
Mobile Suit Gundam SEED FREEDOM (2024) ในปี C.E. 75 การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป ภายใต้การต่อสู้เพื่อเอกราช และการรุกรานของ Blue Cosmos… เพื่อรักษาความสงบ จึงมีการจัดตั้งหน่วยงานติดตามสันติภาพระดับโลกในชื่อ COMPASS โดยมี ลัคซ์ไคลน์ เป็นประธานคนแรก ในฐานะสมาชิกของ COMPASS คิระและพrรรคพวกของเขาได้เข้าแทรกแซงในการต่อสู้ระดับภูมิภาคต่างๆ จากนั้นไม่นานประเทศจัดตั้งขึ้นใหม่ที่มีชื่อว่า Foundation ได้เสนอปฏิบัติการร่วมกันเพื่อต่อต้านฐานที่มั่นของ Blue Cosmos

ลาคัส ไคลน์ ได้รับตำแหน่งประธานองค์กรตรวจสอบสันติภาพ แต่เบื้องหลังกลับไม่เป็นดังที่เห็น
ในปี C.E.75 การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป เกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชและการรุกรานโดยกลุ่มบลูคอสมอส... เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ องค์กรตรวจสอบสันติภาพระดับโลกชื่อ COMPASS จึงถูกก่อตั้งขึ้น โดยลาคัสดำรงตำแหน่งประธานคนแรก ในฐานะสมาชิก COMPASS คิระและพรรคพวกเข้าแทรกแซงการสู้รบในภูมิภาคต่าง ๆ จากนั้นชาติใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งชื่อ Foundation เสนอปฏิบัติการร่วมเพื่อโจมตีฐานที่มั่นของบลูคอสมอส
ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำได้มากมายในเวลาสองชั่วโมง และไม่มีช่วงไหนที่ดูน่าเบื่อเลย ทั้งยังต่อยอดเนื้อเรื่องจากซีรีส์ SEED Destiny ได้อย่างสมเหตุสมผล โดยพัฒนาจากสิ่งที่เคยสร้างไว้ แทนที่จะเริ่มใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังสะท้อนความน่ากลัวของการแบ่งแยกคนด้วยพันธุกรรมและทักษะ พร้อมผลกระทบต่อพัฒนาการของมนุษย์และสังคมได้ลึกซึ้ง ตัวละครทุกคนถูกเขียนขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่ตัวละครที่เคยถูกเกลียดจากซีรีส์ก่อนอย่าง 'ชิน อาสึกะ' ยังถูกพัฒนาให้เป็นที่รักได้ ทั้งเพลงและแอนิเมชันก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน พร้อมนำเพลง iconic จากซีรีส์ก่อนหน้ามาให้ฟังอีกครั้ง แถมยังมีมุมขำขันที่แทรกมาให้ตลอดเรื่อง ทำให้ผู้ชมสนุกไม่หยุดจนจบ credits ใครก็ตามที่ชอบแอนิเมชัน ควรไปดูเรื่องนี้ในโรงให้ได้ เพราะมันไม่ใช่แค่การยิงกันของหุ่นยนต์ยักษ์แน่นอน!
พูดง่ายๆ ก็คืองาน Gundam ที่ดีที่สุด คุณอาจไม่ชอบ Gundam Seed แต่เป็นความจริงที่ว่ามันคือหนึ่งในซีรีส์ Gundam ที่ดีที่สุดและเป็นที่รักมากที่สุด มันช่วยกอบกู้แฟรนไชส์ Gundam ในช่วงปี 2000 และกำลังทำให้กลับมาฮิตอีกครั้ง กลุ่มคนส่วนน้อยอาจไม่ชอบก็ตาม แต่คุณต้องยอมรับในความสำคัญของมัน แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้ Gundam เจ๋ง เรามีอะไรให้ทุกคนได้ชื่นชอบ Seed นั้นสุดยอด ส่วน Destiny ชัดเจนว่าทำรีบจนงานมั่ว แต่เวอร์ชั่นรีมาสเตอร์ก็ช่วยปรับแต่งให้ดีขึ้นมาก ภาพยนตร์เรื่องนี้คือของขวัญสำหรับแฟนๆ และปิดซีรีส์นี้ด้วยโน้ตสูงสุดอย่างที่มันควรได้รับ หากนี่คือจุดจบจริงๆ รับชมได้เลย สนุกสุดๆ
ฉันคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ดีมาก มีทั้งฉากดราม่า ตื่นเต้นเร้าใจ และสนุกสนานในแบบอื่นๆ โดยรวมแล้วฉันคิดว่าเนื้อเรื่องดำเนินได้ดี เช่น การให้ความหมายมากขึ้นกับการทดลองพันธุกรรม และทำให้ตัวละครบางตัวตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น ฉันยังชอบตัวละครใหม่หลายตัว เช่น อักเนส นอกจากนี้ยังชอบที่ได้เห็นฉากจากซีรีส์นี้ที่ใช้อนิเมชันแบบใหม่ เพราะภาพยนตร์ซีรีส์ปี 2002 และ 2004 ดูเก่าไปบ้างในส่วนนั้น ฉันคิดว่าในฐานะแฟน Seed ฉันพอใจและชอบตอนจบมาก ฉันคิดว่ามันสวยงามทีเดียว อย่างไรก็ตาม ฉันคิดถึงการได้เห็นตัวละครและหุ่นเมค้าที่ชอบของฉันมากจริงๆ
เนื้อเรื่องยังคงแนวคิดเดียวกับทั้ง Gundam Seed และ Destiny ที่มีกลุ่มคนเชื่อว่าตนสามารถควบคุมโลกได้ และต้องการใช้อาวุธนิวเคลียร์ทำลายล้างทุกสิ่ง ส่วนตัวละครหลักยังน่าสนใจ แต่เสียงพากย์ภาษาอังกฤษนั้นแย่จนรับได้ยาก บางครั้งก็ขาดอารมณ์ร่วม แถมยังใช้นักพากย์คนเดียวกันพากย์หลายตัวละครแบบไม่ปิดเสียงระหว่างเปลี่ยนบท ทำให้เสียอรรถรสตั้งแต่เริ่มเรื่อง แย่สุดคือการที่ทุกคนเรียก Lacus ว่า 'คาบูส' หรือ 'ลา-คูส' แบบผิดๆ ส่วนนักพากย์ก็เสียงไม่คล้ายตัวละครเดิมสักนิด ทำลายบรรยากาศไปหมดในพริบตา แนะนำให้ดูเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นพร้อมซับไตเติลแทน จะได้ไม่ต้องเห็นตัวละครโปรดถูกทำลายไปมากกว่านี้ หวังว่าในอนาคต AI จะช่วยแก้ไขปัญหาพากย์เสียงนี้ด้วยการใช้เสียงที่เหมาะสมได้สักวัน
ถ้าคุณชอบจักรวาลซีดที่ผู้กำกับและนักเขียนต้นฉบับสร้างไว้ หนังเรื่องนี้ก็คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ มีการปิดจุดพัฒนาตัวละคร ความสัมพันธ์ และธีมหลักที่ถูกถ่ายทอดอย่างลงตัว การจะซึมซับเรื่องนี้ได้เต็มที่ คุณต้อง immersed กับซีรีส์ก่อนจริงๆ เพราะจักรวาลซีดควรถูกมองเป็นงานชิ้นเดียว ในยุคที่ภาคต่อมักทำลายความคาดหวัง หนังเรื่องนี้กลับตอกย้ำธีมเดิมอย่างแข็งขัน ทั้งเจตจำนงเสรี โชคชะตา ความรัก สาเหตุและทางออกของสงคราม จักรวาลซีดจึงเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับถกประเด็นปรัชญา หาได้ยากที่เรื่องหนึ่งจะรวมความบันเทิง แอคชันดุเด็ด เรื่อวรัก และแนวคิดลึกซึ้งไว้ด้วยกัน
ตอนเด็กๆ ฉันชอบอนิเมะ Mobile Suit Gundam มาก มันเป็นหนึ่งในผลงานที่ทำให้ฉันหลงรักวงการอนิเมะเลยล่ะ ต้องบอกตรงๆ ว่าฉันไม่เคยดูซีรีส์ Mobile Suit Gundam SEED มาก่อน จึงเป็นเรื่องใหม่สำหรับฉัน แต่ก็ไม่หยุดความสนใจที่จะดูภาพยนตร์เรื่องนี้ พอดูจบแล้วบอกเลยว่าชอบมาก! แถมยังเซอร์ไพรส์กับความดีงามของหนัง โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงประวัติการผลิตที่ผ่านมา จุดเด่นของ Mobile Suit Gundam Seed Freedom (2024): ฉันหลงรักเนื้อเรื่องและการเดินทางของตัวละครในเรื่องนี้ รู้สึกได้ถึงความตั้งใจและความรักที่ทีมงานทุ่มเท จนเชื่อว่าศิรากานต์ โมโรซาวะ (ผู้กำกับคนเดิม) คงภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้ แอนิเมชันสวยงามตระการตา เพลงประกอบยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี ฉากแอคชั่นจัดเต็มระดับท็อปของวงการอนิเมะเลยล่ะ ธีมหลักของเรื่องลึกซึ้งและสะเทือนอารมณ์ตลอดทั้งเรื่อง ทำให้ประสบการณ์การดูยิ่งทรงพลังขึ้นไปอีก และที่สุดท้าย...ฉันซาบซึ้งกับตอนจบมากจนน้ำตาจะไหลด้วยความสุข! สรุปแล้ว Mobile Suit Gundam Seed Freedom (2024) ไม่ใช่แค่อนิเมะสุดเจ๋ง แต่ยังเป็นเหมือนจดหมายรักถึงแฟนพันธุ์แท้ของซีรีส์นี้โดยเฉพาะ ซึ่งยิ่งทำให้ฉันหลงรักมันมากขึ้นไปอีก!
หลังจากรอคอยมา 18 ปี นี่คือภาคต่อที่แย่ที่สุด ทำไมพวกเขาต้องสร้างเรื่องบ้าบออะไรอย่างนี้ขึ้นมา? ไม่มีอะไรใหม่เลย เนื้อเรื่องเหมือนดูฉากเดิมๆ จากซีซั่น 1 และ 2 ตลกก็ธรรมดา ตัวละครหลักที่แย่และประหลาดมากๆ บุคลิกไม่เหมือนเดิมจากซีซั่นก่อนๆ ซีซั่นแรกดีมาก ซีซั่นสองก็ดีเหมือนกัน แต่ภาคนี้แย่สุดๆ ไม่ทำภาคต่อเลยยังดีกว่า จะได้ไม่ทำลายซีรีส์ทั้งหมดด้วยเนื้อหาคุณภาพต่ำแบบนี้ ถึงจะรู้สึกดีที่ได้เห็นตัวละครคลาสสิกกลับมาลุ้นอีกครั้ง แต่ก็ยังรู้สึกผิดหวังมากๆ
หลังจากรอคอยมานานสุดท้ายก็ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่าน Netflix เมื่อคืน เพราะตอนเข้าฉายไม่มีโรงหนังใกล้บ้าน แต่ดูได้ไม่ถึง 10 นาทีก็ต้องปิดเพราะพากย์เสียงมันแย่เกินรับได้ แถมยังออกเสียงชื่อตัวละครผิดเพี้ยน! ตัวอย่างที่ทำเอาคนดูอารมณ์เสียสุดคือชื่อ 'ลาคัส' ที่แฟนๆ ออกเสียงว่า 'ลา-คัส' มาเกือบ 20 ปี แต่ในเรื่องนี้กลับพากย์เป็น 'ลา-คูส' แบบไม่แคร์ความรู้สึกผู้ชมเลย นอกจากนี้ยังมีชื่อตัวละครอื่นและโมบิลซูทที่ออกเสียงผิดเพี้ยนอีกเพียบ แต่ของลาคัสนี่แย่สุดจริงๆ น่าจะมีคนในทีมพากย์ไปดูอนิเมะต้นทางซักหน่อยนะ 2 ภาคนี่ก็เกือบ 50 ตอนต่อภาค ดูสักนิดเพื่อออกเสียงให้ถูกต้อง很難过吧
ห้ามดูแบบพากย์เสียงภาษาอังกฤษถ้าคุณเป็นแฟนซีรีส์ Seed และ Seed Destiny นักพากย์ภาษาอังกฤษทั้งหมดรวมถึงคนให้เสียงตัวละคร 'ลาคัส ไคลน์' ยังออกเสียงชื่อผิด! การพากย์เสียงภาษาอังกฤษทำได้แค่ระดับปานกลาง และไม่รู้ว่าใครอนุมัติให้งานแย่ๆ แบบนี้ออกมา ส่วนเวอร์ชั่นเสียงญี่ปุ่นที่ฉันตามหามาดูได้ให้คะแนนประมาณ 6.5 จาก 10 ดูจบในครั้งเดียว แต่เวอร์ชั่นพากย์ภาษาอังกฤษบน Netflix นั้น ฉันต้องปิดทุก 10-15 นาทีเพราะทั้งชื่อตัวละครที่ออกเสียงผิดและการพากย์ที่เฉื่อยชาทำให้หงุดหงุดสุดๆ ถึงขั้นอยากฟังเอไอพากย์ทั้งเรื่องแทนนักพากย์พวกนี้เลย ถ้าให้คะแนนได้จะให้ 0 ดาวทันทีสำหรับเวอร์ชั่นพากย์ภาษาอังกฤษ
6

The Art of Seduction (2005) เกมรักคาสโนว่า
7.1

God’s Crooked Lines (2022) เส้นบิดเบี้ยวของพระเจ้า
5.2

Die Hart The Movie (2023)
5.5

Kraven the Hunter (2024)
6.1

Lost Transport (2022)
6.8

The Thieves (2012) 10 ดาวโจรปล้นโคตรเพชร
5.6

No Surrender (2018) เดี่ยวประจัญบาน
6.6

The River (2023) สามผู้กล้าท้าแม่น้ำลับ
6.2

The Wild Blade of Strangers (2024) นักดาบคนแปลกหน้า
6.1

The Teacher s Diary (2014) คิดถึงวิทยา
4.9

Dobaaraa (2022) ย้อนรอยฆ่าคืนฟ้าคะนอง
5.2

Tiger House (2015)