
Sweet & Sour (2021) รักหวานอมเปรี้ยว ความรักสุดหวานจะยืนยาวได้นานตลอดไปไหม หรือจะกลายเป็นเปรี้ยวก่อนจะหมดอายุ

เมื่อต้องเผชิญกับโอกาสและความท้าทายในชีวิตจริง คู่รักคู่นี้ต้องฝ่าฟันขึ้นลงของความสัมพันธ์ระยะไกลเพื่อให้อยู่รอด
ท่ามกลางโอกาสและอุปสรรคต่างๆ นานา คู่รักพยายามก้าวผ่านประสบการณ์ทั้งร้ายดี และประคับประคองความสัมพันธ์ระยะไกลให้อยู่รอดในโลกแห่งความเป็นจริง
ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรสูงมากกับหนังเรื่องนี้เพราะเป็นหนังโรแมนติกทั่วไป แต่ 15 นาทีสุดท้ายเปลี่ยนทุกอย่าง! ชอบบทกลับที่ตอนจบมาก ถ้ามีเวลาว่างแนะนำให้ลองดูนะ
ชอบทีมนักแสดงมาก บทภาพยนตร์อาจจะดีกว่าได้ แต่คิดว่า 'จุดพลิกผัน' นั้นฉลาดและเข้ากับพลอตและธีมของเรื่องได้ดี
ธีมหลักของหนังสะท้อนปัญหาสังคมในที่ทำงานของหลายประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ทั้งเวลาทำงานที่ยืดเยื้อ ไม่มีเวลาส่วนตัว ถูกสั่งงานโดยไม่มีหลักประกันว่าจะได้งานประจำ รวมถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ส่วนตัว บางบริษัทเริ่มหันมาใส่ใจพนักงานมากขึ้น แต่หนังยังคงแสดงให้เห็นสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จุดเด่นคือการสะท้อน現實แบบไม่ตัดจบ แต่ถ้าคุณอยากเห็นความจริงก็ทำได้ดีอยู่ ในช่วงบทสุดท้าย ผู้ชมอาจรู้สึกว่าหนังดูแปลกๆ หรือยังทำไม่เสร็จดี เหมือนมีคำถามคาใจ แต่จริงๆแล้วทุกอย่างตอบหมดแล้ว ส่วนตัวรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย เพราะไม่ได้ดูหนังเพื่อมาเห็นปัญหาในชีวิตจริง มีสารคดีสำหรับเรื่องแบบนั้นอยู่แล้ว คนดูหนังไม่ใช่เพราะอยากหลีกหนีความจริงหรอกหรือ? น่าจะจบแบบเติมเต็มกว่านี้จะดีกว่า
ภาพยนตร์ 'Sweet & Sour' กำกับโดย ลี กเย-บยอก ดัดแปลงจากนวนิยาย 'Initiation Love' โดย คูรุมิ อินุอิ เป็นเรื่องราวที่สร้างโครงเรื่องได้ดีและมีการแสดงที่ยอดเยี่ยม แต่ขาดความลึกซึ้งและอารมณ์สะเทือนใจในเนื้อหา บทภาพยนตร์บางช่วงรู้สึกซ้ำซากและยืดเยื้อ แต่ยังคงสื่อสารประเด็นหลักได้ชัดเจน แม้ตอนจบจะดูเร่งรีบ แต่การพลิกผันของเรื่องสร้างจุดจบที่ทรงพลังและตราตรึงใจผู้ชมบางส่วน พร้อมทั้งตอกย้ำธีมหลักที่ต้องการนำเสนอได้อย่างน่าคิด
ชื่อหนังบอกหมดเลยแหละ คิดว่าน่าจะรู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังหวังว่า จางกิยอง จะรับบทตัวละครหวานๆ แบบหนุ่มแฟนน่าหลงมากกว่าแบบแฟนหนุ่มสุดเพี้ยน! แอบค้นหาดูเพราะชอบการแสดงของเขา หวังว่าจะได้เห็นเขาแสดงเรื่องอื่นเร็วๆ นี้ ตอนหนังเริ่มก็สงสัยอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะเป็นแบบนี้ แต่พลิกล็อกตอนจบต่างจากที่คิดไว้มาก
ฉันรักหนังเรื่องนี้เพราะมันสะท้อนความเป็นจริงมากกว่าหนังโรแมนติกทั่วไป เนื้อเรื่องแสดงให้เห็นว่าการงาน ความเครียด แรงกดดัน ความเข้าใจผิด และการต้องห่างกันส่งผลต่อความสัมพันธ์ในชีวิตจริงอย่างไร หนังจะทำให้คุณตระหนักว่าการนอกใจไม่ใช่ความผิดพลาดแต่เป็นทางเลือกที่ส่งผลต่อชีวิตและอนาคต หนังส่วนใหญ่มักให้ความฝันมากกว่าความจริง แต่บางคนอาจบอกว่าตอนจบของเรื่องนี้ไม่ดี แต่ส่วนตัวฉันชอบตอนจบเพราะมันให้อารมณ์ 'สมจริง' มากกว่าการจบแบบ 'แฮปปี้เอนดิ้ง' นี่คือชีวิตจริงในยุคนี้ อย่าคาดหวังให้ทุกเรื่องต้องจบสุขสันต์ เราควรชื่นชมหนังแนวนี้ที่ให้บทเรียนชีวิตแทนการปิดจบแบบเกินจริง 😊
ฉันรู้สึกไม่ชัดเจนกับหนังเรื่องนี้ ตัวละครฮยอกที่ผอมบางทำแฟนตัวเองเป็นเรื่องปกติและทิ้งเธอตอนตั้งครรภ์เพียงเพื่อไปทำงานดึกกับเพื่อนสาวร่วมงาน คำอ้อนวอนของเธอไม่มีความหมายสำหรับเขา จนเธอต้องหาความอบอุ่นจากผู้ป่วยที่อ้วนกลายมาเป็นเพื่อนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ฉันคิดว่าแฟนหนุ่มของเธอได้รับสิ่งที่สมควรได้รับในตอนจบ แนะนำให้ดูเมื่อคุณไม่มีอะไรทำ
รู้สึกสงสารหนุ่มอ้วนคนนั้น... เธอแค่ใช้เขาเป็นที่พึ่งใจชั่วคราว ตอนจบหนังเห็นได้จากแววตาเธอว่าเธอไม่รักเขาเลย
ฉันยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้จบ แค่ดูบางส่วนมา เลยอยากกลับไปดูอีกครั้งเพราะเนื้อหาที่สะท้อนปัญหาความเป็นพิษในสังคม และสิ่งที่ต้องแก้ไข ข้อดีของหนังคือการหยิบยกประเด็นใกล้ตัวเกี่ยวกับมนุษย์อย่างเราๆ โดยเฉพาะเรื่องงาน ความคาดหวัง และผลกระทบที่ส่งต่อความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ความรัก แต่รวมถึงครอบครัวและเพื่อน ส่วนที่คาดไม่ถึงคือฉากที่คู่รักต่อว่ากันใส่ๆ เพราะทั้งคู่ต่างก็ต้องการการพักผ่อนจากงานและชีวิตจริง ฉันเคยดูหนังหรือซีรีส์อื่นที่ผู้สร้างพยายามเปิดโปงความเป็นพิษของการทำงานและผลกระทบทางจิตใจ แต่เรื่องนี้ก็ทำได้น่าสนใจ เหตุผลที่ให้คะแนน 6 อาจเพราะความสัมพันธ์ในเรื่องไม่สมบูรณ์แบบ เต็มไปด้วยความท้าทายและอุปสรรค แต่ก็ยังมีจุดดีที่ตัวละครน่าจะเข้าใจกันมากขึ้น แทนที่จะโทษกัน น่าจะเคลียร์ความเข้าใจผิด หรือจัดการกับทัศนคติที่สร้างความเจ็บปวด แทนที่จะยึดติดกับปัญหา โดยรวมไม่ใช่หนังแย่ อยู่ในระดับพอใช้ ตัวละครแค่ต้องใช้เวลาร่วมกันให้มากขึ้น และหางานที่เจ้านายไม่บ้าอำนาจจนทำลายชีวิตก็พอแล้ว
หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นด้านปฏิบัติของความรักในยุคปัจจุบัน เห็นด้วยอย่างมาก มันคือความเป็นจริงทั้งหมด แต่มันให้ความหวังบ้างไหม? ฉันให้คะแนน 4 เพราะไม่มีอะไรหวานเลย มีแต่ความเปรี้ยวและทิ้งรสขมไว้ให้ฉัน
ปากหวาน หนุ่มอวบอั๋น... โทษที... หนุ่มน้อยหน้าหวานผู้รอคอยโอกาสก้าวสู่ชีวิตวิศวกร แต่ดันซวยป่วยเป็นโรคดีซ่านและตับอักเสบเอก่อนเริ่มงาน เขาไม่ติดต่อนะ (ตับอักเสบบีต่างหาก) พยาบาลย้ำแล้วย้ำอีก แต่ใครๆ ก็กลัวไม่กล้าเข้าใกล้ ยัยพยาบาลน้อยน่ารักเลยแวะมาพักข้างเตียงเขาบ่อยๆ เพราะงานหนักจนแทบขาดใจ ทุกอย่างที่เธอทำ เขาว่าน่ารักหมด! ลี อู-เจ (จาก True Beauty) รับบท จางฮยอก ส่วนแช โซ-บิน (รักในแสงจันทร์) รับบท พยาบาลจองดาอึน เขาถูกสั่งออกจากโรงพยาบาลทั้งที่ไม่พร้อม ในที่สุดก็กล้าโทรหาดาอึน ผิดคาดเมื่อเธอชวนให้มาหาที่บ้าน ดีใจสุดๆ! เขารีบไปช่วยเธอทันที ทั้งทำอาหาร ซ่อมหลอดไฟที่เสียจนเธอใจละลาย เขาสาบานจะลดน้ำหนัก เปลี่ยนตัวเองใหม่ ฉากต่อมาเราเห็นจาง กี-ยอง (My Mister-9.5, The Atypical Family) ฟิตหุ่นในบทจางฮยอก ฮยอกต้องทำงาน โอกาสดีๆ ในโซลมาถึง แต่การเดินทางมันช่างน่าเหนื่อย เวลาที่มีให้แฟนน่ารักก็ลดลง ความสัมพันธ์เริ่มร้าว under pressure ที่งานใหม่ เขาต้องเจอฮันโบยอง (คริสตัลจาก The Heirs-7.3 & Crazy Love-7.8) สาวสวยจอมยุ่งแต่ทำงานแปลกๆ ผลงานเขาจะดีได้เท่าเธอเพราะถูกจับคู่ หลอดไฟดับ หลอดไฟติด หลอดไฟกระพริบ ราวกับสัญญาณสถานะความสัมพันธ์ของดาอึน Sweet & Sour คือบทเรียนเสียดสีเจ็บๆ ว่าด้วยการ珍惜คนสำคัญ งานกล้องและตัดต่อดี กำกับและแสดงแน่น มีคุณแม่คิม มิ-กยอง มารับบทเล็กๆ (เธออยู่ในทุกเรื่องเลยนะ!) ชีวิตฮยอกบิดเหมือนทอฟฟี้จนเริ่มขาดรัก บางสิ่งเกิดขึ้นเร็ว บางอย่างค่อยๆ เปลี่ยนแต่รู้สึกเร็วสำหรับคนที่เคยชินกับความหวาน จบแบบไม่拖拉 ฉุดทั้งฮยอกและคนดูให้สะดุ้ง ทรายในปาก เขาคงไม่มีทางลุกขึ้นวิ่งได้อีกในพักใหญ่ บอกเลยว่าเราชอบคนอวบอั๋นนะ ยอมเลือกหมีใจดีสักตัวแทนชายหุ่นเพอร์เฟคแต่จิตใจว่างเปล่าได้ทุกเมื่อ QUOTE📢ถ้าพลาดแท็กซี่คันหน้า รอคันต่อไปได้ แต่ถ้าเสียใครไป คุณจะเสียเขาไปตลอดกาล〰🖍 IMHO🎬7 📝7 🎭7.4 💓5 🦋3 🌞4 🎨6 🎵/🔊5 😅3 😭4 🤔6 💤3 🔚8 อายุ 14+ 有คำหยาบและสถานการณ์ผู้ใหญ่ รีวอตช์? ดูได้ครั้งนึง แต่ไม่มั่นใจครั้งสอง🕹
เรื่องราวความรักที่ทั้งสนุกและซ่อนเงื่อนปลายเปิด! เมื่อใกล้ถึงตอนจบ คุณถึงจะรู้ตัวว่าสิ่งที่เห็นตั้งแต่ต้นไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา วางไม่โดน ลุ้นไม่หยุด แถมพลิกล็อคสุดช็อคที่เดาไม่ออกเลย!
พูดตรงๆนะ หนังเรื่องนี้ดีกว่าที่คิดไว้มาก จริงๆแล้วผมไม่ค่อยไว้ใจหนังเกาหลีเพราะมักจะดูแปลกๆ แต่เรื่องนี้นี่เซอร์ไพรส์จริงๆ เป็นหนังชีวิตที่ดูเพลิน พลอตเรื่องดี มีทวิสต์สวยงาม ดูแล้วสนุกมาก จริงๆตอนแรกก็จะโมโหนะ แต่พอถึงตอนจบกลับรู้สึกดีขึ้น สำหรับผม หนังแนวนี้ให้แง่คิดการใช้ชีวิตได้ดี คนเราควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ในความสัมพันธ์ แนะนำเลยครับว่าควรดู และควรหยุดอ่านรีวิวก่อนดูหนังสักเรื่อง เพราะรีวิวมัก会影响ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดูให้จบก่อนแล้วค่อยไปดูความเห็นคนอื่นดีกว่า

On Your Wedding Day (2018)
Secret Window (2004) หน้าต่างหลอน อำมหิต