่างเต็มใจ Wind River คือเรื่องราวน่าติดตามที่คุ้มค่าเวลาและเงินของคุณ และขอบคุณทุกคนที่เชื่อว่าผู้ชมยุคใหม่จะค้นพบและชื่นชอบมัน
เป็นหนังที่ดราม่าเร้าใจและน่าติดตามอย่างแท้จริง สิ่งแรกที่ทุกคนจะสังเกตเห็นคือคุณภาพการผลิตที่ยอดเยี่ยม หนังทำออกมาได้ดีเยี่ยม การแสดงที่ยอดเยี่ยม และการถ่ายทำอย่างประณีต เป็นการผลิตที่คลาสสิกอย่างแท้จริง ต้องยกเครดิตให้กับต้นฉบับที่มีคุณภาพสูง พล็อตเรื่องที่ทั้งแสนเศร้าและน่าประทับใจ พร้อมจุดพลิกผันมากมาย แฟนๆ เรื่องราวฆาตกรรมลึกลับจะชอบใจ แฟนหนังตื่นเต้นก็จะเพลิดเพลินเช่นกัน มีช่วงเวลาที่ทรงพลังจริงๆ หนึ่งในนั้นจะทำให้คุณเห็นใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต อีกช่วงหนึ่งจะทำให้คุณอ้าปากค้างเมื่อเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ ประทับใจหนังเรื่องนี้มาก ให้คะแนน 9/10
ผมเพิ่งดูเรื่องนี้ผ่านบลูเรย์เมื่อไม่กี่วันก่อน ในฐานะแฟนตัวยงของเทย์เลอร์ เชอริแดน ผมรอคอยเรื่องนี้โดยไม่ดูตัวอย่างมาก่อน นี่เป็นหนังอาชญากรรมที่ถ่ายทำสวยงาม, แสดงได้ดี และสะเทือนใจ ทัศนียภาพกว้างใหญ่ไม่ใช่แค่ฉากหลัง แต่กลายเป็นตัวละครในเรื่อง Wind River ช่วยแสดงฝีมือการกำกับและเล่าเรื่องของเชอริแดนได้เต็มที่ จากแดนชายแดนมืดมน (Sicario) ทุ่งเท็กซัสร้อนระอุ (Hell or...) สู่ขุนเขาน้ำแข็งในไวโอมิงของ Wind River ผู้กำกับ/นักเขียนบททำให้ธรรมชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง เจเรมี เรนเนอร์ รับบทชายผู้สูญเสียที่ล่าเหยื่อได้สมบทบาท จนควรได้ออสการ์ ส่วนพล็อตเรื่องขอไม่พูดมาก เพราะควรดูมากกว่าอ่าน สารสังคมในเรื่องทรงพลังมาก ตอนจบพร้อมข้อความสะท้อนใจทำให้น่าตกใจและหม่นหมองไม่หาย
แม้จะมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยในเรื่องนี้ แต่ก็สะท้อนความจริงได้อย่างเจ็บลึก ในฐานะคนที่เคยอาศัยใกล้เขตสงวน Wind River และมีสามีทำงานให้เผ่า Northern Arapaho (หนึ่งในพนักงานที่ไม่ใช่ชาวพื้นเมืองสามคน) ฉันบอกได้เต็มปากว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในพื้นที่สงวน ชาวพื้นเมืองมักมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ แต่ไม่ใช่ความผิดของคนอื่นทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติต่อผู้หญิงและการหายตัวของทั้งผู้หญิงและผู้ชายนั้นน่าสะพรึงกลัว บ่อยครั้งที่ไม่มีคำตอบ สิ่งต่างๆ ซับซ้อน วกวน และคอร์รัปชันจนไม่น่าแปลกใจที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถึงเราได้ย้ายออกมาแล้ว แต่บางประสบการณ์ยังคงฝังใจไม่เลือน ฉันหวังว่าผู้คนที่นั่น ทั้งในและนอกเขตสงวน จะพบทางออกจากความโหดร้ายนี้ Wind River คือพื้นที่สวยงามที่ทุกคนควรไปเยือน โดยเฉพาะเทือกเขา Wind River ซึ่งอยู่บนเส้นทางไป Grand Tetons และ Yellowstone แวะทะเลสาบบรูคส์เพื่อชมจุดเริ่มต้นของแม่น้ำ Wind River และความงามอื่นๆ เพียงแต่ไม่ควรเข้าไปในเขตสงวนโดยไม่มีคนท้องถิ่นนำทาง
ความสำเร็จของเทย์เลอร์ เชอริแดน ในภาพยนตร์เรื่องนี้คือการสร้างเรื่องราวอาชญากรรมสไตล์คลาสสิกที่ไม่ต้องพยายามคิดค้นอะไรใหม่ แต่ใช้การเล่าเรื่องแบบดั้งเดิมได้อย่างแนบเนียบ เจเรมี เรนเนอร์ และเอลิซาเบธ โอลเซ่น ต่างแสดงได้ยอดเยี่ยมในบทบาทคู่หูที่ไม่เหมือนกัน ที่ต้องร่วมมือกันสืบสวนการเสียชีวิตอันโหดร้ายของหญิงสาวในเขตอินเดียนรีเซอร์เวชัน เรนเนอร์รับบทนักล่าสัตว์ของหน่วยบริการปลาและสัตว์ป่าสหรัฐ ส่วนโอลเซ่นรับบทนักเอฟบีไอที่ถูกส่งมาทำคดีแบบลำพัง เนื้อเรื่องดำเนินอย่างเรียบง่ายแต่ค่อยๆ สร้างความตึงเครียดจนถึงจุด climax เราค่อยๆ ได้รู้เบื้องหลังตัวละครของเรนเนอร์ที่แสดงออกแบบเรียบง่ายแต่ทรงพลัง โอลเซ่นในบทบาทคนนอกที่ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมหดหู่ของดินแดนป่าเถื่อน เธอต้องเรียนรู้อย่างรวดเร็วเพื่อไขคดีที่อาจกลายเป็นเรื่องราวลึกลับที่ไม่มีวันคลี่คลาย หนังนำเสนอชีวิตในเขตอินเดียนรีเซอร์เวชันพร้อมปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่ผู้ชมอาจไม่คุ้นเคย แต่ก็สอดแทรกข้อมูลความยากลำบากและการทำงานสืบสวนที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ได้อย่างน่าสนใจ เชอริแดนสร้างโลกใบที่ทั้งน่าสงสารและวุ่นวาย ซ่อนความเจ็บปวดไว้ด้วยความกล้าหาญและความมุ่งมั่น แนะนำให้ทุกคนได้ชม!
นักเขียนบทที่ подаอบให้เราเรื่อง 'Sicario' และ 'Hell or High Water' กลับมาอีกครั้งกับ 'Wind River' ที่เขากำกับเอง และตอนนี้ฉันเชื่อแน่ว่า เทย์เลอร์ เชอริแดน คือหนึ่งในนักเล่าเรื่องที่ดีที่สุดในยุคนี้ หนังระทึกขวัญของเขามีความเฉียบคม ลึกซึ้ง และแฝงเล่ห์เหลี่ยมราวกับวรรณกรรมคลาสสิกอเมริกัน แม้แต่นักเขียนนวนิยายอย่าง เดนนิส เลฮาน อาจยังคิดเนื้อเรื่องที่ละเมียดละไมเท่านี้ไม่ได้ และด้วย 'Wind River' เชอริแดนยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจทางศิลปะส่วนตัว เพื่อสะท้อนความอยุติธรรมที่ระบบกระทำต่อชาวอเมริกันพื้นเมือง เรื่องราวติดตามนักเอฟบีไอมือใหม่ (เอลิซาเบธ โอลเซน) ที่ร่วมมือกับนักล่า/ผู้ตามรอย (เจเรมี เรนเนอร์) ผู้มีอดีตอันโศกเศร้า เพื่อสืบสวนคดีฆาตกรรมเด็กสาวบนเขตสงวนอันห่างไกลของชาวพื้นเมือง เชอริแดนเคยหยิบยกธีมเกี่ยวกับชาวอเมริกันพื้นเมืองมาใช้ก่อนหน้านี้ แต่ในครั้งนี้ เขาไม่เพียงแค่เทศนา แต่สานมันเข้ากับโครงสร้างของชุมชนที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างคนนอกกับคนใน ชาวขาวกับชาวพื้นเมือง ความคับแค้นใจจากการสืบสวนที่เผยให้เห็นความหวาดระแวงทางวัฒนธรรม บวกกับการแก่งแย่งอำนาจระหว่างหน่วยงาน ทำให้หนังระทึกขวัญเรื่องนี้ซับซ้อนแต่ถักทอไว้อย่างชาญฉลาด เริ่มจากปริศนาฆาตกรรมสู่การตามล่าคำตอบในสภาพแวดล้อมอันเหน็บหนาวที่เพิ่มอรรถรสให้หนังน่าขนลุก หลายครั้งที่การแสดงของเอลิซาเบธ โอลเซน ทำให้นึกถึงคลาริส สตาร์ลิ่งของโจดี้ ฟอสเตอร์ ตัวละครที่ดูเปราะบางในสภาพแวดล้อมแปลกตา แต่จุดอ่อนนั้นกลับเป็นจุดได้เปรียบ ส่วนเจเรมี เรนเนอร์ รับบทฮีโร่แนวตะวันตกเงียบขรึม ผู้รู้ทุกซอกทุกมุม พูดน้อยแต่ลงมือเด็ดขาด คู่หูคู่นี้ไม่ใช่ตำรวจคู่ขัดแย้ง แต่คือสองคนที่พยายามพิสูจน์ตัวเองไปพร้อมกับการนำความยุติธรรมมาให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิต การไขคดีจากจุดเล็กๆ สู่แผนการใหญ่ของเชอริแดนจะทำให้คุณติดหนึบจนจบ 'Wind River' เป็นหนังที่สร้างความตื่นเต้นได้อย่างดีเยี่ยม เรียกว่าเป็นหนังระทึกขวัญที่สมบูรณ์แบบ -- Rama's Screen --
เป็นเรื่องลึกลับฆาตกรรมที่ค่อนข้างดี พูดตรงๆ ก็เป็นหนังที่เรียบง่าย แต่คิดว่านั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ชอบมาก ไม่มีจุดพลิกผันใหญ่โต คุณจะได้เห็นสิ่งที่ 'นักสืบ' ค้นพบไปพร้อมๆ กับการสืบสวน เรื่องดำเนินไปอย่างรวดเร็ว บทเขียนดีและการแสดงของทุกคนก็ดีมาก มี CGI ไม่มากซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบ ฉากเลือดเล็กน้อยที่เห็นก็ดูเหมือนเป็นการใช้เทคนิคปฏิบัติจริง เรนเนอร์แสดงได้ยอดเยี่ยมมากในเรื่องนี้ แนะนำอย่างเต็มที่
ภาพยนตร์ Wind River (2017; ความยาว 107 นาที) นำเสนอเรื่องราวของคอรี แลมเบิร์ต เจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่า เปิดเรื่องด้วยประโยคสะกิดใจ "แรงบันดาลใจจากเหตุจริง" ก่อนจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งหนีตายท่ามกลางหิมะ จากนั้นเราจะได้รู้จักกับแลมเบิร์ตที่กำลังตามล่าหมาป่า เขาไปพบอดีตภรรยาเพื่อพาลูกชายตัวน้อยออกไปเที่ยว ก่อนจะแวะหาพ่อแม่ของเธอที่ปศุสัตว์ถูกโจมตีโดยสัตว์ร้ายที่อาจเป็นสิงโต ขณะสืบสวน แลมเบิร์ตก็พบศพหญิงคนที่วิ่งหนีตายถูกแช่แข็ง เนื่องจากเป็นคดีฆาตกรรม จึงมีการเรียกตัวนักเอฟบีไอมาช่วย ผ่านมาแค่ 10 นาทีแรกก็เกิดเหตุสะเทือนใจ แต่ถ้าบอกพลอต更多อาจเสียอรรถรส ต้องติดตามชมเอง! ความคิดเห็น: นี่คือผลงานกำกับครั้งที่ 2 ของเทย์เลอร์ เชอริแดน นักเขียนชื่อดัง (และอดีตนักแสดง) ผู้เคยสร้างสุดยอดหนังอย่าง Sicario (2015) และ Hell or High Water (2016) สำหรับผม Wind River คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดของปี! เชอริแดนเปลี่ยนโทนเรื่องจากงานก่อนหน้า มุ่งสู่มิสทรีฆาตกรรมในเขตสงวนอินเดียนแดงของไวโอมิงที่ปกคลุมด้วยหิมะ เจเรมี เรนเนอร์ ฝีมือการแสดงสุดยอดในบทแลมเบิร์ต ผู้ตามล่าสัตว์ป่าที่ซ่อนความลับรักหนัก ส่วนเอลิซาเบธ โอลเซ่น รับบทเจน แบนเนอร์ นักเอฟบีไอมือใหม่ผู้มุ่งมั่นแต่ขาดประสบการณ์ "คุณตามหาคำใบ้ แต่พลาดทุกสัญญาณ" แลมเบิร์ตทิ้งคำพูดปริศนา ก่อนที่ทั้งคู่จะร่วมไขคดีในชุมชนที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมและความทุกข์ยาก เชอริแดนควบคุมบรรยากาศได้แน่นหนา สร้างความตึงเครียดไม่คลาย สรุป: อีกหนึ่งผลงานเด็ดจากเทย์เลอร์ เชอริแดน ผู้ก้าวขึ้นเป็นผู้กำกับ-เขียนบทชั้นนำของฮอลลีวูดในเวลาไม่กี่ปี รอติดตามผลงานต่อไป Soldado ภาคต่อของ Sicario ที่จะออกปีหน้า! Wind River เปิดตัวที่โรง arthouse ในซินซินแนติ 2 จอพร้อมกัน แปลกแต่จริง! ฉายรอบเช้าวันเสาร์ที่ผมดูมีผู้ชมแน่นหนา คาดว่าคำชมจากปากต่อปากจะช่วยให้หนังทำกำไรได้ดี ถ้าอยากดูมิสทรีดราม่าแห่งปีกับการแสดงระดับ masterclass ไม่ควรพลาด Wind River ไม่ว่าจะดูในโรง บน VOD หรือ DVD/Blu-ray ในอนาคต แนะนำอย่างยิ่ง!
หลังจากความร้อนระอุใน Hell or High Water ตอนนี้ เทย์เลอร์ เชอริแดน ก็พาเราสัมผัสความหนาวเหน็บในหนังระทึกขวัญสุดเข้มข้นอย่าง Wind River ที่เขตสงวนวินด์ริเวอร์อันหนาวจัดของไวโอมิง นักล่าสัตว์ป่า คอรี แลมเบตต์ (เจเรมี เรนเนอร์) ค้นพบศพของหญิงสาวชนพื้นเมืองอายุ 18 ปี เขาต้องร่วมมือกับ เจน แบนเนอร์ (เอลิซาเบธ โอลเซน) นักเอฟบีไอผู้เพิ่งมาถึง เพื่อตามล่าฆาตกร ทั้งยังมีเหตุผลส่วนตัวที่อยากคลายปมในอดีตของตัวเอง Wind River ได้แรงบันดาลใจจากคดีหายตัวของหญิงสาวชนพื้นเมืองที่เกิดขึ้นจริง เรื่องราวเต็มไปด้วยอารมณ์โศกเศร้าแต่แฝงเร้าอารมณ์ ไม่เพียงเป็นมิสทรีเกี่ยวกับการฆาตกรรม แต่ยังสะท้อนความทุกข์ ความแค้น และการถูกทอดทิ้งของชนพื้นเมืองอเมริกันในพื้นที่ห่างไกลช่วงที่ผมกำลังครุ่นคิดถึงความสำคัญของหนังอาชญากรรมต่าง ๆ พอดี และเมื่อใกล้ถึงเวลาปล่อย The Snowman ในเดือนพฤศจิกายน Wind River จึงเป็นหนังที่ยืนหนึ่งได้อย่างแท้จริง แม้เป็นเรื่องฆาตกรรม แต่จุดเด่นอยู่ที่บรรยากาศและสถานที่ บรรยากาศอันน่าหดหู่แผ่คลุมทั้งเรื่อง ผ่านภาพมุมสูงทางอากาศของเทือกเขาหิมะที่โหดร้าย ลมพัดซัดความทุกข์เข้าหาตัว (คล้ายกับเทคนิคที่ใช้ใน Hell or High Water) ส่วนที่ตราตรือสุดคือเสียงเพลงประกอบสุดหลอนของ Nick Cave และ Warren Ellis ที่สะท้อนอดีตอันมืดมนของดินแดนแห่งนี้สิ่งที่ดึงเราสู่ปริศนาหม่นหมองของ Wind River คือการแสดงอันยอดเยี่ยมของเจเรมี เรนเนอร์ ในบทนักล่าผู้ช่ำชอง เก็บงำความเจ็บปวดจากอดีตแต่ก็เข้าใจถิ่นฐานของตัวเองอย่างลึกซึ้ง เราเห็นเรนเนอร์ในฐานะตัวเอง แต่การแสดงไร้อารมณ์กลับซ่อนความรู้สึกลึก ๆ ได้สมบทอย่างยิ่ง คู่กับเอลิซาเบธ โอลเซน ที่แสดงบทเอฟบีไอได้สมจริงที่สุดคนหนึ่ง เธอเป็นคนเมืองที่ต้องเผชิญระบบกฎหมายต่างถิ่นในไวโอมิงอันโดดเดี่ยว ทั้งคู่คือนักแสดงในฝันที่ทำให้เราเชื่อในตัวละครจนหมดใจแม้ Wind River จะแฝงข้อคิดลึกซึ้ง แต่เชอริแดนก็ไม่ลืมสร้างความตื่นเต้นผ่านฉากแอ็กชันเงียบ ๆ แต่รุนแรง เสียงปืนที่ดังก้องในความเงียบของภูมิประเทศเพิ่มความสมจริงให้เรื่องราวนี่เป็นผลงานลำดับที่ 3 ในไตรภาคหนังอาชญากรรมของเชอริแดน ต่อจาก Sicario และ Hell or High Water ที่แสดงศักยภาพการสร้างหนังอาชญากรรมชั้นยอด พร้อมสะท้อนปัญหาจริงในสังคม ความสามารถนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่าเขาน่าจะกำกับหนังเจมส์บอนด์ได้ดีแน่ คะแนน 9.2/10
เจเรมี เรนเนอร์ เท่แบบสุดๆ แต่ก็ไม่ได้แปลกใหม่ Wind River มีการแสดงที่แข็งแกร่งและภาพธรรมชาติอันดิบเดี่ยวที่น่าทึ่ง แต่สิ่งที่ขาดไปคือเรื่องราวที่สร้างความตื่นเต้นและดึงดูดผู้ชม ในมุมมองของฉัน จึงไม่นับว่าเป็นหนังธริลเลอร์หรือสืบสวนอาชญากรรม แต่มันคือดราม่าเกี่ยวกับการสูญเสียและความหลงทาง ที่เสริมด้วยฉายไล่ล่าและยิงต่อสู้ ไม่แย่ ไม่สุดยอด แต่ก็พอใช้ได้ เพราะการแสดงแน่นและธรรมชาติที่มาเป็นนักแสดงสมทบชั้นดี
หนังอาชญากรรมเป็นแนวที่ผมชื่นชอบมาโดยตลอด โดยเฉพาะแบบที่จริงจังกับเนื้อหาและตั้งคำถามชีวิตที่น่าสนใจ Wind River พาเราไปสัมผัสความหนาวเหน็บในเขตสงวน Wind River Indian แห่งไวโอมิง ด้วยการกระทำที่ดิบเถื่อน ดำเนินเรื่องได้ถูกจังหวะ พร้อมเปลี่ยนโครงสร้างหนังอาชญากรรมง่ายๆ ให้กลายเป็นบทสนทนาสำคัญเกี่ยวกับกรณีผู้หายตัวไป โดยมีนักเล่าเรื่องชั้นดีและทีมนักแสดงสุดเจ๋งมาร่วมงาน Taylor Sheridan เจ้าของบทหนังดังอย่าง Sicario และ Hell or High Water กำลังสร้างชื่อให้ตัวเองได้อย่างน่าจับตา ใครจะคิดว่าเขาคือคนเดียวกับนักแสดงรับเชิญใน Veronica Mars ตอนนั้น? แต่ฝีมือการเขียนบทของเขาทำให้เขายืนห่างจากคนอื่นชัดเจน แม้ Wind River อาจไม่ถึงขั้นเทียบชั้นงานเขียนก่อนๆ ของเขา แต่ประเด็นหนักหนาที่หยิบขึ้นมาอาจทำให้หนังเรื่องนี้ติดโผเข้าช่วงเทศกาลรางวัลออสการ์ Jeremy Renner รับบท Corey Lambert ผู้ชายที่เคยผ่านเรื่องร้ายมาก่อน มาคู่กับ Jane Banner (นักเอฟบีไอที่ Elizabeth Olsen รับบท) เพื่อคลี่คลายคดีฆาตกรรม หลายคนอาจมองว่า Banner เป็น "ผู้หญิงที่ตกที่นั่งลำบากต้องพึ่งผู้ชายแกร่ง" เพราะตอนแรกมันดูเป็นแบบนั้น แต่สำหรับผม มันคือการพบกันของสองคนที่ร่วมมือกันแก้ไขสถานการณ์各自ของตัวเอง แถมเรนเนอร์กับโอลเซนยังมีเคมีที่ดีจากภาพยนตร์ Marvel มาเสริมให้ฉากพวกเขาดูเข้มข้นขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าเชอริแดนน่าจะควบคุมโทนการดำเนินเรื่องของ Wind River ได้ดีกว่านี้ บางครั้งนักแสดงกำลังเข้าถึงอารมณ์หรือพูดบทเจ็บปวดอยู่ดีๆ ก็ถูกสอดแทรกมุกขำๆ หรือคำพูดเบาๆ เข้ามา ซึ่งถ้าเปลี่ยนการกำกับนิดหน่อยก็อาจทำให้ฉากเหล่านั้นดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การถ่ายทอดฉากแอ็กชันที่โหดเหี้ยมของเชอริแดนนั้นทำได้น่าประทับใจ และช่วยเพิ่มความสมจริงให้กับเรื่องราว โดยรวม Wind River คือหนังที่นำเสนอประเด็นฆาตกรรม ข่มขืน และคดีผู้หายตัวไปได้อย่างเรียบง่ายแต่สะเทือนใจ ด้วยการแสดงที่แน่น บทเขียนที่เฉียบขาด และการเล่าเรื่องที่มีมิติ ทำให้มันเป็นหนังอาชญากรรมที่น่าติดตาม 8.0/10
เวลานักแสดงตัดสินใจหันมาคุมกล้องกำกับหนังเอง มันเสี่ยงสุดๆ ยิ่งถ้ายังอยากแสดงด้วยก็คงน่าหวาดเสียว แต่ Taylor Sheridan (ดังจากซีรีส์ 'Sons of Anarchy' และเขียนบทหนังสุดแรงอย่าง 'Sicario' กับ 'Hell or High Water' ที่รวมเป็นไตรภาคชายแดนอเมริกัน) พิสูจน์ว่าเขาทำได้เฉียบคมใน 'Wind River' หนังที่ดึงความสนใจไปที่การกำกับและเล่าเรื่องจากเค้าโครงจริงอย่างสมบูรณ์แบบ Jeremy Renner รับบท Cory Lambert นักล่าสัตว์ใน Wyoming ที่ถูกดึงเข้าสู่คดีฆาตกรรมสาวชาวอินเดียนแดงบนเขตสงวนท่ามกลางพายุหิมะร้าย เขาต้องร่วมมือกับ Jane Banner (Elizabeth Olsen) เจ้าหน้าที่ FBI ผู้มุ่งมั่นที่จะคลี่คลายคดีท่ามกลางความซับซ้อนของกฎหมายท้องถิ่นและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่บางเบานำโดย Gen (Graham Greene) สรุปเรื่องอาจฟังไม่หวือหวา แต่เชื่อเถอะว่าหนังเรื่องนี้ทำออกมาได้ดุเด็ดเผ็ดมัน! ต้องยอมรับว่าเนื้อหาค่อนข้างหม่นดำและสะท้อนปัญหาหนักหน่วง แต่ Sheridan ก็ใส่ใจทุกดีเทลทั้งบทที่แหลมคม ภาพถ่ายที่สวยตรึงใจ (ถ่ายทำในยูทาห์) และซาวด์แทร็กจาก Nick Cave กับ Warren Ellis ที่เติมอารมณ์ได้พอดีตัว การแสดงก็เด่นไม่แพ้กัน โดย Renner กับ Olsen เล่นเน้นความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ส่วน Greene ก็เติมสีสันได้อย่างพอเหมาะ ถือเป็นผลงานกำกับครั้งที่สองของ Sheridan ที่ยอดเยี่ยมทั้งเนื้อเรื่องและเทคนิค แนะนำให้วางไว้ในลิสต์ 'ต้องดูให้ได้' แน่นอน!
7.6

High & Low The Red Rain (2016) ซับไทย
7.7

Sicario (2015) ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด
7.1

Sicario 2 Day of the Soldado (2018) ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด 2
7.9

Mystic River (2003) มิสติก ริเวอร์ ปมเลือดฝังแม่น้ำ
7.6

Gone Baby Gone (2007) สืบลับเค้นปมอันตราย
7.5

The Town (2010) ปล้นสะท้านเมือง
7.8

The Girl with the Dragon Tattoo (2011) พยัคฆ์สาวรอยสักมังกร
6

Those Who Wish Me Dead (2021) ใครสั่งเก็บตาย
4.6

Survive (2024) ต้องรอด
6.5

Oxygen (2021) ออกซิเจน
4.1

The Last Gunfight (2025) ดวลเดือด สังเวียนระห่ำ
6.8

The Untold Story (1993) ซาลาเปาเนื้อคน
5.4

Blame the Game (2024) รักลุ้น วุ่นเพราะเกม
5.2

The Tearsmith (2024) เจ้าแห่งน้ำตา
7.5

Furiosa A Mad Max Saga (2024) ฟูริโอซ่า มหากาพย์ แมด แม็กซ์
7.2

Inside the Mind of a Dog (2024) อ่านใจสุนัข
3

Snow Falls (2023)
5

Don’t Look at the Demon (2022) ฝรั่งเซ่นผี
7.4

The Talented Mr. Ripley (1999) อำมหิต มร.ริปลีย์

Limbo (2022)