
Walid (2023) วาลิด คุณครูหัวใจทรหด เรื่องราวเกี่ยวกับครูผู้ใจดีที่สมัครใจสอนเด็กด้อยโอกาสให้อ่านหนังสือในหมู่บ้านที่มีเสน่ห์ นรกแตกสลายเมื่อนักเรียนคนหนึ่งของเขาถูกลักพาตัวโดยพวกอันธพาลจากองค์กรค้ามนุษย์

เรื่องราวของครูผู้มีจิตใจดีที่สอนหนังสือให้เด็กด้อยโอกาสในหมู่บ้านเล็กๆ อย่างเสียสละ เมื่อความวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อนักเรียนคนหนึ่งของเขาถูกแก๊งอาชญากรจากขบวนการค้ามนุษย์ลักพาตัวไป
เมื่อเด็กๆ ในเมืองหายตัวไป ครูผู้มีจิตใจดีจึงเดินหน้าวางแผนโจมตีโลกมืด เพื่อช่วยเหลือและนำตัวนักเรียนกลับมา
พล็อตเรื่องเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เด็ก โดยเริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่างครู (วาลิด) กับเด็ก 'ผู้อพยพ' (อายิชะห์) ก่อนที่ครูจะช่วยเด็กจากแก๊งค้ามนุษย์ เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ไม่ยาก! จังหวะเรื่องไม่สม่ำเสมอ ตอนแรกเชื่องช้า แต่后半段เร่งสปีดด้วยแอคชั่นไม่หยุด! หนังดูจะเน้น 'แอคชั่น' เป็นหลัก ส่วน драматиックตอนต้นเป็นแค่จุดเริ่มต้นให้เกิดการปะทุของฉากต่อสู้!! พูดง่ายๆ คือเมื่อเริ่มแอคชั่นแล้ว,การพัฒนาตัวละครก็ถูกละเลย กลายเป็นหนังแอคชั่นล้วนๆ! จริงๆ แล้วมันเหมือนหนังสองเรื่องที่คนละ directors ทำแล้วเอามาต่อกัน! จังหวะและ tempo ไม่ประสานกัน ส่งผลให้ทุกอย่างเสียสมดุล โดยเฉพาะความอบอุ่นและคุณค่าทางอารมณ์ที่สร้างมาตอนต้น! ในส่วนแอคชั่น,ฉันประทับใจฉากต่อสู้แรกของแม่อายิชะห์ที่ใช้ผ้าซักผ้าสู้! แต่พอถึงครึ่งหลังที่มีการต่อสู้ยาวเป็นชั่วโมง ฉันเริ่มเบื่อ! มันเหมือนการต่อสู้ที่ไม่มีวันจบ พอคิดว่าหนังจะจบ… เฮ้ย! 又有ตัวร้ายโผล่อีก! ซ้ำแล้วซ้ำเล่า! บอกได้ไหมว่าเมื่อไรจะจบสักที! ฮ่า! ฉันชอบที่ได้เห็นศิลปะการต่อสู้ซิลัตของมลายูในหนัง! แต่ด้วยท่าต่อสู้ที่ซ้ำๆ 加上กล้องสั่นจนบางครั้งมองไม่ถนัดตา,ทำให้รู้สึกเมื่อยล้าทางสายตา! การพัฒนาตัวละครก็ยังคลุมเครือ โดยเฉพาะวาลิดที่ควรน่าสนใจกว่าเดิม แต่เราแทบไม่เห็นข้อมูล! มีฉากไม่ถึง 2 วินาทีที่บอกว่าเขาเคยเป็นสายลับ? SWAT? ไม่ชัด! แล้วยังมีสายลับสองตัวที่โผล่มาแบบไม่มีที่มา! หลังดูจบ,สิ่งที่จำได้คือ抱怨เรื่องฉากแอคชั่นซ้ำๆ ยาวเป็นชั่วโมง แค่นั้นแหละ! ฉันชอบข้อความเกี่ยวกับหลักการแห่งชาติ (Rukun Negara) ในหนัง! แต่ควรใส่ใจกับการปิดเรื่องให้สมบูรณ์ เพื่อให้หนังมีมิติและคุณค่าทางอารมณ์ แทนที่จะเต็มไปด้วยความรุนแรง!
Malbatt Misi Bakara (2023)
Under Paris (2024) มฤตยู ใต้ปารีส