
Swiss Army Man (2016) หนังปั่นๆ เป็นเรื่องของชายติดเกาะที่กำลังจะฆ่าตัวตาย แต่ดันไปเจอศพเขาเลยเอาศพใช้เป็นเรือ และเป็นเพื่อนกับศพนั้น

ชายผู้สิ้นหวังที่ติดอยู่บนเกาะร้างได้ผูกมิตรกับศพหนึ่ง และพวกเขาก็ออกเดินทางเหนือจริงเพื่อกลับบ้าน
แฮงค์ ผู้โดดเดี่ยวบนเกาะร้างเล็ก ๆ ได้สิ้นหวังกับการกลับบ้านอีกครั้ง แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อมีศพหนึ่งถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง และเขาก็ตระหนักว่านี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะหนีความตายที่คืบคลานเข้ามา ด้วยเพื่อนใหม่และทักษะพิลึกพิลั่น คู่หูคู่นี้จึงออกเดินทางผจญภัยครั้งใหญ่เพื่อนำแฮงค์กลับไปหาหญิงคนรักในฝันของเขา
"ถ้าเพื่อนซี้ที่สุดยังปิดบังไม่ยอมตดต่อหน้าฉัน แล้วเขาจะปิดบังอะไรอีกนะ? ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงทำให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวจัง" ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าซากศพพูดได้ที่ตดไม่หยุดจะกลายเป็นหนังดีได้ แม้แต่ในกระดาษบท เรื่องนี้ก็ฟังดูแย่แล้ว แต่กลับเป็นหนึ่งในหนังที่ทำออกมาได้ดีเสียนี่กระไร! คนมักบ่นว่าหนังยุคนี้ขาดความแปลกใหม่ มีแต่รีบูตและภาคต่อที่ไม่จำเป็น แต่พอมีหนังแบบ 'สวิส อาร์มี่ แมน' ที่ทั้งแปลก ประหลาด และสร้างสรรค์จนทำงานได้จริงแบบนี้ล่ะก็... มันพิสูจน์ว่ายังมีความหวัง! สิ่งที่สวยงามและใกล้ตัวใน 'สวิส อาร์มี่ แมน' อาจไม่ถูกใจทุกคน ดูรีวิวจากเทศกาล Sundance ก็ได้ เห็นคนเดินออกกลางเรื่องตั้งมาก แต่พวกเขาจะรู้เรื่องอะไรล่ะ? สองผู้กำกับ Daniel Scheinert และ Daniel Kwan สร้างงานศึกษาสภาพมนุษย์ที่ทั้งซาบซึ้งและเหนือจริง เปลี่ยนมุขตดให้เหมือนบทกวี! Daniel Radcliffe มาดีที่สุดในบทนี้ แม้ตัวละครจะตายไปแล้ว แต่หัวใจยังเต้นแรง ส่วน Paul Dano ที่เก่งขึ้นทุกปีก็เล่นได้เยี่ยม ทั้งคู่สร้างมิตรภาพและเคมีที่หลังจากนั้น เรื่องประหลาดๆ กลับกลายเป็นเรื่องรองไปเลย บางคนอาจรู้สึกว่าบางฉากดูหลอนหรือน่าอึดอัด ซึ่งฉันเข้าใจได้ แต่ทั้งหมดมันอธิบายยาก แม้พยายามหาคำตอบว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงเวิร์ก มันก็ไม่ชัดเจนสักที เอาจริงๆ หนังก็แค่ทำให้คุณรู้สึกบางอย่างไง คะแนนรวม: อย่าโกหกนะ ฉันน้ำตาซึมเล็กน้อยตอนดู ทั้งขำ ทั้งร้องไห้ ทั้งคิดตาม กับหนังซากศพตดได้นี่แหละ ว้าวว!
ปกติแล้วมุขตดมักถูกใช้ในหนังตลกไร้สาระแบบผลงานยุคหลังของอดัม แซนด์เลอร์ หรือหนังครอบครัวที่ขาดความคิดสร้างสรรค์ แต่ 'Swiss Army Man' หนังจากเทศกาล Sundance ที่กระตุกคนดูด้วยศพตดได้สุดเพี้ยนของแดเนียล แรดคลิฟฟ์ กลับพาเราไปไกลกว่านั้นมาก นี่แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหนังจะพาคุณเข้าสู่โลกที่บิดเบี้ยวและคาดเดาไม่ได้ตลอดทั้งเรื่อง พอล เดโน รับบทแฮงค์ ชายที่หลงอยู่บนเกาะร้าง ขณะยอมแพ้กับชีวิต เขากลับพบศพลึกลับที่ช่วยให้เขาค้นพบเหตุผลในการมีชีวิตต่อ ศพนี้ไม่เพียงช่วยให้เขาอยู่รอดและหาทางกลับบ้าน แต่ยังเป็นเพื่อนคุยแก้เหงา (หรืออาจทำให้เขาบ้าไปเลยก็ได้) ผู้กำกับคู่แดน ควาน และแดเนียล ไชน์เนิร์ต หรือ 'เดอะแดเนียลส์' ผู้มีผลงานมิวสิกวิดีโอและหนังสั้นสุดครีเอต โยนไอเดียเพี้ยนๆ ที่ดูเหมือนล้มไม่เป็นท่าเข้ามารวมกันอย่างได้ผล ยิ่งแฮงค์สร้างความสัมพันธ์กับศพ (ที่เริ่มต้นคล้ายวิลสันในหนัง Cast Away) ความบิดเบี้ยวของเรื่องก็ยิ่งดึงดูดให้คุณติดตามไม่วางตา ควรดูหนังเรื่องนี้โดยรู้ข้อมูลน้อยที่สุด เพราะมันเต็มไปด้วยกล่องปริศนาที่ค่อยๆ เปิดออกทีละชั้น การสร้างโลกในหนังผ่านโลเคชั่นและงานโปรดักชั่นช่วยให้ความเพี้ยนกลายเป็นความสนุกสนาน เหนือจากการเป็นหนังตลกที่ไม่ยึดติดความจริง 'Swiss Army Man' ยังสอดแทรกคำถามเกี่ยวกับบรรทัดฐานทางสังคม สิ่งที่ถูกมองว่าแปลกหรือปกติ หนังเรื่องนี้คาดเดาเส้นทางไม่ได้อย่างน่าตื่นเต้น เริ่มจากจุดบ้าๆ แล้วลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ จนคุณแทบตามไม่ทันด้วยไอเดียระเบิดต่อเนื่อง แม้บางคนอาจไม่ชอบความเพี้ยนระดับนี้ แต่หากเปิดใจรับความบิดเบี้ยวตั้งแต่ต้น หนังเรื่องนี้อาจทำให้คุณสนุกเกินคาด! สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปที่: www.cinemacy.com
.. คําอธิบายนี้ตรงกับหนังเรื่องนี้มาก แบบที่หลายคนคิดไว้มันน่าจะเป็นเรื่องคนติดเกาะกับศพแทนลูกวอลเลย์ แต่กลับแตกต่างไปอย่างน่าประหลาดใจ ต้องบอกเลยว่าการตดเป็นองค์ประกอบสําคัญของพล็อตเรื่องนี้ และถูกใช้เพื่อเน้นยัÊความหมายของเรื่อง ถ้าใครรับไม่ได้ก็ไม่ควรดูเพราะมี scene แบบนี้เยอะมาก ส่วนตัวรู้สึกแปลกๆ ที่จะแนะนำหนังเรื่องนี้เพราะบางช่วงก็อึดอัดไม่รู้สึกสบายตา แต่ต้องชมการถ่ายภาพและสัญลักษณ์ของแต่ละฉากที่สื่อความหมายได้ลึกซึ้งน่าประทับใจ หลังจากดูไปสัก 30 นาทีก็เริ่มซาบซึ้งกับแก่นแท้ของเรื่อง นั่นคือการศึกษาบทบาทตัวละครและการสะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ ธรรมเนียม และค่านิยมต่างๆ ผ่านบทสนทนาของตัวละครสองตัว แดเนียล แรดคลิฟฟ์ และ พอล แดโน่ เล่นได้น่าทึ่ง น่ารัก และน่าเชื่อถือจนลืมไปเลยว่าเรื่องมันประหลาดขนาดไหน คิดว่านี่คือหนังที่หลายคนจะค่อยๆ หยั่งรูลึกถึงคุณค่าของมันและจะกลายเป็นภาพยนตร์คลาสสิกที่ถูกยกย่องในกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม
ถ้า 'แคสต์ อะเวย์' (Cast Away) มาเจอกับ 'วีเคนด์ แอต เบอร์นี่ส์' (Weekend at Bernie's) นั่นคือทั้งหมดที่คุณต้องรู้
ต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้แปลกสุดๆ และไม่ใช่หนังบล็อกบัสเตอร์แต่อย่างใด แต่อย่าให้ความแปลกมาหยุดคุณเลย! ถึงหนังจะประหลาดจนบางครั้งคุณอาจร้องว้าวตลอดทั้งเรื่อง แต่มันก็เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งและข้อความแฝงเร้น เปรียบเหมือนเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งเต็มไปด้วยตลกสไตล์บ้าบิ่นและเฮฮา ส่วนอีกด้านจะทำให้คุณครุ่นคิดถึงชีวิตพร้อมทั้งสะเทือนใจไปด้วย เป็นการผสมผสานที่น่าสนใจที่ดูเหมือนจะไม่เข้ากัน แต่กลับทำออกมาได้ดีจนสร้างเป็นหนังดีๆ ที่ทั้งให้คิดตามและยิ้มได้ แถมยังมีอะไรให้คุยกันอีกเพียบ อย่าปล่อยให้ตอนเริ่มเรื่องมาหยุดคุณ เพราะหนังมีอะไรมากกว่ามุขตดแน่นอน!
รางวัล Jury Prize สำหรับการกำกับยอดเยี่ยมที่ Sundance Film Festival ปีนี้สร้างความขัดแย้งไม่น้อย เมื่อผู้ชมบางส่วนลุกออกกลางคัน ขณะที่บางคนวิจารณ์ถึงพฤติกรรมสุดโต่งของหนัง แต่สิ่งที่อาจถูกมองข้ามคือมุมมองที่แตกต่างสุดขั้วต่อหนังเรื่องนี้ ที่ทั้งแปลกใหม่และไม่ยอมประนีประนอมใคร วิธีรับชม SWiSS ARMY MAN อาจเริ่มจากเสียงหัวเราะต่อการกระแสน่าตลกของ แฮงค์ (Paul Dano) ชายติดเกาะกับศพเน่าเหม็น (Daniel Radcliffe) หรืออาจตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของตัวละคร และมองว่าการเดินทางสุดเซอร์เรียลนี้คือการสำรวจความบ้าคลั่งของชีวิต แต่ไม่ว่ายังไง การแสดงของแดเนียล แรดคลิฟฟ์ ในบทศพก็ยิ่งใหญ่เทียบได้ละครของ Harold Pinter หรือ Samuel Beckett Swiss Army Man ไม่ใช่แค่หนังถกเถียงที่สุดของ Sundance ปีนี้ แต่มันยังเป็นผลงานแรกที่พิสูจน์ฝีมือผู้กำกับ Dan Kwan และ Daniel Scheinert พร้อมกันนั้นยังเป็นหนังที่จริงใจแบบแปลกใหม่ คนรักหนังควรเลี่ยงข่าวลือแล้วลองสัมผัสเอง ไม่ว่ารักหรือเกลียด มันคือหนังจากปี 2016 ที่คุณจะลืมไม่ได้แน่นอน บทความนี้มาจากการสรุปเหตุการณ์ Sundance Film Festival 2016
ฉันไม่ค่อยชอบหนังเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ก็มีข้อดีอยู่บ้าง นั่นคือความแปลกใหม่ กล้าทำ เเปลกประหลาด และน่าตื่นเต้น (ถึงจุดหนึ่งสำหรับฉัน) เนื้อเรื่อง: พอล ดาโน ต้องติดอยู่บนเกาะร้างและอยากฆ่าตัวตาย พอดีช่วงนั้นแดเนียล แรดคลิฟฟ์ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนซี้ในวิธีที่แปลกที่สุด ต้องดูด้วยตาถึงจะเชื่อ หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร? แฟนพันธุ์แท้ของ arthouse ที่ชอบดราม่าคอมเมดี้สุดพิลึก (เเปลกจริงๆ) ส่วนแฟนแฮร์รี่พอตเตอร์... เลี่ยงไปดูเรื่องอื่นเถอะ
หนังเรื่องนี้งดงามอย่างแท้จริง อย่าเพิ่งกลัวศพหรือเสียงตด จนกว่าจะดูจนจบ คุณจะได้เห็นฉากสวยงามของมิตรภาพ ความรัก และการยอมรับในความเป็นมนุษย์ สอนให้เราเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งของชีวิต ทั้งความทรมานจากความเหงา การดิ้นรนหาความรัก และการตามหาความหมายชีวิตที่ไม่ใช่แค่การช่วยสาวในยามคับขัน แต่คือการหาคนที่ยอมรับตัวตนของเราแบบไม่ตัดสิน หนังที่เหมาะกับยุคนี้ที่คนเป็นโรคซึมเศร้าและเหงาจน หากมีใครสักคนยอมรับความแปลกของกันบ้าง ทุกอย่างอาจดีขึ้น มันผสมความฮากับความจริงจังได้สมบูรณ์แบบ ถ้าดูครั้งแรกไม่เข้าถึง ลองดูอีกครั้ง หนังทำให้ฉันซาบซึ้ง เป็นภาพยนตร์สุดแปลกแต่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยดู งดงามจริงๆ
เป็นหนังที่แตกต่างมากๆ แตกต่างสุดๆ น่าสนใจที่ได้เห็นแดเนียลในบทบาทแบบนี้
ฉันไปดูหนังเรื่อง Swiss Army Man ด้วยความตื่นเต้นที่คิดว่ามันอาจเป็นหนังที่ไม่เหมือนใคร แต่โชคไม่ดีที่หนังไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังเลย เรื่องราวดูเหมือนพยายามให้คนเสแสร้งหาความลึกและสัญลักษณ์ที่ไม่มีอยู่จริง การใช้เสียงตดและฉากศพที่แข็งตัวตลอดเวลาเหมือนเป็นการตบหน้าคนที่พยายามตีความเรื่องราวเกินจริง รู้สึกว่าหนังจงใจใส่องค์ประกอบพิลึกๆ เพื่อล้อเลียนว่าคนเราสามารถตีความอะไรก็ได้แม้แต่สิ่งไร้สาระ เหมือนวาดรูปกระป๋องซุปแล้วอ้างว่ามันมีศิลปะ หนังเรื่องนี้พิสูจน์ว่ายุคนี้คุณทำอะไรก็ได้ถ้ามีคนเชื่อว่าเป็น 'ศิลปะเชิงปัญญา' จนมองข้ามว่ามันคือหนังที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า สุดท้ายแล้วประโยคปิดเรื่อง 'what the f**k?' ก็แค่ตบหน้าคุณอีกรอบก่อนจบ crédit เท่านั้นแหละ
ถ้าคุณเปิดพจนานุกรมหาคำว่า 'ความแปลกใหม่' คุณอาจเจอโปสเตอร์หนัง 'สวิสอาร์มี่แมน' วางอยู่ข้างคำนิยาม นี่คือหนังที่ดีที่สุดของปี 2016 ในมุมมองของผม มันสุดโต่ง เปี่ยมวิสัยทัศน์ เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและความอบอุ่นใจ สำหรับคนที่มักบ่นว่าไม่มีอะไรใหม่ให้ดูในโรงอีกแล้ว คู่ผู้กำกับแดเนียล ควาน และแดเนียล ไชเนิร์ต คือพระเอกมาช่วยแล้ว พอล แดโน รับบท แฮงค์ คนที่ติดอยู่บนเกาะร้างและกำลังจะฆ่าตัวตาย เพราะความหวังทั้งหมดของเขาหมดแล้ว ทันใดนั้นเขาก็พบศพชื่อ แมนนี่ (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) ที่เปลี่ยนทุกอย่างไปหมด แฮงค์ตัดสินใจใช้เพื่อนสารพัดประโยชน์คนใหม่นี้ออกไปผจญภัยครั้งใหญ่ เพื่อตามหาหญิงคนรักในฝัน ผลงานจากทีมผู้สร้างมิวสิกวิดีโอ 'Turn Down For What' 'สวิสอาร์มี่แมน' คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อปล่อยให้คนสร้างหนังปลดปล่อยจินตนาการสุดล้ำ มันคือเรื่องราวของชายที่กลัวจะเสี่ยงในความรักและชีวิต จนกระทั่งศพที่ตดไม่หยุดต้องมาสอนว่า การปล่อยตัวและเสี่ยงทายนั้นสนุกขนาดไหน ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน คู่ผู้กำกับที่ใช้ชื่อว่า 'แดเนียลส์' เต็มแม่งด้วยเซอร์ไพรส์แบบตุ๊กตารัสเซียที่ซ้อนกันอยู่ พอคุณคิดว่าเห็นความสามารถของแมนนี่แล้ว เขาก็ทำได้อีกเรื่อยๆ ไม่มีหยุด ผมมองว่านี่คือการถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัดของแดเนียลส์ผ่านตัวแฮงค์ เพราะเขาคือคนที่รู้วิธีใช้แมนนี่สร้างทั้งความสนุกและประโยชน์ ไม่เคยมีหนังเรื่องไหนที่เฉลิมฉลองการตดได้มากเท่านี้ บางคนอาจมองว่า 'สวิสอาร์มี่แมน' ดูบ้าบิ่น แต่หนังเรื่องนี้สวมความบ้าบิ่นด้วยความภาคภูมิใจดั่งเหรียญเกียรติยศ สำหรับผม มุกตด มุกศพ มุกอวัยวะแข็งตัว หรือแม้แต่มุกจูราสสิคพาร์ค ล้วนเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเรื่องมิตรภาพนี้ ตัวละครหนึ่งที่ตายข้างใน กับอีกตัวที่ตายจริงๆ มีปฏิสัมพันธ์แบบที่ใครบางคนมองว่าบ้า แต่แดเนียลส์ทำให้เรารู้สึกมีหวังตอนจบ นี่ไม่ใช่ญาติหายากของ 'Weekend At Bernie's' แน่นอน พอล แดโนและแดเนียล แรดคลิฟฟ์ ทุ่มเทกับบทจนหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับวิสัยทัศน์ของแดเนียลส์ แม้ตอนแรกพวกเขาอาจนึกภาพตามสคริปต์ไม่ออกก็ตาม เสียงดนตรีและซาวด์แทร็กที่ติดหูช่วยให้ 'สวิสอาร์มี่แมน' เป็นงานเฉลิมฉลองแห่งวงการหนังที่ดูแล้วอยากดูอีก ทั้งสนุก ทั้งซาบซึ้ง ถูกใจคนดูแน่นอน และจะกลายเป็นคลาสสิกในทันที -- รม่า ฉายหนัง --
ฉันชอบหนังเรื่องนี้เลย มันสดใหม่และแตกต่าง บางทีการได้ดูหนังแปลกๆ แบบนี้ก็ดีต่อจิตใจเหมือนกันนะ
หนึ่งในภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เรื่องราวดูแปลกประหลาดด้วยอารมณ์ขันดิบๆ เกี่ยวกับศพเรอตดหรืออวัยวะเพศแข็งตัว แต่ภายใต้ความดิบเถื่อนนั้นก็แฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้งมากกว่าแค่ความหยาบคาย ภาพยนตร์เรื่องนี้คือประสบการณ์วิเศษที่ท้าทายกฎเกณฑ์เดิมๆ กระตุ้นให้คุณตั้งคำถามกับบรรทัดฐานของสังคมและความต้องการเป็นคนปกติ พร้อมๆ กับการสำรวจความเหงา ด้วยภาพถ่ายที่สวยงาม การแสดงทรงพลังของ Paul Dano และ Daniel Radcliffe ดำเนินเรื่องได้ดี พร้อมเสียงเพลงที่ยอดเยี่ยม ถือเป็นภาพยนตร์โปรดของปีนี้ (ณ ตอนนี้) อาจไม่เหมาะกับทุกคน และไม่แปลกถ้าคนส่วนใหญ่จะปฏิเสธมันพร้อมคำพูดว่า 'นี่มันอะไรกัน' แนะนำอย่างยิ่งถ้าคุณชอบหนังแปลก แหวกแนว และสร้างสรรค์ 9/10
Jungle (2017) แดนฝันป่านรก
Nefarious (2023)