
Smugglers (2023) อหังการ์ทีมปล้นประดาน้ำ หญิงสาวสองคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการลอบขนของเถื่อนในหมู่บ้านริมทะเลแสนสงบสุข โดยมีฉากหลังอยู่ในยุค 1970s

ภาพยนตร์อาชญากรรมแอ็กชันที่เกิดขึ้นในยุค 1970s ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมทะเลที่สงบสุข หญิงสาวสองคนถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับแผนการลักลอบขนของเถื่อนที่เสี่ยงอันตรายอย่างไม่คาดคิด
หญิงสาวสองคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการลอบขนของเถื่อนในหมู่บ้านริมทะเลแสนสงบสุข โดยมีฉากหลังอยู่ในยุค 1970s
หลังโรงงานเคมีแย่งงานชาวประมงจนเหล่าสาวนักหาปลาไม่มีปลาจับ พวกเธอต้องหันไปค้าขายของผิดกฎหมายเพื่อความอยู่รอด แก๊งนักดำน้ำหญิงสุดแกร่ง 6 คนเริ่มลักลอบขนสินค้าใต้ทะเล กระแสความฮือฮาดันพวกเธอเข้าสู่แผนการใหญ่ที่อันตรายขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อภารกิจล่มสลาย ความสูญเสียส่วนตัวและการทรยศหักหลังทำให้กลุ่มแตกกระจัดกระจาย หนึ่งในพวกเธอต้องหลบหนี ส่วนที่เหลือถูกจับเข้าคุก หลายปีต่อมา เมื่อพวกเธอกลับมาพบกันอีกครั้งเพื่อล่าขุมทรัพย์ครั้งใหม่ ความจริงโหดร้ายที่ถูกซ่อนไว้ก็เริ่มเผยออกมา วิธีแก้แค้นของพวกเธอจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้คือส่วนที่เหลือของเรื่อง! หนังตั้งโครงเรื่องในยุค 70 ที่ถ่ายทอดบรรยากาศวินเทจได้อย่างลงตัว แต่ดนตรีฟังค์ๆ กับงานภาพสวยๆ กลับสร้างอารมณ์ขบขันที่ขัดกับฉากดราม่าอยู่บ้าง ต้องใช้เวลาปรับตัวสักพัก แถมตัวละครหญิง 6 คนกลับเน้นพัฒนาแค่ 2 ตัวหลักจนดูไม่สมดุล ส่วนตัวละครผู้ชายก็เดินเรื่องตามสูตรจนลดความตื่นเต้นไปหน่อย แต่อย่าลืมว่าจุดเด่นอยู่ที่การแสดงสุดพลังของ คิม เฮ-ซู และ ยัม จอง-อา ที่ฉุดหนังทั้งเรื่องไว้ได้ ส่วนฉากแอคชั่นก่อนคลายปมและศึกต่อสู้ใต้ทะเลช่วงคลิแม็กซ์นี่แหละที่ทำให้เงินค่าตั๋วไม่เสียเปล่า! การเล่าเรื่องย้อนกลับไปมาแม้จะเดาผลได้บ้าง แต่เกมทรยศซ้อนทรยศก็สนุกไม่หยุด ยอมรับว่าครึ่งหลังที่ทั้งสองนางเอกและฉากแอคชั่นช่วยลุ้นระทึกคือส่วนที่คุมองห้ามพลาด!
เป็นหนังที่ดูดีพอสมควร ตอนแรกก็กังวลอยู่ไม่น้อยเพราะไม่ค่อยสนใจหนังเอเชีย แต่พอได้ดูก็ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้ทำได้ดีและน่าสนใจมาก ภาพสวยมาก งานกล้องยอดเยี่ยม สถานที่ถ่ายทำก็เหมาะเจาะ เรื่องราวดำเนินไปอย่างมีชีวิตชีวาและน่าสนใจ นักแสดงก็แสดงได้ดี ส่วนที่ดูเหมือนจะเป็นข้อเสียเดียวคือน้ำเสียงหรือการลงเสียงของนักแสดง บางทีอาจเป็นลักษณะของภาษา แต่ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงครวญครางจนบางครั้งอยากให้หยุดเสียที... ความยาว 2 ชั่วโมงถือว่าเหมาะสม ไม่ยาวเกินไป และทำให้เรื่องราวได้พัฒนาอย่างเต็มที่ โครงเรื่องค่อนข้างซับซ้อนแต่ไม่ยืดเยื้อ คนในโรงหนังต่างหัวเราะและตกใจกันเป็นระยะ แสดงให้เห็นว่ามีทั้งดราม่าและการสะท้อนชีวิตจริงผสมผสานอยู่
รยู ซึง-วาน ผู้กำกับชื่อดังแห่งวงการหนังเกาหลี เจ้าของผลงานฮิตอย่าง Veteran, The Battleship Island, Exit และ Escape from Mogadishu กลับมาพร้อมหนังแนวอาชญากรรมแอคชั่นทางน้ำที่สดใหม่และน่าตื่นเต้น... เนื้อเรื่องว่าด้วยการทรยศและการผจญภัยใต้น้ำ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านฉากแอคชั่นดราม่าเข้มข้นและการแสดงระดับเทพของนักแสดงนำ... Smugglers เริ่มต้นด้วยภาพมุมสูงจากโดรนที่พาเราชมความงามของท้องทะเลในวันแจ่มใส ก่อนจะรักษาความเร้าใจนี้ไว้ทุกฉากต่อมา... คิม เฮ-ซู ทวงบัลลังก์ราชินีนักแสดงพร้อมแสดงพลัง ส่วนยอม จอง-อา ก็เฉิดฉายในบทบาทที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง... ฉากต่อสู้ก่อนคลิแม็กซ์พิสูจน์อีกครั้งว่าเกาหลีไม่มีใครเทียบในแนวแก๊งสเตอร์... เตรียมตัวถึงกับอ้าปากค้าง... เคมีระหว่างสองนางเอกร้อนแรงแม้จะอยู่ในสถานะหักหลังกัน ซ้อนแผนสองสามชั้นจนบทหนังชวนลุ้นระทึก!
ต้องยอมรับว่าหนังเกาหลีในช่วงหลายปีมานี้มีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่าง ‘รถไฟสายพิฆาต’, ‘พาราไซต์’, ‘เบิร์นนิ่ง’, ‘โอลด์บอย’ และอีกหลายเรื่องที่ครองใจคนดู แต่น่าเสียดายที่ ‘Smugglers’ กลับทำได้ไม่ดีพอสำหรับผม แม้จะมีแนวคิดดีและนักแสดงฝีมือเด็ดก็ตาม ผลงานของ ริว ซอง-วัน ผู้กำกับชื่อดังเจ้าของผลงานอย่าง ‘เวเทอแรน’, ‘เดอะ ครายอิง ฟิสต์’ และ ‘เอสเคป จากโมกาดิชู’ (ซึ่งผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไร) คราวนี้การเล่าเรื่องก็ยังรู้สึกกระจัดกระจาย ทั้งธีมและโครงสร้างที่โยนใส่กันมั่วซั่ว แนวคิดเรื่องผู้หญิง 6 คนที่กลายมาเป็นนักลักลอบของเถื่อนดูน่าสนใจบนกระดาษ แต่พอเอาเข้าจริงกลับถูกเล่าออกมาแบบเรียบๆ คาดเดาได้ ไม่มีอะไรตื่นเต้น เบื้องหลังฉากแอ็กชันมีบางช่วงที่สวยงามตื่นตา แต่ก็มีบางซีนที่การตัดต่อและคอแรดดูแปลกๆ แถมยังใช้กรีนสกรีนแบบงุ่มง่ามในฉากใต้น้ำและเอฟเฟกต์พิเศษที่ดูไม่สมจริง ส่วนนักแสดงนั้นทำได้ดีมาก โดยเฉพาะ คิม เฮ-ซู และ ยัม จอง-อา ที่สวมบทบาทได้เปี่ยมพลัง แต่น่าเสียดายที่ตัวละครของพวกเธอกลับไม่น่าสนใจ และมีหลายครั้งที่ดูน่ารำคาญ บทพูดบางช่วงฟังแล้วอึดอัด เสียงเพลงประกอบก็ไม่ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น แม้หนังจะตั้งใจเล่าเรื่องในยุค 70 แต่กลับถ่ายทอดอารมณ์ ‘retro’ ได้ไม่เต็มเปี่ยม บางทีก็ลืมไปเลยว่ากำลังดูเรื่องที่อยู่ในยุคนั้นอยู่ สรุปแล้ว ‘Smugglers’ ดูเหมือนพยายามจะทำแบบฮอลลีวูดแต่กลับออกมาไม่เข้าที สำหรับผม นี่ไม่ใช่หนังที่ใช่แน่นอน
หนังเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงการลักลอบขนของในอดีตของเกาหลีใต้แบบตรงไปตรงมา แต่เน้นไปที่วิธีที่คนทั่วไปหาช่องทางแบ่งปันผลกำไร ซึ่งในกระบวนการนี้ก็มีชีวิตที่ต้องเสียไปเพราะความเสี่ยงจากบทลงโทษทางกฎหมาย โทษจำคุก และการแย่งชิงอำนาจระหว่างกลุ่มต่างๆ โดยแก่นแท้แล้วคือการเปลี่ยนเส้นทางขนส่ง เมื่อการนำเข้าโดยตรงถูกประกาศเป็นสิ่งผิดกฎหมาย คล้ายกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในปัจจุบัน กลุ่มใต้ดินบางส่วนจึงใช้มือที่สามเป็นคนกลางเพื่อแบ่งกำไร ใน 'Smugglers' หนังนำเสนอการใช้หญิงดำน้ำและเรือประมงเป็นพาหนะขนส่ง พร้อมสอดแทรกรายละเอียดสมจริงทั้งการแบ่งบรรจุใหม่และเรื่องทุจริตในศุลกากร ช่วยให้ตระหนักว่าแม้คุณจะมีทักษะพิเศษ แต่ก็ยังเป็นแค่ฟันเฟืองในสายโซ่ผลกำไร ต้องใช้ทั้งความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์จึงจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำหรือเจ้านายได้
นี่แหละที่เรียกว่าบทหนังสมบูรณ์แบบ! ว้าว! คนเกาหลีมีเรื่องราวสุดเจ๋งมาเล่าให้ฟังจริงๆ ผมไม่ค่อยชอบคอมเมดี้เท่าไหร่ ตอนเริ่มเรื่องรู้สึกมันออกแนวคอมเมดี้เลยเกือบจะปิดไปแล้ว แต่ก็คิดในใจว่า ลองดูสัก 15 นาทีแล้วกัน แล้วก็ดีใจมากที่รอดูต่อ! เรื่องนี้เปลี่ยนจากคอมเมดี้มาเป็นแนวจริงจังได้เนียนมาก ถ้าพูดถึงแอคชั่นผสมคอมเมดี้ นี่คือตัวอย่างชัดเจน! ตลกก็ลงตัว พอถึงตอนดราม่าก็ไม่ยั้ง ทำให้นึกถึงหนังเกาหลีสุดฮิตอย่าง 'พาราไซต์' เลยล่ะ จริงๆ แล้วนึกไม่ออกว่ามีจุดไหนที่ไม่ชอบ ทุกคนแสดงได้ดีแม้แต่ตัวประกอบ งานภาพสวยทุกฉาก และโครงเรื่องเป๊ะเวอร์ ไม่เห็นช่องโหว่เลย บางทีผมอาจจะหลงใหลเนื้อหาแนวผู้หญิงเก่งกู้โลกก็ไม่รู้ แต่ไหนๆ ผู้หญิงเอาตัวรอดจากผู้ชายฉ้อฉลได้มันก็เท่นะ 😊😊
หนังเรื่องนี้แย่สุดๆ ทั้งที่ผมเป็นคนชอบดูหนังเกาหลีมากๆ แต่เรื่องนี้ไม่มีเนื้อหาหรือโครงเรื่องที่แท้จริงเลย คาดหวังให้เป็นหนังอาชญากรรมแอคชั่นมาเฟีย แต่กลับดำเนินเรื่องช้าเหลือเกิน และแทบไม่มีองค์ประกอบของทั้งสามแนวอยู่เลย บางทีผมถึงขั้นอยากหัวเราะแล้วสงสัยว่ามันควรเพิ่มประเภทคอมเมดี้เข้าไปด้วยไหม เพราะทำออกมาได้แย่ขนาดนั้น รู้สึกเหมือนว่าหนังเรื่องนี้มีเด็กห้าขวบมานั่งกำกับและผลิต ซึ่งนั่นก็ยังเป็นการดูถูกเด็กเกินไป บางคนอาจจะชอบ แต่ผมคิดว่าคนที่ชอบคงเป็นคนคิดง่ายและพอใจได้ง่ายถ้าดูแล้วชอบจริงๆ แนะนำให้หลีกเลี่ยง อย่าเสียเวลากับมันเลย
ขอให้สังเกตว่าเหตุการณ์ผจญภัยทั้งหมดในเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับทักษะการดำน้ำของผู้หญิง ทำไมผู้ชายถึงไม่ลงไปเก็บของใต้ทะเลล่ะ? ลองคิดดูสิ หนังอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เผยให้เห็นการเอาเปรียบหญิงนักดำน้ำจากฝ่ายชายที่คอยหลอกใช้พวกเธอ แม้หนังจะพูดถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเลจนเกิดปัญหาประมง แต่ก็ไม่ได้ลงลึกกับประเด็นนี้เท่าไหร่ ซึ่งถ้าทำก็คงเปลี่ยนโทนเรื่องไปเลย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของการที่ผู้หญิงทนการกระทำชั่วร้ายจากผู้ชายได้มากแค่ไหน ก่อนจะลุกขึ้นสู้กับชายฉ้อฉล จบแบบสงครามหญิงชายสุดดุเดือด ต้องชมทีมงานที่รีครีเอตบรรยากาศยุค 70 ได้ดี ทั้งบุหรี่ เสื้อผ้า รถยนต์ แถมยังมีทีมเวิร์คเจ๋งๆ และภาพสวยงามน่าดู
ไม่ได้เล่นคำนะ – ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงแค่ไหน – จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามีบอกไว้ไหมว่าเป็นเรื่องจริงหรือเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่สำคัญมั้ยล่ะ? บทหนังเขียนได้แน่นมาก...ทำออกมาได้ดีมาก...และมีตัวละครที่คุณจะทั้งรัก(ที่จะเกลียด)...และเกลียดที่จะรัก! พวกเขาไม่ได้เรียบง่ายแน่นอน และคุณจะได้เห็นความรุนแรงเต็มที่...เลือดสาดไม่ขาดสายแบบสุดๆไปเลย ต้องบอกเลยว่ามันโหดไม่เบา คุณอาจไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครที่คุณชอบ...อาจไม่ชอบวิธีที่ตัวละครบางตัวถูก对待...หรืออาจไม่สนใจพวกเขาเลยซักนิด...อย่างน้อยก็ได้เห็นสตั๊นท์อันตระการตา ตอนจบน่าจะเป็นนัยถึงภาคต่อ...อาจเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นหรือแค่แสดงอนาคตของตัวละครบางตัว ทำได้ดีมากทุกระดับ! ทั้งด้านเทคนิคและการแสดง...หนังเกาหลีระดับท็อปหรือที่เราเห็นทางตะวันตก...ยอดเยี่ยมสุดๆ
The Night Owl (2022)
The Patrol (2013) หน่วยรบสงครามเลือด