
Marry Me (2022) ไปแฟนมีต แต่พีคได้แต่งงาน ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเพลง Kat Valdez และ Bastian กำลังจะแต่งงานกันต่อหน้าแฟนๆ ทั่วโลก แต่เมื่อแคทรู้เพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่เธอจะสาบานว่าบาสเตียนนอกใจ เธอจึงตัดสินใจแต่งงานกับชาร์ลี คนแปลกหน้าในหมู่ฝูงชนแทน

ซูเปอร์สตาร์ด้านดนตรี แคท วาลเดซ และ เบสเตียน กำลังจะแต่งงานกันต่อหน้าผู้ชมทั่วโลก แต่แล้วเมื่อแคทรู้ว่าเบสเตียนมีคนอื่นเพียงไม่กี่วินาทีก่อนกล่าวคำสาบาน เธอก็ตัดสินใจแต่งงานกับชาร์ลี คนแปลกหน้าที่อยู่ในฝูงชนแทน
ซุปเปอร์สตาร์สาว แคท วาลเดซ และชาร์ลี กิลเบิร์ต ครูสอนคณิตศาสตร์ ทั้งสองผู้ซึ่งเป็นคนแปลกหน้า แต่กลับตกลงปลงใจแต่งงานและเริ่มที่จะเรียนรู้กันและกัน เรื่องราวที่ดูไม่น่าจะโรแมนติคของคนต่างกันสุดขั้วสองคนที่พยายามมองหาบางสิ่งที่จริงใจในโลก ซึ่งวัดคุณค่ากันจากยอดไลค์และยอดผู้ติดตาม
เจลโล่ และ โอเว่น วิลสัน ร่วมกันสร้างหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่ทำออกมาได้ดีและน่ารักอย่างน่าประหลาดใจ โครงเรื่องที่คาดเดาได้อย่างสมบูรณ์แบบเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความบันเทิงเบาสมอง การแสดงก็ใช้ได้ และทั้งคู่ก็มีเคมีระหว่างกันน่าชม
ตอนแรกคิดว่ามันคงแย่แต่กลับสนุกมาก มันให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบหนังยุค 2000s แม้เรื่องจะดูเพี้ยนๆ แต่สุดท้ายก็แบบ ‘เอาเหอะ!’ ช่วงกลางเรื่องรู้สึกดรอปบ้าง น่าจะตัดให้เหลือแค่ชั่วโมงครึ่งน่าจะดีขึ้น ส่วนเสื้อผ้าสวยมากโดยเฉพาะชุดเจ้าสาว! ตอนจบหนังเหมือนเปลี่ยนเป็นตลกเสียดสีตัวเองจนงงเล็กน้อย ว่าเขาตั้งใจทำแบบนี้หรือเปล่า?
Marry Me (2022) เป็นหนังที่ผมกับภรรยาไปดูพร้อมกันที่โรงภาพยนตร์ เนื้อเรื่องเล่าถึงนักร้องป๊อปชื่อดังที่กำลังจะแต่งงาน แต่ในวันงานซึ่งเป็นพิธีสาธารณะ เธอกลับพบว่าคู่หมั้นนอกใจ จึงตัดสินใจแต่งงานกับชายธรรมดาๆ ในหมู่ผู้ชมแทน แม้ดูเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ทั้งนักร้องดังและครูโรงเรียนก็พยายามปรับตัวให้เข้ากันท่ามกลางวิถีชีวิตที่แตกต่างสุดขั้ว หนังเรื่องนี้กำกับโดย Kat Coiro (She-Hulk) นำแสดงโดย Jennifer Lopez (U-Turn), Owen Wilson (Bottle Rocket), Sarah Silverman (School of Rock), John Bradley (Game of Thrones) และ Maluma (Encanto) เนื้อเรื่องเรียบง่ายแต่ถูกนำเสนอได้ทันสมัย Jennifer Lopez และ Owen Wilson แสดงได้น่าเชื่อถือ ไม่เวิ่นเว้อหรือน่าอึดอัด มุกตลกอาจไม่ต่อเนื่องแต่ก็สร้างความสนุก และช่วงคลายปมสุดท้ายทำได้ดี ก่อความกังวลก่อนจะตามด้วยความสุขสมหวัง (ตามสูตรหนังแนวนี้) โดยรวมแล้วเป็นหนังรักสไตล์ฟีลกู๊ดที่ดูเพลินๆ เหมาะสำหรับคู่เดท ถ้าให้คะแนนก็ประมาณ 6.5-7/10 แนะนำให้ดูสักครั้ง!
เจนนิเฟอร์ โลเปซ รับบทเป็นดารานักร้องชื่อดัง ส่วนโอเว่น วิลสัน เป็นครูสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนมัธยม ทั้งคู่ได้แต่งงานกันในคอนเสิร์ตโดยบังเอิญ แม้ไม่ถูกต้องตามกฎหมายแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่าง ๆ หนังเรื่องนี้ดีเกินกว่าที่คิดไว้ บทภาพยนตร์เขียนได้อย่างชาญฉลาด และนักแสดงทุกคนทำได้ดีในบทบาทของตัวเอง ในบางมุมมันทำให้ฉันนึกถึง 'Notting Hill' ที่ผู้ชายธรรมดาๆ ไม่อาจคิดว่าจะมีโอกาสใช้ชีวิตกับดาราระดับสุดยอดได้ นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบหลายอย่างคล้ายภาพยนตร์ฮอลล์มาร์ค ที่ทั้งคู่ถูกชะตา แต่มีอุปสรรคเข้ามา และต้องหาทางแก้ปัญหา ฉันและภรรยาดูที่บ้านผ่านสตรีมมิ่งบน Peacock
Marry Me (2022) เป็นหนังที่ดูแล้วสนุกและอบอวนไปด้วยความโรแมนติกแบบหวานเจี๊ยบ! สัปดาห์ที่แล้ว Mark Kermode วิจารณ์ว่า Moonfall นั้น ‘โง่ระดับจักรวาล’ แต่พอมาดู Marry Me นี้ก็ต้องบอกว่าเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ที่เหนือความคาดหมายทั้งเนื้อเรื่องที่ดูเกินจริง การแสดงที่ออกแนวเวอร์ เครื่องแต่งกายสีสันจัดจ้านเหมือนมาจากงานยูโรวิชัน บทพูดหวานซึ้งแบบฉุดไม่อยู่ แต่ฉันกลับชอบมันซะอย่างนั้น! ถ้าใครคิดมากกับพล็อตแปลกๆ หรือสถานการณ์ที่ไม่สมเหตุสมผลเลย อาจมองว่านี่คือหนังแย่ที่สุดก็ได้... แต่ทำไมฉันถึงชอบล่ะ? คำตอบคือเคมีระหว่าง ‘เจนนิเฟอร์ โลเปซ’ กับ ‘โอเว่น วิลสัน’ นั้นเข้ากันได้ดีเกินคาด! ทั้งคู่ดูน่ารัก น่าเชื่อถือ และเติมความฟินได้ถูกจริตคนดู แถมบทบาทก็เหมาะกับบุคลิกของพวกเขาสุดๆ น่าสนใจที่ ‘จอห์น แบรดลีย์’ มาปรากฏตัวทั้งใน Moonfall และ Marry Me ซึ่งทั้งสองเรื่องต่างก็มีเสน่ห์แบบ ‘เกินจริงแต่กดดันใจ’ เหมือนกัน! ให้คะแนน 7/10 สำหรับความน่ารักชวนหลงและความบันเทิงลืมโลกแบบนี้เลย!
แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอะไรน่าดูในเรื่องนี้เลย! แม้จะเป็นหนังรักคอมเมดี้ที่คาดการณ์ได้ทุกฉาก และไม่มีจุดพล็อตไหนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เรื่องนี้ก็มีลูกเล่นเกี่ยวกับวัฒนธรรมคนดังและอินเทอร์เน็ตที่ทำให้มันน่าสนใจ แถมยังมีมุขตลกจากตัวละครหลักทั้งคู่ที่ดูไม่เข้ากับสถานการณ์ และความมีเสน่ห์ของพวกเขาที่ทำให้คุณยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง ฉันมองว่าหนังเรื่องนี้น่ารักแบบสุดๆ และดูแล้วสนุกมาก ต้องบอกเลยว่าเป็นหนังที่ดูเพลินๆ ไม่ต้องคิดมาก อย่าไปคาดหวังศิลปะระดับสูง แค่ตั้งใจมาผ่อนคลายแล้วจะชอบเอง ส่วนตัวหนังเรื่องนี้ทำให้ฉันเกลียดโซเชียลมีเดียและจิมมี่ ฟอลลอนมากขึ้น และย้ำว่าการเกลียดสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว!
ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากดูอะไรเบาๆ ฟีลกู๊ดแบบไม่ต้องคิดมาก เรื่องราวดูยาวเหยียดและไม่เห็นเคมีระหว่างพระเอกนางเอกแม้แต่น้อย ภรรยาผมเกลียดโอเว่น วิลสัน ส่วนตัวก็ไม่ค่อยติดตามงานเขานอกจากเรื่อง Zoolander แต่พอดูหนังเรื่องนี้ก็เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่ชอบ ส่วนเจนนิเฟอร์ โลเปซ ยังดูดีเหมือนเดิม เธอเป็นกำลังหลักของหนังไปเลย ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงฟิตขนาดนี้ มีหลายช่วงที่น่าอึดอัดและไม่ตลกเท่าที่ควร แต่ก็เข้าใจว่าผมเป็นคนชอบแนวฮอร์โรร์อยู่แล้ว รักคอมเมดี้เลยไม่ใช่แนวทางหลัก ถ้าอยากดูหนังที่จบแล้วไม่ต้องคิดตามต่อ นี่คือตัวเลือกที่ดี
พูดจริงนะ หนังไม่เพียงให้เธอแสดงเป็นนักร้องและร้องเพลงตลอดเวลา แม้ในตอนที่เธอไม่ได้ร้อง เพลงของเธอก็ยังเป็นเสียงประกอบหนัง สาวคนนี้คงได้ประโยชน์จากหนังเรื่องนี้เต็มๆ ถ้าคุณชอบเพลงของเธอ คุณคงจะชอบหนังเรื่องนี้ แต่ถ้าไม่ คุณอาจรู้สึกว่าเจนิเฟอร์ลอเปซมันมากเกินไปหน่อย
7/10@marrymemovie นานมาแล้วที่ผมไม่รู้สึกอายหรือเขินเวลาดูหนังคนเดียว แต่หนังเรื่องนี้ทำให้รู้สึกแบบนั้นอีกครั้ง! ก่อนหนังจะเริ่ม ผมเป็นคนโสดคนเดียวในโรง รู้สึกแปลกๆเล็กน้อย แต่พอหนังเริ่ม ไฟดับลง ผมก็ไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกเลย นี่คือหนังรักสวยงามที่ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป รู้สึกว่าทำออกมาดี มีการวางแผนเรื่องราวจากจุดเริ่มต้นถึงจุดจบชัดเจน แม้ในชีวิตจริงเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่ในโลกอีกใบ มันเป็นไปได้! ส่วนตัวคิดว่าโอเว่น วิลสัน ถูกประเมินต่ำเกินไป เขาเล่นบทชายธรรมดาได้ดีมาก เรียบง่ายและน่านับถือ ส่วนเคมีระหว่างเขาและเจนนิเฟอร์ โลเปซตอนแรกดูอึดอัด แต่พอเริ่มรู้จักกันก็เข้ากันดี หนังความยาวเกือบ 2 ชม. แต่ไม่รู้สึกยืดเพราะเนื้อเรื่องดำเนินสนุก มีเพลงประกอบที่ดึงดูดใจ หนังเรื่องนี้ไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความตั้งใจ ทำให้เป็นหนังรักที่ดีจริงๆ สุดท้ายนี้ ในโรงมีทั้งคู่รักวัยเก๋าและวัยรุ่น แม้ไม่เห็นใครร้องไห้ แต่มีเสียงหัวเราะลั่นโรง แสดงว่าทุกคนชอบ! ถ้าวันวาเลนไทน์อยากดูหนังเงียบๆ ผมแนะนำเรื่องนี้เลย ไม่ผิดหวังแน่! แล้วพบกันใหม่... ดูหนังให้สนุกนะครับ!
พูดตรงๆ ก็คือภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนโปรโมทการร้องเพลงและการไลฟ์ IG ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งดูตลกขบขันมาก แถมยังไม่มีความลงตัวระหว่างตัวละครหลักอีกด้วย อย่าเสียเวลาตอนเย็นไปกับเรื่องนี้เลยดีกว่า
สิ่งที่ชอบ: จังหวะของเรื่อง: -Marry Me เป็นหนังที่เริ่มต้นดราม่าและผจญภัยได้อย่างรวดเร็ว แถมฉากสำคัญก็เกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่นๆ ใกล้เคียงกับตัวอย่างที่เห็น ทำให้เรื่องดำเนินต่อได้ไม่ช้า -จังหวะการเล่าเรื่องสนุกสนานต่อเนื่องเกือบทั้งเรื่อง พาไปพบกับการผจญภัยใหม่ๆ แต่ยังมีเวลาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักได้น่ารัก -จบแบบสนุกจนนาทีสุดท้าย ทำให้ผู้ชมได้ความบันเทิงเต็มที่ ความน่ารักและความอบอุ่น: -เน้นความฟินของความสัมพันธ์ใหม่ๆ ช่วยให้ผู้ชมยิ้มตามได้ทั้งเรื่อง -เหมาะสำหรับดูกับครอบครัวหรือคู่เดท เพราะไม่มีเนื้อหาหยาบคาย -มีความอบอุ่นแบบหนังรัก แต่ก็แทรกความตลกและองค์ประกอบจากหนังแนวอื่นๆ เช่น Kindergarten Cop หรือ You've Got Mail ความตลก: -ไม่ฮาจัดแต่ก็มีมุกให้หัวเราะได้เรื่อยๆ -สุนัขในเรื่องเป็นตัวละครเสริมที่สร้างเสียงฮาได้แม้จะมีบท不多 การแสดง: -เจนนิเฟอร์ โลเปซ กลับมาสวยเป๊ะอีกครั้งในสไตล์ที่เราชอบ -โอเว่น วิลสัน กับบทชายเรียบง่ายที่คอยบาลานซ์พลังงานของ J.Lo ได้ดี -เคมีระหว่างนักแสดงนำสุดเพอร์เฟค ทำให้ความสัมพันธ์ในเรื่องน่าเชื่อถือ สไตล์และแฟชั่น: -ต้องยกเครดิตให้ชุดแต่งกายสุดปังของ J.Lo ที่ช่วยบอกเล่าอารมณ์เรื่อง -เสื้อผ้าสวยจนอยากลอกเลียนแบบ เพลง: -เป็นจุดเด่นอีกอย่างของหนัง ทั้งเพลงป๊อปสนุกๆ และเพลงที่สื่ออารมณ์เข้มข้น -มาลูมามีส่วนร่วมด้วยเสียงเพลงที่เข้ากับบรรยากาศ สิ่งที่ควรพัฒนา: ความเนียนของบท: -บางช่วงบทพูดรู้สึกฝืนๆ แบบเน้นใส่เพลงมากเกินไป การพัฒนาตัวละคร: -ตัวละครบางตัวได้บทน้อยไป โดยเฉพาะตัวร้ายที่ดูเรียบง่ายเกิน -โอกาสสร้างความตื่นเต้นจาก設定พลเมืองกับดารามีเยอะแต่ใช้ไม่เต็มที่ ความคาดเดาได้: -พล็อตเรื่องค่อนข้าง predictable แบบหนังรักทั่วไป สรุป: Marry Me เป็นหนังรักคอมเมดี้ที่เหมาะสำหรับคลายเครียด ด้วยความสนุก จังหวะดี การแสดงเป๊ะ และเพลงเพราะๆ แม้บางส่วนจะดูเรียบง่ายแต่ก็ทำออกมาได้น่าชม ข้อเสียหลักคือพล็อตที่คาดเดาได้และตัวละครบางส่วนที่ต้องการการพัฒนาเพิ่ม แต่รวมๆ เป็นหนังสุดชิลที่ดูแล้วมีความสุข! คะแนน: คอมเมดี้/เพลง/โรแมนติก: 7.5-8.0 คะแนนรวม: 6.5
เป็นหนังที่แย่ที่สุดที่ฉันดูมาในหลายปีและติดโผ 10% หนังแย่ๆตลอดกาล เลยให้ 1 ดาวตามสมควร เจนนิเฟอร์ โลเปซยังเทพและดูดึ๊งเหมือนเดิม แต่แม้แต่เธอยังเอาชนะการแสดงสุดตีลังกา บทพูดเน่าชัง และพล็อตหลุดโลกของหนังเรื่องนี้ไม่ได้ ดูแล้วบันเทิงได้แค่แบบสนุกปากเวลาดูรถไฟตกรางสโลว์โมชั่นเท่านั้น itself แนะนำให้ข้ามเรื่องนี้ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
Marry Me เป็นหนังที่มีเรื่องราวที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็ดูเพลิดเพลินได้ดี ดนตรีดีๆ บวกกับการแสดงเรียบง่ายแต่ดีของ Owen Wilson ทำให้คุณดูได้อย่างเพลิดเพลิน ส่วน Jennifer Lopez ก็ทำในสิ่งที่เธอทำได้ดีที่สุด Marry Me เป็นหนังที่คุ้มค่ากับการดูแน่นอน

The Mother (2023)
The Creator (2023) เดอะ ครีเอเตอร์