
Your Name (2016) หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ เรื่องราวปาฏิหาริย์ระหว่างของคนสองคน มิตสึฮะ (โมเนะ คามิชิราอิชิ )เด็กสาวผู้อาศัยอยู่ในชนบทแต่มีความฝันที่อยากไปใช้ชีวิตในเมืองกรุง และ ทากิ (ริวโนะสุเกะ คามิกิ ) เด็กหนุ่มในโตเกียวผู้ทำงานพิเศษที่ร้านอาหารอิตาเลียน และสนใจในงานด้านศิลปะ วันหนึ่ง มิตสึฮะได้ฝันว่าตัวเองกลายเป็นเด็กหนุ่ม ขณะที่ทากิฝันว่าตัวเองกลายเป็นเด็กสาวในชนบททั้งๆที่เขาไม่เคยไปมาก่อน ทั้งสองจึงต่างเดินทางเพื่อไขความลับของความฝัน จนกลายเป็นความผูกพันบางอย่าง

วัยรุ่นสองคนพบว่าพวกเขาสามารถสลับร่างกันได้ และเกิดเป็นความผูกพันอันลึกลับ แต่เมื่อพวกเขาตัดสินใจพบกันจริง ๆ ทุกอย่างกลับซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม
เรื่องราวปาฏิหาริย์ระหว่างคนสองคน มิตสึฮะ (โมเนะ คามิชิราอิชิ) เด็กสาวผู้อาศัยอยู่ในชนบทแต่มีความฝันที่จะใช้ชีวิตในเมืองกรุง กับทากิ (ริวโนะสุเกะ คามิกิ) เด็กหนุ่มในโตเกียวที่ทำงานพิเศษที่ร้านอาหารอิตาเลียนและสนใจงานศิลปะ วันหนึ่งมิตสึฮะฝันว่าตัวเองกลายเป็นเด็กหนุ่ม ส่วนทากิฝันว่าตนเป็นเด็กสาวในชนบทที่เขาไม่เคยไป ทั้งคู่จึงออกตามหาความจริง behind ความฝันนี้ จนนำไปสู่ความผูกพันที่พิเศษ
Your Name คือภาพยนตร์ที่ดีมาก หนังเรื่องนี้รู้สึกยาวแต่ไม่ยืดเยื้อเกินไป ตลอดทั้งเรื่องฉันเฝ้าถามตัวเองว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งฉลาดล้ำ ทั้งกินใจ และทำให้ฉันร้องไห้หลังจากหนังจบ ทวิสต์เรื่องทำได้ดีมาก ฉันแทบอยากหยุดหนังเพื่อตั้งสติ ส่วนอนิเมชั่นก็สวยงามตระการตา คุณจะได้เห็นภาพอันละเอียดจากหลายมุมมอง และมีนักอนิเมชั่นร่วมงานนับร้อยคน! เครดิตหนังไม่ได้เริ่มด้วยชื่อนักแสดงแบบปกติ สิ่งแรกที่เห็นหลังจอดำคือชื่อนักอนิเมชั่นและดีไซเนอร์นับร้อย ดูอีกครั้งก็ยังรู้สึกกล้ามเนื้อเตรียมปล่อยน้ำตา ฉันคงไม่แนะนำหนังเรื่องนี้น้อยกว่าคนอื่นแน่ๆ ยังรออะไรอยู่? ชวนเพื่อนสักสองสามคนแล้วไปดู Your Name กัน!
พูดจริงๆ แล้ว เรื่องราวแนวโรแมนติกอาจเป็นประเภทที่แข่งขันที่สุดในโลกนิยาย ไม่ใช่เรื่องมนุษย์ต่างดาวบุกโลก สุนัขพูดได้ หรือภารกิจเหนือความเป็นไปได้ แต่กลับเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดอย่าง ‘เรื่องรัก’ ที่ทุกคนคิดว่าทำง่าย แต่กลับทำได้ดียากที่สุด และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม! มันทำให้ฉันนึกถึง MY SASSY GIRL (สาวซ่าส์หวานแสบ) เรื่องรักจากเอเชียที่ตราตรึงผู้ชมทั่วโลก จนถูกนำไปลอกเลียนแบบมากมาย รวมถึงยังคล้ายกับนิยายคลาสสิก BID TIME RETURN ของ Richard Matheson ที่เล่นกับมิติเวลา (เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ Somewhere in Time ในปี 1980) ผมให้คะแนนเรื่องนี้เต็มที่บน IMDb แล้วอนิเมชันก็สวยงามสมบทบาทเรื่องราวเหนือกาลเวลาที่หาที่ไหนไม่ได้ ขอไม่ร่วมถกเถียงว่าสตูดิโออนิเมะญี่ปุ่นที่ไหนดีกว่ากัน แต่ขอบคุณที่โลกนี้มีอนิเมะญี่ปุ่นอยู่ เพราะไม่มีประเทศไหนสร้างงานกราฟิกได้สะเทือนใจและทรงพลังขนาดนี้ได้!(ผู้รีวิวระดับท็อปของ IMDb ดูลิสต์แนะนำภาพยนตร์ 167+ เรื่องที่ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบได้ในโปรไฟล์)
ผมเข้าไปดู 'Your Name' โดยที่ไม่รู้ข้อมูลใดๆ มาก่อนเลย แค่เห็นโปสเตอร์หนังที่มีดาวหางสวยงามเป็นแบ็คกราวด์ของเด็กนักเรียนสองคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมต่างกันสุดขั้ว บวกกับคำวิจารณ์สุดปังในวันเปิดตัว ทำให้ตัดสินใจดูในวันถัดไปทันที การไม่รู้เรื่องราวใดๆ มาก่อนทำให้ผมซึมซับทุกช่วงของหนังได้เต็มที่ ตัวละครหลักทั้งสองดูเหมือนไม่มีทางพบกันได้เลย แต่กลับมีเหตุการณ์ประหลาดทำให้พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันในบางช่วงแรกเริ่ม หนังให้ความรู้สึกสนุก น่ารัก และชวนนึกถึงชีวิตมัธยมในญี่ปุ่น ทั้งความรัก มิตรภาพ วัยรุ่น และความเชื่อลึกลับ ราวกับเป็นโรแมนติกคอมเมดี้สดใหม่ที่มีความลุ่มลึกและอารมณ์ร่วม แต่พอถึงกลางเรื่อง หนังก็เปลี่ยนโทนไปสู่แนวดราม่าและความลี้ลับอย่างแน่วแน่ ในขณะที่ยังรักษาความสนุกสนานไว้ได้ ผมรู้สึกช็อกและอ่อนแรงไปกับตัวละครหลักเมื่อพบความจริงบางอย่างที่ทั้งคู่และผู้ชมไม่ทันตั้งตัว มีการผสมผสานองค์ประกอบไซไฟที่ทำให้ทุกอย่างเข้มข้นขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ จนต้องนั่งย้อนคิดถึงครึ่งแรกพร้อมอุทาน 'ว้าว...นี่เอง!' พร้อมกับติดตามเส้นทางของตัวละครที่ซับซ้อนเหมือนเชือก Kumihimo ของศาลเจ้ามิยามิซุ ที่สานทับ ซ้อนเกลียว แตกแยก และกลับมาบรรจบกัน ครึ่งหลังของเรื่องคือการผจญภัยที่สมบูรณ์แบบ เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความหวัง และน้ำตา บางช่วงแทบจะกลายเป็นโศกนาฏกรรม (特にฉากบนรถไฟที่ทำให้ใจหายวาบ) ในหลายมุมมอง หนังทำให้นึกถึง Spirited Away อนิเมะในดวงใจ ที่ตัวละครเติบโตผ่านกันและกัน และโชคชะตาที่เชื่อมต่อเกินกว่าความทรงจำ บอกมากกว่านี้คงเสียอรรถรส ขอสรุปว่าเป็นหนังที่ทำให้ทั้งหัวเราะ ร้องไห้ ขนลุก และนั่งไม่ติดเก้าอี้ในบางช่วง มีการเล่าเรื่อง จังหวะ และการสร้างอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ส่วนด้านภาพนั้นสวยงามจนน่าตกใจ โตเกียวในหนังดูมีชีวิตชีวากว่าของจริง ทีมงาน似乎สนุกกับการเล่นกับแสงสีและมุมกล้องจนสร้างฉากติดตาที่น่าจดจำ ต้องยกให้เพลงประกอบโดย RADWIMPS ที่เข้ากับเนื้อเรื่องแบบเนียนสมบูรณ์ ช่วยให้ดื่มด่ำกับเรื่องราวได้เต็มที่ ただしมุกฮาบางอย่างเช่นสำเนียงภาษาถิ่นและการเล่นคำสรรพนาม (わたし、僕、俺) อาจแปลยากในภาษาอังกฤษ ต้องลุ้นว่าซับไทยจะจัดการยังไง! หลังดูจบ ผมยังกลับไปดูอีกครั้ง ซื้อเพลงประกอบและนวนิยายที่ขยายความความคิดตัวละครได้ลึกซึ้งกว่าในหนัง แนะนำอย่างยิ่ง!
หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า "ชื่อของคุณเหรอ?" ซึ่งเป็นชื่อที่เหมาะมาก เพราะไม่เปิดเผยเนื้อหาด้านในเลย แต่กลับดึงดูดความสนใจของฉันได้ ผมชอบดูอนิเมะเพราะมักมีอะไรให้มากกว่าในเวลาเดียวกันก็มีการแข่งขันที่สูงกว่า เรื่องราวดำเนินได้ดีมาก เพราะอะไรเหรอ? ถ้าคุณมีใจเปิดกว้างก็จะตามเรื่องได้ง่ายและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น คำถามเกี่ยวกับว่ายังไงและทำไมจะตอบตัวเองได้ถ้าคุณเชื่อว่ามันเป็นไปได้ ส่วนอนิเมชันนั้นแสดงมุมมองหลักของญี่ปุ่นทั้งสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ วัฒนธรรม และสังคม ตั้งแต่การแต่งกายจนถึงภาษากาย ดนตรี เสียงเอฟเฟกต์ และนักพากย์ช่วยส่งเสริมอารมณ์และนำทางคุณตั้งแต่ต้นจนจบ หนังมีข้อความมากมายที่ทำให้ฉันคิดเกี่ยวกับตัวเองและทุกสิ่งมีชีวิตรอบตัว ว่ามาจากไหนและกำลังไปสู่จุดไหน การพัฒนาตัวละครนั้นตรงจุด เราไม่ต้องการข้อมูลมากไปกว่าที่ให้มา เราได้รับข้อมูลจำกัดแต่ก็มีอิสระในการคิดเอง ผมอยากขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนและ/หรือทำงานในผลงานชิ้นนี้ พวกเขาควรภูมิใจในตัวเองมากๆ และมันเป็นเกียรติที่แบ่งปันสิ่งนี้ให้พวกเรา(ผู้ชม) ขอบคุณจริงๆ!
Your Name. (2016) หรือ ‘คำสัญญา...รักแท้คือโชคชะตา’ เป็นหนังอนิเมะที่เปรียบเสืองานระดับสตูดิโอจิบลิ ทั้งโลกในเรื่องเต็มไปด้วยบรรยากาศลึกลับและความสวยงามตระการตา เป็นเรื่องราวของการเติบโตและความแข็งแกร่งท่ามกลางอุปสรรค เป็นการเดินทางของอารมณ์มนุษย์ที่ก้าวข้ามเวลาและสถานที่ ผ่านตัวละครหลักสองคนที่ต่อสู้กับโชคชะตาอย่างไม่ยอมแพ้ นี่อาจเป็นหนึ่งในอนิเมะที่ดึงดูดใจที่สุดที่ผมเคยดูมาหลายปี ผลงานของมาคาโตะ ชินไก อาจแบ่งคนดูเป็นสองกลุ่ม แต่หนังเรื่องนี้คือข้อพิสูจน์ว่าเรื่องของเขาไม่ใช่แค่ ‘ภาพสวย’ แต่เจาะลึกชีวิตและความสัมพันธ์ผ่านรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง นี่คือสาเหตุที่หนังไม่เร่ง节奏แต่กลับสวยงามจนน่าตกใจ แม้คุณอาจไม่ชอบสไตล์การเล่าเรื่องด้วยสัญลักษณ์และอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ขอให้ลองเปิดใจดูสักครั้ง เพราะนี่คือผลงานที่กล้าหาญและสร้างสรรค์ที่สุดของเขาที่มีทั้งความลึกลับ ความเร็วในเรื่องราว มุกฮาที่คาดไม่ถึง ทำให้เคมีระหว่างตัวละครสนุกและเป็นกันเองกว่าเดิม ทุกอย่างถ่ายทอดผ่านอารมณ์ที่เข้มข้นจนคนดูในงาน premiere ต่างซาบซึ้งไปพร้อมกัน สิ่งที่ขับเคลื่อนเรื่องคือความสัมพันธ์ของตัวละครหลักที่สดใหม่และน่ารัก กว่าความรักวัยรุ่นแบบ ‘เจอ-ชอบ-จบ’ เรียกว่าเราติดหนึบกับพวกเขาจนถึงจุด climax ที่ไม่ใช่แค่ตื่นเต้น...แต่น้ำตาแทบไหล! การตัดต่อและเสียงมีส่วนสำคัญที่ทำให้เราดำดิ่งเข้าไปในโลกนี้ ทุกเฟรมต่อกันอย่างเนียน แทรกเสียงดนตรีที่ทั้งอ่อนโยนและทรงพลัง ส่วนด้านภาพไม่ต้องพูดถึง—สวยระดับเทพเลย! Your Name. ไม่ใช่แค่อนิเมะธรรมดา แต่มันคือ ‘ศิลปะ’ ที่ควรค่าแก่การชมและวิเคราะห์ ผมเองยังรู้สึกว่าเขียนรีวิวไม่ครบแม้ 80% ของความยิ่งใหญ่ ถ้าจะให้ดีต้องดูซ้ำอีกหลายรอบเพื่อซึมซับทุกชั้นความหมาย พูดไม่เกินจริงถ้าบอกว่าถ้าชินไกยังสร้างงานดีแบบนี้ต่อ เขาจะกลายเป็นตำนานอนิเมะในอนาคต สำหรับใครที่ยังไม่มีโอกาสดู ขอให้รอและจำชื่อเรื่องนี้ไว้ เพราะรับรองว่าดูแล้วจะติดใจไม่ลืมเลือน 10/10 เต็ม!
ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบผลงานของ Studio Ghibli มาอย่างยาวนาน ฉันคาดหวังกับภาพยนตร์เรื่องนี้สูงมาก โดยเฉพาะเมื่อมันพูดถึงธีมลึกซึ้งและความรักอันซับซ้อนระหว่างตัวละครที่ถูกแยกด้วยเวลาและพื้นที่ แต่น่าเสียดายที่เรื่องนี้ตรงกับความกังวลของฉันตั้งแต่แรก ทั้งโครงเรื่องที่น่าสนใจแต่กลับถูกทำลายด้วยการพัฒนาตัวละคร บทพูด และการเล่าเรื่องที่ขาดความละเมียดละไม ฉันจะเน้นวิจารณ์จุดด้อยเพราะมีคนพูดถึงข้อดีกันมากพอแล้ว ปัญหาหลักของ 'Your Name' อยู่ที่บท ผู้กำกับเลือกให้ตัวละครอธิบายความรู้สึกตัวเองแบบตรงไปตรงมา แทนที่จะปล่อยให้ผู้ชมตีความจากสถานการณ์ โดยเฉพาะในฉากสำคัญที่ควรให้เราเชื่อมโยงกับตัวละครได้เอง ตัวอย่างเช่น การร้องไห้เพราะเหตุผลบางอย่าง ไม่จำเป็นต้องมีบทพูดมาชี้แจงเสมอไป สิ่งนี้ทำให้ฉันรู้สึกไม่ใกล้ชิดกับตัวละครเลย ทั้งที่การเชื่อมโยงนี้ควรสำคัญที่สุด นอกจากนี้ อารมณ์ขันส่วนใหญ่ไม่ได้ช่วยเสริมเรื่องราว แต่กลับดึงความสนใจออกจากเนื้อหลัก แน่นอนว่าการสลับร่างระหว่างชายหญิงย่อมมีมุมตลก แต่เมื่อภาพยนตร์ตั้งใจจะเล่าความรักที่ละเอียดอ่อน การแทรกมุกตลกแบบไม่ระวังจึงรู้สึกไม่เหมาะตัว สุดท้าย ดนตรีประกอบบางช่วงก็ขัดแจ้งและ 'น่ารำคาญ' อย่างน่าเสียดาย ฉันเข้าใจดีว่าการใช้เพลงป๊อป/ร็อกในช่วงมอนเทจเป็นสไตล์ปกติของอนิเมะ แต่สำหรับเรื่องแนวนี้ กลับทำให้อารมณ์สะเทือนใจขาดช่วง ในขณะที่เพลงเปียโน (ธีมหลัก) นั้นงดงาม น่าจะใช้สไตล์นี้ทั้งเรื่องเพื่อคงบรรยากาศ สรุปแล้ว 'Your Name' เป็นภาพยนตร์ที่พยายามทำเรื่องยากด้วยภาพสวยตา แต่ execution ไม่ดีพอ รับชมได้สนุกแต่ไม่ตราตรึง 7/10
'Your Name' ไม่ใช่แค่อนิเมะที่ดีที่สุดในรอบหลายปี (ที่มีดีๆ มาหลายเรื่อง) แต่จากมุมมองส่วนตัว มันคือหนึ่งในอนิเมะที่ดีที่สุดตลอดกาล! กล้าพูดเลยว่ามันคือภาพยนตร์แอนิเมชันชั้นเลิศของปี และเทียบชั้นผลงานระดับตำนานของมิยาซากิได้อย่างไม่ขัดเขิน คำชมนี้ไม่ธรรมดา สำหรับอนิเมะ ภาพยนตร์แอนิเมชัน หรือภาพยนตร์ทั่วไปใดๆ แต่คำกล่าวนี้ยังคงจริงใจ เพราะ 'Your Name' ตราตรึงในความทรงจำและสร้างแรงกระแทกทางอารมณ์อย่างยากจะลืมเลือน แอนิเมชันของเรื่องนี้สวยงามจนลมหายใจขัด ทุกเฟรมเต็มไปด้วยรายละเอียดอันประณีต พื้นหลังสุดสมจริง และสีสันที่ทั้งลึกลับและมีชีวิตชีวา ดนตรีประกอบเข้ากับบรรยากาศได้อย่างลงตัว และยังฟังเป็นอัลบั้มเพลง standalone ก็เพลิดเพลิน ส่วนบทภาพยนตร์นั้นชวนคิด ชวนรู้สึก ซาบซึ้ง และสำรวจประเด็นต่างๆ ได้อย่างลุ่มลึกโดยไม่ตีตรา การเล่าเรื่องดึงดูดให้เราจมดิ่งเข้าไปในโลกของเรื่องราว ไม่ยอมปล่อยให้หลุดพ้นจากความประทับใจ แถมยังอบอุ่นหัวใจด้วยเคมีระหว่างตัวละครและความรักของพวกเขาที่พัฒนาอย่างสมจริง จังหวะการดำเนินเรื่องอาจตั้งใจให้ช้าในครึ่งหลัง แต่ไม่น่าเบื่อเพราะเราติดหลุมพรางกับอารมณ์และตัวละครที่เขียนได้ดีเหลือเกิน ตัวละครและธีมหลักของเรื่องได้รับการพัฒนาอย่างยอดเยี่ยม ส่วนการพากย์เสียงก็เต็มไปด้วยอารมณ์และเหมาะกับบุคลิกของแต่ละตัว โดยสรุป นี่คือภาพยนตร์สุดอลังการที่ควรค่าแก่การจดจำไปอีกนานเท่านาน สมกับคำชมทั้งหมดที่ได้รับ และสมควรได้รับมากกว่านั้น 10/10 โดย Bethany Cox
ผมคิดว่าพวกเราส่วนใหญ่คงเห็นตรงกันว่า 'Your Name' ภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดฮิตของมาโคโตะ ชินไค คือสุดยอดผลงานด้านการกำกับและงานศิลปะที่โด่งดังไปทั่วโลก ในตอนนี้ หนังเรื่องนี้กวาดรางวัลใหญ่ๆ มาแล้วหลายรางวัล และได้รับคำชมทั้งจากผู้ชมทั่วไปและนักวิจารณ์แบบถ้วนหน้า ต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในงานแอนิเมชั่นที่สวยงามที่สุดของชินไคในแง่ของความสมจริงทางภาพ เมื่อรวมกับเสียงเพลงที่ดึงดูดใจแล้ว ทำให้หนังเรื่องนี้สื่อสารถึงหัวใจผู้ชมได้โดยตรง จนหลายคนไม่กล้าวิจารณ์อะไร และผมเองก็รู้สึกเหมือนเป็นนกตัวเดียวที่บินสวนทางกับฝูงเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ปัญหาของผมไม่ใช่งานศิลปะหรือการกำกับ แต่คือ 'ความลึก' ของเนื้อเรื่องที่ยังขาดหาย ชินไคมักใช้สูตรเดิมๆ ในงานของเขาเพราะขายได้ ซึ่งผมแค่อยากให้เขาลองสร้างสรรค์บทเรื่องใหม่ๆ แทนที่จะทำให้รู้สึกว่า 'อ่า...แบบนี้อีกแล้ว ไม่มีอะไรใหม่เลย' เนื้อเรื่องดูสับสนในตอนแรก แต่เมื่อเข้าใจแล้วกลับไม่เหลืออะไรให้ครุ่นคิดต่อ ผมรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างนั้น 'Your Name' ก็ยังเป็นหนังแอนิเมชั่นคุณภาพสูง ที่ผมแนะนำให้ลองดูสักครั้ง ใช้เวลาไม่นาน และคุ้มค่ากับการรับชมแค่เพราะความสวยงามตระการตาก็พอแล้ว
หนังเรื่องนี้จะถูกใจคนที่ยังมีความรักแบบวัยรุ่นอยู่ในใจ ความเชื่อว่าครั้งหนึ่งรักแท้จะอยู่สักแห่งบนโลก และจะได้เจอกันด้วยพลังลึกลับหรือวิธีแปลกใหม่ ถ้าไม่มีด้านนั้นอยู่ก็อย่าไปดูเลย ไม่ได้บอกว่าทำมาไม่ดีนะ งานผลิตคุณภาพดี แต่พลอตยังไม่ดีพอ พลาดโอกาสพูดถึงประเด็นน่าสนใจอื่น ๆ แทนที่จะยัดเนื้อหาแบบวัยรุ่นเห่อรักไปเกือบชั่วโมงครึ่ง เช่น การอยากเป็นคนอื่น ความเป็นตัวตนปัจจุบัน หรือการมองโลกผ่านมุมมองหญิง-ชายเพื่อสร้างความเข้าใจผู้อื่น รวมๆ แล้วค่อนข้างผิดหวัง
นานมากแล้วที่ผมไม่ได้ดูอนิเมะนอกสตูดิโอจิบลิ ล่าสุดคงเป็นเรื่อง 'เมื่อมาร์นี่อยู่ที่นั่น' ผมไม่ค่อยรู้จักงานของมาโกโตะ ชินไคมาก่อน แต่เรื่องนี้ทำให้ผมอยากตามดูผลงานอื่นๆ ของเขาทันที ก่อนจะดู ผมแทบไม่รู้ข้อมูลเรื่องนี้เลย ยกเว้นโปสเตอร์กับประโยคสั้นๆ เกี่ยวกับเด็กสาวชายสองคนจากคนละที่ในญี่ปุ่นที่สลับตัวกันในความฝัน ดีใจที่ไม่ได้อ่านสปอยล์เพิ่ม เพราะพลอตเรื่องมีมิติมากกว่าที่คิด ตอนแรกอาจสับสนเล็กน้อยเมื่อสลับมุมมองตัวละคร แต่ไม่ลดความสนุกและความอัศจรรย์ของเรื่องเลย เราจะตามชีวิต 'มิตสึฮะ' เด็กสาวขี้อายจากชนบท (พากย์โดย Mone Kamishiraishi) ที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายในหมู่บ้านลึกลับเต็มไปด้วยตำนาน กับ 'ทาคิ' หนุ่มน้อยผู้มั่นใจจากเมืองใหญ่ (พากย์โดย Ryûnosuke Kamiki นักพากย์มืออาชีพที่เคยพากย์ใน 'Spirited Away' ตั้งแต่ 8 ขวบ) ทั้งคู่ถูกเชื่อมโยงกันอย่างลึกลับโดยไม่รู้ตัว นำไปสู่การผจญภัย ทั้งความวุ่นวาย ตลก และความโรแมนติก เรื่องราวเดินเรื่องสมดุล แม้จะมีตัวละครประกอบที่ช่วยเติมเต็มทั้งอารมณ์และคอมเมดี้ แอนิเมชันสวยงามตระการตา เต็มไปด้วยแสงสีและภูมิทัศน์ที่อลังการ ตัดต่อได้เนียนลื่นไหล ดนตรีโดยวง Radwimps ก็เข้ากันดี ทั้งเพลงป๊อป/ร็อกสนุกๆ และเพลงบรรเลงซาบซึ้งอย่าง 'Kataware Doki' ที่ใช้เปียโนและสายเชลโล นี่คืออนิเมะที่แสดงความสามารถของนักวาดระดับเทพ เรื่องนี้คงทำเป็นไลฟ์แอคชันไม่ได้แน่ เพราะความเวทย์มนต์ในทุกเฟรมต้องเกิดจากมืออนิเมเตอร์เท่านั้น 'Your Name' เป็นที่สุดของความอลังการ ซาบซึ้ง และสวยงามตา คงเป็นอนิเมะที่ดีที่สุดที่ผมดูปีนี้เลย เวลา: 9 ทีมนักแสดง: 9 การแสดง: 9 การกำกับ: 10 เรื่องราว: 10 บท: 10 ความสร้างสรรค์: 10 ซาวด์แทร็ก: 9 งานเบื้องหลัง: 10 คะแนนพิเศษ: 10 สำหรับเรื่องรักที่แสนวิเศษ ซื้อบลูเรย์ไหม? แน่นอน 96% 10/10
ผมตามผลงานเก่าๆ ของมาโกโตะ ชินไคมาตลอด และส่วนใหญ่จบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แม้จะยังคงเป็นเรื่องที่ดี แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับให้ความรู้สึกหวานมาก เขารู้วิธีเล่นกับอารมณ์คนดูจริงๆ โดยเฉพาะแฟนๆ ที่ตามผลงานเขามาตลอด ระหว่างดูก็ลุ้นไปว่าครั้งนี้จะไม่จบแย่แล้วมั้ย แต่สุดท้ายก็ต้องบอกว่าเป็นผลงานชิ้นเอกจริงๆ ตอนที่มองย้อนกลับไปดูผลงานเก่าของมาโกโตะ ฉันก็คิดว่าเขาเคยมีศักยภาพที่จะเอาชนะ Spirited Away ของมิยาซากิ และนี่ไงที่เขาทำได้! ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้ดีกว่า Spirited Away แต่คนละแนวกันและมาโกโตะมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์สุดตระการตา ไม่น่าเชื่อว่าภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้สามารถกระตุ้นอารมณ์ฉันได้อย่างรุนแรงขนาดนี้ แม้แต่ Spirited Away, When Marnie was There และ 5cm per second ยังทำไม่ได้ นี่คือภาพยนตร์ที่คุณต้องดูก่อนตายจริงๆ
สุดยอดมากๆ แนะนำให้ทุกคนได้ดูเลย รับรองไม่ผิดหวัง ตัวละครน่าประทับใจ ทิวทัศน์สวยงาม ทั้งชีวิตในเมืองและชนบท เนื้อเรื่องทุกอย่างลงตัวมาก ตื่นเต้น ซาบซึ้ง เห็นอกเห็นใจ ทุกฉากทุกตอนคิดมาดี มีทั้งความสนุกและความจริงจังปนกันไป มันทำให้คุณอยากรู้สึกและใช้ชีวิตในนั้นไปพร้อมๆ กับลุ้นไปจนจบ 1 ชั่วโมงครึ่งที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต พอจบยังนั่งคิดเลยว่า ทำไมเราดูหนังเรื่องนี้แล้วอยากใช้ชีวิตแบบนั้นบ้าง? ทำไมเราไม่สามารถอยู่ในหมู่บ้านนั้น หรือโตเกียวในอนิเมะนี้ได้? ทุกนาทีคือความทรงจำที่ดี จนกลัวว่ามันจะจบไป! อนิเมะเรื่องนี้สร้างโลกยูโทเปียที่สวยงาม แต่ก็มีข้อผิดพลาดและความขัดแย้ง ทำให้เราอยากไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ แต่ก็ตระหนักว่าเราไม่ดีพอจะสมควรได้อยู่ที่นั่น... แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ใกล้เคียงความเป็นจริง ทุกครั้งที่เกิดเรื่องผิดปกติ คุณจะนึกขึ้นได้ว่านี่คือโลกแห่งความจริง คนเราสามารถตายได้ รู้สึกอับอาย หรือถูกลงโทษ ทุกอย่างอาจจบแบบเศร้า แต่พอเกิดปัญหา ทำไมคนในเรื่องไม่ทำอะไรเลย? เรายังคิดในใจว่า 'ทำไมไม่ลุกขึ้น行動?' แต่แล้วก็เข้าใจ... นี่คือยูโทเปีย แม้แต่คนในเรื่องก็ไม่เคยเจอเหตุร้ายรุ่นก่อนๆ เขาจึงไม่กังวล หนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึก มุมมอง ความสุข และความปรารถนาใหม่ๆ ที่เราอาจไม่เคยรู้ตัวมาก่อน ดีใจมากที่ได้ดู เหมือนได้เจอเรื่องราวจากฝันเลย
ผมเริ่มดูภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยความคาดหวังสูง แต่กลับพบว่ามันดีเกินกว่าที่คิดไว้เสียอีก เรื่องนี้ไม่เพียงแต่สวยงามอย่างที่คาดไว้จากงานของมาโกโตะ ชินไค แต่เนื้อเรื่องก็สุดยอดเช่นกัน มันดึงดูดความสนใจของผู้ชมตั้งแต่ต้นจนจบ และยิ่งเรื่องดำเนินไปก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ผมคิดว่าทุกคนที่รักภาพยนตร์ควรดูเรื่องนี้ แม้แต่คนที่ไม่ชอบอนิเมะก็ควรลองดู นอกจากนี้ผมชอบที่รายละเอียดเล็กๆ ในตอนแรกที่ดูเหมือนไม่สำคัญ กลับมีความหมายอันน่าทึ่งในตอนจบ ส่วนตัวผมคิดว่านี่คือผลงานที่ดีที่สุดของมาโกโตะ ชินไคเท่าที่เคยมีมา มันเหนือผลงานก่อนหน้าทุกชิ้น และแทบไม่มีจุดบกพร่องเหมือนผลงานก่อนๆ ของเขาเลย

The Garden of Words (2013) ยามสายฝนโปรยปราย
Separation (2021) พลัดพราก