
เรื่องย่อ Phineas and Ferb the Movie: Candace Against the Universe (2020) ฟีเนียสกับเฟิร์บออกเดินทางเพื่อช่วยแคนเดซ พี่สาวของพวกเขา จากการถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว

พี่น้องนักประดิษฐ์ผู้โด่งดังรู้ดีว่าวันนี้พวกเขาจะทำอะไร พวกเขาจะไปช่วยน้องสาวจากการถูกลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาว
ไพน์เนสกับเฟิร์บเดินทางข้ามกาแลคซีเพื่อช่วยแคนเดซพี่สาวที่ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว ไปยังโลกยูโทเปียบนดาวเคราะห์ห่างไกล ที่ซึ่งเธอไม่ต้องมารำคาญกับน้องชายอีกต่อไป
นี่คือหนึ่งในภาพยนตร์長編จากการ์ตูน Disney Channel ที่ทำได้ดีมากๆ เช่นเดียวกับ Phineas and Ferb ตอน Across The 2nd Dimension ภาพยนตร์หลายเรื่องมักพึ่งพา'แอ็คชั่น規模ใหญ่' โดยไม่ยึดติดกับแก่นแท้ของซีรีส์จริงๆ เนื่องจากกลัวว่าจะดูเหมือนตอนพิเศษทางทีวีที่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม Candace Against The Universe แตกต่างออกไป เพราะสามารถเล่าเรื่อง長編ที่น่าติดตามได้ พร้อมยังคงอารมณ์ขันและจินตนาการสุดเพี้ยนของซีรีส์ต้นฉบับไว้ได้อย่างดี แถมยังมีเรื่องราวอบอุ่นใจและข้อคิดดีๆ ในตอนจบ ทำให้เป็นภาพยนตร์เด็กที่สนุกสนานและน่าประทับใจสำหรับทุกคน แต่ที่สำคัญที่สุด ถ้าคุณไม่เคยดู Phineas and Ferb มาก่อน คุณอาจจะงงตั้งแต่ต้นเรื่องเลยล่ะ ต้องชมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ออกแบบมาสำหรับแฟนๆ ซีรีส์เดิมโดยเฉพาะ โดยไม่เสียเวลาอธิบายตัวละคร ประวัติหรือความสัมพันธ์ใดๆ ทำให้เรื่องราวพุ่งเข้าสู่แอ็คชั่นทันที ใช้เวลาทุกวินาทีจากความยาว 86 นาทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเล่าเรื่องตื่นเต้นเร้าใจ แต่ถ้าไม่เคยดูซีรีส์มาก่อน คุณอาจจะสับสนกับทุกสิ่ง ตั้งแต่ความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่าง Candace กับน้องชาย ไปจนถึงเหตุผลที่มีตัวตุ่นสายลับเป็นสัตว์เลี้ยง ในทางกลับกัน แฟนๆ จะดีใจที่ได้เห็นการอ้างอิงถึงการ์ตูนต้นฉบับมากมาย พร้อมการฟื้นฟูคุณภาพหลักของซีรีส์ได้อย่าง верный ไม่เหมือน Across The 2nd Dimension ที่จริงจังเกินไป Candace Against The Universe คือตอนพิเศษ長編ของซีรีส์ ที่ยังคงความตลก จินตนาการและความอบอุ่นไว้ครบถ้วน แม้จะมี科幻และแอ็คชั่นที่ไม่ได้เห็นในตอนปกติ 10 นาที แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นรองความสนุกหลักของเรื่อง จากมุขตลกแบบไม่ตามตรรกะ ไปจนถึงช่วง драмаอบอุ่นใจที่คาดไม่ถึง ภาพยนตร์เรื่องนี้มีทุกสิ่งที่คุณรักในซีรีส์ ยกเว้นเพียงเพลงติดหูบางส่วน แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าดูที่สุดคือการไม่ยึดติดกับตัวเองมากเกินไป เนื้อเรื่องอาจไม่ตื่นเต้นสะเทือนใจ แต่บันเทิงและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง แม้บางช่วงจะดูไม่สมเหตุสมผลเลย เมื่อรวมกับบทที่เชื่อมั่นในความผูกพันของ观众กับตัวละคร ก็ทำให้ Candace Against The Universe เป็นเรื่องราวสนุกสนานที่ดูแล้วมีความสุขตั้งแต่ต้นจนจบ
ฉันรักเรื่องราวของไพเนสกับเฟิร์บ แม้เพลงในเรื่องนี้ไม่ค่อยน่าจดจำ และตัววายร้ายก็ไม่ได้น่าสนใจเท่าที่ควร แต่ฉันก็ยังชอบหนังเรื่องนี้อยู่ดี โดยเฉพาะส่วนที่พูดถึงแคนเดสมากขึ้น อาจจะไม่มีเพอร์รี่ เพลทิปัสปรากฏตัวบ่อยเท่าที่หวัง แต่ก็ขำที่ดูฟ์ได้มาอยู่กับเด็กๆ ส่วนเสียงของเฟิร์บดูแปลกๆ อาจจะเป็นเพราะเปลี่ยนนักพากย์มาแล้ว สรุปภาพรวมก็ถือว่าดี น้องชายฉันชอบมากเลย ให้ 7/10
Phineas and Ferb the Movie: Candace Against the Universe (2020) เป็นภาพยนตร์ที่เรียกความ nostalgic ได้เต็มเปี่ยมสำหรับแฟนพันธุ์แท้ตัวจริง จังหวะเรื่องเปิดตัวเร็วไปหน่อยแต่โดยรวมถือว่าลื่นไหล ทุกองค์ประกอบตั้งแต่เวลาตลก อารมณ์ขัน ไปจนถึงเพลงประกอบ ล้วนดึงดูดให้คุณติดหนึบกับเก้าอี้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยสรุปคือหนังสนุกๆ ที่ควรดูสักครั้งเพื่อเติมความบันเทิงแบบเน้นๆ
น่าประหลาดใจที่ได้เห็นว่าแม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหน แต่ Phineas และ Ferb ยังคงความน่าหลงใหลไว้ได้ เป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ ที่ได้เห็นกลุ่มเพื่อนกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
ฉันโตมากับการดูการ์ตูนเรื่องนี้ เลยรู้ว่าความรู้สึกส่วนหนึ่งมาจากความทรงจำเก่าๆ แต่ต้องบอกว่า... หนังเรื่องนี้ดีมากๆ เหมือนการรวมตัวเล็กๆ ของแฟนๆ และตัวละคร มีการอ้างอิงตอนเก่าๆ เยอะ ซึ่งคนที่ไม่ได้ดูมาตลอดอาจไม่เข้าใจ แต่ไม่น่าจะเสียอรรถรสการดู มีมุกตลกดีๆ แม้บางมุกอาจไม่ตลก ซึ่งก็เป็นปกติของหนังคอมเมดี้ ส่วนการอ้างอิงวัฒนธรรมป็อปบางจุดอาจทำให้หนังดูเชยในอนาคต (แค่ใส่ให้รีวิวดูโบราณตามหนังนะ) การดำเนินเรื่องดี ไม่หลุดโฟกัสช่วงท้ายมากเกินไป แม้จะหลุดนิดหน่อย แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะตัวเองเริ่มรู้สึกไม่สนใจตอนช่วง 45 นาทีหรือเปล่า (เป็นแบบนี้ทุกเรื่องอยู่แล้ว) เนื้อเรื่องคาดเดาได้ แต่ไม่น่าเสียอรรถรสเท่าไร โดยรวมสนุกดี ดูกับครอบครัวแล้วเฮฮา เหมาะสำหรับดูในคืนหนังครอบครัว
ฉันไม่รู้สึกอายเลยที่จะบอกว่าฉันเป็นผู้ชายอายุ 43 ปี แต่ยังตื่นเต้นกับการ์ตูนเรื่องนี้อยู่!!!!! มันสุดยอดทุกด้านจริงๆ!!!! ทั้งฉันและลูกๆ ต่างก็ชอบซีรีส์นี้มากเช่นกัน!!! พวกเขาต้องกลับมาสร้างต่อแน่นอน!!!
ตอนเด็กๆ ฉันชอบการ์ตูนเรื่องนี้มากๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ทำให้ฉันและครอบครัวผิดหวังเลย
ฉันรักซีรีส์ต้นฉบับมาก แต่หนังเรื่องนี้ทำร้ายความรู้สึกจริงๆ.. ฉันอยากให้มันดีนะ แต่มันไม่ดีเลย ฉันรู้สึกเศร้าและผิดหวังมาก
การ์ตูนเรื่อง Phineas and Ferb (2007-2015) เป็นซีรีส์สุดเจ๋งบน Disney Channel ที่แนะนำให้ดูถ้ายังไม่เคยลอง ส่วนภาพยนตร์เรื่องแรก Phineas and Ferb the Movie: Across the 2nd Dimension (2011) ก็สนุกไม่แพ้กัน พอรู้ว่าจะมีภาคสอง Phineas and Ferb the Movie: Candace Against the Universe (2020) ออกมาหลังจบซีรีส์ 5 ปี แถมยังได้ดูแคนเดซเป็นพระเอกครั้งแรก ก็ตื่นเต้นมาก! หนังเรื่องนี้คือการกลับมาอย่างสมบูรณ์แบบของแก๊งน้องชายนักประดิษฐ์กับพี่สาวจอมจุ้น ยังคงความเฮฮาและตัวละครสุดโปรดเหมือนเดิม ทั้งฟีเนียส เฟิร์บ แคนเดซ เพอร์รี เดอะ แพลทีปัส และวายร้ายตลกๆ อย่างดร.ดูเฟนส์เมิร์ตซ์ เรื่องเริ่มจากวันธรรมดาที่พวกเขาทำกิจกรรมประหลาดๆ ตามสไตล์ แต่จู่ๆ แคนเดซก็ถูกลักพาตัวไป ทำให้ทุกคนต้องออกตามหาในภารกิจสุดป่วน แอนิเมชันยังสวยสดใส มีมุขฮาๆ แบบฉบับ Phineas and Ferb ให้หัวเราะทั้งเรื่อง บางครั้งก็มีเกร็ดล้อเลียนตัวเองแบบขำขัน ส่วนเพลงก็ติดหู ถูกจังหวะ และเสริมอารมณ์ได้เหมาะเจาะ ช่วง climax ตอนจบก็ดุเดือดสมคำร่ำลือ ปิดท้ายด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ แนะนำให้ดูซีรีส์และหนังภาคแรกให้จบก่อน แล้วค่อยมาสนุกกับภาคนี้แบบเต็มอิ่ม!
ฉันชอบดูรายการนี้มาก!! ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง 'แคนเดซ ปะทะ จักรวาล' คืออนิเมชั่นทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่โดยรวมแล้วฉันก็ชอบมันนะ กลุ่มเพื่อนๆ นี่ควรกลับมาอีกแน่นอน
เพิ่งดูหนังเรื่องนี้เสร็จ สุดยอดมาก! ทำให้ฉันย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ เนื้อเรื่องแน่นด้วยแอคชัน ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลมาก ตัวละครก็เจ๋ง เพลงก็เพราะ โอ้พระเจ้า เพลงเหล่านี้คือเพลงที่ดีที่สุดที่เคยได้ยินจากฟีเนียสกับเฟิร์บเลยล่ะ ดีขนาดที่ฉันสั่งซื้อซาวด์แทร็กล่วงหน้าเพื่อฟังอีกครั้ง ฉันรู้ว่าวันนี้คุณจะทำอะไร ไปดูหนังเรื่องนี้บน Disney+ กันเถอะ!
หลังจากดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้ ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ดู แต่พอได้ดูจริงกลับพบว่าเป็นหนังที่ทำออกมาได้น่าอึดอัด ไม่สนุกเหมือนที่คิด ฉันโตมากับการดู Phineas and Ferb และหวังว่าจะได้สัมผัสความน่าประทับใจแบบเดิม แต่กลับได้เจอแต่มุกซ้ำๆ เพลงก็ไม่ให้ความรู้สึกแบบเก่า แถมตลกก็ไม่ขำเลย เรียกได้ว่าไม่หัวเราะสักครั้ง! แต่อย่างน้อยก็ต้องให้เครดิต Disney ที่ยังผลิตเรื่องนี้ออกมา แม้หนังจะไม่สนุก แต่ก็ทำให้คิดถึงความหลังอยู่บ้าง แนะนำให้ดูนะ แต่เตรียมใจรับความผิดหวังไว้ด้วยละ :)
ต้องบอกเลยว่าตอนเด็กๆ ฉันไม่เคยดูซีรีส์นี้มาก่อน และตอนนี้อายุ 21 แล้วก็คิดว่าไม่น่ามาเริ่มดูตอนนี้ แต่ด้วยความเบื่อเลยตัดสินใจดูหนังเรื่องนี้ และต้องบอกว่าพอใจกับผลงานที่ได้ในระดับนึง เรื่องราวก็ดี มีช่วงเวลาครอบครัวที่น่าประทับใจ เด็กๆ และแฟนๆ เก่าๆ คงจะสนุกและมีความสุขไม่ว่าจะดูบนหน้าจอใหญ่หรือเล็ก ส่วนอนิเมชั่นก็ถือว่าใช้ได้กับงบประมาณที่มี และการพากย์เสียงก็ทำได้ดีมากๆ เพราะเป็นซีรีส์ที่ไม่ดังมากและไม่ได้มีงบประมาณสูงเหมือนโปรเจกต์อนิเมชั่นใหญ่ๆ

The Crown Season 5 (2022) เดอะ คราวน์