
เรื่องย่อ We Feed People (2022)ไปดูเชฟโฆเซ่ อันเดรสและภารกิจสุดเหลือเชื่อของเวิลด์เซนทรัลคิตเช่น องค์กรไม่แสวงหากำไรของเขา และวิวัฒนาการของโครงการในช่วงระยะเวลา 12 ปี

เรื่องราวการทำงานของอันเดรสและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของเขา ในการช่วยฟื้นฟูประเทศหลังภัยพิบัติ พร้อมจัดหาอาหารดีมีประโยชน์ให้ผู้ประสบภัย
We Feed People เผยเรื่องราวของเชฟชื่อดัง โฆเซ่ อันเดรส และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร World Central Kitchen กับภารกิจอันน่าทึ่งและการพัฒนาตลอด 12 ปี จากการเป็นกลุ่มอาสาสมัครระดับรากหญ้า สู่การเป็นหนึ่งในองค์กรช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในวงการ
หนังเรื่องนี้ไม่สามารถพูดได้ว่าสมบูรณ์แบบ - ตัวของ Andrés รู้สึกเหมือนเป็นศูนย์กลางเกินไปหน่อย และช่วงครึ่งหลังของเรื่องดำเนินช้าไปเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ควรพูดถึงคนดีที่ทำเรื่องดีๆ กันมากขึ้น การได้ดูหนังจากผู้กำกับมือดีที่เล่าเรื่องสำคัญแบบนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
เมื่อภาพยนตร์สารคดี 'We Feed People' (ฉายปี 2022 ความยาว 87 นาที) เริ่มต้น เราได้เห็นฉากใน 'วิลมิงตัน นอร์ทแคโรไลนา ปี 2018' ที่โฮเซ่ แอนเดรสและทีมจาก World Central Kitchen กำลังเตรียมทำอาหารวันละ 100,000 มื้อเพื่อส่งต่อให้ผู้ประสบภัยพายุเฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ พร้อมภาพคลิปน้ำท่วมใหญ่สุดสายตาที่สะท้อนความโหดร้าย จากนั้นเรื่องราวย้อนไปปี 1993 เมื่อโฮเซ่เดินทางมาดูแลครัวที่ร้านอาหารสเปน Jaleo ในวอชิงตัน ดีซี ช่วงนี้ใช้เวลาเพียง 10 นาทีแรกของเรื่อง ข้อสังเกตสำคัญ: นี่คือผลงานสารคดีล่าสุดของรอน ฮาวเวิร์ด ผู้กำมือรางวัลที่ร่วมงานกับ National Geographic ครั้งนี้เขานำเราไปรู้จักชีวิตของเชฟดังโฮเซ่ แอนเดรส (ผู้ไม่ชอบคำว่า 'เชฟดัง' และมักบอกว่า 'ผมแค่ทำอาหารและเลี้ยงคน') ในปี 2010 เมื่อเห็นความเสียหายในเฮติจากแผ่นดินไหว เขาไม่นิ่งดูดายและลงมือช่วยทำอาหาร จนนำไปสู่การก่อตั้งองค์กร World Central Kitchen เราได้เห็นมุมของโฮเซ่ในบทบาทสามีและพ่อ พร้อมทัศนคติเชิงบวกและพลังล้นที่เขาแสดงออกแม้ในสถานการณ์ยากลำบาก รวมถึงภาพประทับใจจากเหตุการณ์พายุเฮอร์ริเคนมาเรียในเปอร์โตริโกปี 2016 และภูเขาไฟฟูเอโกปะทุในกัวเตมาลาปี 2018 'We Feed People' ฉายครั้งแรกบน Disney+ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้เรตติ้ง 100% บน Rotten Tomatoes ในมุมมองส่วนตัว ฉันอาจไม่เห็นด้วยเต็มขั้น (เพราะโครงเรื่องคาดเดาได้บ้าง) แต่ก็ถือเป็นสารคดีที่น่าชมเกี่ยวกับคนที่ลงมือทำจริง จริงใจ และสร้างคุณค่ามหาศาลผ่าน World Central Kitchen คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อคำฉัน ลองไปดูและตัดสินเองได้เลย
"เราไม่เพียงแค่ให้อาหารผู้คน แต่เรากำลังสร้างระบบ" โฆเซ่ อันเดรส กล่าวในฉากเปิดของสารคดีเรื่องใหม่ของรอน ฮาวเวิร์ด 'We Feed People' และเขาก็สร้างระบบจริงๆ นั่นคือ 'World Central Kitchen' องค์กรที่ทำงานช่วยเหลือผู้คนนับพันที่ประสบภัยจากพายุเฮอริเคน บางครั้งเขาเองก็อยู่ในจุดเสี่ยงภัยเช่นกัน อย่างที่เห็นในวิดีโออินสตาแกรมของเขา ชื่อไทยของภาพยนตร์คือ 'ภารกิจกู้ภัยการกุศล' ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิด เพราะเนื้อหาแบบนี้ปรากฏแค่ครึ่งหลังของเรื่อง เราเริ่มต้นด้วยภาพตัดต่อสั้นๆ ของเขาระหว่างปฏิบัติการ แต่ภารกิจจริงเริ่มต้นที่นาทีที่ 50 ก่อนหน้านั้น ฮาวเวิร์ดใช้เวลาครึ่งหนังเพื่อแนะนำตัวอันเดรส ทั้งประวัติ ครอบครัว การงาน และการก่อตั้งองค์กรผ่านการสัมภาษณ์และภาพอาร์ไคฟ์ ส่วนในครึ่งหลัง เขาปรากฏตัวน้อยลง เราเห็นเพียงผลกระทบจากการกระทำของเขา เมื่อเริ่ม 'ภารกิจกู้ภัย' หนังก็เริ่มนำเสนอซ้ำๆ เน้นชื่นชมอันเดรสและเป้าหมายของ WCK ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะเราเห็นผลลัพธ์ต่อผู้ประสบภัยชัดเจน แต่อาจขาดความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้ชม
สารคดีความเคลื่อนไหวเร็วของรอน ฮาวเวิร์ด ที่เล่าเรื่องราวการเดินทางของเชฟโฮเซ่ แอนเดรส จากนักทำอาหารผู้ร่าเริงสู่การเป็นนักมนุษยธรรมระดับโลก เป็นภาพยนตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง งานด้วยความเห็นอกเห็นใจของแอนเดรสกับ World Central Kitchen อาจเป็นที่คุ้นตาจากข่าวสั้นๆ แต่ความเสี่ยงและการเสียสละที่อันตรายถึงชีวิตนั้นทำให้ความพยายามของคนอื่นดูจืดจาง ฮาวเวิร์ดถ่ายทอดฉากสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยฉายให้เห็นความจริงอันโหดร้ายของการกระทำของแอนเดรส ที่มักต้องตัดสินใจแบบฉับพลันและใช้จิตวิญญาณอันมั่นคงในการสร้างแรงจูงใจให้ทุกคน ฮาวเวิร์ดฉายให้เห็นแอนเดรสไม่ใช่นักบุญผู้วิเศษ แต่เป็นผู้นำที่เข้มแข็งตามที่จำเป็นในช่วงวิกฤต
ผมชื่นชมคนที่มีมุมมองวิเคราะห์เรื่องแบบนี้! แต่จากมุมมองของ 'คนทั่วไป' อย่างผม สารคดีเรื่องนี้เปลี่ยนชีวิตคนแบบผมไปเลย แนะนำสุดใจ...ไม่มีอะไรจะดีกว่านี้แล้ว!
คุณเคยมีเพื่อนที่ชอบทำความดีแต่ลงรูปอวดคุณงามของตัวเองตลอดเวลาไหม? นึกภาพแบบนั้นแต่ระดับพันล้านเท่า! หนังเต็มไปด้วยบทสัมภาษณ์ยาวเหยียดและน่าเบื่อ ที่เหล่า 'อาสาสมัคร' พูดถึงตัวเองไม่หยุดปาก ว่าเขาสำคัญแค่ไหน และสื่อไม่ยกย่องความกล้าหาญแบบที่เขาคิดไว้พอ ผ่านไปชั่วโมงนึง ฉันนึกว่ากำลังดูหนังตลกร้ายประชันงานสารคดีแบบ 'Best In Show' หรือ 'Waiting For Guffman' เสียอีก แต่โชคไม่เข้าข้าง... ไม่รู้ว่าโปรดิวเซอร์ (ที่บังเอิญเป็น 'ดาวเด่น' ของเรื่อง) กำลังลงเลือกตั้งหรืออยากได้โนเบลสาขาสันติภาพหรือเปล่า แต่นี่คือตัวอย่างเตือนใจว่า 'การหลงตัวเอง' กับ 'การทำบุญกุศล' ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน!
You Are Not My Mother (2022) มาร(ดา)จำแลง