
Trolls Band Together (2023) โทรลล์ส 3 เมื่อ ฟลอยด์ พี่ชายของแบรนช์ ถูกคู่วายร้ายป็อปสตาร์ชื่อฉาวโฉ่อย่างเวลเว็ต และวีเนียร์ ลักพาตัวไปเพราะพรสวรรค์ทางดนตรีของเขา แบรนช์และป๊อปปี้ก็ต้องก้าวสู่การเดินทางที่หฤโหดและสะเทือนอารมณ์เพื่อนำพี่น้องคนอื่นๆ แห่งวงโบรโซน กลับมารวมตัวกันและช่วยเหลือฟลอยด์ให้รอดพ้นจากชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าความไร้ตัวตนในวัฒนธรรมป็อป

ป๊อปปี้ค้นพบว่า แบรนช์ เคยเป็นสมาชิกวงบอยแบนด์ 'โบรโซน' กับพี่น้องอย่างฟลอยด์ จอห์น ดอรี สพรูซ และเคลย์ เมื่อฟลอยด์ถูกลักพาตัว แบรนช์และป๊อปปี้จึงออกเดินทางเพื่อรวมตัวพี่น้องอีกสองคนและช่วยเหลือฟลอยด์ให้ปลอดภัย
เมื่อฟลอยด์ พี่ชายของแบรนช์ถูกคู่วายร้ายป็อปสตาร์ชื่อฉาวโฉ่อย่างเวลเว็ตและวีเนียร์ลักพาตัวไปเพราะพรสวรรค์ทางดนตรีของเขา แบรนช์และป๊อปปี้ก็ต้องก้าวสู่การเดินทางที่หฤโหดและสะเทือนอารมณ์เพื่อนำพี่น้องคนอื่นๆ แห่งวงโบรโซนกลับมารวมตัวกันและช่วยเหลือฟลอยด์ให้รอดพ้นจากชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าความไร้ตัวตนในวัฒนธรรมป็อป
ฉันชอบหนังเรื่องนี้มาก ดูแบบ RealD 3D แล้วไม่ผิดหวังเลย เคยดูภาค Trolls World Tour ตอนกักตัวแต่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยตื่นเต้นกับภาคนี้ แต่พอดูจบคิดว่านี่คือภาคที่ชอบที่สุดในซีรีส์ Trolls เลยล่ะ แอนิเมชันสวยมาก น่าดูแบบ 3D สุดๆ นอกจากนี้ยังชอบตัวละครใหม่นอกจากพวกทรอลล์ด้วย ส่วนตัวละครน้องพี่นักร้อง เวลเวตและเวนเนอร์นี่ไม่รู้จักมาก่อนเลย มีอย่างเดียวที่ไม่ชอบคือตอนที่แบรนช์ไม่ได้บอกพี่น้องของเขาว่าคุณยายเสียชีวิตแล้ว โดยรวม Trolls Band Together เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่ดีมาก ดูแล้วสนุกและประทับใจแน่นอน
แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม พากย์เสียงก็ดีมาก เนื้อเรื่องก็สนุก นักแสดงและทีมแอนิเมชั่นทำได้ดีมาก! แต่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมสำหรับเด็กมากเกินไป (ยาเสพติด, เรื่องเพศ ฯลฯ) บทภาพยนตร์ควรเหมาะสมกับวัยมากขึ้น บางส่วนเด็กอาจไม่เข้าใจ แต่การพูดว่า 'ล่ามโซ่ฉันในคืนแต่งงาน' 'มาจูบกันเถอะ' หรือ 'ริงป็อปที่ทำให้เมา' นั้นไม่เหมาะสมเลย ผมรู้ว่าในหนังเด็กมักมีมุกแบบนี้ (เช่น เชร็ค) แต่ที่นี่เกินไปมาก รู้สึกไม่โอเคที่ให้ลูก 5 ขวบดู เราจะไม่ดูซ้ำแน่นอน ส่วนตัวในฐานะนักดนตรี ผมไม่ชอบที่หนังใช้เสียงออโต้ทูนเยอะเกิน ฟังเหมือนคอมพิวเตอร์ร้องเพลงเลย
แบรนช์ (จัสติน ทิมเบอร์เลก) และป๊อปปี้ (แอนนา เคนดริก) กำลังอยู่ในงานแต่งงานของบริเจ็ตกับกริสเซิล ทันใดนั้นจอห์น ดอรีก็ปรากฏตัวขึ้นมาทำให้งานสะดุด ป๊อปปี้ตกใจที่ descobrir ว่าแบรนช์มีพี่น้องชาย ปรากฏว่าทั้งห้าพี่น้องเคยเป็นสมาชิกวงบอยแบนด์มาก่อน ส่วนฟลอยด์พี่ชายถูกเวลเวตและเวเนียร์จับตัวไปเพื่อดูดพลังชีวิตของเขาใช้เพิ่มพลังการแสดง คราวนี้ทรอลล์กลับมาอีกครั้ง กับโลกสีสันสดใสและดนตรีสมัยใหม่แบบคาราโอเกะคลาสสิกที่ทำเอาเด็กๆ รุ่นใหม่ต้องหลงใหล ส่วนผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็มีมุกตลกพอให้ไม่เบื่อ过头ไป ต้องยอมรับว่า franchise นี้เหมือนงานปาร์ตี้สุดเหวี่ยงที่พร่ามัวเพราะยา และเราก็จำเรื่องราวจากภาคก่อนๆ ไม่ค่อยได้แล้วแหละ!
หลังจากภาคสองที่สนุกสนาน ภาคสามอย่าง 'Trolls Band Together' กลับกลายเป็นภาคที่อ่อนที่สุดในไตรภาค ด้วยบทภาพยนตร์เรียบง่ายที่เล่าเรื่องการรวมตัวของครอบครัวผ่านการกลับมารวมกลุ่มของวงป๊อป ฉากต่าง ๆ ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นหรือสะเทือนใจ มีแต่ความจืดชืด ตัวร้ายดูตลกและไม่น่ากลัว ส่วนเพลงประกอบก็ขาดความคมชัด การพากย์เสียงของนักแสดงไม่ได้โดดเด่น เพลงประกอบไม่สามารถติดหูผู้ชมได้เมื่ออยู่ในฉากที่ต่างกัน และการออกแบบตัวละครใหม่ ๆ ก็ไม่สร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม หนังยังมีจุดเด่นอยู่ที่แอนิเมชันสีสันสดใส พร้อมลูกเล่นของเกล็ดเงา วัตถุแบบเจล ลายแมคเคอเรม และวัสดุงานคราฟต์อื่น ๆ ที่ช่วยให้ภาพดูมีคุณภาพ เป็นหนังที่ดูได้แต่ไม่เทียบเท่าภาคก่อนหน้า
โรงภาพยนตร์เต็มไปด้วยเด็กๆ (และพ่อแม่ที่ต้องตามมาด้วย *ฮ่าๆ*) ความตื่นเต้นเร้าใจ แล้วตามมาด้วยความสนุกสนานสุดเหวี่ยง! ทั้งโรงหนังมีส่วนร่วมไปด้วยกัน หัวเราะจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยล่ะ ผู้ใหญ่อย่างเราต้องปรับจูนเข้าหาโลกสีหวานๆ แบบในสองภาคก่อนหน้า รวมถึงเพลงบอยแบนด์ที่อาจไม่ใช่ทุกคนชอบ แต่ถ้าลองเปิดใจรับดู จะสนุกไปกับมันได้แน่นอน งานเฉลยสุดอลังการที่ทั้งสอดแทรกเซอร์ไพรส์สำหรับผู้ชมวัยโตในเนื้อเรื่องย่อย และมุกพูดที่แฝงไว้ ตลกตรงที่เด็กๆ กลับหัวเราะดังที่สุดในส่วนนี้ ซึ่งนี่ฉันก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ส่วนโครงเรื่อง? ต้องบอกเลยว่าเรื่องราวก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เพราะจริงๆ แล้วแทบไม่มีโครงเรื่องที่เรียกว่าซับซ้อนอยู่เลย ทอลส์ออกปฏิบัติการช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็แค่สีสันสดใส เสียงดัง ด้วยเพลงและการเต้นที่ดึงเพลงจากวัฒนธรรมป๊อป 50 ปีที่ผ่านมา แต่นำมาทำใหม่ในสไตล์ของตัวเอง ผู้ใหญ่อาจจะรักหรือเกลียดหนังเรื่องนี้ แต่เด็กๆ จะต้องชอบแน่นอน!
สิ่งที่ชอบ:การขยายโลกแห่งจินตนาการ: -Trolls Band Together ยังคงเต็มไปด้วยสีสันและความคิดสร้างสรรค์ บางครั้งดูเหมือนเกมคราฟต์ที่เข้ากับสไตล์สแครปบุ๊กของ Poppy -ภาคสามนี้พัฒนาตัวโลกในเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม การได้เห็นโลกใหม่ๆ ที่ถูกสำรวจนั้นช่างน่าตื่นตาตื่นใจ -เกาะที่มีผู้คนคล้ายหุ่นมือ ถิ่นฐานของสิ่งมีชีวิตทรงเอเลี่ยน ที่เพิ่มมิติแปลกใหม่ให้เรื่อง แต่ทุกที่ก็เชื่อมโยงกันด้วยพลังดนตรีและสไตล์เฉพาะตัว -การเพิ่มโลกใหม่ที่ไม่เน้นแค่พวก Trolls ช่วยให้เพลงและบรรยากาศหลากหลายขึ้นการพากย์เสียง: -นักพากย์ทำได้ดีในการสวมบทบาทและสื่อบุคลิกตัวละครออกมาเป็นชีวิต -Timberlake ยังคงสื่ออารมณ์ลึกๆ ของ Branch ได้น่าเชื่อถือ แถมร้องเพลงได้สะท้อนความรู้สึก -Deschanel ยังคงความแปลกและฮาในบท Bridget แบบเดียวกับเรื่องก่อน แถมลิ้นพันๆ ยังช่วยเพิ่มมุขแฝงความน่ารักได้ดี -Kendrick คือตัวท็อป! เธอสื่อความเป็น Poppy ทั้งอารมณ์บวก ความเปรี้ยว และความอ่อนไหวได้สมบูรณ์แบบ แถมเสียงร้องก็เข้ากับคอสตาร์ดได้ดี -ต้องชม Kenan Thompson ในบท Tiny Diamond ที่มาพร้อมมุขตัดจังหวะบทสนทนาได้ฮาแตก -เคมีระหว่างนักพากย์เป็นธรรมชาติ สนุกกับการโต้ตอบที่ลงตัวภาพเคลื่อนไหว: -ลื่นไหล สนุกสนาน ตรงกับบรรยากาศเพลงและความป่วน -ผมของ Trolls ปลิวไหวสไตล์การ์ตูน การเคลื่อนไหวน่ารักชวนฮา แม้แต่ฉากแปลกๆ ก็ยังมีสไตล์ -ฉากเต้นคือจุดเด่น! คอมบิท่าเต้นสุดอลังการ ผสมกับเพลงวายร้ายแล้วดึงอารมณ์เหมือนมิวสิกวิดีโอยุค 80s -ฝีมือ DreamWorks ในการสร้างการเคลื่อนไหวนั้นงดงามตลอดมุขฮา: -ฮาได้ใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้วยมุขสไตล์ Trolls แบบเดิมที่เราชอบ -Bridget ยังคงเป็นตัวละครโปรดสำหรับมุขผู้ใหญ่ บทพูดง่ายๆ แต่แฝงความฮา ส่วนเด็กๆ ก็ขำกับท่าทางซุกซนของเธอกับ Gristle -บทพูดระหว่าง Branch กับ Poppy นั้นน่ารำคาญแต่ก็แฝงมุขหลายระดับ -จังหวะการตลกของ Tiny Diamond ทำให้ขำหนักที่สุด ส่วนตัวละครใหม่ก็มีมุขให้ผู้ปกครองอมยิ้มเพลง: -เพลงฮิตยุค 90s-2000s ถูกนำมาทำใหม่ได้สนุกเหมาะกับโรงหนัง -ถึงบางเพลงจะขาดความลึกซึ้งกว่าเรื่องก่อน แต่ก็เน้นความอลังการและความสนุกสุดเหวี่ยง -การแสดงดนตรีหลายฉานชวนให้ลืมตัว ราวกับอยู่ทัวร์คอนเสิร์ต -แนะนำให้ดูในโรงเพื่อสัมผัสเบสหนักและความมันส์ของซาวด์แทร็กความสนุกโดยรวม: -Trolls 3 ไม่ได้เปลี่ยนเกม แต่คือการมอบความสุขและพลังบวกผ่านดนตรี -จุดแข็งที่สุดคือการได้ปล่อยตัวไปกับความสนุกโดยไม่ต้องคิดมากข้อเสีย:ความน่ารำคาญ: -บางครั้งมุขถูกยืดเยื้อหรือพูดซ้ำๆ จนรู้สึกฝืน -ตัวละครบางตัวถูกทำให้โอเวอร์เกินจำเป็นโครงเรื่องอ่อนแอ: -พล็อตหลักเร่งรีบ ไม่มีเวลาพัฒนาตัวละครอย่างลึกซึ้ง -อุปสรรคในเรื่องดูเรียบง่ายเกินไป ยกเว้นตัววายร้ายหลักที่ยังมีเสน่ห์ตัวละครเก่าหายไป: -ตัวละครโปรดจากภาคก่อนๆ ปรากฏตัวน้อยมาก ถูกแทนที่ด้วยตัวใหม่เพลงไม่หลากหลาย: -เพลงส่วนใหญ่เน้นความสนุกมากกว่าเล่าเรื่อง -ขาดความสร้างสรรค์ในเพลงใหม่เมื่อเทียบกับภาคก่อนบรรจุเกิน容量: -มีหลายซับพล็อตที่ถูกตัดให้สั้นเพื่อให้เรื่องจบในเวลา -การสำรวจโลกใหม่ทำได้ไม่เต็มที่ เพราะเร่งรีบสรุป: Trolls Band Together คือหนังสนุกๆ ที่เหมาะดูในโรงกับครอบครัว เน้นความอลังการของดนตรีและมุขฮา แม้พล็อตและตัวละครจะพัฒนาไม่เต็มที่ แต่ก็ยังให้ความสุขแบบไม่ต้องคิดมาก คะแนน: ภาพเคลื่อนไหว/การผจญภัย/คอมเมดี้: 7.5 คะแนนรวม: 6.0
ภาพยนตร์ที่กำลังป่วยเป็นอาการของหนังภาคต่อที่ถูกทำขึ้นมาเพียงเพราะต้องการทำภาคต่อ ประกอบด้วยส่วนประกอบที่หวานเลี่ยนและดนตรีที่ถูกยัดเยียดเข้าด้วยกันอย่างหลวมๆ ด้วยพล็อตเรื่องที่แทบจะสุ่มสี่สุ่มห้า เป็นแอนิเมชันที่ผลิตแบบอุตสาหกรรมโดยไม่มีจิตวิญญาณหรือความเชื่อมั่นใดๆ ทั้งไม่น่ารัก ไม่สร้างสรรค์ หรือให้ความบันเทิงแบบที่ภาคแรกทำได้ แม้แต่ลูกสาววัย 4 ขวบของฉันยังรู้สึกว่ามันน่าเบื่อไม่น้อย การอ้างอิงดนตรีถึงบอยแบนด์ยุค 90s และต้นปี 2000 กลับไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายในแง่เนื้อหา และดูเป็นการพยายามเอาใจผู้ปกครองแบบฝืนๆ ส่วน "ข้อคิด" ของเรื่องก็คลุมเครือ ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียนการทารุณสัตว์อย่างหยาบคาย หรือการส่งสารครอบครัวแบบครึ่งๆ กลางๆ แค่ให้เสร็จๆ ไป แม้แต่ตัวฉันเองยังไม่เข้าใจ ส่วนนักแสดงชื่อดังก็แค่ไม่น่ารำคาญ แต่ถ้าไม่รู้มาก่อนก็ยากจะจำแนกเสียงใครได้ ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจขายกลุ่มไหนเมื่อทั้งเด็ก 4 ขวบและผู้ปกครองต่างไม่สนใจ สุดท้ายแล้วก็เป็นแค่ความบันเทิงไร้สาระที่เด็กเล็กอาจสนุกกับบทเพลงและการเต้นไป 90 นาที แล้วก็ลืมมันเมื่อกลับถึงบ้าน ส่วนผู้ปกครองก็อาจจะได้งีบหลับสบาย
ฉันชอบภาพยนตร์เรื่องนี้มากตั้งแต่ต้นจนจบเลยค่ะ การได้เห็นตัวละครเติบโตและพัฒนาตัวเองน่าทึ่งมาก เพลงติดหู นักแสดงก็สุดยอด การพากย์เสียงก็ดีมาก! หนังถ่ายทอดบาดแผลทางใจของแบรนช์ได้เป็นพิเศษ ชอบที่ทำให้เห็นถึงความจริงใจแต่ยังเหมาะสำหรับเด็ก เป็นแฟนตัวยงตั้งแต่ภาคแรก การได้เห็นเบื้องหลังการเติบโตของตัวละครสนุกมาก ความสัมพันธ์ของแบรนช์และป๊อปปี้ประทับใจมาก ชอบที่ป๊อปปี้รับฟังและเข้าใจความรู้สึกของแบรนช์ ไม่ปิดกั้นแต่ให้เขารู้ว่าทุกความรู้สึกมีค่า ทำได้ดีมากสำหรับภาคสามจากดรีมเวิร์กส์ รอไม่ไหวแล้วว่าภาคต่อไปจะเป็นยังไง 10/10 คะแนนเลย!
มาแล้วครับ... อีกหนึ่งภาคของซีรีส์ Trolls จาก DreamWorks ที่ยังคงความฮิตต่อเนื่อง! ผมได้ดู Trolls: Band Together ไปเมื่อวาน หลังจากติดตามสองภาคแรกมา ซึ่งต้องบอกว่าแฟรนไชส์นี้ดังมากใน UK ทำให้น่าประหลาดใจที่รีวิวนี้มาถึงก่อนในยุโรป แต่ยังไงก็ตาม... หนังเรื่องนี้ก็ 'โอเค' ตามมาตรฐานหนัง Trolls ที่เราคาดไว้ ทั้งสีสันสดใส ตัวการ์ตูนสุดเพี้ยน และเพลงสนุกๆ ที่ทำให้เด็กๆ ตื่นเต้น ไม่ต้องเปรียบเทียบกับ Puss in Boots: The Last Wish เพราะนี่คือความบันเทิงสีฉูดฉาดสำหรับเด็กโดยเฉพาะ แต่ต้องยอมรับว่าดีขึ้นกว่าสองภาคก่อน แม้จะไม่มากเท่าไหร่ จุดเด่นคืออนิเมชันที่พัฒนาขึ้นมาก สวยตระการตา มีการใช้เอฟเฟกต์ 2D บางช่วงที่สร้างสรรค์ บวกกับมุขตลกและตัวละครน่ารักๆ โดยเฉพาะ 'คริมป์' ตัวละครขนฟูของกลุ่มวายร้ายที่ออกแบบได้โดดเด่นและขำขันได้ใจ ส่วนเพลงอย่าง 'Better Place' ก็ฟังดีกว่า 'Can't Stop the Feeling' แน่นอน ข้อเสียคือโครงเรื่องที่คาดเดาได้ตั้งแต่ต้น เพลงเปิดและคลายปมเรื่องรู้สึกเรียบๆ แบบหนังเด็กทั่วไป แถมตัวละครเก่าอย่าง Gristle กับ Bridget ก็ถูกใส่เข้ามาแบบไม่จำเป็นนัก นอกจากฉากแต่งงานที่ใช้เป็นเครื่องมือ推动พล็อต ถึงจะลดบทบาทตัวละครหลักอื่นๆ ได้บ้าง แต่ก็เสียดายที่ไม่ได้พัฒนาต่อยอด สรุปแล้ว Trolls ภาคนี้เป็นหนังครอบครัวที่ดูเพลินๆ เด็กๆ จะชอบแน่นอน เพราะมีพลังงาน สีสัน และเพลงติดหู แม้จะไม่ถึงระดับ Puss in Boots 2 หรือ Bad Guys แต่ก็ถือว่าดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบภาคก่อน แนะนำให้พาเด็กๆ ไปดู ส่วนผู้ใหญ่อาจได้แค่รอยยิ้มบ้าง จัดไป 6.9/10!
ถึงจะมีนักวิจารณ์บางคนพยายามบอกว่าหนังเรื่องนี้ส่งข้อความเกี่ยวกับการยอมรับตัวเอง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย เรื่องราวถูกปะติดปะต่อกันอย่างไม่ต่อเนื่อง แต่ละส่วนแทบไม่เกี่ยวข้องกัน บางส่วนดูเหมือนถูกเพิ่มเข้ามาเพียงเพื่อฆ่าเวลา รู้สึกได้ว่าไม่มีใครทำงานจากโครงเรื่องเดียวกัน แต่ละคนคงทำตามโครงเรื่องของตัวเอง แล้วหวังว่าจะมีผู้ใหญ่มาคอยจัดให้กลายเป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์ นี่ไม่ใช่การเล่าเรื่องที่สมบูรณ์ แต่มันกระจัดกระจาย คาดเดาได้ บทพูดน่าเบื่อ ส่วนมุกสำหรับผู้ใหญ่ก็มาจากการอ้างอิงที่ไม่เหมาะสม เช่น เซ็กส์บนเตียงในคืนแต่งงานแบบบีดีเอสเอ็ม เด็กๆ ที่ดูด้วยกันอยากดูหนังเรื่อง 'เอลฟ์' มากกว่าพอจบแล้วยังขอให้เปิด 'เอลฟ์' ดูอีกครั้งแบบนี้ต้องล้างสมองกันยาว!
ภาพยนตร์ภาคที่สามของซีรีส์ที่กำลังฉายในโรงตอนนี้ เริ่มต้นด้วยการย้อนอดีตไปช่วงที่ 'แบรนช์' วัยเด็ก (Justin Timberlake) เป็นสมาชิกวงบอยแบนด์กับพี่น้อง แต่เพราะความขัดแย้ง พวกเขาต้องแยกทางกัน ปีต่อมา ในวันก่อนงานแต่งงานของแบรนช์ อดีตสมาชิกวงอย่าง 'เอริค อังเดร' (Eric Andre) ก็มาบอกว่า 'ทรอย ซีวัน' (Troye Sivan) น้องชายถูกจับตัวไปขังไว้ในขวดน้ำหอมโดยคู่แฝดศิลปินป๊อปสุดเพี้ยน (Amy Schumer และ Andrew Rannells) ที่อยากขโมยพลังเสียงของเขา เพื่อนำมาใช้ในเพลงของตัวเอง แบรนช์และเอริคจึงออกตามหาพี่น้องพร้อมกับ 'แอนนา เคนดริก' และ 'ไทนี่ ไดมอนด์' (Kenan Thompson) เพื่อรวบรวมสมาชิกวงเก่าให้กลับมาร้อง 'เพลงแห่งความสามัคคี' ช่วยทรอยให้รอด แถมระหว่างทาง พวกเขายังเจอ 'คามิลา คาเบโย' น้องสาวที่หายตัวไปนานของป๊อปปี้ด้วย! เมื่อทุกคนรวมตัวกันอีกครั้ง ความขุ่นข้องหมองใจในอดีตก็ถูกแก้ไข พร้อมกับบทเพลงสนุก ๆ ที่ทำให้ทั้งครอบครัวดูได้แบบไม่ต้องกังวลว่าลูกจะเบื่อ!
ผมชอบภาพยนตร์ DreamWorks Trolls ภาคก่อนๆ อย่าง Trolls (2016) และ Trolls World Tour (2020) และตอนนี้ก็มาถึงภาคสามแล้ว หลังดูจบต้องบอกว่าภาคนี้สนุกและน่าติดตามไม่แพ้สองภาคก่อนเลย! Trolls Band Together (2023) เป็นอีกครั้งที่เราได้เดินทางไปกับโลกสีสันสดใส ดนตรีสุดคึกคัก ตัวละครน่ารัก และเพลงฮิตที่คุ้นหู พร้อมเพลงใหม่จากวง *NSYNC ที่ฟังแล้วอินมาก แม้ภาพยนตร์ชุดนี้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ให้ความบันเทิงได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตลอดเรื่อง นักพากย์เสียงในเรื่องทำได้ดีมาก โดยเฉพาะ Justin Timberlake ที่กลับมาเป็น Branch อีกครั้ง ในภารกิจตามหาพี่น้องเพื่อช่วย Floyd ที่ถูกจับไป พร้อมย้อนอดีตเมื่อเขาและพี่ๆ เคยเป็นวงบอยแบนด์ชื่อ BroZone ที่ต้องแตกหักเพราะความเข้าใจผิด ทำให้เราได้รู้จักชีวิตของ Branch มากขึ้น ทั้งการซ่อมแซมความสัมพันธ์กับพี่น้องและความฮาระหว่างทาง ส่วน Poppy (Anna Kendrick) ก็ยังน่ารักเหมือนเดิม พร้อมช่วย Branch และเพื่อนๆ ตามหาพี่น้อง แถมยังพบว่าตัวเองมีน้องสาวฝาแฝดซ่อนอยู่! ตัวละครเสริมอย่าง Bridget กับ King Gristle (Zooey Deschanel และ Christopher Mintz-Plasse) ก็กลับมาอีก แม้บทบาทจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับพล็อตหลักแต่ก็เพิ่มความบันเทิงได้ดี ส่วนพี่น้องของ Branch ในวง BroZone ทั้ง Floyd (Troye Sivan), John Dory (Eric André), Spruce (Daveed Diggs) และ Clay (Kid Cudi) ก็มีบทบาทเด่น ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมวงถึงแตก และเห็นพัฒนาความสัมพันธ์ของพวกเขา จุดเด่นของภาคนี้คือการปรากฏตัวของ Viva (Camila Cabello) น้องแฝดของ Poppy ที่มีพลังงานสดใสเหมือนกันเปี๊ยม! เธออาศัยในสนามกอล์ฟมินิที่ถูกทิ้งร้างพร้อมเทรลล์กลุ่มหนึ่ง และค่อยๆ เผยเหตุผลที่หายไปจากครอบครัว ส่วนตัววายร้าย Velvet กับ Veneer (Amy Schumer และ Andrew Rannells) แม้แผนการดูแปลกใหม่แต่ก็อยากรู้เบื้องหลังพวกเขาให้มากขึ้น ด้านอนิเมชันยังคงสวยงาม ตื่นตาด้วยสีสันและดีเทลของแต่ละโลเคชัน โดยเฉพาะฉากเพลงที่ออกแบบได้คัลเลอร์ฟูลและเคลื่อนไหวลื่นไหล เพลงในเรื่องก็ยังติดหู เข้ากับจังหวะ รวมถึงเพลงใหม่ของ *NSYNC ที่ฟังแล้วต้องสะบัดหัว! สรุปแล้ว Trolls Band Together (2023) คือภาพยนตร์แอนิเมชันครอบครัวที่ครบรส ทั้งความสนุก ดราม่าน้ำตาเช็ด และเสียงหัวเราะ เหมาะสำหรับดูกันทั้งครอบครัว ถ้าคุณชอบสองภาคแรก รับรองว่าภาคนี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง!
นี่คือตัวอย่างบทวิจารณ์ภาพยนตร์ 'Trolls Band Together' ภาคที่ 3 แอนิเมชันสุดคัลเลอร์ที่มาพร้อมดนตรีและความสนุก! เรื่องราวติดตามพ็อปปี้ (Anna Kendrick) และแบรนช์ (Justin Timberlake) คู่รักนักร้องที่ออกตามหาพี่น้องที่หายตัวไปของแบรนช์ พร้อมสู้กับวายร้ายคู่หูที่อยากขโมยความสามารถด้านดนตรีของพวกเขา ระหว่างทางเต็มไปด้วยบททดสอบ เพลงสนุกๆ และมิตรภาพใหม่ๆ เนื้อเรื่องเรียบง่ายแต่มีลูกเล่นให้ติดตาม แทรกแง่คิดเรื่องครอบครัว ความเป็นเพื่อน และการปกป้องความสุขของตัวเอง พัฒนาตัวละครได้น่าสนใจ ทั้งความสัมพันธ์ของสองตัวหลักและตัวละครใหม่ที่มีเอกลักษณ์ สุดท้ายส่งท้ายด้วยฉากจบสุขสันต์ที่ชวนให้เชื่อในพลังของดนตรีและความรัก ด้านการผลิต กำกับโดย Walt Dohrn ที่สร้างโลก Trolls อันสวยงามด้วยเทคนิคผสมผสาน 2D-3D ได้อย่างมีสไตล์ ฉากดนตรีตระการตา เพลงประกอบหลากสไตล์ที่แสดงฝีมือนักแสดงพากย์อย่างเต็มที่ แอนนา เคนดริก และ จัสติน ทิมเบอร์เลค ยังคงคู่เคมีดีเยี่ยม ส่วนนักแสดงประกอบอย่าง Troye Sivan, Eric André ก็เติมสีสันได้ดี จุดแข็งคือดนตรีcatchy ฮumorขำขื้น และเนื้อหาที่มีความรู้สึก ข้อเสียมีน้อย เช่น บางช่วง predictable หรือบางฉากอาจน่ากลัวสำหรับเด็กเล็ก ท้ายสุด 'Trolls Band Together' คือหนังแอนิเมชันครอบครัวที่ดูแล้วสุขใจ ร้องตามได้ไม่รู้ตัว เหมาะกับคนรักดนตรีและความสุขแบบเรียบง่าย!
6.1

Trolls World Tour (2020) โทรลล์ส เวิลด์ ทัวร์
6.6

Migration (2023) ครอบครัวเป็ดผจญภัย
7.3

Sing 2 (2021) ร้องจริงเสียงจริง 2
6.9

The Croods A New Age (2020) เดอะ ครู้ดส์ ตะลุยโลกใบใหม่
7.1

Sing (2016) ร้องจริง เสียงจริง
5.9

The Boss Baby Family Business (2021) ซับไทย
5.6

CBI 5 The Brain (2022)
6.6

Deliver by Christmas (2022) ส่งให้ทันวันคริสต์มาส
6.4

Ariyippu Declaration (2022)
5.5

The Soul Reaper (2023) คนกินวิญญาณ
6.3

Good Boy (2025) มะหมาเห็นผี
2.8

Meet the Spartans (2008) ขุนศึกพิศดารสะท้านโลก
7.1

Squid Game The Challenge Season 2 (2025) สควิดเกม เดอะ ชาเลนจ์ ซีซั่น 2
5.5

The Leech (2022)
6.1

House of Spies (2023) เฮาส์ ออฟ สปาย
6.6

Silver Dollar Road (2023)

The Mandalorian Season 2 (2020)
7.2

Dragon Inn (1992) เดชคัมภีร์แดนพยัคฆ์