
เรื่องย่อ Lost Transport (2022)ในฤดูใบไม้ผลิของปี 1945 รถไฟที่ส่งตัวนักโทษชาวยิวหลายร้อยคนไปเกยตื้นใกล้กับหมู่บ้านเล็กๆ ของเยอรมนีที่กองทัพแดงยึดครอง ถูกประณามซึ่งกันและกันและในบริบทของความไม่ไว้วางใจอย่างสุดซึ้ง ความสิ้นหวัง และการแก้แค้น มิตรภาพที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นระหว่าง เวรา มือปืนชาวรัสเซีย วินนี่ เด็กหญิงในหมู่บ้าน และซีโมน หญิงสาวชาวยิว-ดัตช์

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 1945 ขบวนรถไฟที่ขนย้ายนักโทษชาวยิวกว่าหลายร้อยคนติดอยู่ใกล้หมู่บ้านเล็กๆ ในเยอรมนีที่ถูกยึดครองโดยกองทัพแดง พวกเขาต่างต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ ความสิ้นหวัง และความแค้น จนนำไปสู่มิตรภาพที่คาดไม่ถึงระหว่าง เวรา นักแม่นปืนรัสเซีย วินนี่ สาวน้อยจากหมู่บ้าน และซิมอน หญิงชาวยิว-ดัตช์
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 1945 ขบวนรถไฟที่ขนย้ายนักโทษชาวยิวกว่าหลายร้อยคนติดอยู่ใกล้หมู่บ้านเล็กๆ ในเยอรมนีที่ถูกยึดครองโดยกองทัพแดง พวกเขาต่างต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ ความสิ้นหวัง และความแค้น จนนำไปสู่มิตรภาพที่คาดไม่ถึงระหว่าง เวรา นักแม่นปืนรัสเซีย วินนี่ สาวน้อยจากหมู่บ้าน และซิมอน หญิงชาวยิว-ดัตช์
Lost Transport เป็นภาพยนตร์สงครามดราม่าเรื่องใหม่ที่กำกับและเขียนบทโดย Saskia Diesing ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Nena en Dorst ในฤดูใบไม้ผลิปี 1945 ขบวนรถไฟที่ขนย้ายเชลยชาวยิวกว่าร้อยคนมาติดอยู่ใกล้หมู่บ้านเล็กๆ ในเยอรมนีที่เพิ่งถูกกองทัพรัสเซียยึดครอง ซีโมน (Hanna van Vliet) หญิงชาวยิวชาวดัตช์พยายามดูแลสามีที่ป่วยหนัก และได้รับความช่วยเหลือจากเวรา (Eugénie Anselin) ทหารรัสเซียที่เธอแอบพามาซ่อนตัวในบ้านของวินนี่ (Anna Bachmann) หญิงรับใช้ชาวเยอรมัน ตัวละครที่มีความต่างต้องมาอยู่ร่วมกันในที่เดียวจนกว่ากองทัพอเมริกันจะมาช่วยพาพวกเขาไปสู่พื้นที่ปลอดภัย เรื่องราวถูกเล่าแบบแบ่งเป็นชิ้นส่วน โดยตัวละครแต่ละคนมีเส้นเรื่องของตัวเองที่บางครั้งก็ทับซ้อนกัน แต่กลับรู้สึกไม่เชื่อมโยงเท่าที่ควร ทำให้ผู้ชมต้องตามดูสามเรื่องราวไปพร้อมๆ กัน การเล่าเรื่องแบบนี้อาจทำให้บางช่วงรู้สึกสับสนหรือเข้าใจเนื้อหาได้ไม่เต็มที่ ในบางฉากตัวละครช่วยเหลือกัน แต่ในอีกมุมก็หักหลังหรือแม้แต่หวังความตายต่อกัน ก่อนจะกลับมาช่วยกันอีกครั้งแบบไม่ค่อยน่าเชื่อ ทำให้บางช่วงเรื่องดูไม่สมจริง โดยเฉพาะเมื่อปัญหาต่างๆ ถูกแก้ไขอย่างรวดเร็วแบบไม่มีผลกระทบชัดเจน รวมถึงการตัดสินใจของตัวละครบางครั้งก็ขาดเหตุผลหรือไม่ได้รับการอธิบายที่ดีพอ ด้านผู้กำกับ Saskia Diesing อาจต้องใส่ใจรายละเอียดบางจุดมากขึ้น เพราะบางองค์ประกอบไม่สอดคล้องกับยุคสมัยของเรื่อง ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของเรื่องลดลง การพัฒนาโครงเรื่องที่ขาดความละเอียดส่งผลต่อการแสดงของนักแสดงที่บางครั้งก็สื่ออารมณ์ได้ไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ข้อดีคือการที่ตัวละครจากต่างชาติยังคงพูดภาษาของตัวเอง แต่กลับสื่อสารและเจรจาต่อรองกันได้อย่างน่าสนใจ ส่วนพื้นหลังของตัวละครหลักทั้งสามก็ได้รับการพัฒนาไม่เท่ากัน ทำให้การตัดสินใจบางอย่างของพวกเขาดูยากที่จะเข้าใจ
7.2

Black Box (2021)