
Ultraman Rising (2024) อุลตร้าแมน ผงาด เคน ซาโต้ นักเบสบอลระดับซูเปอร์สตาร์ที่กลับมาญี่ปุ่นเพื่อเป็นฮีโร่คนล่าสุดที่สืบทอดอำนาจของอุลตร้าแมน แผนการของเขากลับผิดพลาด เมื่อเขาถูกบังคับให้เลี้ยงสัตว์ประหลาดไคจูที่เพิ่งเกิดใหม่ ซึ่งเป็นลูกหลานของศัตรูตัวฉกาจที่สุดของเขาในฐานะลูกของเขาเอง ซาโต้ยังต้องต่อสู้กับความสัมพันธ์ของเขากับพ่อที่ห่างเหินและแผนการของกองกำลังป้องกันไคจู

เคน ซาโตะ คือนักเบสบอลซุปเปอร์สตาร์ที่ต้องกลับมาญี่ปุ่นเพื่อสืบทอดตำแหน่งอุลตร้าแมน ฮีโร่คนล่าสุด แต่เขากลับต้องเลี้ยงดูสัตว์ประหลาดยักษ์ (ไคจู) ลูกแรกเกิด ซึ่งเป็นลูกของศัตรูตัวร้ายราวกับเป็นลูกของตัวเอง
นักกีฬาชื่อดังจำใจกลับบ้านเกิดมาทำหน้าที่ต่อจากพ่อในฐานะอุลตร้าแมน เพื่อปกป้องโตเกียวจากเหล่าสัตว์ประหลาดยักษ์ใหญ่ในร่างของฮีโร่ระดับตำนาน
ตอนแรกที่ดูหนังเรื่องนี้ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ คิดว่ามันจะเป็นแค่เรื่องฮีโร่ที่ต้องถูกสอนให้อ่อนน้อมเพื่อกลับมาเก่งกว่าเดิม แต่เมื่อเบบี้ไคจูปรากฏตัว หนังก็เผยให้เห็นแก่นแท้ของเรื่อง นั่นคือเรื่องราวของการเป็นพ่อแม่และความน่าประทับใจของมัน ตัวละครหลักอย่างซาโตะ ตอนแรกดูน่าหงุดหงิดสุดๆ แต่ตลอดเรื่องเขาก็พัฒนาตัวเองจนน่าชื่นชม แอนิเมชันสวยงามจนตาพร่า ทุกฉากเหมือนภาพวาด มีชีวิตชีวา ฉากต่อสู้ส่วนใหญ่จัดเต็มด้วยคอรีโอกราฟีชั้นยอด เพลงประกอบก็เฉยๆ ในส่วนใหญ่ของเรื่อง แต่พอบทเพลงกีตาร์สุดมันในบางฉากต่อสู้ก็ทำให้ลุ้นระทึกได้ไม่น้อย โดยรวมแล้วฉันชอบหนังเรื่องนี้และรอดูผลงานอื่นๆ จากสตูดิโอนี้ต่อไป
ให้คะแนน 8/10 - ภาพยนตร์สุดเจ๋งเรื่องนี้กำลังฉายอยู่ในโรงแล้ว ฉันดูในโรงเหมือนกัน และมันทำเอาฉันประหลาดใจในทางที่ดีมากๆ การดัดแปลงตัวละครญี่ปุ่นขนาดใหญ่อย่างอัลตร้าแมนเป็นงานยาก และส่วนใหญ่มักล้มเหลว แต่โชคดีที่ทีมงานเลือกทำเป็นแอนิเมชันและทุ่มเวลาให้กับเนื้อเรื่องกับตัวละคร แอนิเมชันโดย ILM (Industrial Light and Magic) นั้นดีที่สุดในปีนี้เลยล่ะ มีแอนิเมชันดีๆ 3 เรื่องในสัปดาห์นี้ ได้แก่ 'Inside Out 2, Deep Sea' และเรื่องนี้ ช่างเป็นสัปดาห์แห่งความสุขของคนรักโรงหนัง! 兩位ผู้กำกับ Shannon Tindle และ John Aoshima สร้างภาพยนตร์ที่ฉลาดเลิศ ทั้งการถ่ายทำระดับพรีเมียมและการเล่าเรื่องที่เรียบร้อยแต่ทรงพลัง ทำให้ทุกอย่างดูเพลินตา Shannon Tindle และ Marc Haimes เขียนเรื่องราวครอบครัวที่แสดงมุมมอง 3 ด้าน คุณจะถกเถียงกันได้ว่าตัวร้ายตัวจริงคือใคร ในขณะที่เหตุผลของแต่ละฝ่ายก็มีน้ำหนัก ขอบอกเลยว่าไม่ต้องรู้จัก 'อัลตร้าแมน' มาก่อนก็ดูสนุกได้ การออกแบบสวยคมสไตล์ญี่ปุ่น สีสันสดใส บทพูดกระชับได้ใจ พร้อมทีมนักพากย์และเพลงประกอบที่เข้มข้น รับรองว่าเป็นประสบการณ์ในโรงที่คุ้มค่า!
ฉันไม่ค่อยคุ้นเคยกับตำนานอุลตร้าแมนเท่าไหร่ รู้แค่ว่าเขาเป็นคนที่แปลงร่างยักษ์สู้กับมอนสเตอร์คาจูได้ แล้วก็มีหน่วยพิทักษ์คาจูที่คอยต่อกรกับเหล่ามอนสเตอร์ด้วย ทำเอาตอนแรกงงๆ เมื่อหนังเรื่องนี้ดันเป็นเรื่องอุลตร้าแมนต้องปกป้องลูกคาจูจากหน่วยพิทักษ์คาจูซะเอง! แม้จะแปลกแต่ก็สนุกดี แต่จุดแข็ง (และจุดอ่อน) ของหนังกลับไม่ใช่การต่อสู้กับมอนสเตอร์ แต่อยู่ที่เรื่องราวของหนุ่มน้อยที่พยายามแบกรับทั้งงาน ครอบครัว การเลี้ยงลูก และชีวิตส่วนตัวไปพร้อมๆ กัน ถ้าถามว่าไม่อยากเห็นเรื่องแบบนี้ในหนังคาจูเหรอ? ก็อาจใช่ แต่ในทางกลับกัน นั่นกลับทำให้ตัวละครมีมิติและเรื่องราวมีความรู้สึกอัดแน่น แถมหนังยังเหมาะสำหรับเด็กๆ และพ่อแม่ที่ชีวิตวุ่นวายเหมือนกัน เรียกได้ว่าเป็นงานที่ออกแบบมาดี เลยตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้เต็มๆ
ผมคิดว่ามันเป็นหนังที่ดูได้ระดับหนึ่ง ไม่ได้ซับซ้อนมากและทำหน้าที่เป็นหนังเด็กที่สนุกได้ดี ผู้ใหญ่อาจไม่สนใจติดตามจนจบ ส่วนตัวผมดูแค่ครึ่งแรกแล้วค่อยมาดูต่อตอนกินข้าวเที่ยง เพราะเนื้อเรื่องคาดเดาได้ง่ายและบทพูดก็平平无奇 แต่การ์ตูนเคลื่อนไหวทำได้ดีและหนังสอดแทรกข้อความดีๆ สำหรับเด็ก ตัวละครหลักในบทอุลตร้าแมนไม่ได้ดึงดูดความสนใจผมมากนัก แต่ผมรู้สึกว่าอุลตร้าแมนเวอร์ชันดั้งเดิมน่าจะมีที่มาต่างออกไป และน่าจะสนุกถ้าได้เห็นต้นกำเนิดจริงๆ หนังไม่ได้ลงลึกในส่วนนั้นหรือการที่เขาได้พลังมายังไง ผมคิดว่าน่าจะเป็นเทคโนโลยีทั้งหมด แต่ก็อาจจะคิดผิดก็ได้
7/10 = ค่อนข้างดีสำหรับฉัน อย่างแรกเลย ฉันไม่แนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้สำหรับผู้ใหญ่ แรงจูงใจของตัวละครค่อนข้างตื้นเขินและเต็มไปด้วยคลิชเ่้ที่เห็นจนชิน มีเซอร์ไพรส์บ้างแต่ก็ออกนอกกรอบและไม่มีการอธิบาย ยังเป็นหนังที่ดูเพลินๆ ได้ และจุดที่ทำให้มันจาก 'แค่โอเค' กลายเป็น 'ค่อนข้างดี' คือการใช้งานคราฟต์ที่ยอดเยี่ยม มีหลายสิบซีนที่การจัดเฟรมภาพดีเยี่ยมจนสามารถหยุดภาพไว้ใช้เป็นภาพถ่ายได้เลย ILM ใช้โปรแกรม 'Moonbeam' ของ Dreamwork อย่างยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดโลกเรื่องนี้ พื้นผิวสมจริงระดับถ่ายรูปได้ดึงดูดผู้ชม ในขณะที่ฟีเจอร์ที่เกินจริงก็เสริมบุคลิกตัวการ์ตูนได้ดี และการที่บางครั้งมีลายเส้นการ์ตูนแทรกมาไม่ทำลายความอิน แต่กลับเสริมประสบการณ์ 'ความสนุกรอบข้างในการดูการ์ตูน' ให้ดีขึ้น
‘Ultraman: Rising (2024)’ เป็นอนิเมะแอ็คชั่นเล่าเรื่องนักเบสบอลที่ต้องกลับญี่ปุ่นอย่างไม่เต็มใจเพื่อรับบทอัลตร้าแมนแทนพ่อที่บาดเจ็บ ระหว่างปรับตัวให้เข้ากับชีวิต双重身份 ชีวิตเขายิ่งวุ่นวายเมื่อต้องดูแล ‘เบบี้คาจู’ ที่ถูกหน่วยทหารล่าคาจูหมายหัวไว้เพื่อแผนลับ ท่ามกลางความยาว 2 ชั่วโมงที่รู้สึกยืดเกินจำเป็น หนังอาจไม่น่าเบื่อแต่ก็ขาดความกระชับ ถ้าตัดต่อให้紧凑กว่านี้คงสนุกขึ้น อย่างไรก็ตาม มันก็ยังเป็นงานที่ทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง แม้บางช่วงอาจไม่ดึงดูดเท่าไหร่ และให้ความรู้สึกคล้ายภาพยนตร์ทางทีวี ซึ่งอาจเป็นสไตล์เฉพาะของเน็ตฟลิกซ์ ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ใช่ประสบการณ์แบบหนังโรงเต็มตัว ข้อดีคืองานภาพที่สดใส ลีลาภาพเคลื่อนไหวมีสไตล์ และมีบางช่วงแอ็คชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้บางดีไซน์อาจดูแปลกตาไปบ้าง และเนื้อเรื่องที่กระจัดกระจายไม่ลึกซึ้งเท่าที่ควร แต่โดยรวมก็เข้าใจแนวทางของตัวเองและทำได้ตามนั้น แม้ผมอาจไม่รู้สึกตื่นเต้นสุดขีด แต่ก็ถือว่าใช้เวลาดูได้สบายๆ ในบางช่วงครับ
อย่างแรกเลย ฉันให้คะแนน 10/10 แต่เพราะไม่รู้จัก Ultraman ตัวต้นแบบเลยลดเหลือ 9/10 แต่โดยรวมคือสุดยอดมาก! คนรีวิวหลายคนบอกอนิเมชั่น "ดี" แต่จริงๆ แล้วมันสวยระดับเทพเลยนะ จะเห็นได้ว่ามีการอ้างอิงถึง Ultraman ต้นฉบับอยู่ ส่วนแก่นหลักของเรื่องคือ "ครอบครัว" ที่หลายเรื่องเขียนออกมาน่าอึดอัด แต่ที่นี่เขียนได้ดี ไม่ต้องเสแสร้งจนกลายเป็นมีม ยังบอกได้เลยว่าเรื่องนี้ดูได้ทุกวัย ฉันอยู่ในช่วงวัยรุ่นถึงวัยทำงานต้นๆ (13-22) อนิเมชั่นดึงดูดตา แต่พอดูแล้วติดใจพล็อตเรื่องจนนั่งจบรวดเดียว ไม่เบื่อ ไม่ต้องเปิดทิ้งไว้หลังพื้นหลัง แนะนำให้ดูมากๆ เพลงและดนตรีก็เยี่ยม (พร้อมการอ้างอิงต้นฉบับที่แฝงมา)
อุลตร้าแมน: กำเนิดใหม่ฮีโร่ (2024) คือภาพยนตร์แอนิเมชันสุดตระการตาที่เติมชีวิตใหม่ให้แฟรนไชส์อันเป็นที่รัก การได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานและประทับใจ เพราะเรื่องราวผสมผสานระหว่างแอ็คชั่นอันน่าตื่นเต้นกับเนื้อหาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก แอนิเมชัน CGI สีสันสดใสได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ชุด Spiderverse สร้างสไตล์ภาพที่ดูมีชีวิตชีวาและดึงดูดผู้ชมตั้งแต่ต้นจนจบ ตัวละครถูกพัฒนาอย่างดี โดยเฉพาะ "เคน" ตัวเอกที่เปรียบเสมือนแบบอย่างของความรับผิดชอบและความเมตตา เราชอบที่หนังสร้างสมดุลระหว่างมุกฮาและความลึกซึ้งทางอารมณ์ ทำให้เหมาะกับผู้ชมทุกวัย แม้บางช่วงการเล่าเรื่องอาจเดินเรื่องไม่สม่ำเสมอ แต่โดยรวมแล้วพล็อตเรื่องยังน่าติดตามและทำให้เราอยากติดตามการเดินทางของตัวละคร ฉากแอ็คชั่นนั้นยิ่งใหญ่อลังการ นำเสนอการต่อสู้สุด iconic ของอุลตร้าแมนในรูปแบบที่สดใหม่และเร้าใจ สรุปแล้วอุลตร้าแมน: กำเนิดใหม่ฮีโร่ คือผลงานชั้นเยี่ยมที่ทั้งสนุกเหมาะสำหรับครอบครัวและมีความลุ่มลึกในตัวบท หลังดูจบเรารู้สึกมีพลังบวกและอยากเห็นการผจญภัยต่อในจักรวาลนี้อีก!
ถือว่าดีมากสำหรับแฟนๆ อุลตร้าแมนทุกคนครับ งานนี้ทำได้ดีจริงๆ เนื้อเรื่องดึงเอาเอกลักษณ์ทั้งเก่าและใหม่ของซีรีส์อุลตร้าแมนมาผสมผสานได้ดี ทั้งบรรยากาศสบายๆ ฉากต่อสู้สุดเจ๋ง และที่สำคัญคือเนื้อหาที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นใจ แม้บางคนจะติว่ามันไม่เครียดเหมือนอุลตร้าแมนยุคก่อน แต่จริงๆ แล้วซีรีส์นี้มีหลายรูปแบบได้ตลอดนะครับ จะเป็นสไตล์สนุกๆ สบายๆ แบบอุลตร้าแมนปี 66 แบบจริงจังหนักเหมือนอุลตร้าเซเว่นหรือ Nexus หรือแบบกลางๆ อย่าง Tiga สุดท้ายมันก็ยังคงเป็นอุลตร้าแมนในแบบของตัวเอง ผมว่าเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับแฟนใหม่ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในแพลตฟอร์มใหญ่ระดับโลกอย่าง Netflix ถึงสุดท้ายมันอาจไม่ใช่ประตูสู่แฟนพันธุ์ใหม่ แต่อย่างน้อยก็เป็นอุลตร้าแมนเรื่องเยี่ยมที่ทั้งมือเก่าและมือใหม่ดูได้สนุกเหมือนกัน ปลายๆ แนะนำให้ไปดูอุลตร้าแมนเมบิอุสต่อเลยครับ ฟีลคล้ายกันแน่นอน! -ชูวอตช์
ผมไม่รู้จักอุลตร้าแมนเลย แต่ก็สงสัยเรื่องหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้ เพราะแนวนี้เริ่มจืดชืดแล้ว อยากเห็นอะไรใหม่ๆ ผมไม่ได้ถึงกับทึ่งสุดๆ แต่ก็มีไอเดียและการตัดสินใจที่น่าสนใจหลายอย่าง ที่สำคัญคือทุกอย่างผสมผสานกันได้ดี จุดเด่นสำหรับผมคือตัวละครหลัก นักเบสบอลหัวร้อนลูกคนร้าวัฒโนมัยแบบนี้ไม่ค่อยดึงดูดเท่าไหร่ ส่วนตัวพล็อตหลักใช้เวลาตั้งนาน เราต้องดูหนุ่มสาวอวดดีที่เจอปัญหาใหญ่ครั้งแรกในชีวิต (หรือดูเผินๆ แบบนั้น) เราไม่รู้จักต้นกำเนิดอุลตร้าแมนมากนัก ซึ่งน่าชื่นชมเพราะเนื้อเรื่องสำคัญอยู่ที่ปัจจุบัน เราไม่เห็นการกลายเป็น 'คนเก่ง' แต่เห็นการเติบโตสู่ 'ฮีโร่' แอ็กชันและแอนิเมชั่นตื่นเต้นดี เทรนด์ใหม่ของการผสม 2D กับ 3D ทำให้หนังแอนิเมชั่นสมัยใหม่ดูสนุก และเรื่องนี้ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ตอนจบผมรู้สึกไม่ค่อยพอใจนักเพราะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งสุดๆ ทั้งที่ช่วง climax มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น ผมองว่าหนังเหมาะดูกับครอบครัวหรือเด็กๆ แต่สำหรับคนอื่นอาจได้แค่ความบันเทิงพื้นฐาน
ฉันดูหนังเรื่องนี้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เรามักจะแสดงความเห็น หยุด และกรอหนังกลับไปดูซ้ำบ่อยครั้ง เพราะมีรายละเอียดมากมายให้สังเกต และมีฉากที่น่าจดจำหลายฉากที่อยากดูซ้ำ ตั้งแต่เริ่มเรื่อง ตัวเอกดูมีเสน่ห์สำหรับฉัน แม้ว่าเขาจะเห็นแก่ตัวก็ตาม แต่พอหลังๆ เราได้เห็นเหตุผลของทัศนคติของเขา และทำให้เราเข้าใจเขาได้ง่ายขึ้น จริงๆ แล้ว เราเข้าใจตัวละครทุกตัวได้ไม่ยากเลย และเด็กน้อยนั่น โอ้พระเจ้า เด็กน้อยน่ารักมากจริงๆ ทุกครั้งที่เธอปรากฏตัวบนจอ ใจฉันละลายทุกที เราดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันอย่างสนุกมาก จนตอนนี้กำลังดูรอบสองเพื่อเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด มันกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ฉันชอบที่สุด เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมมาก
ครอบครัวของฉันเพิ่งได้ดู Ultraman: Rising (2024) บน Netflix เรื่องราวเกี่ยวกับนักเบสบอลชื่อดังในญี่ปุ่นที่ถูกเลือกให้กลายเป็น Ultraman คนต่อไป ขณะต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่รุกราน เขาต้องดูแลเบบี้มอนสเตอร์จนกว่าจะหาบ้านใหม่ให้มัน ในขณะที่วายร้ายจอม阴谋 ก็วางแผนทำลายล้างมนุษยชาติ ภาพยนตร์กำกับโดย Shannon Tindle และ John Aoshina (ผู้อยู่เบื้องหลัง Kubo and the Two Strings) พากย์เสียงโดย Christopher Sean (You), Tamlyn Tomita (The Day After Tomorrow), Gedde Watanabe (Sixteen Candles) และ Hiro Nakamura ถือเป็นหนังที่ 'ดีพอให้ดูได้' แต่ไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยม แอนิเมชันและการสร้างจักรวาลมอนสเตอร์ทำได้น่าประทับใจ ทั้ง Ultraman และเหล่ามอนสเตอร์โดดเด่น แต่ตัวละครบางส่วนยังขาดการพัฒนา ฉันชอบฮีโร่และวายร้ายที่ motives ชัดเจน แต่พล็อตเลี้ยงเบบี้มอนสเตอร์รู้สึกไม่ค่อยสนุก มอนสเตอร์ Gigantron ในเรื่องทำให้นึกถึง Rodan การต่อสู้ครั้งสุดท้ายตื่นเต้นและปิดจบได้เนียน สรุป: Ultraman: Rising มีแอนิเมชันสวยและองค์ประกอบจักรวาลมอนสเตอร์ที่เพียงพอให้ดูสนุก แต่บางช่วงที่เน้นเด็กเล็กและมุขตลกแบบถูกใจเด็กอาจลดความลึกของเรื่องลง ผมให้ 5.5-6/10 แนะนำให้ดูด้วยความคาดหวังพอเหมาะ ไม่ต้องคิดมาก
ภาพยนตร์เรื่องนี้ขาดเนื้อหาที่มีสาระ ดูน่าเบื่อและไม่น่าตื่นเต้น สำหรับภาพยนตร์ของ Netflix ถือว่าพอใช้ได้ แต่ไม่สร้างความประทับใจใดๆ ให้กับผู้ชม ตัวละครหลักอย่างเคน ไม่ได้เป็นพระเอกตามที่ผู้ชมคาดหวังไว้ มีข่าวลือว่าผู้หญิงหลายคนคลั่งไคล้เขา แต่ตัวฉันเองไม่เห็นเช่นนั้น เนื้อเรื่องธรรมดาๆ ที่เคยเห็นมาแล้วหลายครั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครก็เฉยๆ ฉันไม่สามารถเข้าถึงเรื่องนี้ได้เลย อาจจะเป็นเพราะพระเอกหรือการขาดหายไปของพระเอก ความสัมพันธ์พ่อลูกน่ารัก แต่ไม่สามารถช่วยให้ภาพยนตร์ดีขึ้นได้ เก็บเวลาไว้ทำอย่างอื่นดีกว่า ถ้าทีม Netflix รู้ตัวก็ควรลบหนังเรื่องนี้ออกไปทันที P.S. เคน ซาโตะ แย่มาก
6.3

Orion and the Dark (2024) โอไรออนท่องแดนมหัศจรรย์รัตติกาล
7.5

Nimona (2023) นิโมนา
7.6

Transformers One (2024) ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 1
7.2

Wish Dragon (2021) มังกรอธิษฐาน
5.7

Thelma the Unicorn ยูนิคอร์นน้อยเทลม่า (2024)
6.2

Despicable Me 4 (2024) มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 4
6.4

IF (2024) เพื่อนในจินตนาการ
6.8

The Imaginary (2023) จินตนาการ
5.7

The Garfield Movie (2024) เดอะ การ์ฟิลด์ มูฟวี่
5.5

Spellbound (2024) ผจญภัยแดนต้องสาป
5.8

The Real Monkey King (2026) คาถารัตเกล้าแห่งภูผาไร้อารยะ
7.5

Inside Out 2 (2024) มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง 2
6.9

Craig Before the Creek (2023)
5

The Haunting of Hill House (2018) ฮิลล์เฮาส์ บ้านกระตุกวิญญาณ
4.4

The Curse of the Necklace (2024)
7.3

Nier Automata Ver1.1a (2023) เนียร์ ออโตมาตา
7.1

Wag the Dog สองโกหกผู้เกรียงไกร (1997)
7.3

Journey To Aunt’s House (2019) ห่อหมกฮวกไปฝากป้า
4.1

Shark Night (2011) ฉลามดุ
5.3

Legend Of Detective Dee (2023) ตี๋เหรินเจี๋ย คลองมังกรผวา
8.3

Heat (1995) ฮีท คนระห่ำคน
6.2

เธอฟอร์แคช Love You to Debt (2024)
7.2

Wish Dragon (2021) มังกรอธิษฐาน
2.4

Alien Rubicon (2024)