
Sheriff: Narko Integriti มือปราบเจ้าพ่อเถื่อน (2024) เจ้าหน้าที่ตำรวจมือเก๋าร่วมมือกับตำรวจมือใหม่อุดมการณ์สูงเพื่อตามล่านักฆ่ายาบ้า ซึ่งเป็นเจ้าพ่อยาเสพติดใจเหี้ยมที่พุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด

เชอริฟฟ์และนาซรี ตำรวจจากหน่วยงานต่างกันร่วมมือกันเพื่อล้มตูนี เจ้าพ่อยาเสพติดโหดเหี้ยมผู้ค้ายาเมทแอมเฟตามีนที่อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตมากมาย รู้จักกันในชื่อเมธ คิลเลอร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจมือเก๋าร่วมมือกับตำรวจมือใหม่อุดมการณ์สูงเพื่อตามล่านักฆ่ายาบ้า ซึ่งเป็นเจ้าพ่อยาเสพติดใจเหี้ยมที่พุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด
เต็มไปด้วยแอคชันและพล็อตหักมุมจนติดเก้าอี้ Sheriff: Narko Integriti เป็นหนังที่ดึงดูดคุณให้ติดตามไม่วางใจ ด้วยการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่ ปรุงรสด้วยความลึกลับและความตื่นเต้น รวมถึงนักแสดงที่ลงตัวกับบทบาท แม้แนวคิดหลักของเรื่องจะไม่ใหม่—เพราะมีหนังเกี่ยวกับตำรวจและอาชญากรรมมากมาย—แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างคือการพัฒนาโครงเรื่องและวิธีการนำเสนอ ในระดับสากลอาจดูเฉยๆ แต่สำหรับวงการหนังท้องถิ่นนี่คือก้าวสำคัญของการพัฒนา -สรุปเรื่องแบบสั้นๆ (ข้ามได้ถ้าไม่อยากสปอยล์)- หนังเล่าเรื่องราวของนาซรี ตำรวจปราบปรามยาเสพติดที่ต้องการล้มขบวนการซาบู แต่ปัญหาคือการนำตัวผู้ร้ายขึ้นศาลมักไร้หลักฐานจนพวกเขารอดโทษ ทำให้นาซรีคลายความเชื่อมั่นในกฎหมาย หันหน้าหาความยุติธรรมด้วยวิธีของตัวเอง แม้ต้องขัดกับศีลธรรม ส่วนเชอริฟฟ์จากกรมสุจริตซึ่งมีชื่อเสียงในการจับตำรวจทุจริต ถูกส่งมาช่วยหน่วยปราบปรามยาเสพติดตามหา 'เพชฌฆาตเมท' ที่เปิดเผยว่าเป็นคนในเอง ถึงตอนนี้เราอาจเดาได้แล้วว่า 'เพชฌฆาตเมท' คือใคร (จริงๆ หรือ?) แต่ยังไม่รู้ว่าจะจับตัวเขาได้อย่างไร เมื่อเชอริฟฟ์เข้าใกล้มากขึ้น 'เพชฌฆาตเมท' จะทำอย่างไร? เขาจะลงมือฆ่าโดยไม่ถูกจับได้ยังไง? นี่จะเป็นเกมหมากรุกระหว่างใครกับใคร? และที่สำคัญ… 'เพชฌฆาตเมท' ตัวจริงคือใคร? ขณะเดียวกัน การปฏิบัติการของหน่วยปราบปรามยาผิดพลาดซ้ำๆ มีไส้ศึกในหน่วยจริงหรือ? พวกเขาสมคบกับ 'เพชฌฆาตเมท' หรือไม่? หนังเรื่องนี้จะพาคุณไขว้เขวไปกับคำตอบที่คุณคิดว่าถูกต้อง แต่แท้จริงแล้วอาจผิด方向ตลอดเวลา ราวกับย้ำว่า "อย่าวางใจใคร" -จบสรุป- ข้อดีของหนังมีเพียบ แต่ในความเห็นส่วนตัว มันยังไม่ใช่สุดยอดงานสร้าง แม้จะใกล้เคียงและมีองค์ประกอบครบถ้วน สิ่งที่ยืนยันได้คือนี่คือผลงานที่ดีที่สุดของ Syafiq Yusof ที่ฉันเคยดูมา ทำลายความคาดหมายเดิมๆ ที่แม้จะไม่สูงมากแต่ก็ไม่ต่ำจนเกินไป แต่ก็ยังมีจุดที่พัฒนาได้ เช่น 1. ปริศนา 'เพชฌฆาตเมท' เข้าใจว่าผู้กำกับต้องการใช้รูปแบบ 'howcatchem' (โฟกัสวิธีจับตัวคนร้าย) แทน 'whodunnit' (ใครเป็นคนลงมือ) แต่ส่วนตัวอยากให้ไม่เปิดตัวคนร้ายเร็วเกิน หนังที่ทำให้เราสงสัยคำตอบตัวเองและทายถูกนั้นสนุกกว่า หากเน้นการตามหา 'เพชฌฆาตเมท' แล้วขยายเรื่องจากจุดนั้น ก็น่าจะเข้มข้นได้แม้ใช้รูปแบบ 'howcatchem' 2. พื้นหลังตัวละคร ตัวละครตัวร้ายหลายตัวในเรื่อง เช่น ไส้ศึก นักฆ่า ถูกเขียนมาแบบผิวเผิน ไม่มีพัฒนาการให้观众รู้สึกผูกพัน เว้นั้นพลิกบทก็ยากจะซึ้งหรือช็อก 3. อารมณ์ที่ขาดหาย บางฉากควรสะเทือนใจแต่กลับรู้สึกเฉย เช่น ฉากเชอริฟฟ์ย้อนวัยเด็กที่แทบจะร้องไห้ แต่โดยรวมยังจับใจไม่พอ 4. ตัวละครเชอริฟฟ์ในองก์สาม ช่วงเริ่มองก์สาม การปรากฏตัวของเชอริฟฟ์น้อยไป คาดหวังให้เขาแสดงแผนการสุดเจ๋งเพื่อเอาชนะศัตรู แต่กลับไม่เห็นด้านนั้นชัดเจน แม้ตอนจบจะกลับมาดี ส่วนตัวชอบตัวละครเชอริฟฟ์มาก แต่ยังอยากรู้จักเขาลึกกว่านี้ ทั้งเบื้องหลัง วิธีคิด คติความยุติธรรมที่แตกต่าง เพราะชื่อหนังก็คือเขา! ยังมีข้อสังเกตอื่นๆ แต่เล่าไปอาจสปอยล์ สรุปคือชื่นชม Syafiq Yusof และทีมงานที่พัฒนาคุณภาพการเล่าเรื่องและการผลิตได้ดีขึ้น เราต้องการหนังท้องถิ่นคุณภาพแบบนี้มากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหยุดดูถูกสติปัญญาคนดูด้วยหนังไร้คุณภาพ!
ตอนแรกฉันไม่ได้คาดหวังอะไรเลยเพราะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีหนังเรื่องนี้อยู่ และไม่เคยดูตัวอย่างมาก่อน แต่ก็ตื่นเต้นดีใจที่เห็นคุณภาพหนังท้องถิ่นพัฒนาขึ้นมาก แม้การคัดนักแสดงจะดู 'เฉยๆ' (นึกว่าเลือกเพราะความป๊อปมากกว่าฝีมือ) แต่ช่างเหอะ แค่การแสดงไม่ค่อยดีก็ทำให้เสียอารมณ์หน่อย ส่วนการถ่ายทำโดยรวมดีมาก แม้จะมีบาง Shot ที่ดูแปลกและไม่เข้ากัน -เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง- ดีที่ไม่ได้ยึดติดคลีชيهเก่าๆ มีมุมแปลกใจอยู่จนจบ ซึ่งหาดูยากในหนังมาเลย์ บอกได้เลยว่าเขาตั้งใจเขียนบทมาก ซึ่งฉันชอบมากๆ จริงๆ แล้วมันทำให้ฉันนึกถึง Sherlock เวอร์ชัน Benedict Cumberbatch แบบละม้ายๆ งานของ Guy Ritchie ด้วย บางครั้งก็รู้สึกว่าเขาพยายามยัดทุกอย่างลงในหนังเรื่องเดียว แบบ 'มีคนมากหน้าหลายตาช่วยทำอาหารในครัว' จนบางช่วงคิดว่า 'นี่ใส่มาทำไม? ไม่จำเป็นเลย' ทำให้รู้สึกว่าบางส่วนเร่งรีบและกระจัดกระจาย -เกี่ยวกับนักแสดง- จะไม่โกหกว่ามี 'ดาราดัง' เยอะเกินจนเหมือนแข่งกันเด่น ตอนหนึ่งนึกว่า Syafiq เป็นพระเอก แต่ชื่อหนังคือ Sheriff แล้วดันมีอีกคนได้เวลากล้องมากกว่า แต่พอจบก็เข้าใจว่าเขาเตรียม續集ไว้แน่ (คงจะยัดเยียดแฟรนไชส์สุดตัว หวังว่าเขาจะพัฒนาต่อไม่ใช่แค่ไล่ตามชื่อเสียงกับเงิน) แต่ยังไงก็ชอบตัวละคร Sheriff (แบบทั้งรักทั้งชัง) วิธีที่ Zul รับบทได้มีชีวิตชีวา ใช่เลย! รู้สึกว่าเขาอาจปรับบทพูดเองบ้าง? เขาดูธรรมชาติ ไม่ยัดเยียดจนน่ารำคาญ ส่วนนักแสดงหญิง~ โทษนะแต่มันใช้ใครก็ได้ Syafiq ก็โอเคแต่หน้าเรียบเนียนเกินไปจนนึกตลอดว่า 'โห...แต่งหน้ามากจัง' เลยเสียโฟกัสบ้าง 555 ส่วน Aaron ก็เป็น Aaron แบบเดิมๆ แต่ก็ชอบที่นำนักแสดงอาวุโสมาเล่น แบบเป็นการเคารพผู้ใหญ่ ไม่รู้สิ
ในโลกแห่งภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวหลากหลาย 'Narko Integriti' ปรากฏตัวเป็นเพชรเม็ดงามที่ก้าวข้ามการเล่าเรื่องธรรมดา ชวนให้ผู้ชมหลงใหลด้วยโครงสร้างที่ลึกซึ้ง การแสดงอันยอดเยี่ยม และการกำกับที่สมบูรณ์แบบ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงให้ความบันเทิง แต่ยังทิ้งข้อคิดที่ตราตรึงใจผู้ชมทุกคนตั้งแต่ต้นจนจบ ภายใต้การกำกับของ ไซฟิก ยูซอฟ ผู้สร้างหนังสายอาชญากรรม 'Narko Integriti' พาผู้ชมดำดิ่งสู่การต่อสู้ระหว่างศีลธรรม ความยุติธรรม และความแข็งแกร่งของมนุษย์ เรื่องราวของ DSP Sheriff (ซูล อาริฟฟิน) ตำรวจผู้ดิ้นรนระหว่างหน้าที่กับเสียงเรียกร้องของหัวใจ ถ่ายทอดผ่านการแสดงอันเปี่ยมชั้นเชิงของนักแสดงทุกคน โดยเฉพาะ ซาฟิก ไคล์ ในบท Insp. Nazri ที่สื่ออารมณ์ความขัดแย้งได้อย่างสมจริง บทบาทตัวร้ายสุดเข้มของ เอลิซาเบธ ทาน และทีมนักแสดงสมทบก็เติมเต็มเรื่องราวให้สมบูรณ์ ทั้งการเล่าเรื่องที่คมชัด งานภาพที่งดงาม และการออกแบบ Production ที่สมจริง ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ทุกฉาก แม้บทหนังจะเน้นความตื่นเต้น แต่ยังสอดแทรกคำถามเกี่ยวกับความถูกผิดในสังคมที่เต็มไปด้วยความไม่สมบูรณ์แบบ สรุปแล้ว 'Narko Integriti' ไม่ใช่แค่หนังอาชญากรรมทั่วไป แต่คือประสบการณ์ที่ท้าทายมุมมองของผู้ชม ด้วยการแสดงระดับมาสเตอร์พีซ เรื่องราวที่ตราตรือ และการผลิตที่ลงตัว ภาพยนตร์เรื่องนี้คู่ควรกับคำว่า 'ผลงานระดับตำนาน' ที่พิสูจน์ว่าวิถีแห่งความดีไม่เคยง่ายดาย และบางครั้งเส้นแบ่งระหว่างฮีโร่กับวายร้ายก็เบาบางจนน่าตกใจ
ภาพยนตร์เรื่อง 'Sheriff Narko Integriti' กำกับโดย Syafiq Yusof พาผู้ชมดำดิ่งสู่เมืองที่ถูกคุกคามด้วยเครือข่ายค้ายาเสพติดและการฆาตกรรมโดยฆาตกรลึกลับนามว่า Meth Killer ตำรวจมือเก่าจากกรมความซื่อสัตย์อย่าง Sheriff ต้องเสี่ยงชีวิตทำภารกิจล้มเครือข่ายยาเสพติดของ Tony ยอดเจ้าแห่งอาชญากร แต่ความสงสัยที่ว่า Nazri ตำรวจหนุ่มจากกรมปราบปรามยาเสพติดอาจเป็น Meth Killer กลับทำให้การตามหาความจริงเต็มไปด้วยอุปสรรคZul Ariffin รับบท Sheriff ได้อย่างสมจริงในฐานะตำรวจผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง แม้ความสงสัยจะบดบังการตัดใจ แต่เขายังคงเดินหน้าไขคดีด้วยหลักความซื่อสัตย์ ความขัดแย้งระหว่างเขาและ Nazri (Syafiq Kyle) ที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น ก็เพิ่มอรรถรสให้เรื่องราว เมื่อ Sheriff ต้องเผชิญกับความเป็นไปได้ว่าจะถูกทรยศโดยคนในเองเบื้องหลังการสอบสวนคือ Tony (Aaron Aziz) เจ้าแม่ค้ายาเสพติดผู้โหดเหี้ยม ผู้คุมอาณาจักรมืดเหนือเมือง เมื่อ Sheriff เจาะลึกเข้าไปในโลกของ Tony เขาก็พบกับเขาวงกตแห่งการทรยศและกลลวงที่อาจทำลายทุกอย่าง แต่ภารกิจหาความยุติธรรมกลับซับซ้อนขึ้นเพราะ Meth Killer ฆาตกรปริศนาที่ทิ้งรอยความโหดร้ายไว้ทุกที่ตัวละครอย่าง ASP Syazlin (Azira Shafinaz) ตำรวจหญิงสาย narcotics และน้องสาวของ Nazri ก็เพิ่มมิติความดราม่าเมื่อเธอต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับหน้าที่ ส่วน Jennifer Wong (Elizabeth Tan) สมาชิกหน่วยพิเศษกรมความซื่อสัตย์และผู้ช่วย Sheriff ก็ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นสายลับให้ Tony ทำให้พล็อตเรื่องเข้มข้นขึ้นทุกระทาการกำกับของ Yusof รักษาความตื่นเต้นไว้ได้ตลอดเรื่อง ผสมผสานความลุ้นระทึก แอคชัน และดราม่าได้อย่างลงตัว ทุก转折ของเรื่องพาผู้ชมไปสู่ climax ที่หายใจรดต้นคอทีมนักแสดงนำการแสดงชั้นยอด ทำให้ตัวละครมีชีวิตชีวา และสะท้อนความซับซ้อนของจิตใจแต่ละคนท้ายที่สุด 'Sheriff Narko Integriti' ไม่ได้เป็นเพียงหนังอาชญากรรม แต่คือการตั้งคำถามเกี่ยวกับความยุติธรรม การไถ่บาป และธรรมชาติของมนุษย์ ผ่านตัว Sheriff ตำรวจผู้เป็นแสงสว่างแห่งความซื่อสัตย์ในโลกที่เต็มไปด้วยความมืดมิด
เมื่อวานได้ดูเรื่องนี้บน Netflix พอดี ดูได้ประมาณ 20 นาทีก็รู้สึกคุ้นๆ พล็อตเรื่องคือพี่ชายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ส่วนน้องสาวทำงานในหน่วยตำรวจ เขาลอบฆ่าเฉพาะคนผิดคดียาเสพติด แต่มีเพื่อนตำรวจคนหนึ่งสงสัยว่าเขาคือฆาตกร จึงพยายามตามหาหลักฐาน รอให้เขาทำพลาด และ...พลาสติกคลุมพื้น—ของชิ้นหนึ่งที่ Dexter ใช้เวลาฆ่าเหยื่อ! แต่ Dexter เวอร์ชันมลายูนี้ร้อนรนกว่า ส่วน Sheriff กลับดูเยือกเย็นกว่า สรุปคือหนังเรื่องนี้งานผลิตคุณภาพดี นักแสดงนำเล่นได้เนียนมาก แนะนำเลยถ้าชอบ Polis Evo แบบไม่ต้องมีมุกตลก
"ไม่มีใครดีทั้งหมดหรือเลวทั้งหมด" ตำรวจไม่ใช่คนดีทุกคน แต่คนร้ายก็ไม่ใช่คนเลวไปซะทุกอย่าง: สำหรับนักฆ่าเมท (Assassin's Creed) ฉันเรียกเขาว่าฮีโร่ตัวจริงของเรื่อง เพราะเขาสู้เพื่อความจริงและเสรีภาพ แบบตัวละครใน Assassin's Creed ซะมากกว่า "ประเทศนี้ต้องมีคนแบบฉันอยู่!" เขาเสียศรัทธาในกฎหมายเพราะเห็นว่ามัน腐敗 และเชื่อว่าความ腐敗นั้นแพร่กระจายได้เหมือนไวรัส ส่วนนายอำเภอ (หนวดฟู) เขามีสัญชาตญาณดี เป็นผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ นักสืบเจ้าเล่ห์ และผู้สังเกตการณ์ที่ดี เขารู้ว่านักฆ่าเมทและคนทรยศอยู่ในทีมแต่ยังไม่มั่นใจ และตัวเขาเองก็โตมาพร้อมความเจ็บปวดกับความรู้สึกผิดจนกลายเป็นตำรวจที่จับตำรวจด้วยกัน (ช่วงสมองหลุด: พี่แกรู้ว่าใครเป็นตัวปลอม!) สำหรับโทนี่ (Pablo Escobar) เขาแค่ทำหน้าที่ผลิตยา มีตำรวจ腐敗คอยปกป้องให้รอดจากหลักฐาน ส่วนเจนนิเฟอร์ (ตัวตลกสองหน้า) ฉันว่าเธอคือวายร้ายตัวจริง เพราะนอกจากทำงานให้โทนี่แล้วยังคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัว เธอฆ่าเกือบทุกคนในทีมทั้งของโทนี่และตำรวจเพื่อปิดฉากว่า自己是หนูทะลวงสุดท้ายเธอก็มี remorse เพราะอยากปกป้องลูก (ฟีลคลิชейมาก) โดยรวมหนังแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แต่ละคนมีด้านมืดและความลับที่ต้องปกปิด ไม่เหมือนดราม่าตำรวจมาเลเซียที่มักแสดงฝ่ายดีสมบูรณ์แบบ ส่วนข้อติคือฉากจบที่นายอำเภอกับสยาเจอผู้พิพากษาสูงสุด แล้วถาม "ขอถามคำถามได้ไหมครับท่าน" แต่ท่านตอบ "ไม่" แล้วทั้งสามก็ยืนจ้องจนจอดับ ฉากนี้ดูไม่จำเป็น และเหมือนผู้พิพากษารู้ว่าหนังจะจบเลยปฎิเสธเพื่อให้จบเร็วๆ (สมองหลุดอีกแล้ว: ตัวละครเห็น觀眾แบบ Deadpool เลยใช่ไหม)
Sheriff เป็นภาพยนตร์อาชญากรรมแอคชั่นที่ดูมีแนวโน้มน่าสนใจ หนังเรื่องนี้หยิบยกธีมเรื่องอำนาจ การโกหก และการทุจริตมาเล่า เนื้อเรื่องโดยรวมนั้นดีและคล้ายกับหนังในแนวเดียวกัน แต่บทกลับดูเวอร์เกินไปในบางจุด ส่วนแอคชั่นในหนังทำได้น่าตื่นเต้น ทั้งการต่อสู้และยิงปืน ดราม่าลึกลับก็ช่วยเพิ่มความสนุกให้เรื่อง แต่น่าเสียดายที่เมื่อเข้าช่วงคลิแม็กซ์ หลายเหตุการณ์ก็ถูกยัดเยียดในนาทีสุดท้าย แม้จะมีพล็อตทวิสต์มากมาย แต่ตัวฆาตกรกลับถูกเปิดเผยตั้งแต่ต้นซึ่งน่าจะเป็นจุดพลิกผันสำคัญ ส่วนการเจาะลึกตัวละครยังขาดความลึกซึ้งแม้จะมีแบ็คกราวน์ให้เห็น หนังดูพยายามจะเป็นสโลว์เบิร์นแต่กลับมีหลายซีนที่ไม่จำเป็นแค่เพื่อยืดเวลา ด้านภาพถ่ายทำใช้ได้ แต่หลายซีนดูเวอร์เกินจริงโดยเฉพาะสโลว์โมที่ไม่สำคัญ เอฟเฟกต์สเปเชียลดูสมจริง ดนตรีก็เฉยๆ แบบหนังแอคชั่นทั่วไป ส่วนการแสดงส่วนใหญ่ไม่แข็งทื่อ แต่บางครั้งก็โอเวอร์ไปหน่อย โดยรวม Sheriff ไม่ได้แย่สำหรับหนังมาเลเซีย
“Sheriff: Narko Integriti” เป็นภาพยนตร์มาเลเซียที่แตกต่างจากงานเดิม ๆ ด้วยเนื้อหาหนักแน่น กำกับโดย Syafiq Yusof นำเสนอเรื่องราวอาชญากรรมเข้มข้น พล็อตซับซ้อน ตัดบทเฉียบ และตัวละครหลายมิติ Zul Ariffin รับบท Sheriff ชายผู้ยึดมั่นในความถูกต้องได้อย่างทรงพลัง ขณะที่ Aaron Aziz ก็สวมบท Tony เจ้าพ่ออาชญากรได้น่าขนลุก จุดเด่นที่ผมชอบคือการแสดงให้เห็นรายละเอียดการใช้อาวุธและยุทธวิธีอย่างถูกต้อง ทั้งการเคลื่อนไหวแบบทีมในสนามรบระยะประชิด การเปลี่ยนจากปืนไรเฟิลเป็นปืนพกในพื้นที่แคบ เสริมความรู้สึกสมจริงได้ดี แม้แต่การถอยร่นภายใต้การยิงของศัตรูก็ดูมีชั้นเชิงและประสานงานกันอย่างเนียนมาก หนังดำเนินเรื่องเร็ว คลายปมไม่ซ้ำแบบ tropes 保守 จนคนดูติดขอบเก้าอี้ พร้อมทั้งแทรกข้อคิดเกี่ยวกับความยุติธรรม การหักหลัง และความภักดีอย่างแยบยล
ผมชอบและคิดว่านี่คือภาพยนตร์ตำรวจที่ดีที่สุด เพราะได้เห็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ PDRM สู้กับโทนี อิรฟริต เหมือนเล่นเกม Call of Duty MW2 2009! ตัวอย่างอาวุธในเรื่อง: ทีม Sheriff (อีเกิลทีม) ใช้ M4 ติด M203 และเลเซอร์ทัคติคอล, UMP 45, MP5A2, ปืนสไนเปอร์ Barrett M82 ส่วนนากาใช้กล้องกลางคืน ขณะที่ฮงใช้ระบบพิกัดและสังเกตการณ์บนดาดฟ้า ส่วนเดลต้าทีมใช้ M4 ติดเลเซอร์ทัคติคอล แนะนำให้ดูมาก! อายุ 16+ แนวแอคชัน ดราม่า ความรุนแรง อาชญากรรม ดูได้ที่ GSC Cinema ผมดูที่ KL East Mall มันคือภาพยนตร์ตำรวจที่เจ๋งที่สุด เทียบกับหนังทหารเรื่องไหนก็ไม่มีะดับ!
6.5

Malbatt Misi Bakara (2023)
The Crown Season 1 (2016) เดอะ คราวน์