
Stuck with You (2022) รักติดลิฟต์ ระหว่างทางไปงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า คนแปลกหน้าสองสามคนติดอยู่ในลิฟต์ และต้องทำความรู้จักกัน

คู่หนุ่มสาวที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนติดอยู่ในลิฟต์ระหว่างทางไปงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า และจำเป็นต้องทำความรู้จักกันให้มากขึ้น
ระหว่างเดินทางไปงานปาร์ตี้ คู่หูสองคนที่เพิ่งเคยพบกันติดอยู่ในลิฟต์ช่วงส่งท้ายปีเก่า และค้นพบว่าตัวเองเริ่มมีความสัมพันธ์ที่คาดไม่ถึง
สองคนติดอยู่ในลิฟต์...นั่นคือพลอตทั้งหมดของเรื่อง! ข้อดีคือหนังไม่ยัดเยียดเหตุการณ์ให้ยืดเยื้อจนน่าเบื่อ รันไทม์รวมเครดิตแค่ 60 นาที แม้แต่คนทำหนังเองยังงงว่าทำไมไม่เติมฟิลเลอร์ลงไป อาจเป็นเพราะ Netflix คิดว่าตลาดต้องการหนังสั้นๆ แบบนี้ น่าจะเรียกว่า 'การพบกันแบบน่ารัก' แบบที่ตัวละครถูกบังคับให้อยู่ร่วมในสถานการณ์ประหลาดจนตกหลุมรักกัน ลิฟต์เสียก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี พวกเขาไม่มีอะไรทำนอกจากคุยเจื้อยแจ้วและตกหลุมรักแบบฉับพลัน แม้ความจริงคนส่วนใหญ่คงก้มหน้าเล่นมือถือในความเงื้อมเครียดแทน มีมุกซ้ำๆ ว่า "ฉันไม่ใช่ X" แล้วเถียงกันสั้นๆ ว่าตัวละครเป็น X ไหม สุดท้ายก็ยอมรับว่าเป็น X จริงๆ ไม่ได้ฮาตกเก้าอี้ แต่ก็ช่วยสรุปพัฒนาการตัวละครได้ดีเมื่อทั้งคู่ต้องยอมรับจุดอ่อนของตัวเอง หลายครั้งที่ตัวละครออกจากลิฟต์ไปอยู่ในความทรงจำหรือโลกจินตนาการของกันและกัน เป็นไอเดียสร้างสรรค์น่าชม แต่รู้สึกว่าผู้กำกับพยายามยัดความแปลกประหลาดเกินไปหน่อย ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดของแนวโรแมนติกคอมเมดี้ หนังแต่ละแนวมีคลิชชีที่คนชอบแนวนั้นให้อภัยได้ แฟนไซไฟอาจทนดูพลอตแย่ๆ เพื่��อเอฟเฟกต์ตระการตา แต่ถ้าไม่ใช่แฟนโรคอม แล้วมาดูหนังกลางๆ แบบนี้ ก็จะได้แค่ประสบการณ์กลางๆ ไม่มีอะไรชดเชย แต่ถ้าคุณชอบแนวนี้ก็น่าจะสนุกไปกับความน่ารักน่าอายของคู่พระนาง บางทีเสน่ห์ของเรื่องคือการให้ความหวังว่า "ถ้าคู่นี้มีความรักได้ เราเองก็มีสิ" หนังอย่าง 'Muriel's Wedding' ทำได้ดีในฐานะการศึกษาตัวละคร ส่วน 'Wristcutters' เอาคลิชชีอินดี้มาบิดให้แปลกตา โรคอมดีๆ ก็สามารถทั้งฮา ทั้งลึกซึ้ง ทั้งแปลกใหม่ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้แตกต่างจากโรคอมสตรีมมิงทั่วไปเท่าไหร่ นอกจากถ่ายทำเป็นภาษาฝรั่งเศสและไม่ยืดเยื้อ ไม่มีพากย์ภาษาอังกฤษ มีแต่ซับไตเติ้ล
หนังฝรั่งเศสเรื่องนี้คงแย่ถ้าทำยาวกว่านี้ ด้วยเวลาที่ 59 นาที ถือว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมที่สุดในการเจาะลึกเนื้อหา หนังหลายเรื่องควรสั้นกว่านี้ แต่ผู้กำกับดันยืดเนื้อเรื่องไป 1.5 ถึง 2 ชั่วโมงจนเสียอรรถรส! คัดนักแสดงได้ดีมาก เป็นเรื่องน่าชมที่ตัวละครเคลื่อนผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตด้วยมิติที่สาม นี่คือจุดที่ทำให้หนังน่าสนใจกว่าเรื่องอื่น ๆ ที่ตัวละครมักอยู่จุดเดิมตลอดทั้งเรื่อง ตัวละครเคลื่อนไปสู่เหตุการณ์จริงในชีวิตผ่านการเปิดเรื่องที่ฉลาด เป็นหนังดีที่ดูแล้วเพลิดเพลิน
สนุกไม่เบาแม้จะมีข้อจำกัดของฉากและโครงเรื่องที่ย้อนกลับไปยุคสมัยก่อนของภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ แต่อดัมส์และลาโลชก็มีเคมีกันดี แถมยังมีมุขตลกให้ได้ฮาตลอด โดยเฉพาะตอนที่กาเอลเปิดกระเป๋าแล้วหยิบบุ๊กกี้เล่อออกมา พร้อมบอกฮันน่าที่สะกดด้วย H สองตัวว่า "นี่คือกีต้าร์สำหรับผู้แพ้" (มุขนี้ก็เด็ดไม่เบา!) แม้จะถูกจำกัดฉากในลิฟต์แต่พล็อตเรื่องไม่ยืดยาด เพราะบทพูดคมคายช่วยให้ไม่น่าเบื่อ การสลับมาเล่าเหตุการณ์ในอดีตของกันและกันที่ค่อยๆ เผยความสัมพันธ์ก็เพิ่มเสน่ห์ให้หนัง แม้ไม่ใช่เทคนิคใหม่แต่กลับใช้ได้เหมาะเจาะและเข้ากับตัวละคร เรียกว่าเป็นหนังที่ดูเพลินๆ เหมาะแก่การเปิดปีใหม่ด้วยเสียงหัวเราะเลยแหละ
เป็นการค้นพบที่ดีมาก! รูปแบบเรื่องราวที่น่าสนใจ แม้หลายคนอาจคิดว่าเวลา 59 นาทีสั้นเกินไป แต่กลับเพียงพอสำหรับการเล่าเรื่อง นักแสดงหลักมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นเคฟ แอดัมส์ และคามิลล์ เลอลูช ที่ติดอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน แต่นักแสดงและบทกลับพาเราไปไกลกว่าสถานการณ์นี้ สู่โลกจินตนาการที่คาดไม่ถึง ฉากฮา ภาพถ่ายทำได้ดี เรื่องราวทั้งตลกและซึ้งกินใจ ชวนให้เห็นความเป็นมนุษย์ แนะนำสำหรับคนอยากพักสมองแล้วหลุดเข้าไปในเรื่องราวดีๆ!
Stuck Together (2021) ล็อกดาวน์ป่วนบนตึกเลขที่ 8 ซับไทย
7.7

Alone in Outing (2022) เธอ เหงา เรา เต่า