
เรื่องย่อ Cracked (2022) ภาพหวาดรุจาสืบทอดภาพวาดจากบิดาผู้ล่วงลับของเธอ และจ้างทิม ช่างซ่อมศิลป์ให้ซ่อมแซม แต่ไม่รู้ว่างานศิลปะอันล้ำค่านี้มาพร้อมกับความสยองที่ประเมินค่ามิได้

รูจาได้รับภาพวาดมรดกจากพ่อผู้ล่วงลับและจ้างทิม นักซ่อมแซมศิลปะมาซ่อมแซม แต่พวกเขาไม่รู้ว่าศิลปะอันล้ำค่านี้มาพร้อมกับความสยองขวัญที่ประเมินค่าไม่ได้
คุณแม่ยังสาวว่าจ้างจิตรกรให้มาซ่อมแซมภาพวาด 2 ภาพที่เป็นมรดกตกทอดของผู้เป็นพ่อ แต่สิ่งที่ซ่อนเร้นภายใต้รอยแตกของภาพเหล่านั้นอาจหวาดผวาเกินกว่าที่ใครจะรับมือได้
เมื่อมีโอกาสได้นั่งดูหนังสยองขวัญ/ธริลเลอร์ไทยปี 2022 เรื่อง "Cracked" ผมก็ไม่รอช้า เพราะเป็นคนชอบดูหนังเอเชียอยู่แล้ว แม้ก่อนหน้านี้จะไม่เคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้ของสุรพงศ์ เพลินแสงมาก่อน เลยไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวยังไง โครงเรื่องของ "Cracked" ค่อนข้างตรงไปตรงมา บอกเลยว่าเป็นพล็อตที่ค่อนข้างธรรมดา ทีมนักเขียนอย่าง เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์, อนุสรา ดอนสว่าง, ปั้น หอมชื่น และสุรพงศ์ เพลินแสง ทำได้แค่โครงเรื่องเรียบๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น อย่าเข้าใจผิดนะครับ หนังไม่ได้แย่หรือโครงเรื่องไม่ดีเลย แค่ขาดพลังพอที่จะตราตรึงใจ ส่วนคนดูหนังสยองขวัญเก่าแก่แบบผมอาจรู้สึกว่าโครงเรื่องขาดองค์ประกอบสำคัญไปบ้าง แต่สำหรับผู้ชมใหม่ที่เพิ่งเริ่มดูหนังสยองขวัญไทย เชื่อว่า "Cracked" จะให้ความรู้สึกมืดหม่นและน่ากลัวได้ในระดับหนึ่ง ด้านภาพลักษณ์ "Cracked" น่าสนใจพอตัว ผมชอบเอฟเฟกต์ภาพและวิธีสร้างความตื่นเต้นผ่านการกระตุ้นความตกใจแบบฉับพลัน แม้จะดูธรรมดาแต่ก็ใช้ได้กับหนังเรื่องนี้ การแสดงใน "Cracked" ก็ทำได้ดี แม้ผมจะไม่คุ้นหน้าคณะนักแสดงมาก่อน แต่ทุกคนก็แสดงบทบาทได้เหมาะสมกับตัวละครและบทพูด สรุปแล้ว "Cracked" เป็นประสบการณ์ดูหนังสยองขวัญ/ธริลเลอร์ไทยระดับปานกลาง ดูได้ตามเกณฑ์แต่ไม่ถึงขั้นแนะนำให้คนชอบ genre นี้ต้องห้ามiss และคงไม่กลับมาดูซ้ำแน่นอน ให้คะแนน "Cracked" ที่ 5 เต็ม 10 ดาว
Cracked เป็นภาพยนตร์สยองขวัญไทยเกี่ยวกับบ้านผีสิง ที่นี่ไม่ใช่บ้านผีสิงแต่เป็นภาพวาดผีสิงแทน แต่ก็เหมือนกัน เนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรให้พูดถึงมากนัก ตอนเริ่มต้นมีความน่าขนลุกที่ค่อยๆ คืบคลาน (แต่ไม่น่าเบื่อ) มีฉากกระตุกขวัญบ้าง ฉากหลอนที่กลายเป็นแค่ฝันร้ายบ้าง เพื่อฆ่าเวลา แต่โครงเรื่องแทบไม่พัฒนาจนถึงช่วง climax แล้วก็ทำออกมาแบบง่อยๆ พยายามจะครบสูตรแต่กลับไม่สมบูรณ์ ตัวละครแบนเรียบไม่มีมิติ สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดของตัวเอกคือเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่รักลูกสาว นอกนั้นไม่มีบุคลิกอะไรอีก การแสดงของเด็กก็อ่อน แม้ดูผ่าน subtitle งานผลิตคุณภาพดีแต่รู้สึกตีกรอบและเรียบเกินไป จนคล้ายหนังสยองขวัญจีน (ซึ่งไม่ใช่คำชม) หนังไม่แย่ถึงขั้นดูไม่ได้ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าจดจำ
รูจาได้รับมรดกจากพ่อผู้ล่วงลับ รวมถึงภาพวาดล้ำค่าสองภาพ ทว่าภาพวาดที่ซ่อนความลับกลับเกิดความเสียหาย และเหตุแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นกับเธอกับลูกสาว หนังสยองขวัญไทยที่ premise เรื่องดีอยู่หรอก แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ กลับเล่าเรื่องและสร้างบรรยากาศสยองได้แบบ 'รับผิดชอบพอเป็นพิธี' ตอนต้นเรื่องยังมีคะแนนเสียงและบรรยากาศหลอนๆ แบบหนังสยองขวัญทั่วไป แต่พอถึงครึ่งเรื่องหลัง บรรยากาศกลับแบนเรียบ ไม่ได้หลอนเข้มข้น จุด jumpscare หรือความหลอนก็มาแวบเดียวหายวับ ทำให้ความรู้สึกสยองขวัญจางลงในพริบตา ส่วนเนื้อเรื่องก็รู้สึก 'ทำตามหน้าที่' premise เรื่องที่นำองค์ประกอบอดีตมาเป็นเงื่อนปมกลับไม่กระตุ้นความสงสัย ปรากฏแล้วหายไปแบบไร้น้ำหนักจนถึงจุด climax สิ่งที่พอสะกิดใจคือ twist ที่ซ้อนมาช่วงท้าย อาจจะดีแต่ก็แปลกๆ เพราะไม่ถูกปูทางมาตั้งแต่ต้น สำหรับผม Cracked คือหนังสยองขวัญที่ทำแค่ 'พอเรียบร้อย' สร้างบรรยากาศหลอนไม่สุด ความน่ากลัวและ jumpscare ก็มีน้อยเกินไป ความแปลกและหลอนในเรื่องก็ถูกนำเสนอแบบผ่านๆ ไม่ได้ซึมลึก เนื้อเรื่องไม่แน่น แต่ก็ไม่ถึงกับ slowburn บทพูดแบนราบ ไม่มีประโยคไหนช่วยเสริมอารมณ์สยอง เท่าที่ดูเหมือนหนังดราม่าแค้นเล็กๆ มากกว่า
จริงๆ แล้วสนุกกับการดูหนังเรื่องนี้มาก ผู้กำกับสามารถดึงความสนใจของฉันได้เพราะภาพยนตร์ถ่ายทำได้สวยงามมาก ถึงแม้เนื้อเรื่องจะดูปกติแต่การดำเนินเรื่องนั้นค่อนข้างดี ไม่มีฉากที่น่าเบื่อ ตัวละครก็พัฒนาดี งานกล้องดี ทุกฉากดูสวยมาก ฉากตกใจก็ค่อนข้างน่ากลัว ไม่ได้ดูถูกๆ แค่ให้สะดุ้ง ภาพวาดในเรื่องก็ทำให้รู้สึกหลอนได้อยู่แล้ว นักแสดงนำหญิงทำได้ดีมาก ส่วนนักแสดงเด็กก็น่ารักและสวย นับเป็นอีกผู้กำกับที่เพิ่มเข้าไปในลิสต์คนโปรด จะติดตามผลงานต่อไป หวังว่าคงเป็นหนังสยองขวัญเพราะเป็นแนวที่ชอบ โดยรวมแล้วยกนิ้วให้ผู้กำกับคนนี้!
ถ้าคุณกำลังมองหาเรื่องราวใหม่ๆ ลองดูหนังไทย ฮ่องกง หรือจีนดูนะ แล้วหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น! เรื่องย่อ: รุจาและลูกสาวอย่างราเชลกำลังเผชิญวิกฤตการเงิน จนเธอได้รับสายให้กลับจากนิวยอร์กมาประเทศไทยเพื่อส่งมอบภาพวาดล้ำค่าของพ่อที่เพิ่งเสียชีวิต ซึ่งมีมูลค่าเป็นล้าน ให้กับเพื่อนพ่อของเธอ โดยมีทิม นักวาดภาพ มารับหน้าที่บูรณะภาพก่อนขาย ทว่าทั้งคู่เริ่มพบเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในบ้าน โดยเฉพาะในสตูดิโอวาดภาพ หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ไม่นาน ความเห็นส่วนตัว: รับรองว่าคุณจะต้องประหลาดใจกับพลิกลุ้นในเรื่องนี้! ตอนที่พลอตเรื่องเปลี่ยนแนวฉันถึงกับอึ้งไปเลย หนังดำเนินเรื่องได้น่าสนใจตลอด แม้ช่วงกลางจะรู้สึกยืดเยื้อไปหน่อยโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน แต่พอถึงตอนจบคุณจะเข้าใจว่าทำไมถึงต้องมีฉากเหล่านั้น รวมถึงองค์ประกอบบางอย่างที่ทำให้เนื้อเรื่องซับซ้อนขึ้น ฉันแนะนำให้ดูมากกว่า 1 รอบ รับรองคุณจะหลงรักหนังเรื่องนี้!
The One Hundred (2022) 100 ขา
Civil War (2024) วิบัติสมรภูมิเมืองเดือด