
Maa Nanna Super Hero (2024) พ่อของฉันเป็นซูเปอร์ฮีโร่ จอห์นนี่เริ่มปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยพ่อบุญธรรมของเขา โดยบังเอิญกลับมาพบกับปราคาช บิดาผู้ให้กำเนิดของเขาอีกครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งถูกบังคับให้ละทิ้งเขาเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้กำลังพยายามหาทางคืนดี

จอห์นนี่ออกปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยพ่อบุญธรรมของเขา โดยบังเอิญได้พบกับปราคาส พ่อโดยเลือดที่เคยถูกบังคับให้ทิ้งเขาไปหลายปีก่อน แต่ตอนนี้เขาต้องการคืนดี
จอห์นนี่ออกเดินทางเพื่อช่วยพ่อบุญธรรมของเขา โดยบังเอิญได้พบกับปราคาส พ่อแท้ๆ ของเขาอีกครั้ง ซึ่งถูกบังคับให้ละทิ้งเขาเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้เขาก็ต้องการคืนดีกับพ่อของเขา
ภาพยนตร์เรื่องแรกของอภิลาช์ คานการา อย่าง 'Maa Nanna Superhero' เป็นเรื่องราวอบอุ่นใจที่เต็มไปด้วยอารมณ์สะเทือนใจ เกี่ยวกับลูกชาย พ่อบุญธรรม และพ่อที่แท้จริง ที่เดินทางผ่านการค้นพบและตระหนักรู้ในตัวเอง เนื้อเรื่องอาจหนักอารมณ์เกินไปสำหรับบางคน แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องราวดูเป็นธรรมชาติคือการแสดงอันยอดเยี่ยมของ ซูธีร์ บาบู, ไส จันท์ และสยายิ ชินเด ที่ต่างส่งมอบบทได้อย่างสมบูรณ์แบบ บทภาพยนตร์โดยอภิลาช์ คานการา, เอ็มวีเอส ภารทวาช และศราวัน มาดาลา แม้จะมีบางฉากที่ดูซ้ำซากและถูกบังคับให้เกิดขึ้น แต่ก็ยังเล่าเรื่องได้น่าติดตาม การตัดต่อภาพยนตร์อาจทำได้ดีกว่านี้ในแง่ของการสร้างอารมณ์ร่วมและเชื่อมโยงกับผู้ชม ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องเหมือนการเดินทางที่น่าพึงพอใจที่ค่อยๆ เผยให้เห็นต่อหน้าคุณ ดูเรียบง่ายแต่ดึงดูด และไม่ทิ้งช่องโหว่เรื่องราว โดยปิดฉากด้วยอารมณ์สุด高潮ที่คงอยู่ตลอดเรื่อง นี่คือภาพยนตร์ครอบครัวที่เหมาะสำหรับคนรักความประทับใจและอารมณ์สัมพันธ์ ไปดูกัน! -CinephileIndia2023
ภาพยนตร์ 'Maa Nanna Superhero' คือรถไฟเหาะทางอารมณ์ที่จะทำให้คุณทั้งหัวเราะ ระบายน้ำตา รู้สึกโกรธ และยังทิ้งรอยยิ้มไว้เมื่อจบเรื่อง ทุกองค์ประกอบตั้งแต่ทีมนักแสดงถึงทีมงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ บทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม การตัดต่อที่เนียนสนิท และดนตรีที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ผสมผสานเป็นเรื่องราวที่น่าติดตามให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำต่างจากภาพยนตร์อินเดียกระแสหลักที่เน้น 'มาซาล่า' เพลงสนุกๆ หรือฉากแอคชัน หนังเรื่องนี้โดดเด่นด้วยการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่มั่นคงและเต็มไปด้วยความรู้สึก การแสดงของ Sudheer Babu เป็นธรรมชาติสุดๆ ไม่มีแม้แต่ช่วงวินาทีเดียวที่รู้สึกว่าเขาแค่แสดง—เขาดูเหมือนใช้ชีวิตเป็นตัวละครนี้จริงๆจุดแข็งที่สุดของหนังคือโครงเรื่องที่เข้มข้นน่าติดตาม ดนตรีที่สดใหม่ การตัดต่อแบบไม่เรียงลำดับเวลา และภาพถ่ายที่สวยมีชีวิตชีวา เลือกไม่ได้ว่าครึ่งแรกหรือครึ่งหลังดีกว่ากัน เพราะทั้งสองส่วนดึงดูดใจไม่ต่างกัน—เป็นสิ่งที่พบได้ยากในวงการภาพยนตร์ขอชื่นชมผู้กำกับและทีมงานทุกคนที่สร้างผลงานเหนือกาลเวลา ชิ้นนี้สมควรได้รับการยกย่องอย่างเต็มที่
All Lives (2024) เส้นทางชีวิต