
Vijay 69 วีเจย์ 69 (2024) อดีตโค้ชสอนว่ายน้ำปากร้ายผู้รักการผจญภัยพยายามคว้าชัยชนะและสร้างสถิติใหม่ เมื่อเขาเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬาตอนอายุ 69 ปี

ภาพยนตร์ชีวิตประจำวันแนวแปลกใหม่ที่เล่าเรื่องราวของชายวัย 69 ปีผู้ตัดสินใจลงแข่งขันไตรกีฬา นำแสดงโดย Anupam Kher ในบทนำ กำกับและเขียนบทโดย Akshay Roy
อดีตโค้ชสอนว่ายน้ำปากร้ายผู้รักการผจญภัยพยายามคว้าชัยชนะและสร้างสถิติใหม่ เมื่อเขาเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬาตอนอายุ 69 ปี
ภาพยนตร์ชีวิตที่กำกับโดย Akshay Roy เรื่อง "Vijay 69" นำแสดงโดย Anupam Kher รับบท Vijay Mathew อดีตนักกีฬาและโค้ชสอนว่ายน้ำที่ละทิ้งอาชีพเพื่อภรรยาที่ป่วยหนัก เมื่ออายุมากขึ้น วิเจย์รู้สึกไม่เติมเต็มชีวิต จึงตัดสินใจลงแข่งไตรกีฬาแม้จะได้รับการสนับสนุนจากลูกสาวและสังคมเพียงน้อยนิด หนังเน้นย้ำมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างเขากับ Fali (รับบทโดย Chunkey Pandey) และความสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิดกับ Aditya นักกีฬาคู่แข่งวัยเยาว์ (Mihir Ahuja) ชี้ให้เห็นพลังของมิตรภาพที่ไร้ขีดจำกัดอายุ แม้ช่วงต้นเรื่องจะดูติดขัดด้วยการผลิตที่คล้ายละครโทรทัศน์และมุกตลกที่ดูฝืนๆ แต่เรื่องเริ่มน่าสนใจเมื่อวิเจย์เริ่มเดินทางฝัน การแสดงของ Kher โดยเฉพาะในฉากไตรกีฬาทำได้ดีโดดเด่น สื่อถึงความมุ่งมั่นและความอดทนของวิเจย์ได้ชัดเจน Pandey เติมเต็มความตลก ส่วนการถ่ายภาพของ Sahil Bhardwaj ก็สร้างความเข้มข้นให้ฉากไตรกีฬา แม้มีบางช่วงที่ดูเวอร์เกินจริง แต่หนังก็ทิ้งทวนด้วยความรู้สึกดีๆ ผ่านข้อความเกี่ยวกับโอกาสครั้งที่สองและการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
หนังเล่าเรื่องราวง่ายๆ ของ วิชัย อายุ 69 ปี ที่รู้สึกเสียใจเมื่อเห็นคำไว้อาลัยที่เพื่อนเขียนให้ เขาอยากเขียนสิ่งพิเศษที่บอกเล่าชีวิตทั้งหมดและความสำเร็จของตัวเอง หนังเป็นดราม่าครอบครัวเรียบง่ายแต่สนุกสนาน แฝงข้อคิดล้ำค่า อายุไม่สำคัญ ทุกคนในโลกสมควรมีตัวตนที่เป็นฐานของชีวิต แม้หลายคนไม่มีโอกาสทำตามฝันตอนเยาว์วัย แต่คำว่า 'ไม่มีเวลาไหนดีพอ' ไม่เป็นจริงเสมอไป ดังนั้น อย่าเสียหวังและพยายามต่อไปจนลมหายใจสุดท้าย
ในภาพยนตร์เรื่อง Vijay 69 อนูป แขร์ รับบทเป็นชายชราวัยเกษียณที่สูญเสียภรรยา เริ่มรู้สึกตัวเองเล็กน้อย อับอาย และไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเมื่อมองตัวเองผ่านมุมมองของสังคมที่ดูเหมือนเขาจะไม่มีผลงานใดๆ น่ายกย่องหรือมรดกให้จดจำ ความเข้าใจผิดในตอนแรกทำให้ครอบครัวและเพื่อนๆ คิดว่าตัวละครของอนูป แขร์ ได้ฆ่าตัวตาย แม้คนใกล้ชิดจะชื่นชมที่เขาอุทิศชีวิตสอนว่ายน้ำให้เด็ก แต่เมื่อสมาชิกใหม่ในชุมชนตั้งคำถามถึงอาชีพจริงของเขา เขาก็เริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง และตัดสินใจเปลี่ยนแปลง หลังค้นหาสิ่งท้าทาย เขาตัดสินใจเป็นนักไตรกีฬาที่อายุมากที่สุดของอินเดีย โดยลงแข่งขันรายการไตรกีฬาระดับรัฐ หนังติดตามความพยายามของวิชัย (แขร์) ในการระดมทุน กำลังใจ และร่างกายเพื่อแข่งขัน เขาถูกต่อต้านจากลูกสาว องค์กรกีฬา และเพื่อนบ้านที่ลูกชายกำลังพยายามเป็นนักไตรกีฬาที่อายุน้อยที่สุดในอินเดีย มีช่วงขำขันสนุกๆ เมื่อวิชัยพยายามสร้างความแตกต่างและมรดกของตัวเอง เขาจะก้าวข้ามอุปสรรคถึงเส้นชัยได้ไหมในวัย 69 หรือครอบครัว เพื่อน หมอ สังคม และสุขภาพจะหยุดเขาไว้? การแสดงของอนูป แขร์ น่าเชื่อถือและทำได้ดีตลอดเรื่อง แต่บางช่วงโดยเฉพาะตอนคลายเครียดกลับดูดราม่าเกินไป น่าจะเป็นสไตล์และความไม่ชำนาญของผู้กำกับมากกว่าตัวนักแสดง เช่นเดียวกับจุดสำคัญของเรื่องที่ความตื่นเต้นลดลงก่อนถึงตอนจร ซึ่งน่าเสียดายเพราะมีองค์ประกอบที่ดีพอ สิ่งที่ดึงการแสดงของแขร์ลงคือการกำกับที่ไม่คงที่และบทรองที่ธรรมดา มิฮีร์ อาฮูจา รับบทนักไตรกีฬาหนุ่มได้ดี ส่วนชังคี ปานเดย์ ก็โอเคแต่บางครั้งก็เวอร์เกินไป นักแสดงคนอื่นๆ มีเวลาออกหน้าน้อยเกินกว่าจะสร้างความประทับใจ หนังเรื่องนี้ดูเพลินๆ ด้วยเนื้อเรื่องเรียบง่าย ใกล้ตัว เน้นอารมณ์ การแสดงส่วนใหญ่ของแขร์ และมุกขำขันเบาๆ เป็นหนังดีๆ ที่เรียบง่าย...แต่ก็อาจดีกว่านี้ได้ ให้ 7/10 สำหรับทั้งหนังและผลงานของอนูป แขร์
การแสดงเกินจริงแย่ๆ โดยเฉพาะ Chunky ที่เคยและจะยังคงเป็นหนึ่งในนักแสดงที่แย่ที่สุดตลอดกาล... Anupam Kher ก็ยังใช้ท่าทางเดิมๆ หน้าเบี้ยวกรีดร้อง แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ 'ตัดเย็บ' ให้เหมาะกับผู้ชมชาวอินเดีย จึงไม่แปลกที่ใครบางคนจะพยายามหาผลกำไรง่ายๆ และให้ Chunky ได้มีโอกาสหารายได้แบบสุดทน แก่นเรื่องหลักนั้นดี แต่ทำไมถึงต้องเสียเวลากับเรื่องไร้สาระแบบนี้ทั้งที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องต่างก็... อ้า.. ก็ต้องกลับมาที่ผู้ชมนั่นแหละ พวกเขาได้สิ่งที่ต้องการ (สมควรได้เลย) น่าเศร้าที่ปัจจุบัน 90% ของหนังบอลลีวูดก็เป็นขยะแบบเดียวกัน รีวิวนี้จบได้ใน 5-6 คำแต่ต้องเขียนให้ได้ตามเป้า (เล่นคำนะจ๊ะ)
ภาพยนตร์ที่สวยงามเกี่ยวกับความมุ่งมั่น ความพยายาม และมิตรภาพ พร้อมกับการแสดงที่ยากจะลืมเลือนจากนักแสดงอย่าง Anupam Kher เรื่องราวที่แสนวิเศษของชายชราที่มีศักยภาพในวัยเยาว์ แต่ถูกความกดดันจากครอบครัวขัดขวางไม่ให้ไล่ตามความฝัน แต่เมื่ออายุ 69 ปี เขาตัดสินใจทำสิ่งที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมในใจของผู้คนที่เขารัก บทภาพยนตร์สมบูรณ์แบบและเรื่องราวผสมผสานระหว่างดราม่า ความสนุก และอารมณ์ได้อย่างดี เรื่องราวจะทำให้คุณคิดว่าทุกคนในชีวิตควรทำสิ่งที่จดจำได้และไม่ยอมแพ้เพียงเพราะอายุ ภาพยนตร์จะทำให้น้ำตาแห่งความสุขไหลออกมาในตอนคลิแม็กซ์สำหรับเกือบทุกคน ขอบคุณทีมงานสำหรับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้
แนวคิดดีแต่ยังไม่พอที่จะทำให้เป็นหนังดี การแสดงโอเวอร์ของอนูป แขร์ และจังกิ ปันเดย์ แย่สุดๆ การกำกับแย่ไม่ต่างจากการแสดง หนังดำเนินเรื่องวกวน ผู้เขียนบท/ผู้กำกับพยายามใส่เครื่องเทศและมุขตลกไม่จำเป็นเพื่อให้หนังดูดี แต่กลับดูฝืนๆ เคยเป็นแฟนการแสดงของอนูป แขร์ เพราะงานเก่าๆ ของเขาโดยเฉพาะสมัยก่อน ตอนนี้การแสดงเขาตกต่ำลง โดยเฉพาะอารมณ์ขัน นอกจากทรงผมของอนูป แขร์ ทุกอย่างในหนังน่าเบื่อหมด มีหนังแนวเดียวกันและให้แรงบันดาลใจที่ดีกว่านี้ โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ
‘วิเจย์ 69’ หนังดราม่ากีฬาหัวใจดีและสนุกสนาน ที่ท้าทายความเชื่อเดิมๆ เกี่ยวกับวัยชรา พิสูจน์ว่า ‘ความฝันไม่มีวันหมดอายุ’ เรื่องราวติดตาม ‘วิเจย์ แมทธิว’ (อนุปม เคอร์) อดีตนักกีฬาวัย 69 ปี ที่ตัดสินใจท้าทายตัวเองด้วยการลงแข่งไตรกีฬา เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับภรรยาที่จากไป การเดินทางของเขาต้องเผชิญทั้งข้อจำกัดทางร่างกายและจิตใจ แต่เขาก็ไม่โดดเดี่ยว เพราะมีกลุ่มเพื่อนซี้หลากสีสันคอยสนับสนุนจนการผจญภัยครั้งนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความซาบซึ้งอนุปม เคอร์ ฉายแววการแสดงอันทรงพลังในบทวิเจย์ ด้วยวัยจริง 69 ปีเช่นกัน เขานำเสนอตัวละครที่ดื้อรั้น อ่อนไหว และสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างสมจริง แสดงให้เห็นการต่อสู้ของชายที่อยากพิสูจน์ตัวเองก่อนจะสายเกินไป ตั้งแต่ความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ จนถึงการครุ่นคิดถึงวัยที่เพิ่มขึ้น ทำให้นักแสดงและเรื่องราวเชื่อมโยงกับผู้ชมได้อย่างลึกซึ้งชังกี ปานเดย์ กลับมาสร้างความประทับใจในบท ‘ฟาลี’ เพื่อนซี้ตลอดกาลของวิเจย์ ที่ทั้งตลก อุ่นใจ และซื่อสัตย์ การแสดงของเขาช่วยให้วิเจย์ก้าวผ่านความท้าทาย พร้อมย้ำความสำคัญของมิตรภาพแท้ ที่เชื่อในความฝันแม้ไม่มีใครเห็นด้วย แถมยังช่วยหาผู้ฝึกและทรัพยากรให้วิเจย์บรรลุเป้าหมาย เคมีระหว่างปานเดย์และอนุปมเคอร์ เต็มไปด้วยมิตรภาพจริงใจ ทำให้ฟาลีเป็นตัวละครน่าจดจำซูลัญญา ปานิกราฮี แสดงบทลูกสาวของวิเจย์ได้อย่างลุ่มลึก เธอแสดงความขัดแย้งระหว่างการสนับสนุนพ่อกับความกังวลต่อสุขภาพของเขาได้อย่างสมจริง เพิ่มมิติความสัมพันธ์ในครอบครัวที่觀眾สัมผัสได้สานันท์ เวอร์ม่า สร้างความตื่นเต้นด้วยบทนักข่าวที่พยายามทำลายวิเจย์ การแสดงอันเฉียบคมของเขาเพิ่มความเข้มข้นให้เรื่องราว พร้อมสำรวจแรงจูงใจของตัวละครที่ท้าทายวิเจย์อย่างน่าติดตามเวรเจช หิรจี ตบทองด้วยบทตลกสไตล์เฉพาะตัว ช่วยให้เรื่องราวมีมุมเบาสมอง พร้อมบาลานซ์ความดราม่าในชีวิตของวิเจย์มิหิร อาฮูจา มาพร้อมการแสดงอันอบอุ่นและจริงใจ ในบทบาทสำคัญที่ช่วยให้วิเจย์ก้าวไปข้างหน้าด้วยความเข้าใจและมุ่งมั่นแม้ ‘วิเจย์ 69’ จะเป็นเรื่องราวฮีโร่ธรรมดาๆ ที่เราเคยเห็น แต่การแสดงที่ยอดเยี่ยมของทุกคนทำให้หนังทั้งสร้างแรงบันดาลใจและให้ความบันเทิง อักชัย รอย ผู้กำกับ จัดการสมดุลระหว่างความตลกและดราม่าได้อย่างลงตัว สร้างหนังที่เข้าถึงทุกวัยการตามติดชีวิตวิเจย์ไม่ใช่แค่การพิชิตเป้าหมาย แต่คือการค้นพบตัวเองและ重新นิยาม‘ความสำเร็จ’ ที่ไม่มีวันสายเกินเปลี่ยนแปลง
ฉันทนดูหนังเรื่องนี้ได้ไม่ถึง 15 นาทีเลย - เป็นการทรมานจริงๆ นักวิจารณ์หนังบางคนรับเงิน 1 แสนรูปีแล้วเขียนบทสรรเสริญหนังเรื่องนี้ โดยอ้างว่า 'ชังค์กี้ แพนเดย์' ลงตัวสุดๆ โทษนะ แต่ชังค์กี้ไม่เคยเป็นนักแสดงเก่งเลย แต่งหน้า วิก และการออกเสียงแบบปาร์ซีที่ตั้งใจเกินไปน่ารำคาญมาก ส่วน 'อนุปัม เคอร์' ที่เคยแสดงหนังมามาก ก็กลับแสดงเกินบทจนรับไม่ได้ ตอนนี้รู้แล้วว่าไว้ใจบทวิจารณ์ของนักวิจารณ์หนังไม่ได้ หวังว่าผู้ชมจะเลี่ยงบทวิจารณ์จากพวกนักวิจารณ์หลอกๆ เชื่อความคิดเห็นคนดูทั่วไปดีกว่า ดีใจที่เห็น 'กุดดี มารุติ' กลับมาบนจออีก หวังว่าเธอจะได้บทดีๆ ใน OTT นะ
หนังฟีลกู๊ดที่ดูแล้วยิ้มได้บางช่วง การแสดงของอนูปัม เคอร์ นั้นดีมาก ส่วนคู่หูชังคี พันเดย์ก็ทำให้คุณตระหนักว่าชีวิตต้องมีเพื่อนดีสักคนที่คอยอยู่ข้างๆ เนื้อเรื่องดำเนินไปได้ดี ไม่มีดราม่าหรือเหตุการณ์เวอร์เกินจริง หนังยังสอดแทรกแง่คิดชีวิตที่ทุกคนรู้แต่ไม่ทำสักที ไม่มีเพลงประกอบ ช่วยให้เรื่องดำเนินต่อเนื่องและสมจริงมากขึ้น โดยรวมคือแนะนำให้ดูครั้งหนึ่งกับครอบครัว ยกเว้นคำพูดบางจุดที่อาจไม่เหมาะสม
Vijay 69 เป็นหนังที่ประทับใจมาก..การแสดงสุดยอดของนักแสดงทุกคน โดยเฉพาะ Anupam Kher และ Chunky Pandey..มีช่วงขำๆ เยอะ โดยเฉพาะการด่าทอแบบขำๆ ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม..เนื้อเรื่องและบทหนังดี..ทำให้คุณติดตามจนจบไม่วางไม่วาง..ข้อความดีๆ เกี่ยวกับการสนุกกับชีวิตและอายุเป็นเพียงตัวเลข..สอดคล้องกับยุคปัจจุบันที่ลูกๆ มักทิ้งหรือไม่สนใจพ่อแม่วัยชรา และไม่รู้สึกผูกพันทางใจกับพวกเขาเลย..หวังว่าหนังจะสร้างแรงบันดาลใจให้เราใส่ใจกับพ่อแม่วัยชรา และทำให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าและสำคัญ
เป็นหนังที่เหมาะกับการดูกับครอบครัว เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างมีสติและก้าวข้ามอุปสรรคด้วยความคิดบวก ชีวิตคือการผ่านปัญหาไม่ใช่การจมอยู่กับมัน เราต้องรู้จักหาวิธีแก้ไขจากทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะการเรียนรู้จากความยากลำบากเพื่อเดินหน้าต่อไป ในหนัง ตัวเอกเจอปัญหามากมาย แต่เขาก็ผ่านมันมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากตัวละครสมทบที่คอยสนับสนุนให้เขามีพลังฝ่าฟัน จริงๆแล้วตัวละครสมทบก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะพวกเขาคือฐานกำลังใจให้ฮีโร่ไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ
นานแล้วที่ไม่ได้ดูหนังที่มีนักแสดงสูงวัยมาเป็นพระเอก และเมื่อเป็นอนูปัม เคร์ ก็ต้องดูเพราะเขามักเลือกงานดีๆ เรื่องนี้เล่าถึง 'วิชัย' อายุ 69 ปีที่รู้สึกว่ายังทำอะไรไม่สำเร็จในชีวิต จึงพยายามสุดความสามารถเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬาเพื่อทิ้งมรดกไว้ การเดินทางค้นหาตัวเองและความมุ่งมั่นนี้คือหัวใจของเรื่อง หนังให้แรงบันดาลใจกับคนทุกวัย ส่งข้อความสำคัญว่า 'ไม่เคยสายไปที่จะไล่ตามฝัน' ถ้าคุณมีเป้าหมายก็ควรมุ่งไปให้ถึงไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็ตาม ด้วยการเน้นความสัมพันธ์ในครอบครัวและมิตรภาพที่ซับซ้อน เรื่องราวจึงดึงอารมณ์ผู้ชมได้ดี แม้จุด Climax จะคาดเดาได้บ้าง แต่ความลึกซึ้งของอารมณ์และความใกล้ตัวก็ทำให้เราติดตาม ไม่ใช่ดราม่าแสนเศร้าหรือสอนสั่ง แต่คือความบันเทิงที่ทั้งสนุกและอบอุ่นใจ อนูปัม เคร์ คือหัวใจของหนังเรื่องนี้ เขาพิสูจน์อีกครั้งว่าทักษะการแสดงแซงหน้านักแสดงนำวัยไหนก็ได้ เขาลงตัวกับบทจนทำให้เราเชื่อในทุกความรู้สึก ส่วน 'ชังกี ปานเดย์' เพื่อนซี้ของพระเอกก็ทำได้ดีจนน่าประหลาดใจ แสดงออกมาได้มีชั้นเชิงไม่ติดกับดักภาพเดิม ส่วนมิเฮียร์ก็นำความสดชื่นมาให้กับเรื่อง นักแสดงสมทบอื่นๆ ก็เติมเต็มได้ลงตัว แม้จะมีบางช่วงที่ดูเกินจริง เช่น ฉากแข่งไตรกีฬาหรือการพูดจากับสื่อ แต่ก็ให้อภัยได้เพราะช่วยเพิ่มอรรถรสทางดราม่า บางช่วงอาจทำให้คุณเหงื่อตกหรือตาเปียกได้ ถ้าคุณกำลังมองหาบางสิ่งที่ให้พลังงานบวกและความอบอุ่นใจ หนังเรื่องนี้น่าลิสต์ไว้ดูสักครั้ง คุณอาจพบว่าตัวเองเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องได้ไม่ยาก #PranuReviews #Vijay69 #Vijay69Review
เรื่องราวใหม่ทั้งหมดที่เหมาะสำหรับดูกับพ่อแม่ผู้สูงวัย การกำกับทั้งหมด เนื้อเรื่อง บทพูด และการส่งบทดำเนินได้ดีตามมาตรฐาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดูกับสมาชิกครอบครัวผู้สูงอายุ การกำกับที่ยอดเยี่ยม ผสมผสานช่วงเวลาที่ซาบซึ้งและการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม เนื้อเรื่องสดใหม่และหลีกเลี่ยงความเดิมๆ สมดุลระหว่างดราม่าและอารมณ์ขันที่ละเมียดละไม บทภาพยนตร์ฉลาด มีบทพูดที่เป็นธรรมชาติและเพิ่มความลึกซึ้ง การแสดงเจิดจรัส แต่ละนักแสดงนำบทบาทของตนมาสู่ชีวิตด้วยความละเอียดอ่อน Vijay 69 เป็นภาพยนตร์ที่ทั้งให้ความบันเทิงและกระตุ้นการสนทนา ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการดูเป็นครอบครัว
CTRL (2024)
6.6

The Wave (2016) มหาวิบัติสึนามิถล่มโลก