
Shoot ‘Em Up (2007) ยิงแม่งเลย เปิดฉากมันหยดติ๋งด้วยการดวลปืนสุดระห่ำของกลุ่มชายแปลกหน้าที่ สมิธ (ไคลฟ์ โอเว่น) ชายไร้บ้านมาดเถื่อนเข้าไปมีเอี่ยวโดยบังเอิญ เขาช่วยชีวิตเด็กทารกคนหนึ่งไว้ได้ หลังจากที่แม่เด็กถูกยิงตาย แรก ๆ สมิธคิดว่าเป้าหมายของชายกลุ่มนั้นคือแม่เด็ก แต่ไม่นาน เขาก็รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือเด็กคนนี้ต่างหาก สมิธนำเด็กไปให้โสเภณีชื่อ ดีคิว (โมนิก้า เบลุคซี่) ช่วยดูแล แล้วร่วมกันสร้างครอบครัวชั่วคราวขึ้นมา ขณะที่ต้องหนีสุดชีวิตจากการตามล่าแบบดุเดือดของพวกมือปืน ทางออกเดียวคือ สมิธต้องหาคำตอบให้ได้ว่าทำไมพวกนั้นถึงอยากได้ตัวเด็กคนนี้นัก ไม่อย่างนั้น ชีวิตของทั้งเขา ดีคิว และเด็กก็ต้องตกอยู่ในอันตรายต่อไป

นายสมิธ ชายลึกลับต้องทำคลอดให้หญิงคนหนึ่งท่ามกลางการยิงปะทะกัน จากนั้นเขาต้องปกป้องทารกแรกเกิดจากกลุ่มมือปืนจำนวนมากที่ตามล่ามัน
เปิดฉากมันหยดติ๋งด้วยการดวลปืนสุดระห่ำของกลุ่มชายแปลกหน้าที่ สมิธ (ไคลฟ์ โอเว่น) ชายไร้บ้านมาดเถื่อนเข้าไปมีเอี่ยวโดยบังเอิญ เขาช่วยชีวิตเด็กทารกคนหนึ่งไว้ได้ หลังจากที่แม่เด็กถูกยิงตาย แรก ๆ สมิธคิดว่าเป้าหมายของชายกลุ่มนั้นคือแม่เด็ก แต่ไม่นาน เขาก็รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือเด็กคนนี้ต่างหาก สมิธนำเด็กไปให้โสเภณีชื่อ ดีคิว (โมนิก้า เบลุคซี่) ช่วยดูแล แล้วร่วมกันสร้างครอบครัวชั่วคราวขึ้นมา ขณะที่ต้องหนีสุดชีวิตจากการตามล่าแบบดุเดือดของพวกมือปืน ทางออกเดียวคือ สมิธต้องหาคำตอบให้ได้ว่าทำไมพวกนั้นถึงอยากได้ตัวเด็กคนนี้นัก ไม่อย่างนั้น ชีวิตของทั้งเขา ดีคิว และเด็กก็ต้องตกอยู่ในอันตรายต่อไป
หนังที่ล้อเลียนคลีชีย์หนังแอ็กชันแบบไม่ยั้ง แต่ก็ยังดึงความสนุกจากคลีชีย์นั้นๆ ได้อย่างเมามัน! คลีฟ โอเว่น ลงแรงเล่นเต็มกำลัง ตัวร้ายที่พูดโมโนโลกยังไม่คล่อง ปืนที่รีโหลดเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจ คำคมที่เหมือนเย้ยความหมายของคำคมเอง อารมณ์ขันดำแบบเดียวกับ 'เซาท์พาร์ค' ที่ไร้พิษภัย แถมแอ็กชันสร้างสรรค์และมุขฮาถล่ม เหมือนอินดี้ร็อกที่มาทำลายความจริงจังของ 'Bourne' หรือความสวยกริบของ 'Bond' หนังเลิฟแอ็กชันแบบหัวปักหัวปำ แต่ก็ไม่แคร์ที่จะยอมรับความบ้าบอของตัวเอง พอเห็น 'John Wick' เลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่หนังแบบนี้ต้องกลับมา! 'Shoot Em Up' คือการ致敬หนังแอ็กชันแบบ 'Garth Merenghi' ไม่ใช่การล้อเลียนแบบ 'Scary Movie' หนังเรื่องนี้อาจไม่โดนใจทุกคน แต่สำหรับฉัน...มันสุดเลิฟ!
ถ้ามีโอกาสเลือก ฉันคงเลือกหนังแอคชั่นที่สมจริงแบบสุดเหวี่ยง แต่ถ้าผู้สร้างตั้งใจจะทำความรุนแรงแบบการ์ตูนเกินจริงล่ะก็ ต้องทำเต็มที่จนสุดทางแบบ 'Shoot 'Em Up' ให้เห็นกันไปเลย! หนังแอคชั่นระเบิดตูมตามที่เริ่มต้นแบบยิงกันไม่ยั้ง และไม่หยุดจนกว่าผู้กำกับ/เขียนบท ไมเคิล เดวิส จะโยนทุกไอเดียบ้าบอลงจอให้หมด หนังเรื่องนี้ใช้สูตร 'อะไรก็ได้ให้มันเดือด' คล้ายกับ 'Crank' (2006) แต่ต่างตรงที่ 'Crank' ถูกบั่นทอนด้วยตัวละครไม่น่าชอบ ความหยาบคายที่ไม่จำเป็น และเทคนิคตัดต่อโอ้อวดน่ารำคาญ ส่วน 'Shoot 'Em Up' ยังคงความคลาสสิกและฉลาด แม้เนื้อเรื่องจะเหลือเชื่อสุดขั้วก็ตาม การกำกับของเดวิสนั้นเท่และเนียนเรียบ ไม่ต้องพึ่งเทคนิคภาพตระหนกตื่นเต้น ดาราอย่างไคล์ว์ โอเว่น และโมนิกา เบลลุชชี เปล่งเสน่ห์ดึงดูดแบบไม่ต้องพยายาม ส่วนพอล จิ亚马ติ ในบทนักฆ่าเฮิร์ตซ์ นั้นน่ารังเกียจได้สมบท นอกจากนี้ยังมีมุกภาพสุดสร้างสรรค์ให้คนตาแหลมสังเกต และการยิงกันไม่หยุดที่ทั้งเจ๋งและดุเดือดแบบแผดเผา แถมยังสอดแทรกข้อความต่อต้านปืนอย่างแดกดันท่ามกลางกระสุนที่ว่อน! สรุปแล้วหนังเรื่องนี้คือทุกสิ่งที่ 'Crank' อยากเป็นแต่ทำไม่ได้ แถมดีกว่าเยอะ! ให้ 7.5/10 ปัดขึ้นเป็น 8 สำหรับ IMDb
คนที่ให้คะแนนหนังเรื่องนี้ต่ำอาจไม่รู้ว่ามันเป็นคอมเมดี้ ถ้าคาดหวังแอ็กชั่นเจ๋งๆ และเหตุการณ์สมจริงเตรียมผิดหวังได้เลย ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยฉากแอ็กชั่นตลกเกินจริงที่ไม่ใช่แค่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ แต่คือเป็นไปไม่ได้เลยในทุกทาง เหมือนมีคนเอาแอ็กชั่นที่ถูกตัดจากหนังอื่นเพราะบ้าบิ่นเกินไปหรือทำตามฟิสิกส์ไม่ได้ มารวมไว้ในเรื่องเดียว นั่นแหละที่ทำให้มันฮามาก! บางฉากไม่มีบทพูดแต่ก็ทำให้ขำกลิ้ง แถมไม่มีช่วงน่าเบื่อ มีคนถูกยิงทุก 10 วินาทีแบบไม่หยุด หนังไม่ใช่สิ่งที่คาดไว้ แต่กลับดีกว่าที่คิดเยอะ สนุกแบบเต็ม ๆ!
สมิธกำลังใช้ชีวิตปกติเมื่อเห็นหญิงท้องแก่ถูกชายติดอาวุธไล่ล่า เขาจึงเข้าช่วยและเกิดปะทะกันจนต้องทำคลอดลูกให้เธอก่อนเธอถูกยิงตาย สมิธหนีพร้อมทารกแต่กลับพบว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือตัวเด็กเอง! เขาต้องพึ่งโสเภณีที่มีน้ำนมเพื่อช่วยเลี้ยงเด็ก ขณะเดียวกันก็ถูกไล่ล่าโดยกองทัพนักฆ่าที่ทำงานให้กับเฮิร์ตซ์ เจ้าพ่ออันธพาลผู้ครอบครัวอบอุ่น...ต้องบอกเลยว่าไม่ว่าคุณจะชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่ ทุกคนต้องยอมรับว่ามัน 'ไร้สาระ' แบบสุดขั้ว ไม่ใช่แค่ตลกหรือขาดตรรกะ แต่คือเรื่องที่เกินจริงทุกอย่าง! แต่ความไร้สาระนี่แหละที่ทำให้หนังสนุก เพราะมันไม่ต้องพยายามสร้างตัวละครหรือพลอตให้ลึกซึ้ง แค่พุ่งเป้าไปที่การยิงกันไม่หยุด ฉากแอคชั่นสุดอลังการที่จัดเต็มกว่าไหนๆ แถมยังไม่คิดจริงจังกับตัวเอง ดูได้จากบทพูดตลกๆ หรือการเอาหัวแครอทมาใช้แทนอาวุธ! หนังดึงดูดคนสองกลุ่มชัดเจน กลุ่มแรกคือคอแอคชั่นที่อยากเห็นระเบิดควันปืนและความตื่นเต้น ซึ่งหนังตอบโจทย์ด้วยฉากยิงต่อเนื่อง แม้แต่ฉากเซ็กซี่กับสาวสวยยังกลายเป็นสมรภูมิยิงกันต่อยกัน ส่วนกลุ่มที่สองคือคนที่ชอบแอคชั่นแต่ไม่ดูอะไรก็ได้ หนังทำได้ด้วยการล้อเลียนตัวเองจนดูเป็นเสียดสีประเภทหนังยิงๆ ฆ่าๆ แบบสนุกๆ ไม่ต้องคิดมาก แถมยังมีมุกแฝงเชิงสัญลักษณ์ให้ตีความเพลินๆ (เช่น ปืนที่ดูฟุ่มเฟือยราวองคชาตประดับระเบิด!) แม้หนังจะไม่ยิ่งใหญ่แต่ก็ทำได้ดีในฐานะทั้งหนังแอคชั่นเลือดสาดและงานล้อเลียนที่เกินจริง แม้บางบทบาทเช่น เบลลุชชีจะดูเฉยๆ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะเธออยู่ที่นี่เพื่อความเซ็กซี่ล้วนๆ ส่วนโอเว่นและเกียแมตตี้則เล่นบทตลกขบขันได้เต็มที่ แถมเอฟเฟกต์เด็กทารกยังทำได้สมจริง นี่คือหนังที่ไร้สาระแต่กลับสนุกเกินคาด เพราะมันไม่แคร์ว่าจะดูเวอร์จนเกินไป!
คลิฟ โอเว่น, พอล จิ亚马ตติ และมอนิกา เบลลุชชี ปรากฏตัวใน 'Shoot 'Em Up' หนังปี 2007 ที่ผมมองว่าเป็นการล้อเลียนแนวแอคชั่นแบบสุดโต่ง จนต้องพูดเลยว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ! โอเว่นรับบทอดีตสายลับดำที่ต้องช่วยหญิงสาวคลอดลูกกลางสมรภูมิ แล้วก็ถูกตามไล่ล่าจนเขาต้องวิ่งหนีพร้อมทารกน้อยที่ใส่เสื้อเกราะกันกระสุน ระหว่างที่คนเป็นร้อยยิงปืนไล่ถล่ม ผมจะไม่เล่าเหตุผลว่าทำไม แต่ขอบอกเลยว่าแอคชั่นถล่มฉากไม่หยุด! โอเว่นยิงกระสุนไม่เลือกที่ ทั้งไถลใต้รถที่น้ำมันรั่ว ทั้งยิงตอนมีเซ็กส์ นั่ง ยืน วิ่ง กระโดด แม้แต่กระโดดร่มจากเครื่องบิน—เขาไม่เคยหยุดพัก! เมื่อไม่ยิงปืน ก็ต่อย แทง หรือทุบหัวใครสักคน บางทีก็หยิบแครอทมากินเล่น มอนิกา เบลลุชชี รับบทโสเภณีที่เขาพามาช่วยดูแลเด็กทารกระหว่างวิ่งหนีตาย ท่ามกลางกระสุนที่ยิงไม่หยุด จำนวนศพที่ล้มตายนับไม่ถ้วน! ตื่นเต้น สนุก โหด รุนแรง และเหนือจริงจนคุณต้องลุ้นระทึกตลอดเรื่อง ว่าตัวเอกจะช่วยโลกให้ปลอดภัยได้ไหม มีคนเคยบอกผมว่าหนังแบบนี้ทำเพื่อเด็กชาย 15 ปีในไต้หวัน—หนังแอคชั่นสไตล์นี้ใช่เลย! นั่งดูรถไล่ชน ปืนเทอร์มอล ฉากโป๊ แค่สนุกไปด้วย ไม่ต้องรู้ภาษาอังกฤษก็เข้าใจ คลิฟ โอเว่น กับ พอล จิ亚马ตติ เจอกันแบบตัวต่อตัว ทั้งคู่แตกต่างสุดขั้ว โอเว่นเรียบแต่ deadly ส่วนจิ亚马ตติ รับบทตัวร้ายได้แน่นแบบนักแสดงมืออาชีพ หรือจะเล่นตลกก็เก่งไม่แพ้กัน ได้ข่าวว่าเขาเพิ่งรับบท 'แฮมเลต' แล้วได้คำชมเพียบ ส่วนตัวผมอยากให้คลิฟ โอเว่นได้เล่นเจมส์ บอนด์ สงสัยจะเจ๋งมาก!
บางความเห็นในนี้ชี้ให้เห็นว่าคนดูหนังบางส่วนอาจขาดความเข้าใจชีวิตไปหน่อย คุณไม่สังเกตเหรอว่าหนังเรื่องนี้มีอารมณ์ขันแบบล้อเลียนตัวเอง? ตัวเลขคนตายที่สูงปรี๊ดหรือวิธีฆ่าที่เกินจริงยังไม่ทำให้ตาสว่างบ้างเลย? ชื่อหนังว่า 'Shoot 'Em Up' มันฟังดูเป็นงานซีเรียสระดับออสการ์ตรงไหน? บางคนก็คิดมากไป ต้องปล่อยวางแล้วใช้สมองสักนิดหน่อยเถอะ ส่วนตัวผมไม่ค่อยมีอะไรพูดถึงเนื้อหาหลังดูจบ เพราะนี่คือหนังประเภท 'ดูสนุกในโรงแต่ไม่น่าซื้อดีวีดี' ที่ผมเจอบ่อยๆ เรื่องการแสดงก็ดี แอคชั่นก็เด็ด โครงเรื่องพอรับได้ ไปดูกันเลย ถ้าชอบก็ดีไป ถ้าไม่ชอบก็ช่างมัน หนังมันเป็นแบบนี้แหละ แค่จำไว้เลยว่าอย่าไปคาดหวังงานเครียดๆ แบบเจมส์ บอนด์ หรือ Die Hard โอเคนะ?
ว้าว! Shoot 'Em Up เป็นหนังที่ตรงตามคำโฆษณาเป๊ะ นั่นคือหนังแอคชั่นสุดมัน ไร้ซึ่งความซับซ้อนใดๆ และนั่นคือสิ่งที่คุณจะได้จริงๆ อย่าไปหวังเรื่องศิลปะชั้นสูงหรือความลึกซึ้ง...เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจจริงจังขนาดนั้น แต่กลับเป็นจุดเด่นที่ทำให้หนังสนุกแบบเต็มเหนี่ยว มันรู้ตัวว่าเกินจริงและไม่พยายามปิดบัง ตัวละครสมิธของไคลฟ์ โอเว่นเล่นบทฮีโร่สุดเท่ ส่วนพอล ไจแอ็ตตี้รับบทวายร้ายได้น่าจดจำ หนังหยิบองค์ประกอบการ์ตูนมาผสมกับแอคชั่นระเบิดเถิดเทิง ไม่มีช่วงไหนให้หยุดหายใจ! ทั้งมุกตลกแบบแรงๆ ซีนแอคชั่นตื่นตาตื่นใจที่จัดมาดื้อๆ แม้แต่ซีนเซ็กส์ก็สุดโต้งจนต้องอ้าปากค้าง ชมแล้วสนุก ชิลล์ และทึ่งกับสตั๊นต์อันบ้าคลั่ง บทพูดติดหูที่แย่จนน่ารัก และพล็อตเรื่องบางเบาแบบไม่ต้องคิดมาก นี่คือทุกอย่างที่คุณคาดหวังจาก Shoot 'Em Up...และมันดีงามในแบบของตัวเอง!
หนังที่ตั้งใจจะเสียดสีความสุดโต่งและเกินจริงของแนวแอ็กชั่น แต่ว่าทำออกมาได้สนุกและเร้าใจจนน่าติดตาม เชื่อว่าไม่มีภาพยนตร์ไหนในปีนี้ที่สนุกเท่านี้อีกแล้ว! เรื่องนี้ทั้งโหด ทั้งบ้า และฮาอย่างเกินหน้าเกินตา บางช่วงก็ดูเวอร์เกินไปนิดนึงสำหรับผม (เช่น ยิงกันกลางอากาศตอนกระโดดร่ม หรือไม่มีตำรวจมาแม้แต่คนเดียว) แต่ความเพี้ยนๆ ทั้งหมดที่ผสมกับเสียงเพลงเมทัล์ดุดันและการเคลื่อนไหวที่คิดมาแล้วอย่างดี ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอ็กชั่นที่สนุกที่สุดที่เคยดูมา การปะทะกันระหว่าง ไคล์ฟ โอเว่น กับ พอล ไจแอ็มมัตตี้ ก็ช่วยเพิ่มอรรถรสได้ดี ทั้งการแสดงแห้งๆ แบบฮาไม่รู้ตัวของไคล์ฟ และเสน่ห์แปลกๆ ของพอล ความฟุ่มเฟือยและเกินจริงนี่แหละที่ทำให้หนังสนุก แต่บางทีก็อาจเป็นจุดอ่อนได้เหมือนกัน แต่มันไม่มีทางน่าเบื่อแน่เมื่อได้ดูไคล์ฟ โอเว่น ยิงสายสะดือทารกเพื่อแยกจากแม่ ฆ่าคนเป็นเบือด้วยแครอท หรือ (ช่วงที่ชอบสุด!) มีเซ็กส์สุดร้อนแรงกับ โมนิก้า เบลลุชชี พร้อมยิงต่อสู้กับมือปืนนับไม่ถ้วน เป็นหนังที่ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อแน่นอน!
ผมกำลังเสนอให้มีประเภทหนังใหม่เพิ่มเติมจากประเภทเดิมๆ เช่น ดราม่า ไซไฟ สยองขวัญ หรือคอมเมดี้ ประเภทที่ผมว่านี้ควรเรียกว่า 'Snakes on a Plane' นอกเหนือจากหนังของ Samuel L Jackson ที่ชัดเจนแล้ว ประเภทนี้ควรรวมหนังที่บอกคุณทุกอย่างผ่านชื่อเรื่อง ทำให้รู้ว่าคุณจะชอบหรือไม่ต้องรอดูก็รู้ตัว 'Shoot 'em Up' เข้าข่าย 'Snakes on a Plane' เป๊ะ!หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับการยิงและฆ่า ด้วยปืน และแครอท (เดี๋ยวต้องไปดูเองว่าผมพูดจริงเรื่องแครอทหรือเปล่า) คลีฟ โอเว่น ที่กำลังกินแครอทอยู่ดีๆ ก็ได้เห็นกลุ่มอันธพาลไล่ล่าหญิงตั้งครรภ์ที่กำลังเครียด เขาบังเอิญเป็นมือปืนที่ฝึกมาดีที่สุดในโลก และเป็นคนที่เหมาะที่สุดที่จะปกป้องทารกในครรภ์ ตั้งแต่那一刻 เขาต่อกรกับพวกอันธพาลและลูกน้องรับจ้างทั่วมเมือง ทำให้นายหน้าใหญ่ Hertz (Paul Giamatti) แค้นใจสุดๆนอกเหนือจากชื่อที่บอกเนื้อเรื่องแล้ว สิ่งเดียวที่ต้องรู้คือหนังเรื่องนี้ไม่จริงจังกับตัวเองเลย! 'Shoot 'em Up' รู้ตัวว่าโง่เง่าและเกินจริงสุดๆ แต่กลับยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ฉากแอ็คชั่น/ยิงคือจุดเด่น แต่ละฉากพยายามทำให้ดูกว่าฉากก่อน ทั้งการต่อสู้ในที่ที่ไม่คิดว่าจะมี และการใช้ปืน/กระสุนในวิธีที่คนชอบแอ็คชั่นเกินจริงต้องปลื้มมีพล็อตหลวมๆ แต่ไม่ขอลงรายละเอียด เพราะสู้ปืนไม่สำคัญ อย่างไรก็ตาม หนังไม่ได้มีแค่แอ็คชั่น แต่ยังมีสองนักแสดงหลักที่เจ๋ง Paul Giamatti ทำตัวเหมือนเอลเมอร์ ฟัดด์ จาก Looney Tunes ที่พยายามตามล่าบักส์ บันนี่ อย่าง Mr Smith (คลีฟ โอเว่น) ทั้งคู่ตีบทแตกได้น่าดู คุณจะไม่ได้แค่ขำกับฉากยิงที่เวอร์ แต่ยังขำกับการพูดจาเหน็บแนมกันไม่หยุด มีผู้ร้ายน้อยคนที่คุณจะชอบได้เท่า Paul Giamatti!ถ้าชอบหนังจริงจังและสมจริง ให้เลี่ยงไปเลย แต่ถ้าชอบแนวล้อเลียนและอยากหาอะไรดูแบบไม่ต้องใช้สมองคิดมาก นี่คือสิ่งที่คุณต้องการ ถ้าเคยดูหนัง 'Crank' ของ Jason Statham คุณจะนึกออกว่าเป็นแนวไหน
กลางดึกที่สถานีรถเมล์ ชายหนุ่มลึกลับนามนายสมิธ (ไคลฟ์ โอเว่น) เผชิญกับหญิงท้องแก่กำลังถูกไล่ล่าจากชายพกปืน เขาตามไปช่วยและปะทะกับแก๊งมือปืนจนต้องช่วยเธอคลอดลูกท่ามกลางกระสุนวิ่ง ในที่สุดหญิงคนนั้นเสียชีวิต แต่สมิธช่วยทารกไว้ได้และหนีจากเฮิร์ตซ์ (พอล ไจแอ็มมัตตี้) หัวหน้าแก๊งนักฆ่า เขาไปพบโสเภณีชื่อดอนนา ควินตาโน่ (โมนิก้า เบลลุชชี) ที่เพิ่งสูญเสียลูก จึงขอให้เธอเลี้ยงดูทารกน้อย ระหว่างถูกเฮิร์ตซ์ไล่ล่า สมิธก็ค้นพบเหตุผลที่ชายชั่วต้องการฆ่าเด็กคนนี้... 'Shoot’ Em Up' หนังแอคชั่นสไตล์การ์ตูนที่ทั้งสนุกและเฮาได้ใจ มีนักแสดงฝีมือระดับพรีเมียมอย่างโมนิก้า เบลลุชชี ไคลฟ์ โอเว่น และพอล ไจแอ็มมัตตี้ ที่เล่นบทได้มีชีวิตชีวา หนังเรื่องนี้สร้างความประทับใจและดีวีดีก็เป็นความบันเทิงชั้นดีสำหรับคืนวันเสาร์นี้ ให้ 7 คะแนน!
พูดเลยว่าหนังเรื่องนี้สนุกแบบไม่ต้องคิดมาก! บทหนังอาจจะเขียนโดยเด็ก 13 ขวบที่เล่นเกมจนมือเป็นเกลียว แต่นั่นแหละคือจุดเด่น เอนหลังพักสมอง 80 นาทีแบบจุใจ เรียกว่าเป็นหนังแอ็คชั่นสำหรับผู้ชายโดยแท้ ส่วนคำพูดเด็ดๆ ก็เข้าขั้น 'เยิ่นเย้อ' ตามสไตล์ที่คาดไม่ถึง Shoot Em Up ทำมาเพื่อกลุ่มคนวัย 20+ ที่คลั่งหนังระทึกเลือดพล่าน ถ้าไม่ใช่คุณอาจเกลียดมัน แต่ถ้ายังมีเด็กเกมเมอร์ในใจเหมือนเรา ต้องดู! ไคลฟ์ โอเว่น นี่อาจเป็นดาวแอ็คชั่นตัวจริงของฮอลลีวูดในรอบนาน แถมยังมีเพลงประกอบสุดเจ๋ง ฉายฉากยิงกันเละๆ กับเพลง 'Ace of Spades' ของ Motorhead - ดีที่สุดแล้ว! ให้คะแนน 8/10
เหตุผลเดียวที่ฉันดูเรื่องนี้ก็เพราะฉันรัก Paul Giamatti มันคือหนังแอคชั่นที่ตลกเกินจริงที่สุดเท่าที่เคยดูมา แต่ทำออกมาแบบขำขันเต็มที หนังตั้งใจให้ดูเว่อร์วังโดยแทบไม่มีเนื้อเรื่อง ไม่มีการพัฒนาตัวละคร บทพูดก็สุดแสนแย่ แต่มีกระสุนปลิวว่อนเต็มไปหมด การแสดงของนักแสดงเข้ากันได้พอดีกับหนัง (ทั้ง Paul Giamatti และ Clive Owen เล่นแบบจริงจะตายไม่ปรับแต่ง จับโทนบ้าบอได้พอดี) และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หนังตั้งใจ หนังเรื่องนี้ทำให้ฉันนึกถึงหนังที่คุณอาจดูตอนสี่ทุ่มตอนอายุ 15 ซึ่งเลยเวลาเข้านอนไปแล้ว พอวันรุ่งขึ้นไปโรงเรียนก็ถามเพื่อนว่าใครดูบ้าง ปรากฏว่าเพื่อนทุกคนก็ดูเหมือนกัน แล้วทุกคนก็ตีกันปาวๆ ว่ามันคือหนังที่สุดยอดที่สุด เทิดทูนกันไม่หยุดแบบ 'เห็นตอนที่เขายิงกันบนร่มชูชีพมั้ย?' หรือ 'แม่งโครตดุ!!' พร้อมรอยยิ้มกว้างและความรู้สึกเหมือนได้แอบมองโลกของผู้ใหญ่ หนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่าที่ว่ามากนัก และมันก็ไม่เคยตั้งใจให้เป็นมากกว่านั้นอยู่แล้ว ส่วนตัว... ฉันก็สนุกดีนะ!
ภาพยนตร์แอคชั่นผสมตื่นเต้นที่ทั้งสนุก โหดเหี้ยม และเสียดสีได้อย่างเนียนปรื๊ด! เรื่องราวของ "สมิธ" (คลีฟ โอเว่น) ที่ต้องดูแลทารกน้อยหลังรอดจากการปะทะยิงกันสนั่นเมือง เขาร่วมมือกับโสเภณีสาวสวย (โมนิกา เบลลุชชี) เพื่อสู้กับแก๊งนักเลงอันธพาล (พอล กิลฟอยล์) การไล่ล่าและการยิงกันไม่รู้จบจนถึงตอนจบที่คาดไม่ถึง! เขาไม่มีชื่อ ไม่มีอดีต และไม่มีอะไรจะเสีย... การเลี้ยงเด็กนี่อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าซื้อเปลเด็กนะ? "ฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กอังกฤษ... และอันตรายสุดๆ" หนังแอคชั่นที่ความเร็วระดับติดจรวจ เต็มไปด้วยการไล่ล่า การต่อสู้ และการยิงกันไม่หยุด พล็อตพัฒนาดี มีมุมเซอร์ไพรส์และจังหวะพอเหมาะ บวกความเฮฮาปนเลือดสาดแบบการ์ตูนวอร์เนอร์โบรส พ่วงท่าแอคชั่นสไตล์จอห์น วู ตัวละครทั้งคลีฟ โอเว่น และโมนิกา เบลลุชชี ลงตัวสุดๆ ส่วนตัวร้ายของพอล กิลฟอยล์ก็เด่นไม่แพ้กัน แถมนักแสดงสมทบอย่างสตีเฟ่น แมคแฮตตี้ ก็มาดีไม่น้อย เรียกได้ว่าเป็นหนังคัลต์ฟีเวอร์ยุค 2000s ที่ความโหดปนเฮฮาทำให้หลายคนติดใจ แม้จะมีฉากสู้กันซ้ำๆ และเอฟเฟกต์บางจุดที่เวอร์เกินไป แต่ก็ถือว่าสนุกคุ้มค่า! คะแนน 7.5/10 - เหมาะกับแฟนคลีฟ โอเว่นและคนชอบแอคชั่นเลือดสาดไม่ต้องคิดมาก!
6.4

I Care a Lot (2020) ห่วง… แต่หวังฮุบ
4.9

4 Romances (2008) ฝัน หวาน อาย จูบ
6.4

Dragon Age Absolution (2022)
7.2

Sad Movie (2005) อีกนิยามรัก
5.5

High-Rise (2015) ตึกระทึกเสียดฟ้า
4.8

Hor taew tak 3 (2011) หอแต๋วแตกแหวกชิมิ
6.3

Major Grom Plague Doctor (2021) ฮีโร่ปราบวายร้าย
6.4

Sniper The White Raven (2022)
7.2

The Forty-Year-Old Version (2020) 40 ยังเจ๋ง
7.3

Rounders (1998) เซียนแท้ ต้องไม่แพ้ใจ
5

The Assassination of Nie Yinniang (2022) โศกนาฏกรรมเนี่ยยิ่นเหนียง
4.9

The Locksmith (2023)