
On the Come Up (2022) เรื่องราวเกี่ยวกับ Bri วัย 16 ปี ผู้ซึ่งต้องการเป็นหนึ่งในแร็ปเปอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เมื่อต้องเผชิญกับข้อขัดแย้งและคำบอกกล่าวขับไล่ครอบครัวของเธอ บรีไม่เพียงแค่ต้องการทำเท่านั้น เธอต้องทำให้ได้

เรื่องราวของบริวัย 16 ปี ผู้ฝันอยากเป็นแร็ปเปอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง เธอต้องเผชิญทั้งคำวิพากษ์วิจารณ์และใบเตือนการขับไล่ที่กำลังคุกคามครอบครัว บริไม่เพียงแค่ต้องการประสบความสำเร็จ แต่เธอต้องทำมันให้ได้
บริคือแร็ปเปอร์วัยรุ่น ลูกสาวของตำนานฮิปฮอปใต้ดินที่เสียชีวิตก่อนจะก้าวสู่จุดสูงสุด เธอต้องแบกรับความคาดหวังจากตำนานของพ่อ ในขณะเดียวกันก็ถูกกลั่นแกล้งและเห็นแม่ต้องดิ้นรนหลังตกงาน บริจึงถ่ายทอดความหม่นหมองผ่านบทเพลงที่กลายเป็นไวรัลฮิตทันที
ไม่ใช่การนำเสนอเบตเทิลแรปที่ดีที่สุดนัก... หนังเหมือนผสมระหว่าง 8 Mile กับความเข้าใจแบบผิวเผินเกี่ยวกับวัฒนธรรมเบตเทิลแรปยุคนี้ เนื้อเรื่องพอติดตามได้ แต่ขาดความสมจริงในมุมมองคนวงการ ถ้าเป็นสายเบตเทิลตัวจริงคงรู้สึกว่าเว่อร์ไปหน่อย ส่วนการแสดงก็ใช้ได้ ดึงความสนใจอยู่ แม้ไม่ถึงขั้นดูซ้ำแต่รอบเดียวก็โอเค เห็นแววนักแสดงใหม่น่าติดตาม รวมถึงนักแสดงรับเชิญที่มาช่วยเสริม ถึงหนังจะให้บรรยากาศคล้ายซีรีส์ Netflix แต่ก็เข้าใจว่าทำไมไม่ใช่ สรุปแล้วเป็นหนังพอรับได้สำหรับแฟนฮิปฮอปที่อยากดูอะไรสบายๆ
เป็นหนังที่ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่โดดเด่นสักด้าน เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาวชาวแอฟริกันอเมริกันที่เผชิญปัญหาที่โรงเรียน แต่ค้นพบความสามารถด้านแร็ป หนังให้เราเห็นภาพการก้าวขึ้นมาสู่ความสำเร็จในวงการเพลงแร็ปของเธอ พร้อมสอดแทรกประเด็นเหยียดผิวเข้าไปบ้าง การแสดงและกำกับก็ใช้ได้ระดับหนึ่ง เนื้อเรื่องไม่แย่ แต่คาดเดาทุกฉากได้ง่าย นี่คือจุดอ่อนหลักของหนังที่ขาดความแปลกใหม่และความดราม่าที่เข้มข้น เรียกว่าไม่เสียเวลาเสพย์ แต่ก็ขาดประกายและพลังที่จะตราตรึงใจผู้ชม
หนังเรื่องนี้มีข้อความที่ดังและชัดเจนเกี่ยวกับการที่แรปเปอร์ต้องแรปในสิ่งที่จริงใจกับตัวเอง คุณหลีกหนีข้อความนี้ไม่ได้เพราะมันครอบคลุมทั้งเรื่อง จนบางทีรู้สึกเหมือนดูหนังสอนเด็กของช่อง ABC เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดไปเลย ต้องให้เครดิตผู้กำกับและนักแสดงอย่างซานายา ลาธาน ที่ทำให้หนังไม่น่าเบื่อ แถมยังมีนักแสดงอย่างไมค์ เอปปส์ และเมธอดแมนมารับบทเสริมความน่าเชื่อถือ ส่วนลิล ยาชตี้ที่มาเล่นเป็นแรปเปอร์ก็เพิ่มความเท่ให้หนัง พ่วงด้วยบทแรป (โดยแรปซอดี้) ที่ก็ใช้ได้อยู่ แต่ต้องบอกว่า 'ใช้ได้' เพราะสไตล์การแรปแบบ Battle ในหนังไม่ใช่แนวที่ชอบ จุดประสงค์หลักของหนังชัดเจนแต่ไม่ยัดเยียด ชอบที่เส้นเรื่องรองผสมผสานกับเรื่องหลักได้เนียน เช่น เรื่องรักของคู่ชายหนุ่มเกย์ที่ไม่ได้ทำให้เป็นเรื่องใหญ่เกินไป หรือเรื่องราวของแม่ที่เลิกติดยา สรุปคือหนังดี แต่ถ้ารู้ก่อนว่ามีทั้งใน Paramount Plus และโรงหนัง คงเลือกดูที่บ้านแทน!
หนังเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงเพียงคนผิวสีเท่านั้น แต่เป็นเรื่องราวสากลที่เหมาะกับทุกเชื้อชาติ ฉันอยากประสบความสำเร็จ และอยากเป็นที่สุดตลอดกาล ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ดีแต่มุ่งสูงเกินไป การตั้งเป้าสูงเกินไปมักนำไปสู่ความผิดหวัง การตั้งเป้าให้สูงนั้นดีอยู่แล้ว แต่การเป็นหนึ่งในที่สุดของสาขาใดสาขาหนึ่งก็เพียงพอแล้วสำหรับใครก็ตาม นี่คือเหตุผลที่เด็กมีพรสวรรค์มักล้มเหลวบ่อยครั้ง เพราะพวกเขาตั้งเป้าหมายที่เกินจริงจนนำไปสู่ความผิดหวังในที่สุด ผมมั่นใจว่าผู้ชมจะสนุกกับหนังเรื่องนี้ แต่มันไม่ควรถูกยกเป็นตัวอย่างแห่งแรงบันดาลใจ เพราะเป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ
หนังชีวิตในเขตรั้วที่ทำตามสูตรสำเร็จ ครบทุกคลีเช่ของหนังแนวนี้ ปัญหาก็คือหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยความตื่นตัวทางสังคม ภาษาที่ถูกต้องตามหลักการเมือง และตัวนางเอกที่พยายามเป็นผู้หญิงแกร่ง (อย่างน้อยก็พยายาม) เล่นปลอดภัยไปเสียทุกอย่าง ซานา ลาธาน เขียนบทจากงานของนักเขียนคนเดียวกับ ‘Hate You Give’ แต่หนังเรื่องก่อนหน้านี้มีสาระและมีนักแสดงสมทบที่แข็งแกร่ง ส่วนเรื่องนี้กลับมีตัวละครมากมายที่ไม่มีใครสนใจ เหมือนกับว่าไม่สามารถดึงนักแสดงดีๆ จาก ‘Hate You Give’ มาเล่นได้ เลยจ้างผู้ช่วยฝ่ายผลิตที่เคยแสดงละครสั้นในโบสถ์มาแทน พอได้ยินคำว่า ‘Latinx’ นี่แบบ... จริงเหรอ??? แม้แต่บทยังถูกต้องตามหลักการเมืองและความตื่นตัวทางสังคมจนน่าหัวเราะ ข้ามเรื่องขยะนี้ไปดู ‘Hate You Give’ ดีกว่า
หนังเรื่องนี้น่าทึ่งมาก ฉันรักหนังเรื่องนี้ ฉันมีหนังสือซึ่งดีกว่าหน่อยเพราะมีรายละเอียดมากกว่า แต่หนังก็ยังน่าประทับใจอยู่ดี ใครที่ให้คะแนนหนังเรื่องนี้แค่ 1 หรือ 2 คะแนนต้องเป็นคนเหยียดผิวหรือไม่ฉลาดแน่นอน เพราะหนังเรื่องนี้เจ๋งมาก ไม่รู้ว่าทำไมถึงให้คะแนนแค่นี้ หนังเรื่องนี้สมควรได้ 10 เต็ม 10 ฉันกับครอบครัวดูหนังเรื่องนี้พร้อมหน้ากัน ทุกคนชอบมาก ดูแล้วสนุกและดีมากๆ ใครยังไม่ได้ดูต้องรีบดูด่วนเลยนะ โดยเฉพาะคนผิวสีที่ยังไม่เคยดู คุณจะชอบหนังเรื่องนี้มากแน่นอน เพราะมันสุดยอดจริงๆ
Strange World (2022) ลุยโลกลึกลับ