
Real Steel (2011) ศึกหุ่นเหล็กกำปั้นถล่มปฐพี ชาร์ลี เคนตัน (ฮิวจ์ แจ็คแมน) นักชกตกอับที่ไม่มีโอกาสได้ตำแหน่งอะไรเลย เมื่อหุ่นเหล็กสูง 8 ฟุตหนัก 2,000 ปอนด์ ได้เข้ายึดครองเวที ชาร์ลี ที่ตอนนี้ผันตัวเองมาเป็นโปรโมเตอร์เล็ก ๆ ที่พอจะหาเงินมาสร้างหุ่นยนตร์ราคาถูก ขึ้นมาจากเศษเหล็กเพื่อที่จะก้าวจากเวทีมวยใต้ดินขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้นต่อไป แต่เมื่อเขาถึงจุดต่ำสุดของชีวิต เขาต้องจำใจเข้าร่วมทีมกับ แม็กซ์ (ดาโกต้า โกโย) ลูกชายของเขาที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่ เพื่อสร้างและฝึกฝนหุ่นยนต์เพื่อจะเข้าแข่งขันชิงแชมป์ การเดิมพันสุดอันตราย บทเวทีที่ไม่มีคำว่ายอมแพ้ ชาร์ลี และ แม็กซ์ ต้องฟันฝ่าไปด้วยกันเพื่อโอกาศครั้งสุดท้ายของการหวนคืนสู่สังเวียน

ในอนาคตอันใกล้นี้ที่การชกมวยหุ่นยนต์กลายเป็นกีฬายอดนิยม อดีตนักมวยผู้ยากลำบากคิดว่าเขาได้พบแชมป์จากหุ่นยนต์ที่ถูกทิ้งแล้ว
ภาพยนตร์แอ็คชั่นกำปั้นเหล็กสุดมันส์กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เมื่อกีฬาชกมวยถูกยกระดับให้ทันสมัยสุดไฮ-เทคมากยิ่งขึ้น "ศึกหุ่นเหล็กกำปั้นถล่มปฐพี" นำแสดงโดย ฮิวจ์ แจ็คแมน ในบท ชาร์ลี เคนตัน กลายเป็นนักชกตกอับที่ไม่มีโอกาสได้ตำแหน่งอะไรเลย เมื่อหุ่นเหล็กสูง 8 ฟุตหนัก 2,000 ปอนด์ ได้เข้ายึดครองเวที ชาร์ลีที่ตอนนี้ผันตัวเองมาเป็นโปรโมเตอร์เล็กๆเที่พอจะหาเงินมาสร้างหุ่นยนต์ราคาถูกขึ้นมาจากเศษเหล็กเพื่อที่จะก้าวจากเวทีมวยใต้ดินขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้นต่อไป แต่เมื่อเขาถึงจุดต่ำสุดของชีวิตเขาต้องจำใจเข้าร่วมทีมกับแมกซ์.(ดาโกตา โกโย).ลูกชายที่ไม่ค่อยจะลงรอยกับเขาเท่าไหร่เพื่อสร้างและ.ฝึกฝนหุ่นยนต์เพื่อจะเข้าแข่งขันชิงแชมป์ การเดิมพันสุดอันตรายบนเวทีที่ไม่มีคำว่ายอมแพ้ ชาร์ลี และ.แมกซ์ต้องฟันฝ่าไปด้วยกันเพื่อโอกาสครั้งสุดท้ายของการหวนคืนสู่สังเวียนอย่างยิ่งใหญ่
ตลกดีเวลาดูหนังเก่าๆ ที่วาดภาพอนาคตเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำๆ แบบหนังไซไฟยุค 90 ที่คิดว่าเราจะมีรถบินได้ หรืออย่างเรื่อง Real Steel ที่คิดว่าปี 2020 มนุษย์จะชมการต่อสู้หุ่นยนต์แทนมวย จำได้ว่าเคยชอบเรื่องนี้มากตอนดูเมื่อสิบกว่าปีก่อน พอช่วงหลังเจอแต่หนังน่าผิดหวัง เลยอยากดูอะไรที่รู้ว่าใช่ หรือคิดว่าน่าจะชอบ เลยเลือกเรื่องนี้ ตอนเริ่มดูก็สังเกตว่า CGI และเทคนิคพิเศษยุค 2010 ดูสมจริงกว่ายุคนี้มาก เปรียบเทียบกับหนังอย่าง Iron Man หรือ Transformers ได้ชัด ส่วนหนังยุคใหม่มักดูเหมือนเกมมากกว่า สิ่งที่ชอบคือแม้เรื่องนี้จะอยู่ใน 'อนาคต' แต่สภาพแวดล้อมยังดูใกล้ตัว ไม่ได้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ล้ำฉาบฉวย ทำให้เรื่องดูน่าเชื่อถือแม้เป็นไซไฟ เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน บทก็ไม่ได้หวือหวา เพราะสร้างมาเพื่อความสนุก มีทุกอย่างที่หนังแอคชั่นFeel Good ควรมี ทั้งการต่อสู้เร้าใจ, ซาวด์แทร็กเจ๋งๆ, เนื้อเรื่องเข้มข้น, ฉาก chaos สุดมัน, ตัวละครunderdogให้เชียร์ และยังมีความอบอุ่นของความสัมพันธ์พ่อลูกที่ค่อยๆ ซึมซับ แม้จะมีฉากเหล็กกระแทกกันสุดเหวี่ยง แต่แก่นแท้ของหนังคือความน่ารักและความรู้สึกจริงใจ สิ่งที่ประทับใจสุดคือตอนจบ หนังจบตอนที่เหมาะเจาะ ต่างจากหนังส่วนใหญ่ที่มักมีฉากสะท้อนใจหลัง climax แบบนั้น แต่ Real Steel เลือกจบตอนที่ความตื่นเต้นยังพุ่งสูง ถ้ายังไม่เคยดู แนะนำให้ดูด่วน! ถ้าดูแล้ว ก็ดูอีกรอบไม่เสียหาย
เพิ่งดูหนังเรื่องนี้กับลูกสาววัย 8 ขวบของเรา สนุกมากๆ ลูกชอบมาก ส่วนตัวคิดว่าทำได้ดีมาก ดูง่ายไม่หนักเกินไป มีรีวิวแย่ๆ มากมายไม่รู้ว่าพวกเขาคาดหวังอะไร เพราะคนทำคงไม่มีใครคิดจะเข้าชิงออสการ์อยู่แล้ว บางทีการผ่อนคลายและไม่วิจารณ์ทุกอย่างเกินไปก็เป็นสิ่งที่ดีนะ
ตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรกับหนังเรื่องนี้มากนัก แถมปกติก็ไม่ค่อยชอบหนังที่ให้เด็กมาเป็นพระเอกซะด้วย แต่พอดูแล้วกลับต้องประทับใจ! แม้จะเป็นหนังแบบสูตรสำเร็จ/underdog ที่เราเคยเห็นกันบ่อยๆ แต่ก็ทำให้เราลุ้นให้กับ 'อะตอม' ไปตลอด ฮิวจ์ แจ็คแมน แสดงได้เจ๋งมาก รวมถึงนักแสดงคนอื่นๆ ก็ดีไม่แพ้กัน CGI ยอดเยี่ยมมาก เราเชื่อมโยงกับตัวละครได้จริงๆ และมันคือหนังสนุกๆ ที่ดูเพลินจนลืมความเครียด (คิดดูนะ หุ่นยนต์ต่อยมวย - ใครจะไม่ชอบล่ะ!) อาจไม่ใช่ระดับ 'A Space Odyssey:2000' แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอยู่แล้ว สนุก! เร้าใจ! เอกซ์ชั่นจัดเต็ม! แนะนำเลย!
เรื่อง Real Steel กำกับโดย Shawn Levy และดัดแปลงจากเรื่องสั้นของ Richard Matheson ผ่านบทภาพยนตร์โดย John Gatins, Dan Gilroy และ Jeremy Leven นำแสดงโดย Hugh Jackman, Dakota Goyo, Evangeline Lilly และนักแสดงชั้นนำอีกมากมาย พร้อมเสียงเพลงโดย Danny Elfman และการถ่ายภาพโดย Mauro Fiore เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ที่ 'มวยหุ่นยนต์' กลายเป็นกีฬายอดนิยม เมื่ออดีตนักมวยหุ่นยนต์ผู้ตกอับได้พบกับลูกชายวัย 11 ขวบที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน และทั้งคู่ก็บังเอิญพบหุ่นยนต์เก่าในกองขยะ...Real Steel อาจถูกติว่าเลียนแบบแนวคิดเดิมและเต็มไปด้วยคลิชเ่ช่ แต่ต้องยอมรับว่าทีมผู้สร้างทำสำเร็จ! นี่คือภาพยนตร์ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบในยุคนี้ เนื้อเรื่องดึงดูดทั้งผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบ Sylvester Stallone ด้วยความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างพ่อลูก ในขณะที่การต่อสู้สุดตื่นตาของหุ่นยนต์สีสันสดใสก็ทำให้เด็กๆและผู้ใหญ่ที่ยัง童心อยู่ติดหนึบ ถึงแม้ช่วงท้ายเรื่องจะเข้มข้นด้วยความสัมพันธ์ครอบครัวและโอกาสครั้งที่สองตามสูตร แถมยังมีจุดอ่อนเรื่องการโปรโมทสินค้าและบทที่ขาดความสดใหม่ แต่ภาพยนตร์ก็ส่งพลังงานบวกและสานเรื่องราวได้สนุกแบบไม่ต้องคิดมาก ใช่เลย! นี่คือ Atom หุ่นยนต์จอมสู้ผู้กล้า ใช่เลย! นี่คือศึกดาวิด vs โกไลอัธ และใช่เลย! นี่คือศึก Balboa vs Creed แต่ไม่เห็นจะแย่อยู่ตรงไหน! แม้บทบาทนักแสดงส่วนใหญ่จะไม่ได้ท้าทายมาก แต่ Hugh Jackman กับ Dakota Goyo ก็สร้างเคมีพ่อลูกน่าชม โดยเฉพาะน้องโกโย่ที่เล่นได้น่ารักไม่น่ารำคาญ ส่วนจุดเด่นที่ปฏิเสธไม่ได้คือการออกแบบหุ่นยนต์สุดอลังการและฉากต่อสู้อันตื่นตาที่ Shawn Levy จัดวางได้อย่างเมามัน แม้จะหยิบยืมสไตล์จากเรื่อง Rocky ก็ตาม ทัศนียภาพอนาคตใกล้โดย Mauro Fiore ก็สวยงามน่าประทับใจ Real Steel ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 290 ล้านดอลลาร์ (กำไรกว่า 180 ล้านปอนด์) ตอกย้ำว่าภาพยนตร์ครอบครัวแบบเรียบง่ายแต่ตื่นเต้นยังขายดี! อย่าไปหวังเรื่องความลึกหรือบทอันชาญฉลาด แต่ถ้าอยากดูเรื่องแนวนี้แบบสมองใส ขอแนะนำตอน 'Steel' จากซีรีส์ Twilight Zone ที่มี Lee Marvin แสดงนำ ส่วน Real Steel นี้...ปล่อยใจสนุกไปกับหุ่นยนต์สู้กันสนุกๆและความสัมพันธ์พ่อลูกน่าปลาบปลื้มก็พอ! 7/10 สำหรับเวอร์ชันโฮมมีเดีย คุณภาพภาพสวยคมชัด มีเบื้องหลังการถ่ายทำสั้นๆ แต่คลิปตลกระหว่างถ่ายทำและวิเคราะห์ฉากแอ็คชั่นก็สนุกดี แถมยังได้รู้ว่าสตีเว่น สปีลเบิร์กมีส่วนร่วมในการผลิตอย่างไร
ผมดูหนังเรื่อง Real Steel บ่อยเท่าที่โอกาสจะอำนวย ฉากที่น่าประทับใจโดยเฉพาะกับเด็กน้อย ส่วนฮิวจ์ แจ็คแมน นั้นสุดยอดไปทั้งเรื่อง! เอฟเฟกต์พิเศษทำได้สมจริงและประณีตมาก ยินดีที่หนังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ชอว์น เลวี ผู้กำกับทำโปรเจกต์มาเยอะที่ผมชอบมากๆ บางเรื่องก็เป็นความสุขเล็กๆ น่าประทับใจ ผมชอบมุมน่ารักในหลายๆ ซีน นี่คือหนึ่งในหนังหุ่นยนต์ที่ดีที่สุดที่สร้างมาในรอบหลายสิบปี!
หนังเรื่องนี้สนุกและน่าติดตามมาก เรื่องราวแปลกใหม่ที่หุ่นยนต์ต่อสู้แทนมนุษย์ แต่การทำให้หุ่นยนต์ดูมีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์ทำได้ดีมาก ถึงอย่างนั้นเอฟเฟกต์การต่อสู้ของหุ่นยนต์ก็ได้คะแนนประมาณ 6/10 เท่านั้น ฮิวจ์ แจ็คแมนแสดงบทบาทพ่อที่พยายามทำดีได้ดีมาก ทั้งตัวเขาและเด็กชาย ส่วนบทนางเอกก็ถูกเล่นได้ดีโดยนักแสดงสาวสวยคนหนึ่ง หนังเรื่องนี้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ เหมาะสำหรับครอบครัวที่มองหาความบันเทิงอบอุ่นใจแบบหนังแนว Rocky
ติดอันดับ 3 บน Netflix! สมควรได้ตำแหน่งนี้อย่างยิ่ง! ผมดูหนังเรื่องนี้อย่างน้อยปีละ 3 ครั้งตั้งแต่ปี 2011 ที่หนังออกฉาย พอเห็นมันโผล่มาในเน็ตฟลิกซ์ น้ำตาก็ไหลเหมือนทุกทีในฉายเดิม หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นใจ และผมจะรักมันเสมอ นักสู้ พ่อๆ และผู้ที่ถูกมองข้ามจะรู้สึกถึงพลังของหนังเรื่องนี้ถึงแก่นแท้ ATOM สุดยอด!
ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับหนังเรื่องนี้มาก แถมคิดว่าหลายคนก็คงเหมือนกัน แต่พอได้ดูจริงๆ กลับสนุกไม่เบาเพราะหลายเหตุผล ที่ฉันจะเล่าให้ฟัง: ทุกซีนมีจุดหมาย - ไม่มีฉากที่ดูแล้วไม่รู้เรื่องหรือไม่ส่งผลต่อคนดูเลย ตอนจบ - สร้างสรรค์และให้กำลังใจ ชัดเจนว่าเรื่องนี้มีแง่คิดสอนใจ (ถ้าดูจบก็คงเข้าใจ) แต่น่าเสียดายที่ตัวละครเด็กทำให้ฉันรู้สึกขัดใจสุดๆ ชื่นมั่นในความมั่นใจของเขาเวลารักแต่ว่าเสียงกรี๊ดกับบทพูดน้ำเน่ามันทำเอาอึดอัดไปหมด แถมยังรู้สึกว่าเด็กคนนี้มีความเข้าใจเทคโนโลยีสูงแบบเกินจริงมาก...เรียกได้ว่านอกเหนือความคาดหมายเลยแหละ ถึงอย่างนั้น ฉันก็รู้สึกว่าจะมี 'Real Steel 2' และหวังว่ามันจะดีเท่าหนึ่งนี้ เพราะหนังภาคต่อมักทำยาก โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้ แต่นั่นอีกเรื่องแล้ว หนังเรื่องนี้คุ้มค่าดูแน่นอน ถ้าจะดูก็เตรียมกระดาษทิชชู่ไว้ใกล้ตัวเลยล่ะ
ลูกชายของฉันชอบหนัง Real Steel ชนิดที่เรียกว่าหยุดไม่ได้ ส่วนฉันเองก็สนุกไปกับทุกช่วงของเรื่อง ถึงมันจะไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ก็ทำออกมาได้ดีมาก จนเราทั้งคู่มีอะไรคุยและหัวเราะด้วยกันไม่ขาดสาย หนังไม่เพียงแค่สะท้อนสิ่งที่ถูกผิดของมนุษย์ แต่ยังใส่แอคชั่นดุเด็ดเผ็ดมันแบบเห็นภาพจริงจนลืมไม่ลง ตัวละครทั้งที่รักและขำขันแสดงได้โดนใจ พร้อมหุ่นยนต์สุดเท่ที่เคลื่อนไหวสมจริงแบบไม่เห็นรอย CGI เลยล่ะ เพราะลูกชายชอบมาก ฉันเลยสุขใจไปด้วย รับรองว่าแผ่นดีวีดีเรื่องนี้จะถูกหยิบมาเปิดซ้ำในบ้านเราบ่อยที่สุดแน่นอน!
เราได้ดูรอบฉายล่วงหน้าเมื่อวันที่ 22 กันยายน ตอนแรกฉันคิดว่ามันจะเป็นอีกเรื่องน้ำเน่า แบบภาพยนตร์ underdog/รวยฉาบฉวย ที่ดูไม่น่าเชื่อถือและหวาดเสียวแบบเหมาๆ แต่กลับต้องประหลาดใจ! เรื่องนี้มีจุดพลิกมุมที่เจ๋งมาก มีโครงเรื่องที่แข็งแรง แม้จะมีคำพูดบางช่วงที่อาจไม่เหมาะสม แต่ก็ยังเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีลูกอายุ 10+ (ตามความเห็นฉัน) ตอนจบไม่ได้เป็นอย่างที่คาดไว้ แต่เมื่อย้อนคิดกลับชอบที่มันจบแบบนั้น ใครอยากดูตอนจบที่เดาได้ตั้งแต่ต้นเรื่องล่ะ? มีช่วงตลกที่ลงตัว ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครดูจริงใจ ไม่ได้ยัดเยียดเกินไป แอนิเมทรอนิกส์ของหุ่นยนต์ทำได้ดี หุ่นยนต์แต่ละตัวออกแบบได้สนุกและสร้างสรรค์ จนทำให้ฉันหวังว่าในชีวิตจริงจะมีกีฬาแบบนี้จริงๆ ฉันคงต้องไปเชียร์สนุกแน่!
โดยปกติแล้ว ถ้าผู้กำกับหนังคนไหนประสบความสำเร็จระดับใหญ่ มักเป็นเพราะหนังของเขาตอนต้นอาชีพทำรายได้ถล่มทลายและสร้างชื่อเสียงให้พุ่งกระฉูด เหมือนอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก, จอร์จ ลูคัส, ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ฯลฯ แต่ถ้าพูดถึงผู้กำกับที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาในฮอลลีวูดในช่วง 10 ปีที่ผ่านนี้ เริ่มจากงานเล็กๆ แล้วค่อยขยับไปทำโปรเจกต์ใหญ่และมีเป้าหมายยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นคงต้องยกให้ ชอว์น เลวี่ ผู้กำกับชาวแคนาดา เขาเริ่มต้นจากการกำกับซีรีส์ช่อง Nickelodeon และ Disney Channel อย่าง Animorphs หรือ The Famous Jett Jackson ในช่วงปลายยุค 90 ก่อนจะก้าวมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์วัยรุ่นอย่าง Big Fat Liar และ Cheeper By The Dozen แล้วใช้ความสำเร็จนั้นต่อยอดสู่หนังคอมเมดี้ระดับดัง เช่น The Pink Panther (ภาครีบูต), Night At The Museum และ Date Night แม้เสียงวิจารณ์จะล้อว่าเขาเป็นแค่ผู้กำกับขาดฝีมือ แต่ตอนนี้เขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยหนังไซไฟสุดอลังการที่สตีเวน สปีลเบิร์กเป็นโปรดิวเซอร์ นั่นคือ Real Steel Real Steel ดัดแปลงแบบหลวมๆ จากเรื่องสั้นของ ริชาร์ด แมธิสัน นักเขียนแนวไซไฟชื่อดัง โดยเก็บแก่นหลักแค่ 'หุ่นยนต์นักมวยมาแทนที่มนุษย์ในอนาคต' ซึ่งอาจเป็นเรื่องดีเพราะปมตอนจบของต้นฉบับเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้ว เรื่องราวเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แค่ 10 ปีข้างหน้า ที่นอกจากเทคโนโลยีโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์จะล้ำหน้ากว่าเดิมแล้ว กีฬาหุ่นยนต์มวยก็กลายเป็นสิ่งโด่งดังสุดๆ ฮิวจ์ แจ็คแมน รับบท ชาร์ลี เคนตัน อดีตนักมวยที่ผันตัวมาเป็น 'เทรนเนอร์หุ่นยนต์' ระดับกระจอก เขาตระเวนหาสนามมวยตามงานวัดเพื่อให้หุ่นยนต์ต่อยกันหารายได้ จนชีวิตต้องสะสั้นเมื่อลูกชายที่เขาไม่เคยสนใจ กลับมาอยู่ด้วยและพบหุ่นยนต์เก่าในกองขยะ พร้อมดึงเขากลับสู่สังเวียนอีกครั้ง ที่น่าสนใจคือ Real Steel ถูกเปรียบว่าเป็นหนัง 'แบบสปีลเบิร์ก' ไม่แพ้ Super 8 เลย แม้จะเต็มไปด้วยแอ็คชั่นหุ่นยนต์สุดมัน แต่หัวใจหลักของเรื่องคือ 'ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก' ซึ่งฮิวจ์ แจ็คแมน เคยให้สัมภาษณ์ว่าตัวละครเด็กอย่าง ดาโกตา โกโย คือหัวใจของหนัง และเมื่อดูจบก็เข้าใจว่าเขาพูดถูก Real Steel เป็นหนังกีฬาที่ใส่แนวหุ่นยนต์แค่เพื่อเพิ่มความเท่ แต่แก่นเรื่องยังเป็น underdog ธรรมดาๆ ที่ทำให้คนดูลุ้นและลึกซึ้งไปพร้อมกัน หนังถ่ายทำสวย ต่อยหุ่นมันส์ แถมการแสดงก็เปี่ยมอารมณ์ เพลงของแดนนี่ เอลฟ์แมน ก็ช่วยเสริมอารมณ์ได้ดี แม้บางท่อนจะฟังคุ้นจากหนังอื่น ส่วนเพลงประกอบอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นของเอมิเน็ม ก็เข้ากับบรรยากาศ สรุปแล้ว Real Steel อาจไม่ได้เป็นหนังแนวคิดสูงหรือพลิกมุมเหมือน Super 8 แต่กลับจับหัวใจคนดูได้ด้วยเรื่องราวเรียบง่ายที่อบอุ่น ใต้เปลือกนอกของโลหะเย็นๆ กลับมี 'หัวใจ' ที่เต้นตึกตัก จนต้องยกนิ้วให้ชอว์น เลวี่ ว่าทำได้ดีจริงๆ
‘Real Steel’ น่าจะเป็นเหมือนเพชรเม็ดเล็กๆ ที่ส่องประกายได้ แต่ก่อนจะเข้าฉายและก่อนที่คนจะรู้ลึกเรื่องราว หนังดูเหมือนจะเป็นเรื่องราวอัจฉริยะที่หุ่นยนต์ถูกบังคับให้ต่อสู้โหดเพื่อความบันเทิงของมนุษย์ ส่วนเรื่องจะเดินไปทางไหนก็ปล่อยให้จินตนาการ แต่ดูเหมือนมีองค์ประกอบของไซไฟที่ลุ่มลึกและตรึงใจ ทว่าสิ่งที่ออกมาดันต่างจากความคาดหมายอย่างมาก จนเหลือเพียงเรื่องราวผิวเผินที่พอรับได้ และทำให้คนแบบเราต้องถามว่า ‘แล้วที่ควรจะเป็นมันควรเป็นยังไง?’ ในอนาคตอันใกล้ (ปี 2020 ตามที่ผู้กำกับชอว์น เลวี่ บอก) การต่อสู้แบบตัวต่อตัวของมนุษย์ล้าสมัยไปแล้ว นักสู้ถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่แทน ส่วนมนุษย์คือผู้ควบคุมและเก็บผลประโยชน์ ชาร์ลี เคนตัน (ฮิวจ์ แจ็กแมน) เป็นหนึ่งในผู้จัดการหุ่นยนต์ที่โชคไม่ดี เขาไม่อยู่ใต้แสงสปอตไลต์ แค่ต้องการหาเงินให้พออยู่ ณ จุดนี้เอง เขาต้องมาดูแลลูกชายที่ห่างเหิน (ดาโกตา โกโย) ผู้ค่อยๆ สร้างมิตรภาพกับหุ่นยนต์ฝึกซ้อมรุ่นเก่าชื่อ ‘แอตอม’ จนชาร์ลีตัดสินใจพยายามครั้งสุดท้าย... สำหรับหนังที่มีโครงสร้างพอจะเจาะลึกแนวคิด ‘ความเป็นมนุษย์ในเครื่องจักร’ แบบ ‘เบลด รันเนอร์’ หรือ ‘A.I.’ รวมถึง (ขอเตือนไว้ก่อน: ฟังดูอวดรู้) ‘จริยธรรมและศีลธรรมของมนุษย์’ กลับทำทุกอย่างเพื่อเลี่ยงหัวข้อเหล่านั้น! ความหวังของเราตกหายเมื่อมีตัวละครเด็กเข้ามา—สัญญาณชัดว่าเรื่องจะโฟกัสที่ความสัมพันธ์ของแม็กซ์และชาร์ลี ทำให้พล็อตถูกจำกัดโดยไม่จำเป็น ส่งผลให้มีบาง场景ที่ดูแปลกตา เช่น เมื่อแอตอมจ้องมองตัวเองในกระจกก่อนการต่อสู้ใหญ่ ราวกับตั้งคำถามการมีอยู่ของมัน ฉากนี้อาจเกินความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายเด็ก ขณะที่ผู้ชามอายุอาจมองว่าเป็นความพยายามยัดเยียด ‘ความหมาย’ เข้าไปในวินาทีสุดท้าย... จุดอ่อนที่สุดของ ‘Real Steel’ คือการเป็นหนังครอบครัว ตัวละครลูกชายของชาร์ลีถูกเขียนให้เป็นเด็กนิสัยเสียที่มั่นใจเกินหน้า จนบางครั้งอยากให้เขาล้มเหลวบ้าง การที่เด็กเป็นผู้นำอาจดึงดูดคนวัยเดียวกับแม็กซ์ แต่กลับทำลายความสมจริงของตัวละครชาร์ลี และลดทอนความลึกของเรื่อง นอกจากนี้ ยังมีเนื้อหาอื่นๆ ที่瞄准กลุ่มเด็กชาย เช่น การอ้างอิงถึงของเล่น-เกม รวมถึงการโฆษณาแฝงที่มากเกินจนน่ารำคาญ... สคริปต์ไม่ได้แย่ถึงขั้นหายนะ มีคลิชชี่บ้างแต่ไม่ถึงขั้นน่าเบื่อ อย่างไรก็ตาม มีหลายช่วงที่ทำให้อึดอัด (หรือ ‘น่าปนุ้ย’ ขึ้นอยู่กับมุมมอง) เช่น ฉากหุ่นยนต์เต้นรำ หรือตัวละครประกอบที่ออกแนวการ์ตูนเกินไป สิ่งเหล่านี้ลดระดับการมีส่วนร่วมกับหนัง... ฉากแอคชั่นนั้นสวยงาม ใช้มุมกล้องหลากหลายให้เห็นกลไกการต่อสู้ของหุ่นยนต์ CGI น่าประทับใจ การเคลื่อนไหวหนักๆ (แทนที่จะลื่นไหล) ของหุ่นยนต์ทำได้ดี สะท้อนภาพการต่อสู้ของเครื่องจักรหนักๆ แจ็กแมนทำเต็มที่แต่คนเดียวไม่พอจะช่วยหนังที่ควรจะดีให้รอดจากความเฉื่อยเฉาของหนังบ็อกซ์ออฟฟิศระดับปานกลาง... *ติชมกันมาได้ที่ [email protected]*
ฉันเป็นแฟนตัวยงของ Hugh Jackman (พระเอกจาก The Fountain) และรอคอยที่จะได้ดูหนังเรื่องนี้มานาน หนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยมมาก เนื้อเรื่องก็ดีมาก การแสดงนั้นสุดยอด เอฟเฟกต์พิเศษนั้นโคตรเจ๋ง และทุกอย่างลงตัวพอดี ไม่มีอะไรขาดหาย ทั้งแอคชั่น ดราม่า คอมเมดี้ และความรัก ตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีที่ 127 หนังทำให้ฉันติดหน้าจอ ไม่วางตา ลุ้นไปกับการต่อสู้ของหุ่นยนต์และหัวเราะไปกับมุกเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่ชอบที่สุดคือเคมีระหว่างตัวละครทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Charlie, Max, Bailey หรือตัวละครอื่นๆ ในเรื่อง ทุกคนถ่ายทอดแก่นของตัวละครออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และท่วมท้นไปด้วยการแสดงที่ยอดเยี่ยง ต้องบอกว่าฉันไม่คิดว่าหนังเรื่องนี้จะดีขนาดนี้ ความคาดหวังที่มีต่อเอฟเฟกต์พิเศษและการแสดงของ Hugh สูงอยู่แล้ว แต่สิ่งที่หนังนำเสนอมากกว่านั้นมาก แนะนำให้ดูเป็นอย่างยิ่ง : ควรเป็นเรื่องแรกในลิสต์หนังปี 2011 ที่คุณยังไม่ได้ดู เพราะความยิ่งใหญ่และการแสดงที่สะกดใจอย่างแท้จริง
6.9

Pacific Rim (2013) สงครามอสูรเหล็ก
6.8

Chappie (2015) จักรกลเปลี่ยนโลก
7.1

Transformers 1 (2007) ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส 1 มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาล
6.2

Transformers 3 Dark of the Moon (2011) ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 ดาร์ค ออฟ เดอะ มูน
6

Transformers 2 Revenge of the Fallen (2009) ทรานฟอร์เมอร์ส 2 มหาสงครามล้างแค้น
7.3

Alita Battle Angel (2019) อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล
6.7

Bumblebee (2018) บัมเบิ้ลบี
7.4

Ready Player One (2018) สงครามเกมคนอัจฉริยะ
5.6

Transformers 4 Age of Extinction (2014) ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 4 มหาวิบัติยุคสูญพันธุ์
7.1

I Robot (2004) ไอโรบอท พิฆาตแผนจักรกลเขมือบโลก
7.1

Saripodhaa Sanivaaram (2024) เสาร์คลั่ง
6.6

The Recruit (2022) ทนายซีไอเอ
6.4

Carl’s Date (2023) เดตของคาร์ล
5.8

Gentleman (2022)
4.7

Chainsaw Man (2022)

Quick Counterattack (2023) ใส่สุดไม่หยุดโต้
4.3

The Drop (2022)
5.4

Mr. Crocket (2024)
6.5

Music and Lyrics (2007) สี่ห้องใจนี้ มีแต่เสียงเธอ
6.8

Ghostbuser Misteri Desa Penari (2021)
7.3

The Return of Tanya Tucker Featuring Brandi Carlile (2022)
6.8

Lemony Snicket s A Series of Unfortunate Events (2004) อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย