
Almost Human (2020) Science Madman ได้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างสูงเป็นการส่วนตัว โดยมีประสาทที่เห็นอกเห็นใจเพื่อตอบสนองความปรารถนาของเขาเอง หุ่นยนต์ได้พัฒนาจิตสำนึกของตนเองโดยไม่คาดคิด มันแลกผิวของหญิงสาวสวย

นักวิทยาศาสตร์บ้าบอพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์ที่มีระบบประสาทสัมผัสขั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัว แต่อย่างไม่คาดคิด หุ่นยนต์กลับพัฒนาจิตใจของตัวเองขึ้นมาได้ และได้แลกเปลี่ยนผิวหนังของหญิงสาวคนหนึ่ง
นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์ที่มีระบบประสาทสัมผัสขั้นสูงเพื่อสนองความต้องการส่วนตัว แต่อีกไม่นาน หุ่นยนต์กลับมีจิตใจเป็นของตัวเอง มันใช้ 'เทคโนโลยีมืด' แลกเปลี่ยนผิวหนังกับซูซิน หญิงสาวผู้งดงาม และแฝงตัวอยู่ข้างๆ แฟนหนุ่มของซูซินนามหวังเฉิง ด้านหนึ่ง คดีฆาตกรรมต่อเนื่องอันแปลกประหลาดได้ดึงความสนใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลีดงบิน และอันตรายก็กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้น...
ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยได้ยินชื่อหนังเรื่อง 'Almost Human' (2020) ของผู้กำกับ Nan Zhang เลย จนกระทั่งได้มีโอกาสนั่งดู และด้วยคะแนน IMDb ที่ค่อนข้างต่ำ ฉันก็ลังเลเล็กน้อยว่าจะดูดีไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจดูเพราะชอบลองหนังที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ส่วนตัวแล้วฉันชอบ 'Almost Human' ถึงแม้เนื้อเรื่องจะธรรมดาและคาดเดาได้ง่าย ตอนจบช่วงเครดิตก็ดูไม่น่าสนใจ แต่โดยรวมก็สนุกและบันเทิงอยู่ดี ชอบแนวคิดของเรื่อง เทคนิคเอฟเฟกต์ส่วนใหญ่ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะเอฟเฟกต์บนตัวหุ่นยนต์ ส่วน CGI ตอนที่ตัวละครวิ่งหรือกระโดดยังดูไม่สมจริงเท่าไหร่ รวมถึงการเพิ่มเติม细节ให้เมืองจีนดูเป็นอนาคตก็ยังไม่ค่อยเวิร์ค ทีมนักแสดงทำงานได้ดีมาก ทั้งการแสดงเดี่ยวและรวมกลุ่ม ช่วยให้หนังเดินเรื่องได้ลื่นไหล สำหรับฉัน 'Almost Human' เป็นการนำเสนอแนวไซไฟเกี่ยวกับหุ่นยนต์และผลกระทบต่อสังคมที่สดใหม่ ไม่น่าเบื่อ แม้จะไม่ใช่คนชอบดูหนังไซไฟเป็นประจำ แต่ก็รู้สึกว่าผู้กำกับและนักเขียนบททำได้น่าสนใจ สรุปให้ 6 เต็ม 10 คะแนน ถือเป็นหนังที่ทำให้เซอร์ไพรส์และน่าดู แนะนำให้ลองแม้จะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ไซไฟ!
Almost Human เกือบจะเป็นมนุษย์ :) ภาพยนตร์เรื่องนี้สำรวจความสามารถของ AI ในการเข้าใจความเป็นมนุษย์และความรัก ส่วนที่ดีที่สุดของหนังคือตอนที่เทคโนโลยีถูกซ่อนไว้อย่างดี และที่เห็นมีเพียงเครื่องมือรูปนิ้วมือ บางส่วนของ CGI ที่ดูไม่สมจริง โดยเฉพาะตอนจบ น่าจะถูกตัดออกไป แต่โดยรวมแล้วเป็นเรื่องราวความรักที่เขียนได้ดี มีทวิสต์บางอย่าง และคุ้มค่ากับเวลาที่จะค่อยๆ ดูจนจบ
The Treacherous (2015) 2 ทรราช โค่นบัลลังก์