
Christmas on Mistletoe Farm (2022) คริสต์มาสใต้ต้นรัก หลังจากสืบทอดฟาร์มในช่วงคริสต์มาส พ่อที่เป็นหม้ายได้ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในหมู่บ้าน ในขณะที่ลูก ๆ ของเขาวางแผนที่จะอยู่ที่นั่นตลอดไป

พ่อม่ายลูกติดได้รับฟาร์มเป็นมรดกช่วงคริสต์มาส ทั้งครอบครัวต้องปรับตัวเข้ากับชีวิตชนบทอย่างยากลำบาก ในขณะที่ลูกๆ แอบวางแผนจะอยู่ที่นี่ไปตลอด
พ่อม่ายลูกติดได้รับฟาร์มเป็นมรดกในช่วงคริสต์มาสพอดิบพอดี ทั้งครอบครัวจึงต้องปรับตัวขนานใหญ่กับวิถีชาวไร่ แถมลูกๆ ของเขายังรวมหัวกันวางแผนเพราะหวังจะอยู่ยาว
ผมดูหนังเรื่องนี้โดยไม่คาดหวังอะไร นอกจากอาจเป็นหนังรักคอมเมดี้แบบน้ำเน่าๆ แต่กลับกลายเป็นเรื่องตลกสุดเพี้ยนที่ผมหัวเราะแบบบ้าคลั่ง! ผมดูต่อไปเรื่อยๆ เพื่อดูว่ามันจะแย่ลงอีกไหม... และมันก็ไม่ทำให้ผิดหวัง! คิดว่ามันทำมาให้เด็กประถมที่ชอบตลกสลับพุงดู ผมคอยคิดว่าเด็กน้อย Macaulay Culkin จะโผล่มาเมื่อไหร่ก็ได้ อาจเป็นหนังสนุกสำหรับเด็ก ถ้าเพิ่มไซ-ไฟนิดหน่อยก็คงเหมาะกับรายการ Mystery Science Theater แถมยังมีอ้างอิงกลุ่ม Village People เต็มไปหมด ส่วนธีมคาวบอยแบบที่คนลอนดอนที่ไม่เคยออกจากเมืองอาจจะคิดขึ้นมาได้ การแสดงแย่มาก แต่สัตว์น่ารักดี ส่วนเนื้อเรื่องก็ขาดความต่อเนื่อง รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เด็ก 8 ขวบก็เขียนและกำกับได้ง่ายๆ
ต่างจากหนังคริสต์มาสแบบอเมริกันสุดเห่อ ที่มักมีตัวละครสมบูรณ์แบบในคฤหาสน์ประดับดาวระยิบระยับ พร้อมเสื้อผ้าและของขวัญหรูที่ทำให้คนดูเวียนหัวกับความคาดหวัง...เพราะนี่คือหนังอังกฤษ! เรื่องราวเกิดขึ้นในฟาร์มชนบททางใต้ของลอนดอน ที่พ่อหม้ายทำงานหนักกับลูกทั้งห้าคนต้องมาอยู่ในฟาร์มที่เพิ่งรับมรดกจากพ่อแท้ๆ ที่ไม่เคยสนใจกันมาก่อน ความฮาเริ่มเมื่อขาด Wi-Fi ในยุคที่ต้องทำงาน ส่วนเจ้านายในเมืองก็บีบให้โปรเจกต์ใหญ่ที่สุดของบริษัทต้องเสร็จก่อน 24 ธันวาคม! แถมคนที่ต้องรับหน้าที่คือพ่อคนนี้เอง! ไม่ขอสปอยล์มาก แค่บอกว่าเรื่องนี้เหมาะกับเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่童心仍在 เพราะเต็มไปด้วยความวุ่นวายระดับพรีเมียมแต่ก็มีมนต์ขระ แม้การผลิตจะดูมือสมัครเล่นหน่อยๆ อย่างช่างกล้องที่ใส่กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน หรือไฟที่สว่างจ้าเกินไป แต่แสงสีและของตกแต่งคริสต์มาสก็ทำให้คนขี้หงุดหงิดอย่างผมยอมใจได้ เนื้อเรื่องไม่ต้องคิดมาก แค่รับชมความสุขเล็กๆ แนะนำเล็กน้อย
ใช่ หนังเรื่องนี้ดูติสท์แตกและไม่สมจริงเอาซะเลย แต่บ้านในเรื่อง สัตว์ต่างๆ และเครื่องแต่งกายก็น่ารักมาก ผมว่าเมืองคอบเบิลดอนนี่ต้องมีเอลฟ์วิเศษคอยถักทอเสื้อผ้าสีสันสดใส หมวกไหมพรม และผ้าห่มลายเพี้ยนๆ ให้ตัวละครใส่ตอนกลางคืนแน่ๆ แม้พลอตเรื่องจะดูเวอร์ๆ แต่ก็สนุกที่ได้เห็นสไตล์การแต่งตัวสุดครีเอทของตัวละคร และก็ปลาบปลื้มที่ทุกคนเจอคู่รักในตอนจบ เป็นหนังดีที่เหมาะดูตอนถักนิตติ้ง เพราะให้ความบันเทิงแบบเบาสมองที่ไม่ต้องจ้องจอตลอดเวลา
ฉันเป็นแฟนหนังคริสต์มาสน้ำเน่า แต่เรื่องนี้ไม่เข้าขั้น บอกตามตรงว่าหงุดหงิดและอารมณ์เสียหลายครั้ง มีการเล่นกับอารมณ์แบบเกินจริงทั่วทั้งเรื่อง แต่กลับถูกมองข้าม ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่ เนื้อเรื่องกระจัดกระจาย แม้ฉันจะชินกับหนังคริสต์มาสทั่วไป แต่เรื่องนี้เปลี่ยนฉากไปมาอย่างไม่ปะติดปะต่อ มีหนังคริสต์มาสดีๆ มากมาย อย่าเสียเวลากับเรื่องนี้เลย ตัวละครวุ่นวายสุดๆ ปกติฉันชอบหนังคริสต์มาสแทบทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้น่าผิดหวังมาก แทนที่จะเป็นหนังฟีลกู๊ด กลับทำให้ฉันเครียดครั้งแล้วครั้งเล่า
บทบรรยายไม่มีความสร้างสรรค์ เนื้อเรื่อง predictable มาก แม้ฉันชอบหนังคริสต์มาสแบบง่ายๆ ที่ดูเพลินๆ แต่เรื่องนี้แย่เกินรับไหว ตัวละคร 'บีโน' ทำตัวเหมือนคนปัญญาอ่อน ครูใหญ่ดูเหมือนแม่มดไม่ใช่คนจริงๆ ส่วนผู้จัดการบริษัทน่ารำคาญจนไม่น่าเชื่อว่ายังมีธุรกิจอยู่ได้ ชายเมืองต้องตะคอกใส่ชาวบ้านที่ขี่ม้าบนถนนแบบชนบท เด็กๆ ต้องใส่แว่นว่ายน้ำกับปีกนางฟ้าเพราะมาจากครอบครัวฮิปสเตอร์ ไม่มีตัวละครไหนน่าชอบเลย เนื้อเรื่องอ่อนแอ ไม่คุ้มค่าดูเกิน 30 นาทีแรก ผิดหวังมากเพราะคิดว่าจักได้เจอหนังคริสต์มาสสุดปังของอังกฤษ ถ้านี่คือหนังดีสุดแล้ว ฉัน宁愿จะเอามือตบก้นตัวเองดีกว่า หวังจะเจอหนังระดับ 'Nativity' แต่สุดท้ายก็ได้แต่สิ้นหวัง
พูดเลยว่า 1 ชั่วโมงครึ่งของชีวิตที่เสียไปแบบเสียดายแท้...! สิ่งดีๆ เพียงอย่างเดียวของหนังเรื่องนี้คือสัตว์ต่างๆ ที่แสดงได้ดีกว่าตัวนักแสดงมนุษย์ซะอีก ซึ่งน่าเสียดายเพราะตัวละครสองตัวในนั้นเคยอยู่ในซีรีส์ตลกดังของอังกฤษที่ตั้งอยู่ในคอสตาบลังกา ส่วนฉากที่ผู้จัดการนิสัยแย่ของตัวเอกและเพื่อนร่วมงานขับรถสีเงินมาถึงฟาร์ม ก็เห็นป้ายทะเบียนพิเศษที่ท้ายรถ แต่พอเห็นรถจอดที่ฟาร์ม กลับเป็นป้ายทะเบียนหน้าที่ต่างกันลิ้นหลุด! ทั้งที่สองฉากนี้ห่างกันแค่ไม่กี่วินาที จะไม่ให้สังเกตได้ยังไง!!
พอครอบครัวย้ายไปอยู่ฟาร์ม ฉันก็เริ่มดูและชอบมัน แถมหัวเราะดังหลายครั้งเลย... จนกระทั่งเด็กๆ (ที่น่ารักมาก) เจอคนงานฟาร์มชื่อบีโน่ ตัวละครนี้เล่นเกินบทแบบสุดขั้ว เหมือนจิม แคร์รี่เวอร์ชั่นอังกฤษที่เมายา! พลังงานเขาพุ่งระดับ 1000% ไม่หยุดพักเลย รับดูแทบไม่ไหว เหมือนเขาพยายามเลียนแบบโรบิน วิลเลียมส์ แต่ดันออกมาเป็นบทที่ฝึกมาเกินไป ไม่มีเสน่ห์การแสดงสดๆ แบบต้นฉบับ เราดูต่อได้แค่ 15 นาทีหลังเขาเข้ามา ก็ต้องยอมแพ้ เสียดายเพราะหนังมีแนวคิดดี แค่ปรับบทบีโน่ให้พอเหยียบเบรกบ้าง หรือเปลี่ยนให้นักแสดงตลกอังกฤษอย่างเดวิด ฟรอสต์มารับบท คงจะดีไม่น้อย
ดูเหมือนว่าบทวิจารณ์จำนวนมากที่นี่ไม่เคยดูผลงานของ Debbie Issit เลย โดยเฉพาะแฟรนไชส์ Nativity เรื่องนี้ทำตามสูตรเดิม: บทและเนื้อเรื่องที่โง่เง่า การแสดงแย่ การตัดต่อกระจัดกระจาย และเครื่องแต่งกายประหลาด แม้แต่โครงเรื่องก็เหมือนเดิมเกี่ยวกับพ่อที่ยุ่งเหยิงและตัวละครประหลาดแบบ 'Mr Poppy' ที่น่าขนลุก แต่ที่นี่แย่กว่าและดูเหมือนทำด้วยงบประมาณเพียง 100 ปอนด์ หนังตั้งเป้าให้เด็กเล็ก แต่สลับระหว่างตลกโปกฮากับประเด็นหนักๆ อย่างเพศสภาพและการสูญเสียพ่อแม่ ทำให้โทนเรื่องไม่เป็นเอกภาพ และไม่เชื่อว่าแม้แต่เด็กที่พอใจง่ายที่สุดจะสนุก ควรหลีกเลี่ยง!
น่ารักและตลกโง่ๆ หนังดราม่าและแสดงเกินจริง ซึ่งฉันคิดว่าเขาทำแบบนี้กันเอง บางทีมันอาจจะตั้งใจล้อเลียนหนังคริสต์มาสแนว 'ช่วยฟาร์ม' ที่มักมีจุด Climax เร้าใจแบบสุดเหวี่ยง บางคนอาจรู้สึกอึดอัดหรือรำคาญ แต่ฉันกลับชอบเพราะมันตลกและสนุก ฉันยิ้มได้ตลอดหนังเลย ส่วนสัตว์น่ารักๆ ทั้งลูกหมู ลูกแพะ ม้าน่ารักน่าทัก ก็ดึงดูดเด็กๆ แน่นอน ด้วยขนปุยและสีสันสดใส ส่วนคุณภาพการผลิตอาจต่ำไปหน่อย บางช่วงมีปัญหาการเชื่อมต่อ ไม่รู้ว่าเกิดจากหนังหรือเน็ตฟลิกซ์กันแน่!
ทุกปีฉันจะดูหนังวันหยุดที่คิดว่าน่าจะแย่ที่สุดของฤดูกาล แล้วเล่นเกมสนุกๆ ด้วยการให้คะแนนหนังตามความ predictable และน่าอึดอัด แต่หนังเรื่องนี้ทำลายทุกเรื่องที่เคยดูมาหมดเลย การแสดง? เจ๋งสุดๆ (แบบแย่ระดับตำนาน) ชุดแต่งตัว? เหมือนทีมงานหยิบหนังสือสอนถักโครเชต์ชื่อ 'โครเชต์น่าเกลียดที่สุดในโลก' มาใช้โดยไม่คิดอะไรเพิ่ม การใส่เสื้อคาวบอยประดับเพชรพลอย + ตัวละครบางตัวที่ดู queer แบบไม่ชัดเจน? สุดยอดจริงๆ! ฉันเชื่อในการเลี้ยงลูกแบบ gentle parenting และเป็นคนใจเย็น แต่หนังเรื่องนี้ทำให้คิดว่าถ้าตัวเองเป็นพระเอก ฉันคงพยายามฟื้นโทษประหารชีวิตให้หมู่บ้านนั้น ทุกพล็อตเรื่องพาไปสู่จุดที่แย่กว่าที่คิดไว้ได้เสมอ ฉันรู้สึกโกรธสุดๆ แต่มันก็งดงามในแบบของตัวเอง ถึงกับร้องไห้เลยล่ะ
อย่างที่รู้จากตัวอย่างหนัง หนังเรื่องนี้เป็นการสร้างใหม่ของคลาสสิก Some Like It Hot (เรื่องที่เล่นโดย Marilyn Monroe) ต่างจากต้นฉบับที่เกิดขึ้นในฟาร์มแทนที่จะเป็นรถไฟ แทนที่จะตลกแบบสุดๆ กลับเป็นการรวมกันของความมั่วๆ ที่มั่วมาก (แบบมั่วจริงๆ นะ) หนังคาดเดาเรื่องได้ง่ายหน่อย เพราะคิดไว้แล้วว่าเรื่องน่าจะเกี่ยวกับชีวิตฟาร์มที่แสนน่าเบื่อ (ชีวิตเรียบง่ายกับสัตว์เลี้ยง) เลยไม่แปลกใจที่เห็นชาวบ้านรวมตัวกันโจมตีนักลงทุนด้วยขี้วัวและเนื้อดิบ หนังเรื่องนี้น่าจะคว้ารางวัลมากมายในงานออสการ์ปีนี้ โดยเฉพาะสาขา 'วิธียืดเวลาหนัง 90 นาทีให้ยาวเหยียด' ระหว่างดูคุณจะคิดว่าหนังกำลังจะจบแล้ว แต่กลับพบว่ายังไม่ถึงครึ่งทาง! น่าประทับใจมาก! แล้วจะดูอีกไหม? นั่นเป็นคำถามที่...แน่นอนว่าดูแน่นอน!
สรุปสั้นๆ: เมื่อพ่อหม้ายได้รับมรดกเป็นฟาร์มในช่วงคริสต์มาส เขาต้องปรับตัวเข้าสู่ชีวิตชนบทอย่างยากลำบาก ขณะที่ลูกๆ วางแผนจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ภาพยนตร์เขียนบทและกำกับโดย Debbie Isitt ถ้าคุณชอบคอมเมดี้เฮฮาเกินจริง นี่คือเรื่องของคุณ แต่ถ้าคาดหวังมากกว่านั้น อาจไม่ถูกใจ สิ่งที่ชอบ: Scott Garnham แสดงบทพ่อเลี้ยงเดี่ยวเครียดจัดได้ยอดเยี่ยม เด็กๆ และสัตว์น่ารักสุดๆ โดยเฉพาะลูกแพะน้อย มีมุกชาวอังกฤษพูดสำเนียงชนบทและเต้นรำแบบคาวบอยให้สนุก มี 3 เพลงในหนังที่ทั้งตลกและอินเทรนด์ อย่าลืมดูช่วงเครดิตท้ายเรื่องที่มีข้อความน่ารักๆ สิ่งที่ไม่ชอบ: ฉากลูกแพะเกิดดูสะอาดเกินไป บางตัวละครแสดงเกินจริงเหมือนการ์ตูน เสียงดังและความวุ่นวายตลอดเรื่องทำให้ปวดหัว มุขบางส่วนไม่ตลก เรื่องรักพัฒนารวดเร็วเกินจริงจนจูบตอนจบดูไม่สมเหตุผล ทำไมมิสแอชลีย์ถึงชอบแมตต์ที่เอาแต่บ่นตลอดเรื่อง? เนื้อเรื่องคาดเดาได้ง่าย ไม่มีใครเคารพเขตส่วนตัวกัน คำแนะนำผู้ปกครอง: มีคำไม่สุภาพเล็กน้อย มีฉากมูลสัตว์ในฟาร์ม และแสดงความสัมพันธ์พ่อลูก
ฉันชอบหนังคริสต์มาสแนวหวานๆ อยู่แล้วนะ แต่ไม่รู้เลยว่าหนังเรื่องนี้คืออะไร! ถ้าบทไม่ห่วยขนาดนี้ อาจจะยอมรับการแสดงโอเวอร์ๆ ของนักแสดงได้บ้าง แต่บทเขียนได้แย่สุดๆ ฉากโรแมนติกก็ไม่สมเหตุสมผล พัฒนาตัวละครก็ไม่เคลียร์ ถึงจะเป็นหนังเด็ก แต่การเชิดชูชีวิตชนบทแบบไม่คิดวิเคราะห์ก็ดูน่าสงสัย เช่น การส่งเสริมการศึกษาทางเลือกที่ปล่อยให้เด็กทำอะไรตามใจ ใช่ โรงเรียนควรมีสนุกบ้าง แต่การเรียนแบบมีระบบก็สำคัญนะ! สารที่ได้จากหนังน่าจะเป็น 'ทำงานน้อยลง ใช้เวลากับครอบครัว' แต่ดูแล้วฉันกลับอยากทำงานหนักและไม่ต้องมีลูกเลย :D แม่ฉันว่าเป็นขยะดีๆ นี่แหละ หาหนังเรื่องอื่นดูดีกว่าครับ ไม่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องนี้!
5.6

Christmas With You (2022) คริสต์มาสนี้ ขอมีเธอ

Mojave Diamonds (2023)