
Cyber Heist (2023) ล่าอาชญากรไซเบอร์ เรื่องราวคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ เมื่อแฮกเกอร์ปล่อยไวรัสเข้าสู่ระบบธนาคาร โชคดีที่ “จัวคาชุน” (กัวฟู่เฉิง) หนึ่งในพนักงานบริษัทสกายเมจิกโปรไซเบอร์ซิเคียวริตี้ สามารถระงับเหตุการณ์ไว้ได้ทัน แต่แท้จริงแล้วเบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นฝีมือของ “เฉินหมิงจือ” (หลินเจียต้ง) หัวหน้างานของจัวคาชุนที่สมรู้ร่วมคิดกับ “มิสเตอร์ผัง” (แอนดี้ กวง) อาชญากรผู้ทรงอิทธิพล ในการแฮ็กเข้าระบบธนาคารเพื่อทำการฟอกเงิน พวกเขาได้วางแผนที่จะป้ายความผิดไปให้จัวคาชุน จนถูกสารวัตรซุนปิน (เยิ่นต๊ะหัว) แห่งหน่วยอาชญากรรมไซเบอร์เข้าจับกุม จัวคาชุนต้องใช้ความสามารถในการแฮกข้อมูลเพื่อหาหลักฐานที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง อีกทั้งยังต้องเร่งแข่งกับเวลาในการตามหาลูกสาวที่ถูกเฉินหมิงจือลักพาตัวไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์บังเอิญตกอยู่ในแผนการสมคบคิดของอาชญากรรมทางการเงินออนไลน์ และต้องใช้เวลาให้ทันการณ์เพื่อเข้าร่วมในการต่อสู้
ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์บังเอิญตกอยู่ในแผนการสมคบคิดของอาชญากรรมทางการเงินออนไลน์ และต้องใช้เวลาให้ทันการณ์เพื่อเข้าร่วมในการต่อสู้
ตัวละครในเรื่องนี้ถูกพัฒนามาอย่างดี คนดีที่ถูกใส่ร้ายและติดอยู่ระหว่างตำรวจกับโจร รวมถึงตัวร้าย (ที่ดูเหมือนดี) ที่ติดอยู่ระหว่างเจ้านายสุดชั่วกับผลประโยชน์ของตัวเอง ความขัดแย้งนี้ทำให้พวกเขาต้องร่วมมือกันหาทางออก แต่สิ่งที่ลดทอนความน่าสนใจคือ CGI จำนวนมากที่ใส่มาอย่างเกินจำเป็น ไม่ช่วยเสริมเรื่องราว เงินส่วนนี้น่าจะนำไปพัฒนาบทหรือเติมเต็มเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น เช่น ปมลูกป่วยเป็นเรื่องที่เห็นบ่อยจนเกินไป ตัวร้ายใหญ่สุดโต่งที่แบนเกินไป หรือน้องชายที่ไม่มีบทพูด ถูกนำมาเพียงสร้างความเศร้าให้ตัวละครหลัก...ฯลฯ
หลายส่วนของเรื่องนี้ทำให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง "Tron" (1982) เมื่อ "Cheuk Ka-chun" (Aarok Kwok) กลายเป็นซีอีโอใหม่ของบริษัทรักษาความปลอดภัยซอฟต์แวร์ ที่เขาค้นพบว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินจำนวนมหาศาล ด้วยการใช้เทคนิคการหลบเลี่ยงไฟร์วอลล์และโปรแกรมแบ็กดอร์ เงินหลายพันล้านฮ่องกงดอลลาร์ถูกขโมยจากธนาคารที่กำลังตกอยู่ในความโกลาหลระหว่างถูกโจรกรรม ตำรวจสงสัยเขาและเรียกตัวไปสอบสวนเมื่อพบเงิน 800,000 ดอลลาร์ในบัญชี ซึ่งเป็นจำนวนเป๊ะที่เขาต้องการเพื่อรักษาลูกสาวที่ป่วยหนัก เขาตกลงร่วมมือกับตำรวจ (Simon Yam) เพื่อล้มเจ้าน้ำสองหน้า "Chan Ming-chi" (Gordon Lam) และเจ้ามือรักกอล์ฟ หลังจากนี้คือการต่อสู้ต่อเนื่องที่ใช้ซีจีไอ (ที่ไม่ซับซ้อนมาก) เพื่อเล่าเรื่องแนว procedural ที่มีช่องโหว่ในพล็อตเมื่อใกล้คลี่คลาย ต้องให้เครดิตผู้กำกับ Hing Fan Wong ที่พยายามสร้างมิติให้ตัวละคร มีปัจจัยที่ทำให้ตัวละครหลายคนตัดสินใจผิดภายใต้แรงกดดันของเทคโนโลยีและเงินง่ายๆ ซึ่งอาจทำให้เราอยากร่วมอาชญากรรมแบบไร้เหยื่อหากตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน แต่พล็อตเรื่องเบาเกินไปและใช้เวลานานกว่าจะน่าสนใจ โดยรวมคือดูพอได้ แต่ไม่เกินนั้น
Cyber Heist คือหนังธิลเลอร์ไซเบอร์ที่ถูกประเมินต่ำไปอย่างน่าเสียดาย แม้คนไม่สนใจเรื่องเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยีก็ยังดูสนุกได้กับตัวละครน่าสนใจและพลอตเข้มข้น เรื่องราวตามชีวิต “เคลวิน เชือก” วิศวกรระบบความปลอดภัยที่พบแผนฟอกเงินในบริษัท ทันใดนั้นเพื่อนร่วมงานถูกฆ่า ญาติอีกคนถูกรุมทำร้าย ส่วนเคลวินกลับกลายเป็นผู้ต้องหาเพราะประวัติอาชญากรเก่า เขาต้องร่วมมือกับตำรวจเพื่อล้างแค้น แต่บริษัทที่ทำงานกลับใช้มัดจำลูกสาวป่วยหนักของเขาเป็นเครื่องต่อรอง การปะทะกันของสองฝ่ายดึงเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว ตำรวจ และวายร้ายลึกลับมาร่วมวงจนเรื่องราวลุกลามไม่รู้จบ ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ทำได้ดีทุกมิติ ทั้งพลอตที่กระชับ ไม่ยืด เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ตัวละครมีมิติและสมจริง การแสดงทรงพลังเอามากๆ เอฟเฟกต์ตื่นตาตื่นใจจนแม้คนไม่รู้เรื่องไซเบอร์ก็เข้าใจได้ง่าย ความยาวกำลังดี ไม่เหมือนหนังจีนอื่นที่มักยัดเยียดการเมือง นอกจากล้อเลียนระบบทุนนิยมแบบสุดโต่งเท่านั้น พอดูจบแล้วอยากดูซ้ำและแนะนำต่อทันที ตอนแรกที่เข้าหนังก็ไม่ได้คาดหวังอะไร นอกจากอยากดูให้สนุก แต่สุดท้ายกลับได้พบหนึ่งในหนังดีที่สุดของปี และหนังธิลเลอร์สร้างสรรค์สุดในรอบนาน แทบ找不到จุดบกพร่องให้扣分ได้จนต้องให้คะแนนเต็มแบบไม่ลังเล คำแนะนำคือเปิดใจดูเอง อย่าไปสนรีวิวแย่ๆ แล้วจะพบกับความประหลาดใจที่สนุกครบรสตั้งแต่ต้นจนจบ!
4.1

Snake & Ladders (2017) เกมบันไดไต่ตาย
6.2

Taoist Priest in the Tomb (2023) นักพรตเต๋าตะลุยสุสาน
5

Vaa Vaathiyaar (2026)
4.9

Fantasy Island (2020) แฟนตาซี ไอส์แลนด์
5.6

Aporia (2023)
6.4

Good Kill (2014) โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก
5.3

The Haunting 2 (2023) บ้านผีสิง
6.4

Anti Drug Operation (2024) ปราบยาล่ายกแก๊ง

Kings of Jo’burg Season 2 (2023) คิงส์ ออฟ โจเบิร์ก 2
6.8

The Nightingale of Bursa (2023)
4.5

Into The Dark Down (2019)
7.4

Louis Armstrong’s Black & Blues (2022)