
The Frist Slam Dunk (2022) เดอะ เฟิสต์ สแลมดังก์ มิยางิ เรียวตะ พอยต์การ์ดจ่ายความเร็วสูงของโชโฮคุ ที่มักจะเล่นด้วยมันสมองและความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปั่นป่วนคู่ต่อสู้ด้วยความสุขุมรอบคอบ เรียวตะเกิดและเติบโตในโอกินาว่า มีพี่ชายที่แก่กว่าสามปี และได้ตามรอยพี่ชายของเขาซึ่งเป็นผู้เล่นท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย เช่นเดียวกับพี่ชาย เรียวตะ ก็ชื่นชอบบาสเก็ตบอลเช่นกัน ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรียวตะได้ร่วมทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียนมัธยมโชโฮคุ ร่วมกับซากุรางิ รุคาว่า อาคางิ และมิตซุย ขณะที่พวกเขาเข้าร่วมในการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติระหว่างโรงเรียนมัธยมปลาย และตอนนี้พวกเขากำลังจะท้าทายแชมป์เก่าอย่างโรงเรียนเทคโนซังโน

ติดตามเรื่องราวของ ริวตะ มิยางิ เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ผู้พยายามทำความฝันของพี่ชายผู้ล่วงลับที่อยากเป็นดาวเด่นวงการบาสเกตบอลให้สำเร็จ
มิยางิ เรียวตะ พอยต์การ์ดจ่ายความเร็วสูงของโชโฮคุ ที่มักจะเล่นด้วยมันสมองและความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปั่นป่วนคู่ต่อสู้ด้วยความสุขุมรอบคอบ เรียวตะเกิดและเติบโตในโอกินาว่า มีพี่ชายที่แก่กว่าสามปี และได้ตามรอยพี่ชายของเขาซึ่งเป็นผู้เล่นท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย เช่นเดียวกับพี่ชาย เรียวตะ ก็ชื่นชอบบาสเก็ตบอลเช่นกัน ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรียวตะได้ร่วมทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียนมัธยมโชโฮคุ ร่วมกับซากุรางิ รุคาว่า อาคางิ และมิตซุย ขณะที่พวกเขาเข้าร่วมในการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติระหว่างโรงเรียนมัธยมปลาย และตอนนี้พวกเขากำลังจะท้าทายแชมป์เก่าอย่างโรงเรียนเทคโนซังโน
ผมให้คะแนนหนังเรื่องนี้ 9/10 แต่ต้องยอมรับว่าคะแนนส่วนใหญ่เป็นของมังงะ Slam Dunk ต้นฉบับที่เลอค่าและเป็นส่วนหนึ่งของวัยเยาว์ของผมจริงๆ ตอนที่เห็นข่าวเมื่อ 2 ปีก่อนว่าอิโนอูเอะซังจะทำหนัง ผมคิดว่านี่คือเมษาหน้าโหล! แต่พอได้ดูแล้ว... ไม่ผิดหวังเลย สิ่งที่ท้าทายที่สุดคงเป็นการนำเสนอเรื่องราวที่แฟนๆ รู้จักดีจนขึ้นใจให้ไม่น่าเบื่อ ซึ่งเขาทำได้เฉียบคมมาก! หนึ่งในทางเลือกที่ฉลาดสุดคือการเล่าเกมกับทีมแซนนอนผ่านมุมมองของมิยากิ พร้อมเบื้องหลังใหม่ๆ ที่เติมเต็มอารมณ์ แฟนตัวจริงจะได้กลับไปลุ้นระทึกในเกมโชโฮกุ vs แซนนอนอีกครั้ง ราวกับย้อนวันวานครั้งแรกที่ตกหลุมรักการ์ตูนเรื่องนี้ แม้หนังจะไม่สมบูรณ์แบบ สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านมังงะ อาจรู้สึกว่าบางช่วงตัดต่อกระโดดไปมา เช่น ฉากแบ็กกราวน์ของมิตสึอิที่จบไม่สมบูรณ์ หรือช่วงที่ซากุราอิเห็นภาพอดีตตอนบาดเจ็บ แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะย่อมังงะ 31 เล่ม (แค่เกมแซนนอนก็ 4-5 เล่ม!) ให้เหลือแค่ 2 ชั่วโมง ถ้าไม่ใช่แฟนเก่า อาจรู้สึกว่านี่เป็นแค่หนังกีฬาดีๆ เรื่องหนึ่ง แต่สำหรับเราๆ นี่คือนิยามของ 'ความทรงจำ' ที่มีชีวิต! หวังลึกๆ ว่าอิโนอูเอะซังจะทำภาค 2 ภาค 3 ต่อไป... แต่ขอไม่ต้องรออีก 26 ปีนะ!
ผมไม่เคยดูซีรีส์นี้มาก่อน แค่เคยได้ยินชื่อเรื่อง และไม่เข้าใจกฎกติกาเฉพาะนัก แต่ก็สนุกไปกับมันครับ รู้สึกราวกับเรื่องยาวหน่อย แต่เทคนิคการเคลื่อนไหว ภาพวาด การแสดงออกของตัวละคร การเขียนเรื่องราว ตัวละคร ฉากซึ้งใจ รวมถึงมุกฮาต่างๆ ทำได้ดีมาก แม้ไม่เคยดูซีรีส์หรือการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน หรือคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ผมมั่นใจว่าคุณจะชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนพื้นหลังของตัวละครหลักค่อนข้างเศร้าและหดหู่หน่อย แต่สถานการณ์และความรู้สึกที่นำเสนอก็เข้าใจได้ ไม่มีฉากเซ็กซ์ ความรุนแรงโหดร้าย หรือภาพสยองขวัญ ดูเป็นครอบครัวหรือคู่รักได้ไม่ต้องกังวล ตอนนี้ในโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่นมีแจกรางวัลการ์ดกระดาษแบบโคสเตอร์ด้วยนะครับ (ผมเป็นคนญี่ปุ่นขอโทษที่ภาษาอังกฤษไม่ดี หวังว่าคงมีรีวิวดีๆ ออกมาอีกนะ)
แม้จะมีรีวิวล่วงหน้ามากมายที่แสดงความผิดหวังจากแฟนพันธุ์แท้ของซีรีส์ทีวี แต่ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้กลับทำให้ฉันตื่นตะลึงไปหมด ในฐานะแฟนการ์ตูนต้นฉบับมานานกว่ายี่บยปี ฉันรู้สึกทึ่งกับความสวยงามของแอนิเมชันที่ต้องอาศัยความพยายามอย่างมหาศาลจากทีมงาน ตัวละครในทีมคู่ต่อสู้ถูกทำให้มีชีวิตชีวา ทุกการเคลื่อนไหวสมจริงจนไม่มีที่ติ การเพิ่มเรื่องราวใหม่ พร้อมกับการตัดต่อบางส่วนของต้นฉบับออกอย่างเหมาะสม ฉันมองว่ามันคือความคิดสร้างสรรค์ชั้นยอด แม้ไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับซีรีส์ต้นฉบับหรือกฎกติกาของกีฬา คุณก็จะสนุกไปกับภาพยนตร์กีฬาที่สมจริงและดราม่าน่าประทับใจของวัยรุ่นได้อย่างแน่นอน
การดัดแปลงมังงะที่มียอดขายกว่า 100 ล้านเล่มให้มาสู่จอภาพยนตร์เป็นเรื่องท้าทายมาก เพราะแฟนๆ ส่วนใหญ่รู้พล็อตและรายละเอียดทั้งหมดอยู่แล้ว แต่การเพิ่มเนื้อหาใหม่พร้อมย้อนความทรงจำผ่านโมเมนต์คลาสสิกให้ทั้งแฟนเก่าและใหม่ตื่นเต้นไปด้วยกัน...และ ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ ก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะเป็นผลงานกำกับครั้งแรกของเขาก็ตาม! ในฐานะแฟนตัวยงตั้งแต่ช่วงมังงะวางแผงครั้งแรก ความหลงใหลในกีฬาและโมเมนต์เล็กๆ ในเรื่องสร้างความทรงจำวัยเด็กที่ยิ่งใหญ่ให้ผม แต่พอรู้ว่าภาพยนตร์มาหลังจากมังงะจบไป 20 ปี ก็มีความกังวลนิดหน่อย...แต่หลังจากดูจบในโรงเมื่อคืน ผมอยากยกย่องทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ ผู้สร้างและผู้กำกับ ที่ทำสำเร็จแม้เป็นมือใหม่ เข้าใจการเล่าเรื่องในรูปแบบภาพยนตร์เป็นอย่างดี จนตัดเลือกฉากสำคัญจากมังงะได้อย่างแม่นยำ และที่สำคัญ เขารู้ว่าแฟนๆ จำทุกรายละเอียดได้ขึ้นใจ ขณะเดียวกันก็มีผู้ชมใหม่ที่อาจไม่รู้จัก เขาจึงเลือกใช้มุมมองการเล่าเรื่องจากตัวละครอื่นแทนนักเล่าเรื่องเดิม ทำให้ได้สัมผัสแบ็คสตอรี่ใหม่ แต่ยังคงฉากคลาสสิกที่ทำให้เราติดงอมแงม แฟนเก่าอย่างผมยังเจอสิ่งใหม่ไม่เบื่อเลย! สิ่งที่ผมประทับใจสุดคือ ทาเคฮิโกะ ถ่ายทอดอารมณ์และบรรยากาศของมังงะมาสู่หนังได้ 100% ทั้งความตื่นเต้นเร้าใจ ลุ้นระทึก เสียดสีขำขัน แม้ผมจะอ่านฉากเหล่านี้มานับพันครั้งแล้ว แต่ทุกอารมณ์ยังคงอยู่! ความฮา ความมันส์ ความเข้มข้นที่ทำให้ลืมหายใจ รับรู้ได้เต็มที่ในโรง นี่คือสิ่งที่เหลือเชื่อ! ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเก่าหรือเพิ่งรู้จักเป็นครั้งแรก รับรองว่าสนุกแน่นอน (สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านมังงะ อาจสับสนบางจุด แนะนำให้อ่านมังงะต่อหลังดูจบ จะเปิดมุมมองใหม่ให้เห็นว่าเหตุใดเรื่องนี้จึงกลายเป็นคลาสสิกของเอเชียมานานกว่า 20 ปี!)
ก่อนอื่นต้องบอกว่าแฟรนไชส์ Slam Dunk เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล...ความรักในบาสเกตบอลและสไตล์การวาดภาพของผม ล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของอิโนอุเอะ เซนเซ! และแล้ว The First Slam Dunk ก็มาถึง เป็นความทรงจำที่รอคอยมา 30 ปี นับตั้งแต่แฟรนไชส์นี้หายไปจากจอทีวีและโรงหนัง ภาพยนตร์เรื่องนี้สมบูรณ์แบบทุกด้าน ทั้งการเล่าเรื่องที่ได้สัดส่วน แอนิเมชันบาสเกตบอลที่สมจริงจนรู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวา การผสมผสาน CGI และแอนิเมชัน 2D ลงตัวน่าชม ส่วนการพากย์เสียง 85% ยังคงเหมือนเดิมทุกประการ มีแค่ซากุระงิที่เสียงต่างไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะการแสดงทั้งหมดยอดเยี่ยม👌 เสียงดนตรีและเพลงประกอบยิ่งตื่นเต้นเร้าใจจนอดไม่ได้ที่จะไปตามฟังอัลบั้มอื่นๆของ 10-Feet 😅 การเปลี่ยนตัวเอกจากซากุระงิเป็นริโอะตะ คือแนวทางที่เฉียบคมของอิโนอุเอะเซนเซ เพื่อสร้างเรื่องราวที่ทั้งแฟนเก่าและผู้ชมใหม่เข้าถึงได้ ริโอะตะเป็นตัวละครเดียวที่ไม่มีแบ็คกราวนด์มาก่อนในมังงะและอนิเมะ แต่ถึงผมจะเป็นแฟนตัวยงของซากุระงิ ก็ไม่รู้สึกขัดเขินเลย ตัวละครอื่นๆก็ได้รับส่วนแบ่งการพัฒนาเหมาะสม แถมซากุระงิยังรู้สึกเหมือนเป็นตัวเอกอยู่ดี ให้ความทรงจำเป็นความทรงจำแบบเดิมๆ เพราะเรารู้เรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้ว ถ้าภาพยนตร์ทำตามมังงะเป๊ะๆ ผู้ชมใหม่อาจสับสน และถ้าบางช่วงบางตอนของมังงะไม่ได้อยู่ในหนัง ก็ต้องยอมรับด้วยใจที่เปิดกว้าง...ผมเชื่อว่าอิโนอุเอะเซนเซคัดสรรมาอย่างดีแล้ว มันคืองานศิลปะที่ทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้ ผมมองว่านี่คือส่วนหนึ่งของธุรกิจภาพยนตร์ ที่อิโนอุเอะเซนเซออกแบบมาเพื่อให้ทั้งแฟนเก่าและใหม่รู้สึกสดใส และหวังว่าผู้ชมใหม่จะหลงรักแฟรนไชส์นี้ต่อ สำหรับแฟนเก่าที่ติดกับกราฟิกส์อนิเมะแบบเดิม...การยึดติดกับอดีตอาจทำให้เราตกยุค เพราะอนิเมะเวอร์ชันเก่าเองก็มีจุดบ่างพร่องอยู่บ้าง ให้มังงะและอนิเมะเป็นตำนานที่สมบูรณ์ ส่วนภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือสุดยอดผลงานชิ้นใหม่ที่ควรค่าแก่การชมในโรง ส่วนการตัดสลับไปมาระหว่างปัจจุบันและอดีตนั้น ผมว่าไม่มีส่วนไหนเสียเปล่า เพราะเนื้อหาฟลัชแบ็กบางส่วนไม่เคยปรากฎในมังงะมาก่อน นี่คือสไตล์การเล่าเรื่องแบบญี่ปุ่นที่ช่วยสร้างอารมณ์ร่วม ผมมองว่านี่คือวุฒิภาวะทางศิลปะของอิโนอุเอะเซนเซ ที่แฟนๆซึ่งเติบโตมากับ Slam Dunk ควรเข้าใจ ไม่ควรบ่นมากถ้าเนื้อหาไม่ตรงมังงะ 100% ควรรู้สึกขอบคุณแทน เพราะหนังเรื่องนี้ไม่เคยอยู่ในแผนของอิโนอุเอะเซนเซมาก่อน เคยมีคนเสนอทำแต่ท่านปฏิเสธมาโดยตลอด สรุปให้ 9/10 ต้องดูในโรงถึงจะสัมผัสอารมณ์สุดมันส์ที่พุ่งตรงเข้าสู่จิตวิญญาณ รับรองว่า仍是อนิเมะกีฬาที่ดีที่สุดตลอดกาล👌 รักจากอินโดนีเซีย🇮🇩
สำหรับผู้ที่รู้จักทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ นักเขียนมังงะต้นฉบับ เขาไม่ใช่คนประเภทที่ชอบทำซ้ำสิ่งที่เคยทำมาในอดีตแน่นอน สำหรับเขา งานเรื่อง Slam Dunk จบลงไปแล้วกว่า 25 ปี เขาปฏิเสธที่จะรีบูตมังงะหลายครั้งมาก เมื่อได้ยินว่ามีภาพยนตร์เรื่อง Slam Dunk กำลังผลิตอยู่ ฉันไม่คิดว่าเขาจะมาเป็นผู้กำกับเอง แต่เขาคือคนที่ละเอียดรอบคอบและต้องการทำทุกอย่างในแบบของเขา เขาจึงรับบทบาทนี้ ทั้งที่นี่คือภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา และมันยอดเยี่ยมมาก! ในแง่ของศิลปะ มีความสมดุลสมบูรณ์แบบระหว่างแอ็คชั่น 3D และสไตล์การวาดจากมังงะต้นฉบับ ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในเกมบาสเก็ตบอลจริงๆ ทุกเฟรมเต็มไปด้วยรายละเอียด น่าทึ่งในเชิงเทคนิค ขอปรบมือให้ผู้กำกับและทีมงาน ส่วนเพลงก็เติมพลังให้ภาพยนตร์ได้อย่างเหมาะเจาะ สำหรับผู้ที่รู้เรื่องราวในมังงะเดิม แม้จุดจบจะเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่การคัดลอกมาเป๊ะๆ คุณจะได้เห็นมุมมองใหม่และเรื่องราวเสริมที่ทำให้เนื้อเรื่องเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว ชอบวิธีที่ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ เล่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง สอดคล้องกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น เหตุผลหนึ่งที่มังงะต้นฉบับเป็นตำนาน เพราะเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้วัยรุ่น แฝงบทเรียนชีวิต ส่วนตัวละครก็มีคาแรกเตอร์แข็งแกร่งแต่ยังดูเป็นคนจริงๆ หากไม่เคยอ่านมังงะมาก่อน ภาพยนตร์เรื่องนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำความรู้จัก
ด้วยความที่กลุ่มผู้ชมส่วนใหญ่คือแฟนพันธุ์แท้ที่อ่านมังงะมาบวกกับผู้ชมใหม่ ผู้กำกับจึงใช้วิธีเล่าเรื่องแตกต่างออกไปแทนที่จะแนะนำตัวละครทุกตัวตั้งแต่ต้นจนจบ (ซึ่งอาจน่าเบื่อ) นับเป็นวิธีที่ฉลาดมากที่ใช้เกมบาสเกตบอลควบคู่กับแบ็กสตอรี่ของ 'มิยางิ เรียวตะ' เพื่อให้หนังมีความหนักแน่นและกระชับ ในมุมของแฟนๆ จะได้พบกับโมเมนต์คลาสสิกและรายละเอียดใหม่ๆ ส่วนผู้ชมใหม่ก็จะเข้าใจตัวละครเรียวตะมากขึ้น แม้เราจะรู้ว่าผลลัพธ์เกมบาสจะเป็นอย่างไร แต่ความตื่นเต้นด้านภาพและความเข้มข้นยังถูกถ่ายทอดได้ดีให้เราได้ลุ้น! ผมชอบวิธีที่หนังสานความสัมพันธ์ระหว่างเรียวตะกับตัวละครอื่นๆ ไม่มากไม่น้อยเกินไป แค่พอให้แฟนๆ ได้รำลึกถึงความเชื่อมโยงที่เคยมี หนังมีข้อเสียบางจุดเช่น 1) ไม่มีแบ็กสตอรี่ของ 'อาคางิ', 'ซาคุรากิ', 'มิตสึอิ' (มือสามแต้ม) และ 'รุคาวะ' (ดาวรุ่งทีม) ทำให้ผู้ชมใหม่อาจไม่อินกับตัวละครหรือสนุกได้ไม่เต็มที่ 2) เรื่องราวส่วนตัวของเรียวตะในครึ่งแรกยังพอรับได้ แต่ครึ่งหลังเริ่มเยิ่นเย้อและดราม่าเกินเหตุ โดยเฉพาะช่วงเกมกำลังดุเดือด! 3) อารมณ์ร่วมมีอยู่แต่ความเข้มข้นต่ำ เราเข้าใจความรู้สึกนั้นแต่มันไม่สามารถซึมเข้าถึงใจได้! ให้ 7.0/10.0 ดูแบบไม่ตั้งความหวังสูงจะสนุกกว่า ส่วนแฟนมังงะที่รู้จักตัวละครอยู่แล้วได้เปรียบแน่นอน!
ทำไมถึงพูดแบบนั้น? ผมดูหนังเรื่องนี้กับลูกชายอายุ 15 ปีที่ไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ตามที่หลายคนบอก เรื่องนี้เล่าจากมุมมองของ "ริโยตะ มิยากิ" นั่นคือเหตุผลที่คุณจะไม่เห็นมุมตลกของซาคุรางิหรือไม่รู้ว่าเขามาเล่นบาสเพราะอะไร ซึ่งเป็นแกนหลักของเรื่อง แต่ อิโนอุเอะ ผู้สร้าง ใส่ดราม่าและแบ็กกราวน์ของมิยากิมากเกินไป จนทำให้จังหวะเรื่องช้าลงหลายครั้ง แถมยังตัดส่วนที่มิยากิตกหลุมรักอายาโกะออก ลูกชายผมเบื่อช่วงนี้มาก สำหรับเด็ก เรื่องนี้เข้าใจยาก เห็นได้จากเรตติ้งที่ผู้ชมอายุ <18 ให้คะแนนต่ำที่สุด ส่วนตัวละครอื่นๆ ก็ถูกแนะนำไม่เพียงพอ ผู้ชมใหม่จะไม่รู้ว่าอากางิเจ๋งแค่ไหนใต้ห่วง ซาคุรางิมีร่างกายพิเศษ มิตสึอิยิงสามแต้มเก่ง หรือรุคาวะคือดาวเด่นของทีม ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครก็ไม่ถูกอธิบาย แต่สำหรับแฟนตัวยง มุมมองของมิยากิและเนื้อเรื่องเสริมนี้กลับน่าสนใจ ภาพอนิเมชั่นก็สวยงามน่าทึ่ง ให้ความรู้สึกถึงแมทช์เกมจริงๆ ตัวละครมีชีวิตชีวา และเป็นnostalgiaชั้นดี แต่สรุปแล้ว ผมยังชอบเนื้อเรื่องต้นฉบับมากกว่า ในเมื่อชื่อคือ The First Slam Dunk ก็ควรเหมาะกับผู้ชมใหม่ ลูกชายผมไม่สนุกกับเรื่องนี้ และยังไม่ยอมอ่านการ์ตูน Slam Dunk ในคอลเลกชันผมเลย
แม้แอนิเมชันและจังหวะการเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำได้ดี แต่เนื้อหากลับเป็นเมโลดราม่าที่น่าผิดหวัง เพราะจมอยู่กับความทุกข์ใจในครอบครัวมากเกินไป! 'มิยางิ' เด็กหนุ่มผู้เล่นบาสเกตบอลที่ต้องใช้ชีวิตภายใต้เงาของพี่ชายผู้ล่วงลับ ทีมโรงเรียนของเขาถูกมองว่าเป็นทีมรองบ่อนเสมอ แต่พวกเขาจะรวมพลังกันเพื่อพัฒนาฝีมือและพลิกโชคชะตาจากการแพ้ย่อยยับได้หรือไม่? ตัวละครแต่ละคนถูกพัฒนามาอย่างดี การปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักกีฬาในทีมก็แสดงถึงแรงกดดันและความเครียดของวัยรุ่นได้สมจริง แต่น่าเสียดายที่พล็อตเรื่องหลักกลับให้ความรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก โดยเฉพาะประเด็นความอาลัยอาวรณ์ระหว่างพี่น้องและฉากในถ้ำที่เก็บของรัก—ซึ่งช่วงแรกก็สะเทือนใจ แต่ต่อมากลับทำให้อยากตะโกนว่า 'ผ่านมันไปเถอะ!' หากจะมีภาคต่อ ขอให้มิยางิอย่ามัวแต่จมอยู่กับความรักเลย! ส่วนดนตรีประกอบที่ดังเกินจำเป็นก็รบกวนอารมณ์บ้าง แต่ต้องชมว่าแอนิเมชันช่วงแข่งบาสนั้นยอดเยี่ยม ชัดเจนว่าทีมงานเข้าใจกีฬาเร็วแรงทรงพลังแบบนี้ดี
อนิเมะ SlamDunk เป็นหนึ่งในอนิเมะกีฬาที่ทั้งตลกและดีที่สุดตลอดกาล ผมอ่านมังงะทั้งหมดแล้วก็พบว่ามันสนุกและตื่นเต้นสุดๆ ซีรีส์ SlamDunk เล่าถึงฮานามิจิที่แค่อยากเอาใจผู้หญิงที่ชอบบาสเกตบอล แต่หนังเรื่องนี้กลับโฟกัสที่ริโอตะเต็มๆ พร้อมดราม่าและช่วงเวลารักบาสเกตบอลมากมาย ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ภาพเป็น 3D โมเดลตัวละครออกแบบได้เหมือนต้นฉบับเป๊ะ บางส่วนอนิเมชั่นก็ทำได้ดี แต่ก็มีช่วงเวลาแบบ 'NPC' เยอะเกินไป ด้านที่แย่ที่สุดของหนังคือเสียงเอฟเฟกต์ สำหรับแฟนๆ แล้วนี่คือความผิดหวัง ส่วนคนที่เพิ่งดูใหม่ก็อาจไม่รู้สึกต่างหรืออยากซื้อมังงะมาอ่าน พวกเขาน่าจะโฟกัสที่ฮานามิจิและจบเรื่องด้วยเขาจะดีกว่า น่าเสียดายที่มันเป็นการเสียโอกาสอย่างมาก
ผมอยากจะพูดถึง 2 ประเด็นหลักที่ทำให้น้ำหนักใจในฐานะคนที่อ่านมังงะ Slam Dunk และแฟนตัวยงของซีรีส์นี้มานาน ประเด็นแรกคือการเปลี่ยนตัวเอก ผมชอบซีรีส์เดิมที่ซาคุระงิเป็นตัวเอกมาก และมีความสุขกับทุกตอนที่ดู แม้จะอยากเห็นตัวละครอื่นได้รับการพัฒนาบ้าง แต่ก็ยังหวังให้ซาคุระงิเป็นพระเอกต่อไป เพราะเรื่องราวของเขาน่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจ การเปลี่ยนตัวเอกอาจทำให้แฟนเก่าที่เติบโตมาพร้อมกับอนิเมะตัวเอกคนนี้งงๆ ได้ ผมอยากให้ทีมงานทบทวนจุดนี้เพราะมันสะท้อนความรู้สึกแฟนๆ จำนวนไม่น้อย ประเด็นที่สองคือสไตล์การนำเสนอ บอกเลยว่าแฟนๆ หลงรักสไตล์มังงะและอนิเมะเวอร์ชันเดิม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาก เราชอบดีไซน์เดิมอยู่แล้ว อยากให้รักษาความคลาสสิกนี้ไว้ ขอบคุณทีมงานทุกคนที่ทุ่มเทสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซ แต่จำไว้... มาสเตอร์พีซที่สมบูรณ์แบบต้องมี 'อัจฉริยะ' เป็นตัวเอกนะครับ 😉
ทุกตัวละครมีชีวิตชีวา บรรยากาศยุค 90 แผ่กระจายไปทั่ว ดนตรี การเคลื่อนไหว ตัวละคร เรื่องราว และความทรงจำผสมผสานและหมุนวนตลอด 120 นาที ก่อนจะจบลงด้วยความเงียบสงัดในที่สุด ผู้เขียนรู้วิธีกระตุ้นจิตใจผู้คน ครอบครัว เพื่อน และการปะทะกันคือส่วนผสมที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องราวสะเทือนใจ และทั้งหมดเข้ากันได้ดีกับดนตรี นี่คือเหตุผลที่วัยเยาว์สวยงาม วัยรุ่นในตัวคุณจะถูกปลุกให้ตื่นผ่านเรื่องนี้ ไม่แปลกใจที่การ์ตูนต้นฉบับอายุ 30 ปีถึงได้ขายหมดในปัจจุบัน ทุกคนที่ผ่านยุค 90 มาอยากฟื้นความตื่นเต้นเร้าใจผ่านประสบการณ์นี้ ส่วนวัยรุ่นยุคใหม่ก็จะร่วมลุยไปด้วยง่ายดาย
ฉันไม่ให้เต็มสิบเพราะฉากฝูงชนแบบ 3D ในบางส่วนดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นอกเหนือจากนั้น นี่คือภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบ! จังหวะการเล่าเรื่อง อารมณ์ และความตึงเครียดถูกจัดวางมาอย่างดีไม่มีที่ติ และในช่วงท้ายของเรื่องมีช่วงเวลาที่เงียบกริบอยู่หลายวินาที ที่ทั้งโรงภาพยนตร์เงียบสนิท บางคนอาจถึงกับกลั้นหายใจไปด้วย แฟน ๆ มังงะจะจำฉากสำคัญที่ปรากฏในเวลาที่พอดีได้แน่นอน ด้วยจังหวะและเวลาตลกที่เหมือนเดิม คุณจะรู้ได้เลยว่าผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้คือผู้แต่งมังงะต้นฉบับ เรื่องนี้จับความน่าหลงใหลของมังงะได้อย่างสวยงาม พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากเทคนิคแอนิเมชันได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่โดดเด่นโดยสิ้นเชิง
7.1

Slam Dunk The Movie 2 (1994)
7.8

Look Back ลุคแบ็ค (2024)
7.2

Slam Dunk The Movie 3 (1995)
7.8

Blue Giant (2023) เป่าฝันให้เต็มฟ้า
7.2

Slam Dunk The Movie 4 (1995)
7.7

Haikyuu!! The Dumpster Battle (2024) ไฮคิว!! คู่ตบฟ้าประทาน ตอน ศึกที่กองขยะ
8

Evangelion 3.0+1.01 Thrice Upon a Time (2021) อีวานเกเลียน 3.0+1.01 ซับไทย
7.7

Kuroko’s Basketball Last Game (2017) คุโรโกะ นายจืดพลิกสังเวียนบาส เกมสุดท้าย
6.9

Housekeeping for Beginners (2023)
4.4

Sunray Fallen Soldier (2025)
6.8

Crayon Shin-chan Movie 30 Mononoke Ninja Chinpuuden (2023) ตอน นินจาคาถาวายุอลเวง
7.9

The Wrestler (2008) เดอะ เรสท์เลอร์ เพื่อเธอขอสู้ยิบตา
6.1

King of Clones (2023) ราชาโคลนนิ่ง
6.5

Honor Society (2022)
6.5

My Broken Mariko (2022) แด่มาริโกะของฉัน
6.8

Champions (2023)
7.1

The Victim (2006) ผีคนเป็น
6.9

The Garden of Evening Mists (2019) อุทยานหมอกสนธยา ซับไทย
5.4

Hunt The Wicked (2024) ไล่ล่าวายร้าย
5.5

A Special Lady (2017)