
Prey for the Devil (2022) สวดส่งไปลงนรก “ Prey for the Devil” บอกเล่าเรื่องราวของ แอน (แจ็กเกอลีน ไบเออร์ส) แม่ชีวัย 25 ปี ที่เชื่อว่าเธอเกิดมาเพื่อปราบผี แต่เธอต้องฝืนจารีตเพราะงานไล่ผีมันเป็นของบาทหลวงเท่านั้น ด้วยแรงสนับสนุนของผู้ดูแลศาสตราจารย์ที่มองเห็นพรสวรรค์ของเธอ ทำให้เธอมีโอกาสได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกสอน ระหว่างเส้นทางพิสูจน์ฝีมือตัวเอง แอนได้พบกับผู้ป่วยที่อาการหนักที่สุดของโรงเรียน และต้องเผชิญกับอำนาจชั่วร้ายที่ครอบงำโรงเรียนแห่งนี้ แถมมันมีส่วนพัวพันกับอดีตของเธอเอง

แม่ชีคนหนึ่งเตรียมทำการขับผีและต้องเผชิญหน้ากับพลังชั่วร้ายที่มีความเชื่อมโยงลึกลับกับอดีตของเธอ
แอน (แจ็กเกอลีน ไบเออร์ส) แม่ชีวัย 25 ปี ที่เชื่อว่าเธอเกิดมาเพื่อปราบผี แต่เธอต้องฝืนจารีตเพราะงานไล่ผีมันเป็นของบาทหลวงเท่านั้น ด้วยแรงสนับสนุนของผู้ดูแลศาสตราจารย์ที่มองเห็นพรสวรรค์ของเธอ ทำให้เธอมีโอกาสได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกสอน ระหว่างเส้นทางพิสูจน์ฝีมือตัวเอง แอนได้พบกับผู้ป่วยที่อาการหนักที่สุดของโรงเรียน และต้องเผชิญกับอำนาจชั่วร้ายที่ครอบงำโรงเรียนแห่งนี้ แถมมันมีส่วนพัวพันกับอดีตของเธอเอง
เรื่องราวทางศาสนาในหนังมักดึงดูดฉันเสมอ... เคยดูหนังดีๆ มาหลายเรื่อง แต่ช่วง 2-3 ปีมานี้ ทุกเรื่องที่เลือกดูกลับกลายเป็นหนังที่ว่างเปล่า... บางทีอาจเป็นความผิดของฉันเอง... ฉันเห็นทุกอย่างแล้วในธีมนี้ ทั้งเทวดาตกสวรรค์ ปีศาจ เด็กถูกสิง คำสาป... ไม่รู้สิ... ฉันเริ่มเบื่อกับพล็อตเดิมๆ แล้ว เด็กผู้หญิงถูกสิงปีนผนัง ทำร้ายตัวเอง ด่าทอพระ หรือเปิดเผยอดีตของเขา... ทุกครั้งที่ให้โอกาสตัวเอง บอกตัวเองว่านี่อาจเป็นเรื่องใหม่ ที่มีบรรยากาศหลอนและพลิกผัน... แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิม... บางทีฉันควรพักก่อน... แต่ต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้มีเอฟเฟกต์ CGI ที่ดีพอใช้และการแสดงที่ทรงพลัง... เคยดูหนังแนวเดียวกันบางเรื่องที่แย่สุดๆ...
ฉันเห็นด้วยกับบางคนที่คาดหวังมากกว่านี้ แต่หนังก็มีบางส่วนที่เด็ดจริงๆ ส่วนที่เหลือก็พอใช้ได้ แจคควอลีน บายเออร์ส และเรื่องราวเหนือธรรมชาติคือจุดเด่นสุดๆ! โชคดีที่มีสมาชิกรีгалไม่งั้นคงไม่ได้ดู ฉันให้คะแนนแบบใจดีนะ คิดว่า 'Prey for the Devil' ทำได้ดีในแบบของตัวเอง มีโครงเรื่องแน่นและช่วงสยองจัดเต็ม! ดีที่เวอร์จิเนีย แมดเซนยังลุยวงการสยองขวัญต่อได้ เธอเคยสุดยอดใน 'แคนดิแมน' ส่วนเบน ครอสเสียไปแล้วไม่รู้ทำไมไม่มีคำไว้อาลัยให้เขา สำหรับแฟนหนังสยองขวัญ รับรองว่าดีพอตัว!
ต้องยอมรับว่าหนังเรื่อง 'Prey for the Devil' ทำให้ฉันประหลาดใจในทางที่ดี ด้วยการเสนอแนวคิดเฉพาะตัวเกี่ยวกับธีมการสิงที่แตกต่างจากหนังแนวเดียวกันทั่วไป ช่วงแรกของเรื่องมีการปูพื้นเบื้องหลังตัวละครและแนวคิดเชิงลึกที่ขับเคลื่อนพล็อตผ่านอารมณ์ความรู้สึกเป็นหลัก หนังเล่าถึง 'การไม่ยอมให้อภัยตัวเอง' ซึ่งกลายเป็นพิษร้ายทำลายจิตใจและเปิดช่องให้ปีศาจเข้าครอบงำ ทางรอดเดียวคือการให้อภัยตัวเองอย่างหมดใจ แนวคิดนี้ทำให้เรื่องน่าติดตามมากกว่าการเดินเรื่องแบบเดิมๆ ที่เคยเห็นอย่างไร้ความหมาย แต่ที่น่าเสียดายคือส่วนอื่นๆ ของหนังกลับทำได้เฉยๆ ทั้งการถ่ายทำและบทที่ดูเรียบๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น แม้แต่วิธีสร้างความหลอนก็ทำตามสูตรสำเร็จ ไม่มีเซอร์ไพรส์หรือภาพตัดที่น่าตื่นเต้น ตัวนักแสดงพยายามเต็มที่แต่บทไม่ได้ให้ข้อมูลลึกซึ้งเกี่ยวกับตัวละครในปัจจุบัน มีแต่ธีมหลักที่ถูกเน้นย้ำ ส่วนการถ่ายทำที่ใช้กล้องแบบถือด้วยมือและภาพคลอสอัพก็ทำให้เสียโอกาสแสดงความอลังการของโลเคชันกว้างๆ ในเรื่องไปอย่างน่าเสียดาย หนังเรื่องนี้คงจะยอดเยี่ยมถ้ามีผู้กำกับที่กล้าแตกแนวมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ก็เป็นได้แค่ผลงานระดับปานกลางที่ดูแล้วไม่ติดใจ
หลังจากความประหลาดใจครั้งใหญ่จากหนังสยองขวัญสุดเจ๋งอย่าง 'สไมล์ (Smile)' ฉันก็ต้องกลับสู่ความเป็นจริงอีกครั้งกับ 'Prey for the Devil' ที่ดึงความคาดหวังให้ต่ำลงเหมือนหนังสยองขวัญทั่วไปที่มักแย่เสมอมา เหตุผลที่ให้คะแนนต่ำมีสองทาง ทางแรกคือหนังที่แย่จนน่าขำ มีจุดให้ล้อเลียนมากมาย...แต่ 'Prey for the Devil' เลือกทางที่สอง: การเป็นหนังที่ไร้คุณค่าใดๆ ทั้งสิ้น หนังเรื่องนี้ล้มเหลวในการสร้างความรู้สึกร่วมกับผู้ชม ทุกอย่างทำได้แย่จนฉันคิดในใจว่า 'ไม่สน!' ทั้งช่วงดราม่า ฉากสยองขวัญ หรือจุดไคลแมกซ์ - ไม่มีอะไรทำให้ฉันรู้สึกอะไรเลย! ถ้าให้คะแนนความน่ากลัวคงได้ 2/10 เพราะไร้ทั้งความตื่นเต้นและ suspense กระตุ้นให้สะดุดได้แค่ 3 ครั้ง ส่วนฉากหลอนก็ดูเฉยๆ ไม่รู้สึกสยองเลย นอกจากนี้ฉันอาจเลิกดูหนังไล่ผีแล้ว เพราะแต่ละปีมีแต่เรื่องไร้สาระออกมา สรุปแล้ว 'Prey for the Devil' คือการเสียเวลาเปล่า ดีไม่ดีอาจต้องรีเซ็ตความคาดหวังใหม่ เพื่อจะได้ตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อมีหนังดีๆ แบบ 'สไมล์' ออกมา (ดู 1 ครั้ง ฉายรอบปฐมทัศน์ 27 ตุลาคม 2022)
ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้คาดหวังอะไรไว้มากกับหนังสยองขวัญปี 2022 อย่าง 'Prey for the Devil' เพราะหนังแนวขับผีส่วนใหญ่มักทำออกมาไม่ค่อยน่าประทับใจ แต่พอมีโอกาสได้ดู ก็เลยตัดสินใจลองดูซักตั้ง สคริปต์โดย Robert Zappia, Earl Richey Jones และ Todd R. Jones นั้นทำออกมาได้สนุกเกินคาด ส่วนการกำกับของ Daniel Stamm ก็ช่วยให้เรื่องราวมีชีวิตชีวา แม้จะมีบางจุดที่ดูคล้ายหนังแนวเดิมๆ แต่ก็มีมุมใหม่ที่เติมเสน่ห์ให้เนื้อเรื่องไม่น้อย รับรองว่าไม่เพียงแต่ถูกใจแฟนๆ หนังสยองขวัญ แต่ยังเซอร์ไพรส์ด้วยความบันเทิงที่คาดไม่ถึง! เนื้อเรื่องดำเนินไปแบบเรียบง่ายตามสูตรหนังขับผี แต่ด้วยการเพิ่มจุดพลิกผันโดยผู้กำกับ ทำให้หนังดูไม่น่าเบื่อ แถมยังตื่นเต้นเร้าใจขึ้นอีกเป็นกอง นักแสดงนำอย่าง Jacqueline Byers ก็ทำได้ดีมาก ส่วนนักแสดงรับเชิญเช่น Colin Salmon, Virginia Madsen และ Ben Cross (ที่เสียชีวิตไปแล้วในปี 2020) ก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้หนัง โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ Ben Cross ที่นับเป็นการแสดงครั้งสุดท้ายของเขา ด้านภาพและเอฟเฟกต์นั้นทำออกมาได้สมจริงและน่าประทับใจ ช่วยเสริมบรรยากาศหลอนๆ ได้เต็มที่ แม้บางช่วงจะมี 'การกระโดดหลอก' บ่อยจนเกือบจะถึงขั้นรำคาญ แต่ถ้าคุณชอบหนังแนวขับผีอยู่แล้ว รับลองว่า 'Prey for the Devil' คือหนังที่คุณไม่ควรพลาด! ให้คะแนนไป 7 เต็ม 10
หากคุณถูกสิงด้วยวิญญาณชั่วร้าย คุณอาจต้องไปหาผู้ขับไล่ภูตผีที่ใช้พลังไม้กางเขนกำจัดศัตรู พวกเขาจะทำให้คุณดิ้นพล่านจนปีศาจหนีไปจากร่างกายที่บาดเจ็บ (หรือไม่คุณก็ตาย) แอนทำงานในสถานที่แบบนี้ในฐานะแม่ชี ชีวิตเธอไม่ได้ดูสนุกเท่าไหร่ แต่ศรัทธาของเธอก็แข็งแกร่ง แม้ตัวเองจะต้องต่อสู้กับอดีตที่ตามหลอกหลอนและปีศาจในใจที่ไม่เคยหายไป หนังเรื่องนี้ขาดความแปลกใหม่และไม่น่าประทับใจ แม้การแสดงจะดีและอุปมาสื่อความหมายได้ชัด แต่ในยุคนี้คงมีคนตั้งคำถามว่า ‘สถาบัน’ แบบนี้ยังจำเป็นอยู่จริงหรือ? หรืออาจไม่เคยจำเป็นตั้งแต่แรก!
หนังเรื่องนี้ทำได้เกินคาด! จากที่เคยเห็นรีวิวด่าแทบทะลุจอจนเกือบไม่ดู แต่พอมีตั๋วฟรีก็ลองพาแฟนไปดูแบบไม่มีอะไรให้เสียหาย ขอสารภาพว่าเราเป็นคนคลั่งหนังและชอบฮอร์เรอร์มากๆ แต่ก็เลือกดูพอสมควร เราเกลียดหนังที่ใช้แต่ฉากกระตุกขวัญแบบเดิมๆ หรือเนื้อหาตื้นเขินแบบหนังฮอร์เรอร์ตลาดอย่าง Smile ที่ดังสุดๆ ปีนี้ ทำไมคนถึงยกย่องหนังไร้ความคิดสร้างสรรค์แบบนั้น ในขณะที่ Prey for the Devil กลับกล้าสร้างตัวละครและเนื้อเรื่องเข้มข้นแต่กลับถูกโจมตี? หนังเรื่องนี้ไม่เพียงแต่นำเสนอเรื่องราวแปลกใหม่กับพระเอกน่าชัง แต่ยังจับเวลาใส่ความสยองได้พอดี พร้อมเนื้อเรื่องที่ค่อยๆ คลี่คลายเหมือนมีแมลงไต่อยู่ในกระดูกสันหลัง! เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าได้รับความเคารพจากทีมเขียนบทจริงๆ ทำไมคนถึงตัดสินว่า 'หนังสยองขวัญ' ต้องแลกกับบทที่เร่งรีบ? ฮอร์เรอร์ที่ดีต้องมีชั้นความลึก มีความเสี่ยง มีโครงเรื่องและบรรยากาศแน่น ซึ่งเรื่องนี้มีครบ! พอได้ดูหลังจากเสียเวลากับ Smile เมื่อเดือนก่อน ก็รู้สึกว่าฮอร์เรอร์ยังมีหวัง ขอแนะนำคนรักสยองขวัญและหนังผีสิงว่าเตรียมปลื้มได้เลย
พูดตรงๆ ฉันเป็นคนชอบดูหนังสยองขวัญมาก ทั้งหนังอินดี้ไปจนถึงหนังทุนหนา ดูได้ทุกแบบ แต่สำหรับเรื่องนี้รู้สึกเหมือนดูซ้ำล้านครั้ง เจอมาแล้วทั้งในโรงและดีวีดีราคาถูก ไม่มีอะไรใหม่หรือน่าสนใจเลย เราเห็นผู้หญิงต่อสู้กับความอัดอั้นมาตั้งกี่เรื่องแล้ว แม้ประเด็นนี้จะสำคัญและคนปกติก็ยอมรับว่าผู้หญิงควรมีโอกาสเท่าเทียม แต่ในเรื่องดันให้เหตุผลแปลกๆ ว่าผู้หญิงทำพิธีขับผีไม่ได้เพราะไม่ต้องใช้แรง ทั้งที่จริงๆ ก็แค่โบกหนังสือ พรมน้ำมนต์กับไม้กางเขน... การแสดงก็เฉื่อยชา นำโดยนักแสดงที่ฉันติดตามมานาน เคยคิดว่าหน้าจะไปได้ไกล แต่การแสดงของเธอในเรื่องนี้อ่อนมากๆ พูดจาไม่ค่อยมีพลัง น่าเสียดายคนที่อยู่ในวงการมานานแต่ยังแสดงได้พื้นๆ แบบนี้ ส่วนพลอต Twist ต่อให้พยายามแค่ไหนก็เดาได้ตั้งแต่เริ่ม เพราะมันเป็นคลิชเอาที่ใช้กันจนเกร็ง แถมยังทำให้คนดูไม่อินกับตัวละครเด็กที่พยายามใช้ความน่าสงสารเรียกความเห็นใจ เขียนแบบขี้เกียจๆ ทำออกมาก็ได้แค่งานระดับพื้นฐาน ท้ายเรื่องยังเตรียมเปิดทางทำภาคต่อแบบไม่จำเป็น ถ้าทำจริงคงได้เจอในดีวีดีลดราคาไม่ถึงครึ่งตั๋วหนัง ผมสงสัยจริงๆ ว่าทำไมคนทำหนังถึงจินตนาการเรื่องใหม่ๆ ไม่ได้ ทั้งที่หนังสยองขวัญเป็นเจนร์ที่สร้างสรรค์ได้ไม่รู้จบ ดูแล้วรู้สึกชื่นชมคนที่ลองทำอะไรแตกต่างแม้จะพลาด มากกว่าพวกที่ผลิตหนังซ้ำๆ แบบนี้ออกมา
อย่างแรกต้องบอกเลยว่าผมไม่ใช่คนเขียนรีวิวเก่ง ๆ แต่ที่บอกได้เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้คือมันสนุกและดึงดูดฉันตั้งแต่ต้นจนจบ แม้โครงเรื่องพื้นหลังจะไม่สุดยอด แต่ก็พอให้รู้จักตัวละครมากขึ้นหน่อย ส่วนตัวฉันไม่ค่อยสนใจด้านการแสดงออกทางศิลปะในหนังเท่าไร ถ้าดูแล้วเพลิน ไม่คิดเรื่องอื่นระหว่างดู ก็ถือว่าจับใจฉันได้อยู่แล้ว สรุปคือถ้าคุณชอบหนังแนวนี้และไม่คาดหวังผลงานระดับบล็อกบัสเตอร์อลังการ ก็เชื่อว่าคุณจะสนุกกับเรื่องนี้แน่นอน
พูดจริงๆ นะทุกคน ตัวอย่างหนังนี่เปิดเผยทุกอย่างตูมตามต่อหน้าต่อตาเราเต็มๆ 2 นาที ทั้งฉากผี ฉากหลอน สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครทุกอย่าง พอมาดูในหนังจริงๆ คุณจะนึกได้เลยว่า 'เฮ้ย ฉากนี้อยู่ในตัวอย่างแล้วนี่ น่าจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น' แบบ...อืม! คิดว่าน่าจะพอใช้ได้ แต่พอดูจริงนี่แม่เจ้า...ไม่...แย่สุดๆ หนังทำให้ฉันต้องลุกออกจากโรงกลางคันเลย มีปัญหามากจนบอกไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน กล้องสั่นแบบมือถือตลอดเวลา ฉากหลอนตบหน้าทุก 5 นาที พระที่ทำตัวไม่เหมือนพระ แม่ชีที่ทำตัวไม่เหมือนแม่ชี CGI ระดับนักเรียนมัธยม ตัวละครที่ควรให้เราสนใจแต่กลับไม่สน พัฒนาตัวละครไม่มีเลย พล็อตย่อยที่คิดว่าคนดูจะตามทัน แล้วก็จบ! ดูหนังผีเข้าเจ้าหมดไปทั้งดีและแย่ แต่เรื่องนี้นี่...อายแทนหนังเรื่องนี้ ไม่ควรเอามาฉายในโรง ไม่ควรแม้แต่ในสตรีมมิง อาจพอเป็นหนังสั้นในยูทูบได้ แล้วไงล่ะ? ไม่เข้าใจว่าทำไมฮอลลีวูดทำแบบนี้กับเรา ไม่ใช่แค่ทำหนังแย่ๆ เอาเงินเรา แต่คือตัดตัวอย่างยาว 3 นาที แถมสปอยล์ทั้งเรื่อง! ถ้าแสดงหมดแล้วในตัวอย่าง จะให้คนดูหนังไปทำไม? ทำตัวอย่าง 30 วินาทีก็เร้าใจได้ ไม่ต้องสปอยล์ มันไม่ได้ยาก แต่ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ดีที่ไม่ต้องเป็น 'เหยื่อ' ของหนังเรื่องนี้ ฉันแค่ขอ 'สวดมนต์' ขอเงินคืนดีกว่า...
เพิ่งดูหนังรอบตัวอย่าง Prey For The Devil (2022) ไป เพราะต้องสัมภาษณ์นักแสดงบางคน บอกเลยว่าสนุกมาก! หนังทำได้ดีทั้งการกำกับและการแสดง หนังสยองขวัญส่วนใหญ่ที่ดูที่บ้านมักไม่ค่อยสะกิดใจเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ทำได้ดีเลยล่ะ แม้ธีม 'การเข้าสิง/ขับผี' จะไม่ใช่เรื่องใหม่และมีมา几十年แล้ว แต่ Prey For The Devil มีมุมพลิกและเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เรื่องเดินหน้าไม่น่าเบื่อ แจ็กควอลีน ไบเยอร์ส แสดงได้เปราะบางมาก ส่วนโพซี่ เทย์เลอร์ ก็ทำได้น่าประทับใจ บางมุมก็น่ารัก บางมุมก็น่าขนลุก คริสเตียน นาวาร์โร ตัวพระเอกก็แสดงได้เห็นใจมาก ดีที่ได้เห็นเขาเติบโตจากบทบาทวัยรุ่นมาสู่บทแบบนี้ ส่วนคอลิน ซัลมอน และเวอร์จิเนีย แมดเซ็น ก็ทำได้ดีเช่นกัน แม้บทบาทจะไม่มากนักนอกจากการให้ข้อมูลหรือเป็นเสียงค้าน แต่ก็ดีใจที่ได้เห็นพวกเขาในโปรเจกต์สยองขวัญอีกครั้ง โดยรวมถือว่าหนังเรื่องนี้น่าตื่นเต้น ดำเนินเรื่องได้ดี และสนุกจนน่าติดตาม!
เป็นแบบนี้ทุกปีเลยเนอะ! พอถึงฮาโลวีนก็ต้องมีหนังการเข้าสิงเต็มไปด้วยฉากกระตุ้นตกใจและคลิชเ่ช่เดิมๆ ซ้ำจนสูตรเรื่องดูตลกเสียเอง แม้คนดูรุ่นใหม่จะยังแห่ดูเพราะนี่คือทางเลือกนอกเหนือจาก 'ฮาโลวีน 37' หนังเรื่องนี้ก็ยังเดินทางเดิม - โครงเรื่องตื้นเขิน อาศัยแต่ CGI และฉากหลอนยัดเยียดทุกนาที ความพยายามใส่转折แปลกใหม่ก็จบไม่เข้าท่า นักแสดงก็ระดับเอ็มทีวี งานกล้องก็ซ้ำ模式เดิม สรุปคือหนังเข้าสิงธรรมดาๆ ที่ไม่เหลืออะไรให้จดจำ
ไม่อยากเชื่อเลยว่าหนังแบบนี้ได้ฉายในโรงและกำลังจะวางขายแบบดีวีดี ในเมื่อหนังดีๆ อย่าง ‘Prey’, ‘Hellraiser 2022’, ‘Fresh’ กลับถูกโยนไปสตรีมมิงเฉยๆ! ปัญหาหลักของ ‘Prey for the Devil’ คือ มันธรรมดาและไม่สร้างสรรค์เลย หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรใหม่ ซ้ำยังไม่เสนออะไรแตกต่างไปจากเดิม ผมไม่อยากติงหนังแรงขนาดนี้ เพราะในฐานะนักเรียนหนัง ผมอยากเห็นงานสร้างสรรค์หลากหลาย แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องที่ออกมาจะดีเสมอไป ต้องยอมรับงานภาพที่พยายามช่วยให้หนังดูดีขึ้น ส่วนตัวคิดว่าคนทำบทและโปรดิวเซอร์นี่แหละที่ควรรับผิดชอบ ผมชอบหนังผีสิงแบบ ‘The Conjuring’ ที่ทั้งตื่นเต้นและมีชั้นเชิง แต่ ‘Prey for the Devil’ อาศัยแค่การกระโดดหลอกแบบตื้นเขิน บทพูดแข็งกระด้าง และตัวละครที่ไม่น่าเชื่อถือเลย (แบบไม่เห็นเชื่อว่าพวกเขาอยากมาเรียนอะไรแบบนี้เลย) หวังว่าหนังผีสิงเรื่องต่อไปจะกล้าแตกต่าง ไม่ก็อย่าทำเลย เอาเวลาและเงินไปลงโครงการอื่นดีกว่า
5.1

The Unholy (2021) เทวาอาถรรพ์
5.2

The Possession Of Hannah Grace (2018) ห้องเก็บศพ
6.1

The Pope’s Exorcist (2023) โป๊ปปราบผี
5.3

The Invitation (2022) วิวาห์ผวา
5.3

The Offering (2022) มันสิงอยู่ในร่าง
5.8

Sister Death (2023) ซิสเตอร์เดท
5.6

The Nun 2 (2023) เดอะ นัน 2
4.8

Tarot (2024) ทาโร่ต์ ไพ่เรียกผี
5.5

Insidious The Red Door (2023) วิญญาณตามติด ประตูผีผ่าน
5.1

The Deliverance บ้านปลดวิญญาณ (2024)
5.9

Cobweb (2023) ปริศนาใยแมงมุม
6.8

Pattaya Maniac (2004) สายล่อฟ้า
6.7

Kathal A Jackfruit Mystery (2023) คดีวุ่น ขนุนอลเวง
7.1

Saripodhaa Sanivaaram (2024) เสาร์คลั่ง
7.2

71-Into The Fire (2010) สมรภูมิไฟล้างแผ่นดิน
7

The Boys in the Boat (2023)
7

Phineas and Ferb the Movie: Candace Against the Universe (2020)
6

I’m Totally Fine (2022)
7.8

Jujutsu Kaisen 0 (2021) มหาเวทย์ผนึกมารซีโร่
7.3

Zombie Detective (2020) ซอมบี้นักสืบ
3.9

Crescent City (2024)
6.1

Romeo Must Die (2000) ศึกแก๊งมังกรผ่าโลก
7.3

Tierra Incognita (2022)