
Villain and Widow (2010) “ยอนจู” (คิมฮเยซู) แม่ม้ายลูก 1 กำลังประสบปัญหาการเงิน เธอจึงตัดสินใจปล่อยให้เช่าห้องบนชั้น 2 ของบ้านเธอให้กับ “ชางอิน” (ฮันซอกกยู) ชายที่อ้างตัวว่าเป็นนักเขียนนิยาย แต่แท้จริงแล้วเขาคือหัวขโมยที่จ้องจะขโมยของล้ำค่าในบ้านของฮยอนจู

ยอนจู แม่ม่ายที่ต้องต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูตัวเองและลูกสาววัยรุ่น ตัดสินใจให้เช่าชั้นสองของบ้านแก่ชางอิน ชายที่อ้างตัวเป็นนักเขียนนวนิยายกำลังทำงานหนังสือเล่มใหม่ เพื่อนบ้านเริ่มสงสัยในตัวจริงของชางอินเมื่อเขามักใช้เวลาอยู่ในห้องของยอนจูทุกครั้งที่เหลือบ้านว่าง การต่อสู้ด้วยไหวพริบ ความคมชัด และความตึงเครียดระหว่างทั้งสามคนเริ่มปะทุขึ้นพร้อมกับทริโอที่อาศัย...
แม่ม่ายผู้ต้องต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูตัวเองและลูกสาววัยรุ่น ตัดสินใจให้เช่าชั้นสองของบ้านแก่ชายลึกลับที่อ้างตัวเป็นนักเขียนนวนิยายกำลังทำงานหนังสือเล่มใหม่
แม้หลายคนอาจเปรียบเทียบกับหนังตลกคลาสสิกอังกฤษอย่าง 'The Ladykillers' แต่ภาพยนตร์ของจี กอน ซน เรื่อง 'วายร้ายกับแม่ม่าย' ก็ให้ความสนุกไม่น้อยสำหรับคอหนังเกาหลี โดยผสมผสานองค์ประกอบจากหลายแนวทั้งตลก โรแมนติก และดราม่า จนกลายเป็นเรื่องราวที่จัด归类ยากแต่ตอบโจทย์ในตอนจบ เนื้อเรื่องเริ่มจากนักลักลอบขนโบราณวัตถุ (ฮัน ซุก-คยู) ที่ซ่อนถ้วยชาล้ำค่าไว้ในบ้านโดยไม่ให้ครอบครัวรู้ ก่อนเขาจะเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด ส่วนคู่หูถูกจับเข้าคุกพร้อมความลับที่ไม่มีใครรู้ ผ่านไปหลายปี หม้ายสาว (คิม เฮ-ซู) และลูกสาววัยรุ่นต้องดิ้นรนกับปัญหาการเงินจนตัดสินใจให้เช่าห้องว่างในบ้าน เพื่อนัดพบกับเศรษฐีผู้ต้องการถ้วยชานี้ ฮัน ซุก-คยู จึงปลอมตัวมาเช่าห้องและเริ่มตามหาสมบัติล้ำค่า สิ่งที่ตามมาคือความไม่คาดฝัน เมื่อผู้กำกับจี กอน ซน ฉายภาพธีมหนักๆ อย่างการฆ่าตัวตาย ภาวะซึมเศร้า และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เปราะบาง แต่ยังคงความเบาสมองผ่านมุกตลก ช่วงจบที่ดูไม่อาบู่น้ำตาแต่เหมาะสมกับตัวละคร ทั้งยังทิ้งความรู้สึกติดตรึงไว้ได้อย่างน่าชื่นชม สำหรับใครที่สนใจรีวิวนี้ เราบอกเลยว่าไม่ควรพลาด!
หนังเรื่องนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ และอารมณ์ขันแบบเกาหลีส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าทีสำหรับผมเท่าไหร่ แต่ก็ต้องชมว่ามีบางตอนที่ฉลาดและทำให้ยิ้มได้อยู่บ้าง แม้แนวคิดเรื่องจะฟังดูน่าสนใจอยู่บ้าง (ถึงจะไม่ใหม่เลย) แต่การดำเนินเรื่องกลับทำออกมาไม่น่าติดตาม ตัวละครหลักไม่น่าชอบเลย แถมยังดูแปลกๆ แถมเกือบทุกตัวละครในเรื่องก็ไม่น่าชอบเหมือนกัน หนังยาวเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งถ้าตัดให้เหลือชั่วโมงครึ่งน่าจะดีกว่าจุดที่ดึงดูดให้ดูต่อได้คือบางตอนที่เขียนมาอย่างฉลาด ส่วนสิ่งที่ทำให้ผมดูจนจบเพราะอยากรู้ว่ามันจะจบยังไง 30 นาทีสุดท้ายเริ่มดราม่าและสอดแทรกข้อคิดบ้าง ไม่ใช่หนังคอมเมดี้ดำที่ดีนัก แต่ก็อาจคุ้มค่าดูสักครั้ง ให้ 5.8/10

Kings of Jo’burg Season 2 (2023) คิงส์ ออฟ โจเบิร์ก 2