
เรื่องย่อ Shania Twain Not Just a Girl (2022)ตั้งแต่นักแสดงหน้าใหม่จากแนชวิลล์ไปจนถึงไอคอนระดับนานาชาติ นักร้อง Shania Twain ก้าวข้ามแนวเพลงข้ามพรมแดนท่ามกลางชัยชนะและความพ่ายแพ้ในสารคดีเรื่องนี้

จากนักร้องใหม่ในแนชวิลล์สู่ไอคอนระดับโลก ชานิ娅 ทเวน นักร้องผู้ล้ำยุค ข้ามพรมแดนดนตรีท่ามกลางความสำเร็จและอุปสรรคในสารคดีเรื่องนี้
จากนักร้องใหม่ในแนชวิลล์สู่ไอคอนระดับโลก ชานิ娅 ทเวน นักร้องผู้ล้ำยุค ข้ามพรมแดนดนตรีท่ามกลางความสำเร็จและอุปสรรคในสารคดีเรื่องนี้
สิ่งที่ฉันรู้เกี่ยวกับ Shania Twain คือตอนฉันเป็นวัยรุ่นฮอร์โมนพลุ่งพล่าน เธอดูสวยสุดๆ และยั่วยวนฉันด้วยเพลง 'You Don't Impress Me Much' ฉันชอบเพลงของเธอแต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นแฟนพันธุ์แท้ สารคดีนี้เริ่มจากชีวิตยากจนของเธอ ผ่านช่วงยุคทอง การเผชิญวิกฤตสุขภาพร้ายแรงหลังสุด และการกลับมาพร้อมอัลบั้มรวมฮิตปี 2022 ที่มีเพลงใหม่แถม...นี่เธอกำลังคัมแบ็กเหรอ? ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนสายไป แต่ใครจะไปรู้ บางทีก็มีเซอร์ไพรส์ สารคดีให้ข้อมูลดีแต่ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกใกล้ชิดตัวตนเธอมากขึ้น น่าสงสารตอนได้ยินว่าโรค Lyme ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตเธอ แต่หลังดูจบ ฉันไม่เข้าใจเธอมากขึ้น แค่รู้ข้อมูลเพิ่มเท่านั้น ส่วนที่ฉุนเฉียวคือช่วง 'ผู้เชี่ยวชาญ' ที่พยายามตีตราเรื่องการเมืองใส่ชีวิตเธอ ทั้งที่ตัวเธอบอกชัดว่าแค่อยากแสดงตัวตน ไม่ใช่เล่นเกมการเมือง ส่วนตัวฉันชื่นชมความยึดมั่นของเธอ เธอเป็นนักสตรีนิยมก่อนที่มันจะฮิต และพิสูจน์ด้วยการกระทำ ไม่ใช่แค่พูดลอยๆ แต่ส่วนที่คนอื่นยัดวาระสังคมมาให้ในสารคดี รู้สึกหลุดประเด็นและน่ารำคาญสุดๆ สรุปคือ ถ้าเพิกเฉ�พวกนักพูด แล้วโฟกัสที่เนื้อเรื่องหลัก คุณจะประทับใจ Shania Twain มากขึ้นแน่นอน
‘Shania Twain: Not Just a Girl’ โดย Joss Crowley คือสารคดีเพลงที่ทำออกมาดีและน่าสนใจ เจาะลึกเส้นทางอาชีพของตำนานนักเพลงคันทรี่ระดับตำนาน แม้คนที่ติดตามชีวิตและผลงานของ Twain มาก่อนอาจไม่เจอข้อมูลใหม่ แต่บางส่วนของการสัมภาษณ์ก็ให้มุมมองลึกซึ้งน่าคิด
การได้เห็นเรื่องราวของ Shania Twain ที่เธอเล่าด้วยตัวเองนั้นช่างน่าประทับใจ เราได้เห็นจุดเริ่มต้นอันเรียบง่าย ความกล้าหาญ และการลุกขึ้นสู้ของเธอ ฉันโตมากับการฟังเพลงสุดอมตะของเธอที่ทั้งติดหู มีทำนองไพเราะ และขับร้องได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอคือตำนานทางดนตรีที่แท้จริง ฉันได้รู้จักเธอมากขึ้นทั้งเรื่องการต่อสู้กับอุปสรรคในชีวิต แม้จะประสบความสำเร็จระดับโลก แต่เธอยังคงเป็นคนเรียบง่ายและเป็นตัวเอง ไม่คิดว่าหนึ่งในปัญหาที่เธอเผชิญคือโรคไลม์ที่ส่งผลต่อเสียงเพรียวเอกลักษณ์จนเกือบต้องลาจากวงการ ต้องยอมรับความกล้าหาญที่เธอกลับมาสร้างตำนานอีกครั้งด้วยแรงสนับสนุนจากคนรอบตัว การได้ดูเธอเล่าเรื่องชีวิตตัวเองอย่างตรงไปตรงมาทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่แค่นักร้องเสียงดี แต่เป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความเข้มแข็งและจิตใจงดงาม
บอกเลยว่าคุ้มค่าที่ต้องดู! เชเนียทำได้สุดยอดมาก! งานนี้รีวิวแต่ละอัลบั้มแบบเจาะลึก พร้อมบอกเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้น รวมทั้งประวัติชีวิตส่วนตัวและเส้นทางฝ่าฟันสู่ความสำเร็จ เธอคือผู้หญิงแกร่งที่เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจให้ศิลปินทุกคน "You’re Still the One" ยังคงเพลงรักที่ตราตรึงใจ!
ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้แย่เลยนะ แต่รูปแบบก็เหมือนกับสารคดีชีวประวัติทั่วไปที่เคยเห็นมา แค่เอาชื่อชาเนียมาใส่ เพียงเท่านี้ก็ได้สารคดีแล้ว จริงๆ แล้วก็เป็นสไตล์เบื้องหลังดนตรีแบบที่เห็นกันจนชิน
สารคดีไม่ทุกเรื่องที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ทั้งซาบซึ้งและตื่นเต้น ฉันเป็นแฟนคลับของ Shania มาตลอด แต่ก็ยังได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับการต่อสู้ ความหลงใหล ความทุ่มเท และความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของเธอ เดิมทีฉันชื่นชอบเพลงของเธอ แต่ตอนนี้ฉันชื่นชอบในตัวศิลปินและผู้หญิงคนนี้อย่างแท้จริง เป็นเรื่องที่ดูแล้วยอดเยี่ยมมาก
ฉันชอบดูสารคดี แต่ช่วงนี้เนื้อหาส่วนใหญ่เขียนไม่ดี เล่าเรื่องกระโดดไปมาระหว่างช่วงเวลา และดำเนินเรื่องช้าเกินไปจนเสียอรรถรส ดูเหมือนแค่ต้องการเติมเวลาให้เต็มตั้งแต่ต้นจนจบ **แต่สารคดีเรื่องนี้ไม่ใช่!** เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ ฉันได้เรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับ Shania ที่ไม่เคยรู้มาก่อน เธอดูเป็นคนเรียบง่ายและน่าคบหา แม้จะมีโอกาสพูดร้ายแฟนเก่าหรือเพื่อนซี้เก่า แต่ Shania ก็เลือกจัดการด้วยความสง่างามแบบที่เธอเป็นเสมอ เธอคือนักสู้และแรงบันดาลใจที่แท้จริง!
ฉันชอบสารคดีเรื่องนี้มาก ถึงไม่ใช่แฟนตัวยงของเชเนีย แต่ก็ชอบเพลงส่วนใหญ่ของเธออยู่แล้ว พอมีเวลาว่างก็เลยลองดูซะหน่อย หลังดู Not Just A Girl แล้วรู้สึกเคารพเธอมากขึ้น เธอผ่านเรื่องราวชีวิตมากมายและสามารถก้าวข้ามมันมาได้ สุดยอดเลยเชเนีย!!!
เมื่อเปิดตัว 'Shania Twain: Not Just a Girl' (ฉายปี 2022; ความยาว 88 นาที) ผู้ให้ความเห็นต่างพากันชื่นชม Twain โดยหนึ่งในนั้นกล่าวว่า "เธอเป็นผู้บุกเบิกที่ผสมผสานดนตรีหลากสไตล์" จากนั้นเรื่องราวย้อนกลับไปที่ 'ทิมมินส์ ออนแทรีโอ' บ้านเกิดของ Shania ที่เธอเริ่มแสดงในบาร์ตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ... ณ จุดนี้ ภาพยนตร์เข้าสู่นาทีที่ 10 ข้อมูลเพิ่มเติม: สารคดีชีวประวัติเรื่องนี้กำกับโดย Joss Crowley ผู้มีผลงานสารคดีเพลงมาก่อนหน้า (เช่น เรื่องของ Elvis Costello, Hall & Oates) โดยเขานำเสนอเส้นทางความสำเร็จอันน่าทึ่งของ Shania Twain ที่พุ่งทะยานจากจุดเริ่มต้นธรรมดา (หลังอัลบั้มแรกล้มเหลวในปี 1993) สู่การปล่อย 3 อัลบั้มติดต่อกันที่มียอดขายระดับ diamond (เกิน 10 ล้านชุด) ได้แก่ The Woman In Me (1995), Come On Over (1997) และ Up! (2002) ก่อนที่เธอจะหายหน้าจากวงการกว่า 10 ปี สารคดีเรื่องนี้เล่าเรื่องตรงไปตรงมาแบบไม่มีลูกเล่น ประวัติความสัมพันธ์ทั้งด้านดนตรีและชีวิตส่วนตัวกับ Mutt Lange (ที่อายุมากกว่าเธอ 17 ปี) ถูกกล่าวถึงแต่ไม่วิเคราะห์ลึกซึ้ง รวมถึงไม่มีการอธิบายชัดเจนว่าทำไม Twain ย้ายไปแนชวิลล์ช่วงต้นยุค 90 สรุปแล้ว สารคดีชีวประวัติเรื่องนี้ปราศจากข้อถกเถียงใดๆ และอาจด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ขาดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับตัวตนของ Shania Twain ผู้เขียนเคยชมการแสดงสดของเธอครั้งเดียวในทัวร์ Up! ปี 2004 ที่สนามเต็มcapacity เธอแสดงได้สมบูรณ์แบบราวเครื่องจักรที่ทำงานอย่างละเมียดละไม ปัจจุบัน 'Shania Twain: Not Just A Girl' ฉายบน Netflix หากคุณเป็นแฟนตัวยงหรือแค่ชื่นชอบผลงานของเธอระดับทั่วไป ลองหาดูเพื่อตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ควรปรับระดับความคาดหวังให้เหมาะสม
ไม่ได้ตั้งใจเล่นคำเลย และฉันก็เกือบประหลาดใจที่สารคดีไม่ได้ใช้ชื่อเพลงนั้น แต่สารคดีไม่ได้โฟกัสแค่เพลงเดียว (เธอมีเพลงฮิตอีกหลายเพลง) แต่เป็นการเล่าถึงชีวิตวัยเด็กและการเติบโตในวงการดนตรีของเธอ ความหมายของพ่อแม่ต่อชีวิต วิธีที่เธอก้าวข้ามขีดจำกัด รวมถึงความคาดหวังของคนรอบตัวกับวิสัยทัศน์ของตัวเอง ฉันไม่ได้ติดตามเธอนานมาก แต่อิทธิพลของเธอในวงการดนตรีไม่ต้องพูดถึง! และสารคดีก็พิสูจน์ชัดเจน ตอนนี้ขอสารคดีของ Sheryl Crowe ด้วยนะ! คนแบบเธอก็สมควรได้เช่นกัน พลังดนตรีจากผู้หญิงต้องชนะ! แน่นอนว่าเธอได้รับคำชมและการยอมรับจากศิลปินคนอื่นๆ... สารคดีสั้นๆ แต่ค้นคว้าอย่างละเอียดยิบ
Let's Go Girls - 3 คำนี้จะติดตัว Shania Twain ไปตลอดกาลในความหมายดีๆ ที่สุด หญิงสาวผู้ต่อสู้จากชนชั้นแรงงาน ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นในสิ่งที่เธอรู้เสมอว่าต้องเป็น สารคดีที่ยอดเยี่ยมที่เจาะลึกความสามารถในการทำลายกรอบแนวเพลงของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ 👌
ต้องบอกเลยว่าเดิมฉันไม่ได้เป็นแฟนตัวยงของ Shania Twain เลยนะ แต่หนังเรื่องนี้ทำให้ฉันเห็นเธอในมุมใหม่ทั้งหมด สารภาพเลยว่าตอนนี้ฉันกลายเป็นแฟนแล้ว! เธอสุดยอดจริงๆ!! ดูแล้วคุ้มค่าแน่นอน
อย่างแรกเลย คุณต้องชอบเพลงของ Shania Twain ถึงจะรู้สึกถึงคุณค่าของสารคดีเรื่องนี้ ถ้าไม่ชอบทั้งตัวเธอและเพลงของเธอ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่คุณควรดูแน่นอน เธอคือหนึ่งในนักเขียนเพลง นักแสดง นักผลิตเพลง และนักร้องที่มีความสามารถที่สุดในวงการคันทรี เธอโดดเด่นในชาร์ตเพลงคันทรีในช่วงทศวรรษ 1990 ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำได้ดีมาก ถ้าเป็นแฟนคลับของ Shania ต้องดูเรื่องนี้เลย!
Passion (2012) พิศวาสรักลวงแค้น