
Champions (2023) อดีตโค้ชบาสเก็ตบอลลีกย่อยได้รับคำสั่งจากศาลให้จัดการทีมผู้เล่นที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ในไม่ช้าเขาก็ตระหนักว่าถึงแม้จะมีข้อสงสัย แต่ทีมนี้สามารถไปได้ไกลกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการไว้

อดีตโค้ชบาสเกตบอลลีกไมเนอร์ถูกศาลสั่งให้มาดูแลทีมผู้เล่นที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา แต่เขาก็ตระหนักได้ว่า แม้จะเคยสงสัยในความสามารถของทีม แต่เมื่อร่วมมือกัน พวกเขาสามารถก้าวไปได้ไกลเกินกว่าที่เคยคิดไว้
โค้ชบาสเกตบอลลีกไมเนอร์ผู้หัวแข็งและใจร้อน ถูกตัดสินให้ทำงานบริการสังคมด้วยการฝึกสอนทีมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิก
ตามที่ชื่อบอก ฉันเป็นครูการศึกษาพิเศษระดับมัธยมปลายที่เกษียณแล้ว และเคยเป็นโค้ชสเปเชียลโอลิมปิกในกีฬาต่างๆ มานานหลายปี เมื่อได้อ่านบทสัมภาษณ์ของวูดี้ แฮร์เรลสัน เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ฉันจึงอยากดูมากเพราะอยากเห็นว่าฮอลลีวูดจะนำเสนอภาพคนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาอย่างแท้จริงได้อย่างไร แม้หนังจะมีกลิ่นอายฮอลลีวูดอยู่บ้าง แต่ความสมจริงของทีม Friends นั้นดูauthentic มาก และตลอดทั้งเรื่อง ความจริงใจของสมาชิกทีมก็ทำให้หนังสนุกและน่าติดตาม ส่วนตัวคิดว่าเรื่องยาวไปนิด แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็คอยพูดกับตัวเองว่า "ใช่เลย นี่แหละคือสิ่งที่ควรเกิดขึ้นในสถานการณ์แบบนี้!" จุดสำคัญที่สุดคือตอนจบเกมชิงแชมป์และปฏิกิริยาของทีมหลังการชู้ตสุดท้าย รับรองได้เลยว่ามันสมจริงมาก! ฉันเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทั้งในห้องเรียนและสนามแข่งนับสิบครั้ง หวังว่าทุกคนจะได้ดูหนังเรื่องนี้และชื่นชมตัวละครในแบบที่พวกเขาเป็น ทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่เราทุกคนต้องการกันหรอกหรือ?
คอมเมดี้, ดราม่า, น่ารักอบอุ่นหัวใจ หนังเรื่องนี้ครบทุกองค์ประกอบจริงๆ ทั้งทำให้คุณหัวเราะ ตื่นเต้น เชียร์ บางครั้งก็หงุดหงิด แล้วก็ถูกดึงเข้าสู่โลกของเรื่องราวจนไม่อยากหลุด! เราได้ไปดูรอบฉายล่วงหน้ากับลูกชายวัย 11 ขวบ ตอนแรกยังไม่รู้เลยว่ากำลังจะดูอะไร มันเป็นคอมเมดี้? เรื่องราวของคนที่ถูกมองข้าม? ดราม่า? หรือหนังกีฬา? แต่สุดท้ายเราทั้งคู่ก็ประทับใจกับเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งที่คุ้มค่าจริงๆ เพราะมันคือทั้งหมดนั้นรวมกัน! เราหัวเราะจนท้องแข็ง น้ำตาซึมบ้าง そしてก็จมอยู่กับเรื่องราวจนลืมโลก การแสดงสุดยอด มุกฮาได้ทั้งเสียงหัวเราะกึกก้องและยิ้มน้อยๆ ในใจ บางครั้งก็รักตัวละคร บางครั้งก็อยากด่า แต่สนุกกับทุกช่วงที่ดูไปด้วยกัน หนังเรื่องนี้อาจไม่ติดโผออสการ์ หรือถูกวิจารณ์แบบสุดปัง แต่ถ้าอยากพักจากความเครียดและสนุกแบบเต็มเหนี่ยว คุณไม่ควรพลาด! ว่าแล้ววู๊ดดี้ก็เล่นได้เหมาะกับบทสุดๆ!
ได้ดูหนังเรื่องนี้ในการฉายแบบจํากัดรอบแรก ไม่รู้เลยว่าจะเจออะไร แต่พอได้ดูก็ชอบมาก - มันเป็นหนังน่ารัก ๆ ที่มีตอนจบไม่เหมือนใคร ไม่มีสปอยล์แน่นอน แต่มันทิ้งความรู้สึกอบอุ่นและความเชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์ไว้ให้คุณ ถ้าให้เทียบกับหนังเรื่องอื่น ก็คล้าย ๆ กับ Eddie the Eagle หรือ Cool Runnings - แถมมีรสชาติแบบ Dodge Ball เป็นเรื่องราวของคนที่ไม่ถูกมองว่ามีโอกาสชนะ มันคือเรื่องราวของการชนะความยากลําบาด แต่ก็เป็นเรื่องของคนที่ค้นพบสิ่งที่อยู่ในจิตใจและความสําเร็จที่แท้จริง - เพราะความสําเร็จมีหลายรูปแบบเลย การแสดงดีมาก Woody Harrelson แสดงได้ดีเหมือนเดิม มาพร้อมกับ Kaitlin Olson ที่รับบทผู้หญิงแข็งแกร่ง ซึ่งสามีจริง ๆ ของเธอก็เป็นคนแบบ Ted Lasso เพราะเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลลีกเล็กในอังกฤษร่วมกับ Ryan Reynolds เลยเหมือนศิลปะล้อชีวิต! การได้เห็นทีมที่... จะเรียกยังไงให้ถูกต้องตามยุคนี้ดี... ทีมที่มี 'ความต้องการพิเศษ' นี่ทําให้หัวใจคุณอุ่นขึ้นจริง ๆ และตัวละครแต่ละตัวนี่แหละที่ดึงดูดคุณเข้าไปในเรื่อง - เป็นเรื่องราวน่ารักมาก กำกับโดย 1 ใน 2 พี่น้องตระกูล Farrelly เลยมีมุกฮาแทรกอยู่ ผมยังไม่เคยดูเวอร์ชั่นต้นฉบับของสเปน/ซาอุดี แต่ตอนนี้อยากดูแล้ว หนังไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ดีมาก เป็นหนังให้กําลังใจที่ทิ้งความรู้สึกดี ๆ ไว้ให้ คุณเห็นได้ว่าโค้ชที่มาด้วยความไม่เต็มใจกลับเปลี่ยนไปเพราะประสบการณ์นี้ ทําให้คุณรู้สึกดีเหมือนได้ประสบความสําเร็จไปด้วย หนังน่ารัก ๆ เรื่องนี้ ให้คะแนน 7/10
ตอนที่ผมได้นั่งดูหนังเรื่อง 'Champions (2023)' ของผู้กำกับ Bobby Farrelly ผมคาดหวังอยู่แล้วว่าจะได้ดูหนังดีๆ ทำไมเหรอ? ก็เพราะเรื่องย่อของหนังให้ความรู้สึกแบบนั้น แนวคิดของเรื่องราวที่นี่เป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้ และต้องยอมรับว่าบทโดย Mark Rizzo, Javier Fesser และ David Marqués ไม่ทำให้ผิดหวัง บทภาพยนตร์นั้นทั้งสนุก อบอุ่นใจ และสวยงาม ผมถูกใจหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้บางส่วนจะคาดเดาได้ แต่โครงเรื่องก็ทำงานได้ดีในหลายมุม และการรวมตัวของนักแสดงก็ยอดเยี่ยม แน่นอนว่าผมคุ้นเคยกับ Woody Harrelson, Kaitlin Olson, Cheech Marin และ Ernie Hudson อยู่แล้ว แต่หนังยังมีการแสดงอื่นๆ ที่ดีมาก ทุกคนในทีมบาสเกตบอล The Friends แสดงได้สมจริงและน่ารัก ถ้าคุณดู 'Champions' แล้วไม่สนุก ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ผมแนะนำให้ดู 'Champions' โดยเฉพาะถ้าคุณชอบหนังที่ซึมลึกและอยู่ในใจคุณไปอีกนาน นี่คือหนังที่ดูแล้วรู้สึกดีจริงๆ ให้คะแนน 7 เต็ม 10 ดาวแบบไม่ลังเล!
เป็นการรีเมคจากภาพยนตร์สเปนเรื่อง Campeones (2018) เวอร์ชันอเมริกันทำได้ค่อนข้างลงตัว เพราะตัวละครสื่อสารได้เป็นสากล การสร้างหนังเกี่ยวกับคนที่มักถูกเข้าใจผิดเป็นเรื่องยาก แต่เรื่องนี้จัดการได้ดีกับกลุ่มผู้เล่นบาสเกตบอลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โดยไม่ทำให้สาระสำคัญเสียหาย แม้ตอนแรกอาจกังวลว่า Bobby Farrelly จะทำได้ดีแค่ไหน Woody Harrelson รับบท Marcus โค้ชบาสเกตบอลลีกรองที่ต้องรับใช้ชุมชน 90 วัน หลังโดนข้อหาขับรถขณะเมา ด้วยการมาฝึกสอนทีมบาสเกตบอล 'พิเศษ' แนวคิดการโค้ชทีมนักกีฬาพิเศษที่ฝันไปโอลิมปิกพิเศษนี้ นำเสนอมุมสังคมที่ยังไม่ถูกพูดถึงมาก่อน Marcus เป็นโค้ชที่เก่งแต่ขาดทักษะเข้าสังคม การเข้าใจผู้เล่นแต่ละคนที่มีทั้งความพิการ (เช่น ดาวน์ซินโดรม/บาดเจ็บสมอง) และความสามารถพิเศษ กลายเป็นบทเรียนใหญ่ของเขา ขณะที่ทีม 'Friends' ก็พัฒนาขึ้นจนขึ้นลู่วิ่งแชมป์ระดับภูมิภาคและประเทศ พร้อมๆ กับที่ Marcus ได้เรียนรู้ตัวเองและตกหลุมรักน้องสาวสมาชิกทีม นักแสดงสมทบช่วยเชื่อมโยงเรื่องราวให้อบอุ่น สนุก และไม่ดราม่าเกินพอดี อารมณ์ขันถูกจังหวะ ไม่รู้สึกว่าเหยื่อหยาบหรือน้ำตาลารี่ หนังเน้นสร้างพลังบวกมากกว่าสร้างความสงสาร นับเป็นเรื่องที่ดูแล้วคุ้มค่า
ภาพยนตร์บาสเกตบอลแสนอบอุ่น 'Champions' (รีเมคจาก 'Campeones' ของสเปนปี 2018) โดยผู้กำกับมือเก๋า Bobby Farrelly นำธีมเดิมๆ มาพลิกแพลงได้อย่างมีเสน่ห์ Woody Harrelson รับบทโค้ชขี้บ่นที่ชีวิตดิ่งจนต้องมาเป็นผู้ช่วยโค้ช (Ernie Hudson) ในทีมรองของไอโอวา ก่อนถูกไล่ออก โดนจับ และต้องมาทำบริการสังคมด้วยการฝึกสอนทีมผู้เล่นที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ของ Cheech Marin อย่าง Kevin Iannucci, Madison Tevlin (ฮาอย่างแรง) และ James Day Keith แม้จะมีคลิชช์บ้าง แต่บทภาพยนตร์ของ Mark Rizzo ก็ผสมผสานได้ดี พร้อมการสนับสนุนจากนักแสดงอย่าง Kaitlin Olson (เจ๋งมาก) และ Matt Cook ที่ช่วยเติมความสดใสให้เรื่อง รับรองว่าสนุก หัวใจฟู และได้แรงบันดาลใจ!
รีวิวภาพยนตร์ 'Champions' คะแนนของฉัน: 7/10 'Champions' เป็นเรื่องน่าป pleasantly surprised และให้ความบันเทิงมาก แม้ฉันจะไม่รู้จักบาสเกตบอลเลยนอกจาก Harlem Globetrotters และเพลงติดหู! เรื่องนี้ใช้พล็อตคุ้นเคยเกี่ยวกับอดีตโค้ชเบสบอลผู้เสียหน้า 'มาร์คัส' (วูดดี้ แฮร์เรลสัน) ที่ได้ฟื้นฟูอาชีพและความเชื่อมั่นในตัวเอง หลังจากโดนปรับจากการเมาแล้วขับ เขาต้องมาทำบริการสังคมด้วยการโค้ชทีมผู้เล่นที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โค้ชมาร์คัสค่อยๆ ค้นพบว่าทีม 'เดอะ เฟรนส์' นี้มีศักยภาพ แถมบุคลิกร้อนๆ หนาวๆ และอีโก้ของเขาก็เริ่มละลายเมื่อได้รู้จักความอบอุ่นและพลังบวกจากทีม จนตัดสินใจพาพวกเขาสู่การแข่งขันระดับสเปเชียลโอลิมปิก! ส่วนโรแมนติกก็มี! มาร์คัสค่อยๆ สนใจ 'อเล็กซ์' (เคทลิน โอลสัน) น้องสาวของสมาชิกทีมอย่างจอห์นนี่ ความสัมพันธ์นี้ทำให้ทั้งคู่ต้องเผชิญความจริงเกี่ยวกับตัวเองและทิศทางชีวิต นอกจากนักแสดงนำแล้ว สิ่งที่สนุกที่สุดคือสมาชิกทีมที่แสดงโดยกลุ่มนักแสดงดาวรุ่งที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โดยเฉพาะ 'เมดิสัน เทฟลิน' ในบทสาวพลังหนุ่ม 'คอเซนติโน่', 'เควิน เอียนนุชชี' ที่แสดงเป็นจอห์นนี่วัยรุ่นปากร้ายแต่ถูกพี่สาวรักสุดหัวใจ รวมถึง 'แมตต์ คุ๊ก' และ 'เคซี่ เมตคาล์ฟ' ที่ทำให้มาร์คัสเห็นคุณค่าของมิตรภาพ เรื่องนี้เป็นหนังให้กำลังใจแบบ predictable แต่เต็มไปด้วยความหวังและความผูกพัน ดัดแปลงจากหนังสเปนปี 2018 เรื่อง 'Campeones' ทีมงานผู้เขียนบทและผู้กำกับ Bobby Farrelly สร้างโลกของกีฬาสำหรับผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญาได้อย่างน่าประทับใจและน่าคิดตาม!
แม้บทวิจารณ์จะหลากหลาย แต่ฉันชอบหนังเรื่องนี้มากจริงๆ สนุกและประทับใจสุดๆ Woody แสดงนำได้เยี่ยม หนังให้ทั้งความตลกและความน่ารักอยู่ตลอด ถึงแม้เวลาจะยาว 2 ชั่วโมงที่อาจเกินจำเป็น และอารมณ์ขันอาจไม่ถูกจริตทุกคน แต่นี่คือประสบการณ์ดูหนังในโรงที่สนุกมาก ผู้ชมหัวเราะกันทั้งโรง! อาจเพราะฉันเองก็เป็นแฟน NBA ตัวยง เลยชอบทุกๆ องค์ประกอบเกี่ยวกับบาสเกตบอล และในฐานะแฟนซีรีส์ Always Sunny การได้เห็น 'Sweet Dee' บนจอใหญ่ก็เติมความสุขให้สุดๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน ฉันคิดว่าทุกคนควรลองดูหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ดูแล้วเพลิน ถูกใจคนหมู่มาก และนี่คือหนึ่งในภาพยนตร์โปรดของฉันในปี 2023 เลยล่ะ!
หนังอบอุ่นเรียบง่ายเกี่ยวกับกลุ่มนักบาสเกตบอลตัวเล็กๆ ที่มีความท้าทายทั้งทางร่างกายและสติปัญญา พวกเขาโชคดีได้โค้ชบาสเกตบอลมือโปรที่เพิ่งถูกไล่ออก มาไม่เพียงสอนการเล่น แต่ยังสร้างความภูมิใจในความสำเร็จแบบ “แชมป์” แม้จะไม่เคยชนะเลิศจริงก็ตาม ตัวละครที่ฉันชอบคือ แมดิสัน เทฟลิน ในบทโคเซนติโน หญิงแกร่งที่คอยเติมไฟให้ทีมเมื่อจำเป็น วู๊ดดี้ แฮร์เรลสัน รับบทโค้ชมือโปรที่โดนไล่ออกตั้งแต่เริ่มเรื่อง เพราะความดื้อรั้นกับโค้ชหลัก จากนั้นเขาขับรถกลับบ้านทั้งที่เมา เซฟเข้าไปชนรถตำรวจจอดไว้ ต้องขึ้นศาล面對ผู้พิพากษาสาวที่เกลียดคนเมาแล้วขับ เขาต้องเลือกระหว่างติดคุก 18 เดือน หรือทำชุมชน服務 90 วันด้วยการโค้ชทีมบาสเกตบอลพิเศษ local ช่วง 30 นาทีแรกอาจดูช้าและมีมุขตลกจัดจ้านเกินไปจนภรรยาผมทนไม่ไหวเลิกดู แต่หลังจากนั้นเรื่องเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งความบันเทิงและข้อคิดดีๆ ดูได้ที่บ้านผ่าน Peacock
หนังเรื่อง Champions ใช้สูตรสำเร็จแบบภาพยนตร์กีฬาunderdog ที่เราเคยเห็นกันบ่อยๆ แต่ก็ทำออกมาได้น่าดู ช่วยย้ำเตือนว่าการได้ดูหนังที่ให้ความสุขแบบไม่ต้องคิดมากเนี่ยสนุกแค่ไหน ทั้งมุกฮาติดหนึบ และยังสอดแทรกความรู้พร้อมความบันเทิงได้ลงตัว หลังจากที่วู๊ดดี้ แฮร์เรลสัน รับบทสมทบมาหลายปี ก็ดีใจที่ได้เห็นเขากลับมารับบทนำอีกครั้ง แม้ตัวละครจะมีข้อบกพร่องแต่ยังน่าชื่นชอบและดู charm ได้เหมือนเดิม ส่วนเคทลิน โอลสัน ก็ไม่ถูกใช้แบบเสียเปล่า ได้ทั้งเวลาและความลึกของบทบาท แต่จุดแข็งที่สุดของหนังคือกลุ่มเพื่อน (ตัวละครหลัก) ที่ดูแล้วสนุกทุกครั้ง หนังให้โอกาสพวกเขาได้เด่นเป็นบางช่วง จนพิสูจน์ได้ว่าทั้งตลกและมีความสามารถไม่แพ้ใคร โรเบิร์ต ฟาเรลลี่ ผู้กำกับ เปลี่ยนแนวหนังได้คล่องแคล่วไม่ต่างจากพี่ชายใน Green Book (2018) บาลานซ์ความฮากับช่วงเวลาสุดซึ้งได้ดีมาก คุมจังหวะหนังให้เดินหน้าพร้อมมอนเทจสนุกๆ และเพลงประกอบที่เหมาะสม (อาจจะเยอะไปหน่อย) เพื่อให้ความบันเทิงครบรส
ฉันดูหนังเรื่องนี้โดยไม่มีคำอธิบายหรือความคาดหวังล่วงหน้า แต่กลับพบกับนักแสดงที่น่าประทับใจและช่วงเวลาที่จริงใจ น่าประหลาดใจ ไม่ได้เป็นเพียงคอมเมดี้ที่ยัดเยียดให้ตลกเท่านั้น ฉันแนะนำให้ลองดู แม้ว่ามันจะไม่ใช่ละครระดับสูง แต่มีความจริงใจที่มาจากการคัดเลือกนักแสดงและโครงเรื่องที่สมจริง!! ฉันสนุกกับเรื่องนี้มากกว่าที่คิดไว้มาก และพบว่าตัวเองยิ้มกว้างพร้อมลุ้นให้ทุกตัวละครประสบความสำเร็จ ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เติบโตระหว่างโค้ชกับสมาชิกทีมมีความซับซ้อนในระดับที่สมเหตุสมผล รวมถึงการแสดงถึงความบกพร่องทางสติปัญญาที่หลากหลายของตัวละครก็ช่วยเติมความจริงใจให้เนื้อเรื่องได้ดี
หนังเรื่องนี้เริ่มต้นได้ดีมากสำหรับเนื้อหาที่ดูเหมือนเดิมๆนะ! วู๊ดดี้ แฮร์เรลสัน นี่เล่นอะไรก็ดูดีไปหมด คนนี้เทพจริงๆ... แต่พอถึงตอนแนะนำทีมบาสเกตบอลเพื่อนๆ พอดีการดำเนินเรื่องเริ่มยืดๆเลยอะ พวกเขานำเสนอแนวคิดแบบตรงเกินไป แบบ "ดูกลุ่มคนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาสิ นี่คือพฤติกรรมทั่วไปที่คุณมักเห็น และนี่คือปัญหาที่พวกเขาเจอในชีวิตประจำวัน"... ประมาณนี้ทั้งเรื่องเลย ไม่มีความละเอียดลึกซึ้งในการถ่ายทอดชีวิตพวกเขาเท่าไหร่ มีเจ้านายที่เหยียดพนักงานดาวน์ซินโดรมแบบโจ่งแจ้ง มีฉากที่คนไม่รู้เรื่องมาด่าทีมด้วยคำว่า R-word แล้วโค้ชตอบโต้ด้วยความรุนแรง มีผู้หญิงดาวน์ซินโดรมที่คิดว่าทุกคนมาจีบเธอ แล้วพวกเขาก็นำเสนอแบบตรงๆ ไร้ความลึกเหมือนบอกว่า "นี่ไง หนังเรื่องนี้คือแบบนี้แหละ" โดยรวมก็ดูได้นะ แต่ขาดการตีความหลายชั้น ให้นิ้วแบบ activists ที่ไม่อยากทำแต่ต้องรณรงค์เรื่องโลกร้อนเลยแหละ จบแค่นั้น
ในฐานะคนที่มีความพิการ ผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจและสนุกสนาน เต็มไปด้วยความอบอุ่นใจ นักแสดงก็ทำได้ดีมาก ถ้าคุณอยากดูหนังที่ทำให้ยิ้มและมีความสุข นี่คือตัวเลือกที่ดี นอกจากนี้ยังรู้สึกดีที่ได้เห็นหนังที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ข้อความที่หนังสารถ่ายทอดคือ คนที่มีความพิการสามารถทำอะไรก็ได้หากพวกเขาตั้งใจ ซึ่งผมคิดว่ายอดเยี่ยมมาก ส่วนนักแสดงที่รับบทผู้เล่นทั้งหลายก็ตลกและสร้างแรงบันดาลใจ ผมแนะนำหนังเรื่องนี้มากๆ คุ้มค่ากับเวลาจริงๆ แถมเครดิตตอนจบก็ฮาไม่เบา!

Strays (2023) ชีวิตหมาต้องไม่หมา
Gold Brick (2023) โกลด์บริค