
The Getaway King (2021) ยอดโจรต้องหนีเก่ง อาชญากรขวัญใจมหาชนที่แหกคุกมานับครั้งไม่ถ้วนตั้งใจเปลี่ยนแปลงชีวิตหลังจากที่ได้พบรักครั้งใหม่ สร้างจากเรื่องราวของซดิสลาฟ เนมดรอสกี้

ภาพยนตร์แอ็กชัน-อาชญากรรม-คอมเมดี้ ในช่วงปลายยุคคอมมิวนิสต์ของโปแลนด์ เกี่ยวกับเรื่องราวของนาอีมโร ขโมยในตำนานผู้หนีตํ่าหน่วยตำรวจมาได้ 29 ครั้ง ใช้ชีวิตตามวิถีตัวเอง จนความรักและกำแพงเบอร์ลินที่พังทลายเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล
คอมเมดี้เกี่ยวกับ Zdzisław Najmrodzki อาชญากรชื่อดังแห่งยุคสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ ผู้ได้รับฉายา 'ราชาแห่งการหลบหนี' มีชื่อเสียงจากการขโมยรถและหลบหนีคุกหลายครั้ง แต่ไม่เคยทำร้ายใครเลย
เป็นหนังตลกที่กำกับได้ดี แถมยังมีนักแสดงฝีมือดีมาร่วมงาน เนื้อเรื่องอาจไม่ได้ตามเหตุการณ์จริงทุกประการ แต่ต้องชมชอบบรรยากาศที่หนังถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจ
บางครั้งการได้ดูหนังที่ไม่จริงจังกับตัวเองเกินไปก็เป็นเรื่องดี 'The Getaway King' คือหนังแบบนั้นเลย ฉันชอบอารมณ์ขัน ซาวด์แทร็ก และบรรยากาศของเรื่อง แอบรู้สึกว่ามีลีลาแบบ 'Ocean's Eleven' อยู่หน่อยๆ ดูแล้วเท่ สนุกตา ดูเพลินๆ มันมีทั้งความสนุก ตลก เอาจริงเอาจังบ้างในบางช่วง และดูง่ายมาก เล่าเรื่องที่น่าสนใจด้วยจังหวะที่พอดี ตัวละครหลักน่าชอบ สถานการณ์ตลกดี การแสดงก็ดีพอใช้ ส่วนใหญ่หนังหรือซีรีส์โปแลนด์ที่เคยดูบนเน็ตฟลิกซ์มักจะมีความหม่นหมอง แต่เรื่องนี้แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน คิดว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอน
สำหรับคนต่างชาติ หนังที่เล่าเรื่องราวโจรหลบหนีมือหนึ่งของโปแลนด์ในยุคมืดยุคคอมมิวนิสต์ใกล้ล่มสลายอาจดูแปลกตา แต่ถ้าลองมองให้ลึก หนังเรื่องนี้ก็เป็นได้แค่เรื่องเฉลี่ยๆ ที่มีฉากไล่ล่ารถยนต์ ตำรวจตามจับ และโรแมนติกแทรกมาให้ดูตามสูตร
หรือจะเรียกว่า 'แจ็คแขนเดียว' เวอร์ชั่นโปแลนด์แห่งโลกอาชญากรรมจริงๆ ก็ได้ นึกถึง Gjest Baardsen ตำนานโจรนอร์เวย์ และ Ole Hoiland ราชาแหกคุกชื่อดังในประวัติศาสตร์อาชญากรรมของยุโรป ที่ต่างถูกนำไปสร้างเป็นหนังขาวดำสุดคลาสสิก (แนะนำให้หาดู!) ส่วนเจ้าหนูน้อยนักล้วงกระเป๋าเวอร์ชั่นโปแลนด์เรื่องนี้ก็ถูกยกระดับผ่านการเล่าเรื่องแบบฮอลลีวูดเต็มสูบ ทั้งสปีดแอคชั่นไม่ยั้ง เซ็ตอัพภาพสลับหน้าจอ และสโลว์โมชั่นยื้อเวลาตอนดราม่าเดือด แถมยังเสิร์ฟความวินเทจด้วยรถโบราณยุค 80 ให้ได้ฟินกันจุใจ พ่วงด้วยเพลงประกอบที่คัดมาอย่างดี (แต่การแสดงก็อยู่ในระดับที่คาดได้จากหนังแนวนี้) เรียกว่าไม่มีช่วงน่าเบื่อ แทรกคอมเมดี้และมุกตลกร้ายๆ เกี่ยวกับตำรวจที่คนโปแลนด์อาจขำจนล้มเกลือก ส่วนเราก็ยิ้มได้บ้างเป็นระยะ ถ้าคุณอยากดูหนังอาชญากรรมจริงจากยุคหลังม่านเหล็กหรือสมัยสนธิสัญญาวอร์ซอ แนะนำให้ลองดู! ถึงเงิน 2 ล้านสลอตีจะไม่ใช่เลขโตในยุคนี้ แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับเวลาแน่นอน
เรื่องราวของ ZGZ ชายผู้โด่งดังจากทักษะการหลบหนีสุดโลดโผนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ นักแสดงส่วนใหญ่แสดงได้ดีและเนื้อเรื่องก็ดำเนินไปอย่างลื่นไหล น่าประทับใจที่ได้เห็นวิธีสร้างสรรค์ในการหลบหนีพร้อมทีมงาน พูดได้ไม่มากนัก แต่นี่คือหนังอาชญากรรมที่ดี ดูสนุก มีมุกตลกบางช่วง และตอนจบที่คาดไม่ถึง
หนังคอมเมดี้แอ็กชันที่เปี่ยมบรรยากาศนอสตัลเจียนี้จะพาคุณย้อนกลับไปสู่ช่วงสุดท้ายของยุค PRL (สาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์) ที่การขาดแคลนอาหารเป็นเรื่องปกติ กระดาษทิชชู่คือของฟุ่มเฟือย และคุณต้องยืนต่อคิวยาวเหยียดเพื่อเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่ต้องใช้เงินใต้โต๊ะถึงจะได้ชิ้นเนื้อสุดท้ายที่พ่อค้าแอบซ่อนไว้ใต้เคาน์เตอร์ รอรับข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อประทังชีวิต นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ตัวละครหลักต่อสู้กับระบบอย่างไม่หยุดยั้ง และทำได้สำเร็จอย่างน่าทึ่ง แต่พล็อตเรื่องไม่ได้เดินทางบนเส้นทางเดิมๆ ที่คุณคาดไว้ เราจะได้เห็นชีวิตกลางคืนของโปแลนด์ที่สว่างไสวแตกต่างจากภาพจำ และชีวิตประจำวันของนักโทษผู้สามารถซื้อตั๋วหนัง 10 ใบหรือดูทีวี 9 เครื่องพร้อมกัน แม้จะถูกตำรวจจับครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็หนีออกมาและดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายต่อไป จนมีใครบางคนค่อยๆ เปลี่ยนเขาและทัศนคติต่อชีวิต เรื่องราวอาจไม่ลึกลับซับซ้อนแบบหนังโคเอน brothers แต่ก็พอให้เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างลื่นไหล ตัวละครหลักถูกเขียนขึ้นมาอย่างดีและเติมเต็มกันได้ลงตัว การแสดงเจ๋ง การตัดต่อสุดปัง สไตล์ภาพที่ดูเชยๆ อาจไม่ถูกใจบางคน แต่สำหรับผมแล้วมันเพิ่มอรรถรสให้ความขบขันได้ดี มีการซ้ำภาพและคำพูดในจังหวะเหมาะสม นักถ่ายภาพเล่นกับแสงและมุมกล้องได้เนียน ส่วนฉากไล่ล่านั้นดึงสไตล์แผนผังแบบหนังแอ็กชันยุค 2000s ต้องชมงานออกแบบศิลป์และเครื่องแต่งกายที่ฟื้นรายละเอียดแห่งยุค 90s ได้สมจริง ท้ายที่สุด หนังเรื่องนี้คือผลงานที่ทีมงานทุ่มสุดตัว และถ้าคุณเปิดใจรับมุมมองคอมเมดี้ของผู้อำนวยการสร้าง ก็รับรองว่าจะได้ประสบการณ์ที่ตราตรึง!
ถ้าคุณกำลังหาหนังอาชญากรรม-คอมเมดีโปแลนด์ดีๆ สักเรื่อง ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่คำตอบ ทุกอย่างดูเหมือนสตอรี่อินสตาแกรมจากยุคคอมมิวนิสต์ผ่านมุมมองคนที่ไม่เคยใช้ชีวิตในยุคนั้น บทพูดทุกบทฟังดูแข็งเหมือนละครโรงเรียนเกี่ยวกับโรบินฮู้ดในเมือง ส่วนเทคนิคตัดต่อแบ่งเฟรมแบบหนังอาชญากรรมคลาสสิกก็ใช้ได้น่าหงุดหงิด แต่ที่แย่สุดคือฟิลเตอร์สีส้มที่เจือปนทุกฉาก! หนังทั้งเรื่องดูเหมือนคนแครอทอยู่ในโลกสีแครอทโทนจนตาลาย
หนังทำได้ดีมาก อารมณ์ขันสุดเปี่ยมแต่ไม่หยาบคาย ฉากเฉียบคม เพลงเพราะสุดฟัง เรื่องราวน่าสนใจ ขอชวน Netflix ผลิตหนังน่าสนใจแบบนี้อีก พร้อมเปิดกว้างให้คนดูได้เจอเรื่องราวใหม่ๆ ที่ยังไม่ถูกค้นพบ เครื่องแต่งกายย้อนยุคสุดปัง รถสวยและฉากไล่ล่าสุดมันส์ สโลว์โมชั่นเข้าท่า
อาจเป็นเพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรม แต่เรื่องนี้ดูเหมือนมีแนวคิดสนุกๆ แต่ถ่ายทอดออกมาได้แย่ ไม่มีเนื้อหาพื้นหลัง ไม่มีการพัฒนาตัวละคร รู้สึกเหมือนดูแค่บางฉากของหนังยาว 3 ชั่วโมง ผ่านมาแค่ 20 นาทีก็อยากหยุดดูแล้ว แต่ไหนๆ ก็เริ่มดูแล้วก็ต้องดูให้จบ เสียดายที่ดูจนจบเครดิตกับหนังที่ทำออกมาได้แย่ (หาคำอื่น来形容ไม่ได้จริงๆ)
The Getaway King (Najmro) หนังอาชญากรรมคอมเมดี้สไตล์ล้ำยุค ที่ดัดแปลงจากเรื่องจริงในโปแลนด์ช่วงทศวรรษ 80 กำกับโดย Mateusz Rakowicz และเขียนบทโดย Rakowicz กับ Lukasz M. Maciejewski หนังเรื่องนี้สนุกซ่าคล้ายแชมเปญที่เพิ่งเปิดขวด! รู้สึกถึงอารมณ์ยุค 80s ชัดเจน ทั้งร้าน Pewex แก๊งอันธพาล Pruszkow พร้อมการแสดงระดับตำนาน ดาวิด ออโกรดนิก ในบท Zdzislaw 'Najmro' Najmrodzki โจรสลัดผู้หลบหนีการจับกุมถึง 29 ครั้ง เจ้าบทบาทด้วยเสน่ห์นักเลง ส่วน โรเบิร์ต วีคีวิคซ์ ก็เด็ดไม่แพ้กันในบทตำรวจหินผู้ตามล่าหนังเหนียว แถมยังมี โดโรตา โคลัก ที่มาแรงในบทแม่เจ้าอารมณ์ของนายมโร สรุปว่า The Getaway King คือหนังแอ็คชั่นคอมเมดี้ที่ทั้งสนุก ทั้งเท่ ห้ามพลาด!
ดูแค่ไม่กี่วินาทีแรกก็รู้เลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องเด็ด! ทุกอย่างถูกจัดวางมาอย่างสมบูรณ์แบบ เริ่มจากนักแสดงที่คัดมาเข้ากับบทได้เหมาะเจาะ อารมณ์ขันแบบสะเปะสะปะนี่รักสุดๆ เสื้อผ้าแบบวินเทจที่ทำให้คิดถึงอดีต ฉากแอคชั่นสุดเจ๋งกับสโลว์โมชั่นที่เท่ๆ และแน่นอนความรักเร่าร้อนที่ทั้งหวานและสะดุดตา ไม่พูดบ่อยนะแต่ต้องบอกเลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ครบทุกจานแหละ แถมยังเกินความคาดหมายอีก สุดยอดมาก!
ในฐานะคนโปแลนด์ที่โตต่างแดน ฉันเข้าใจดีเวลามีคนวิจารณ์ภาพยนตร์ยุคหลังโซเวียตด้วยมาตรฐานของสื่อตะวันตก แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์โปแลนด์ได้อย่างสมจริงทุกกระเบียดนิ้ว การออกแบบฉากและเครื่องแต่งกายตัวละครคือการ再现โปแลนด์ยุคโซเวียตที่งดงาม ส่วนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างสถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน วัตถุประกอบฉาก ภาษา แม้แต่แบบตัวอักษร ก็ช่วยทำให้เรื่องนี้น่าดูจนอดใจไม่ไหว Najmro คือภาพยนตร์ปล้นสุดเจ๋งที่ใช้เทคนิคการผลิตยุค 1980 อย่างชาญฉลาด ทั้งการใช้แสงในทุกฉาก บทพูดที่ลุ่มลึกแต่กระชับ และเพลงประกอบสุดคัลท์ ทำให้เรื่องนี้น่าจดจำ ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกเสียใจแทนคนที่ไม่ใช่โปแลนด์ที่อาจไม่สามารถซาบซึ้งความดั้งเดิมของงานชิ้นนี้ได้เต็มเปี่ยม
ผมดูหนังเรื่องนี้บน Netflix (แน่นอนเพราะเป็นหนังต้นฉบับ) แล้วก็ชอบมากเลย ทำได้ดี มีสไตล์ นักแสดง (โชคดีที่ไม่มีเรื่อง woke หรือ PC แบบที่น่าเบื่อ) ก็เล่นได้ดีมาก การกำกับก็ดี คอมเมดี้ก็สนุก ส่วนเนื้อเรื่องสำหรับคนแบบผมที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชายคนนี้มาก่อนก็ดีเช่นกัน แค่ดูแล้วสนุกไปกับมัน อย่าจริงจังเกินไปเพราะมันไม่ได้ตั้งเป้าไปที่รางวัลออสการ์อยู่แล้ว
American Pie 2 (2001) อเมริกันพาย 2 จุ๊จุ๊จุ๊…แอ้มสาวให้ได้ก่อนเปิดเทอม